ชื่อเสียงของหมีขาวจากการลากหัวหน้าโจรหลายสิบคนมาขึ้นเงินรางวัลที่เมืองหลวงดังกึกก้องไปทั่วแผ่นดินหลิน นางกลายเป็วีรสตรีในหมู่ชาวบ้าน และเป็หัวข้อสนทนาอันเผ็ดร้อนในหมู่ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ฮ่องเต้ทรงปูนบำเหน็จรางวัลให้นางอย่างงาม ทั้งทองคำ ผ้าไหม และเครื่องประดับล้ำค่า แต่สำหรับหมีขาวแล้ว สิ่งเหล่านี้หาใช่เป้าหมายของนางไม่
ในขณะที่ราชสำนักยังคงอึมครึมด้วยเงาของแคว้นจ้าวที่คุกคาม อีกด้านหนึ่งของแผ่นดินหลิน ณ ชายแดนด้านทิศตะวันออก สถานการณ์ก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน แคว้นเว่ย คู่าอันยาวนานของแคว้นหลิน เริ่มเปิดฉากรุกรานหนักขึ้น แม่ทัพคนใหม่ของแคว้นเว่ยนามว่า "จ้าวอสูร" หลี่ซือเฉิง ขึ้นชื่อเื่ความเหี้ยมโหดและกลยุทธ์การรบอันเฉียบขาด สร้างความปั่นป่วนและสูญเสียให้แก่กองทัพแคว้นหลินอย่างต่อเนื่อง ข่าวความพ่ายแพ้ถูกส่งมายังเมืองหลวงไม่ขาดสาย
ท่ามกลางความวิตกกังวลนั้นเอง หมีขาวได้ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางทูลขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็การส่วนตัว
"ทูลฝ่าา" หมีขาวในชุดเกราะหนังเรียบง่ายคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพักตร์ "ข้าน้อยได้ยินถึงความเดือดร้อนที่ชายแดนด้านทิศตะวันออก อันเกิดจากแม่ทัพหลี่ซือเฉิงแห่งแคว้นเว่ย บัดนี้ข้าน้อยปรารถนาจะขอพระราชทานตำแหน่งและกองกำลังทหารจำนวนหนึ่ง เพื่ออาสาไปตัดศีรษะแม่ทัพหลี่ซือเฉิงผู้นั้นมาถวายฝ่าา!"
ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบราวป่าช้า เหล่าขุนนางที่ร่วมเข้าเฝ้าต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"หากข้าน้อยทำไม่สำเร็จ" หมีขาวกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง "ข้าน้อยจะขอตัดศีรษะของตนเองถวายแทน!"
"หมีขาว! เ้าเสียสติไปแล้วหรือ!" แม่ทัพใหญ่ผู้เป็พ่อบุญธรรมของนาง ซึ่งยืนอยู่ในที่ประชุมด้วย ตวาดลั่นด้วยความใและไม่พอใจอย่างยิ่ง "การศึกไม่ใช่เื่ล้อเล่น แม่ทัพหลี่ซือเฉิงมีทหารนับหมื่นล้อมรอบกาย ป้อมค่ายของมันแข็งแกร่งดุจภูผาเหล็ก เ้าจะเอาทหารหยิบมือไปทำอะไรได้ มันไม่ต่างจากการส่งเนื้อเข้าปากเสือ!"
ฮ่องเต้เองก็ทรงมีสีพระพักตร์เคร่งเครียด "หมีขาว ข้าชื่นชมในความกล้าหาญของเ้า แต่สิ่งที่เ้าพูดมานั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้ การใช้ทหารเพียงกองเดียวบุกทะลวงแนวรบของศัตรูที่ตั้งมั่นอยู่นอกด่านหน้าเพื่อสังหารแม่ทัพ มันเป็เื่เพ้อฝัน"
"แต่หากทำสำเร็จ ชัยชนะที่ได้จะยิ่งใหญ่กว่าการส่งกองทัพนับแสนไปรบรามิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ" หมีขาวแย้งอย่างใจเย็น "หากเราเด็ดหัวใจของกองทัพศัตรูได้ แขนขาของมันย่อมไร้กำลัง"
ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง เหล่าขุนนางเริ่มซุบซิบกัน บางคนมองว่านางเสียสติไปแล้วจริงๆ บางคนก็เริ่มเห็นประกายความหวังอันริบหรี่
"ฝ่าา" ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ ก้าวออกมาข้างหน้า "กระหม่อมเห็นว่า แม้แผนการของนางหมีขาวจะดูเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง แต่หากพิจารณาให้ดี ผลได้ผลเสียก็น่าไตร่ตรองนะพ่ะย่ะค่ะ"
"หมายความว่าอย่างไร" ฮ่องเต้ตรัสถาม
"หากแผนการของนางสำเร็จ แคว้นหลินเราจะสามารถพลิกสถานการณ์ที่ชายแดนตะวันออกได้ในทันที อาจจะสามารถยุติาที่ยืดเยื้อมานานได้ แต่หากนางพลาด..." ขันทีเฒ่าเว้นจังหวะเล็กน้อย "สิ่งที่เราต้องเสียไปก็คือเด็กหญิงวัยแรกรุ่นผู้หนึ่งกับทหารไม่กี่สิบนาย ซึ่งเมื่อเทียบกับความสูญเสียจากการทำศึกใหญ่แล้ว ก็นับว่าเล็กน้อยเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดของขันทีเฒ่าจุดประกายความคิดให้เหล่าอ๋องและขุนนางคนอื่นๆ พวกเขาเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย เสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นทีละน้อย บ้างก็ประจบสอพลอว่านี่คือโอกาสแสดงพระบารมี บ้างก็อ้างว่าเป็การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ
แม่ทัพใหญ่พยายามคัดค้านอย่างแข็งขัน แต่เสียงของเขาคนเดียวไม่อาจต้านทานกระแสความคิดของคนส่วนใหญ่ในราชสำนักที่มองเห็นแต่ผลประโยชน์และความเสี่ยงอันน้อยนิดของตนได้
ฮ่องเต้ทรงนิ่งไปนาน พระองค์มองไปยังหมีขาว เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่มีความมุ่งมั่นอันน่าสะพรึงกลัวฉายชัดในดวงตา ในที่สุด พระองค์ก็ตัดสินพระทัย
"เอาเถิด ข้าจะให้โอกาสเ้า" ฮ่องเต้ตรัส "ข้าจะแต่งตั้งให้เ้าเป็ 'ผู้บัญชาการพิเศษหน่วยอัศนีบาต' และมอบทหารฝีมือดีให้เ้าหนึ่งกองร้อย แต่เ้าต้องจำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี หากเ้าทำไม่สำเร็จ..."
"ข้าน้อยยินดีรับโทษทัณฑ์ทุกประการพ่ะย่ะค่ะ!" หมีขาวตอบรับอย่างไม่ลังเล
เมื่อราชโองการประกาศออกไป แม่ทัพใหญ่ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความเป็ห่วง เขารู้ดีว่าภารกิจนี้อันตรายเกินไป แต่ก็ไม่อาจขัดพระราชประสงค์ได้อีกต่อไป เขาดึงหมีขาวมาคุยเป็การส่วนตัว
"เ้าคิดดีแล้วจริงๆ หรือหมีขาว นี่ไม่ใช่การเล่นสนุกนะ"
"ท่านพ่อวางใจเถิด ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่" หมีขาวตอบ แววตาของนางฉายแววบางอย่างที่ทำให้แม่ทัพใหญ่อ่านไม่ออก
ก่อนออกเดินทางอีกครั้ง หมีขาวได้พบองค์หญิงจือหลิง องค์หญิงทรงกอดนางแน่นด้วยความเป็ห่วง น้ำพระเนตรคลอหน่วย "เ้าต้องกลับมานะหมีขาว สัญญากับข้า"
"ข้าสัญญาเพคะองค์หญิง ข้าจะกลับมาเพื่อท่านเสมอ" หมีขาวกระซิบตอบ พลางลูบพระเกศาขององค์หญิงอย่างแ่เบา
วันรุ่งขึ้น ณ ลานฝึกทหารนอกเมืองหลวง หมีขาวในชุดเกราะเต็มยศ ยืนอยู่เบื้องหน้ากองทหารหนึ่งร้อยนายที่ถูกคัดเลือกมาเป็พิเศษ พวกเขาคือทหารกล้าที่ผ่านสมรภูมิมาบ้างแล้ว แต่เมื่อมองไปยังผู้บัญชาการคนใหม่ ซึ่งเป็เพียงเด็กสาววัยสิบสองปี หลายคนก็อดมีสีหน้าเคลือบแคลงสงสัยไม่ได้
หมีขาวกวาดตามองทหารของนาง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว "ข้าคือผู้บัญชาการพิเศษหน่วยอัศนีบาต หมีขาว! ภารกิจของเรามีเพียงหนึ่งเดียว คือบุกฝ่าแนวรบของแคว้นเว่ย และตัดหัวแม่ทัพหลี่ซือเฉิง! ใครที่กลัวตาย กลับไปเสียั้แ่ตอนนี้!"
ความเงียบเข้าครอบงำ ไม่มีทหารคนใดขยับแม้แต่น้อย แววตาของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนจากความสงสัยเป็ความทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของเด็กสาวตรงหน้า
"ดี!" หมีขาวตวาดลั่น "เช่นนั้นก็ตามข้ามา! เราจะไปสร้างตำนานที่แผ่นดินเว่ยต้องจดจำไปชั่วกาลนาน!"
กองทัพเล็กๆ ของหมีขาวเคลื่อนพลออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ชายแดนที่คุกรุ่นด้วยไฟา เดิมพันครั้งนี้สูงส่งยิ่งนัก