บทที่14 หวังเหล่ย
"ขอรับนายน้อย!"
หลังจากที่ตอบกัวเทียนเจี๋ย ชายตระกูลกัวที่เหลือคนสุดท้ายกล่าวก็พุ่งเข้าไปหารั่วชิงทันที
"ฟุบ!"
"ฟุบ!"
"ฟุบ!"
พร้อมกับใช้ดาบที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณฟาดฟันใส่รัวชิงรั่วชิงทำเพียงแค่ถอยและป้องกันเท่านั้น เกราะลมปราณของรั่วชิงนั้นแข็งแก่รงกว่าของหม่าซินรุ่ยพอสมควรความเข้าใจในวิชาเพลิงอัคคีสะท้านเทพของนางนั้นสูงกว่าหม่าซินรุ่ยมากรวมถึงกระบวนท่าวิชากระบี่เทพอัคคีด้วยเช่นกันรั่วชิงสามารถความคุมได้ดีกว่าทำให้เสียพลังในการใช้น้อยกว่าหม่าซินรุ่ย
ระหว่างที่รั่วชิงถอยไปพลางก็ออร่ารอบตัวนางก็ค่อยร้อนขึ้นเรื่อยๆ
"สาวน้อยเ้ายอมแพ้เสียเถอะจะได้ไม่เจ็บตัว!" ชายตระกูลกัวยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่องแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ทำไมเด็กสาวนางนี่อยู่ที่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ1 เท่าแต่ตวามแข็งแกร่งของพลังลมปราณของนางเกือบจะเท่าของตัวเขาเองเลยด้วยซ้ำ
อุณหภูมิรอบตัวรั่วชิงยังคงสูงขึ้นเรื่อย ชายตระกูลกัวก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าอุณหภูมิมันสูงขึ้นเรื่อยๆเลยไม่รีรออีกต่อไปพร้อมกับเร่งพลังลมปราณทั้งหมด,พลังลมปราณทั้งหมดของชายตระกูลกัวไหลมารวมกันที่ดาบพร้อมกับฟันลงมาทีรั่วชิง
"เพลงดาบฆ่าอสูร!"
รั่วชิงเห็นแบบนี่ก็ไม่ได้มีทีท่าจะหลบแต่อย่างใดนางกับจับกระบี่ด้วยสองมือแทนพร้อมกับกระตุ้นอาคมเสริมแกร่งและชูกระบี่ขึ้นฟ้าพร้อมกับฟันลงมาประทะกับดาบของชายตระกูลกัวทันที
"กระบวนท่าที่2เทพอัคคีะเิพสุธา!"
"ตู้มม!"
ดาบและกระบี่ปะทะกันคลื่นพลังทั้งสองสายปะทะกันทำให้เกิดเสียงะเิดังก้อง เกราะลมปราณพร้อมกับดาบของขายตระกูลกัวแตกละเอียดร่างของชายตระกูลกัวลอยออกนอกเวลาเป็หรือตายไม่อาจทราบได้! พื้นเวทีตรงจุดที่ปะทะกันนั้นได้เกิดหลุมใหญ่เป็ทางยาวขึ้น รั่วชิงที่ยืนอยู่หน้าหลุมะเิได้หันหน้าไปมองกัวเทียนเจี๋ยพร้อมยกกระบี่เตียมที่จะโจมตี
กัวเทียนเจี๋ยเห็นแบบนั้นก็เอ่ยปากยอมแพ้ทันที
"ข้าขอยอมแพ้!"
กัวเทียนเจี๋ยอยู่ห่างจากจุดปะทะพอสมควรยังได้รับบาดเจ็มเล็กน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจของกัวเทียนเจี๋ยอย่างยิ่ง! กัวเทียนเจี๋ยรีบลงไปดูอาการชายตระกูลกัวทันทีถึงจะไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญใดๆแต่ก็นับว่าเป็ผู้มีพร์ของตระกูลกัวเหมือนกัน
เมื่อกัวเทียนเจี๋ยเอ่ยปากยอมแพ้แล้ววิ่งลงเวทีไป
เ้าเมืองก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับประกาศผลการประลอง
"ผู้ชนะการประลองรุ่นเยาว์ได้แก่...รั่วชิงจากตระกูลหม่า!"
ทางกลุ่มของตระกูลหม่าต่างส่งเสียงเชียร์อย่างครึกโครม ต่างกับทางด้านตระกูลกัวที่หน้าตาบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัดชายตระกูลกัวที่ปะทะกับรั่วชิงตอนสุดท้ายไม่ถึงกับเสียชีวิตแต่คงต้องรักษาตัวเป็ปีดีไม่ดีอาจถึงขั้นพิการ
หม่าซินรุ่ยที่นั่งฟื้นฟูพลังอยู่ก็ได้ลุกขึ้นมาเดินหารั่วชิง หม่าซินรุ่ยเอามือจับที่ไหล่ของรั่วชิงทันทีที่มือของหม่าซินรุ่ยเตะที่ที่ไหล่ของรั่วชิง รั่วชิงก็ล้มลงทันทีหม่าซินรุ่ยรีบเข้าไปอุ้มรั่วชิงกลับไปที่พักทันที หลังจากที่รั่วชิงใช้กระบวนท่าเทพอัคคีะเิพสุธา! นางก็ได้ใช้พลังทั้งหมดไปแล้วถ้าเกิดว่ากัวเทียนเจี๋ยตั้งสติให้ดีๆและมองเหตุการตรงหน้าอย่างรอบคอบและไม่ปล่อยให้ความกลัวเข้ามาบดบังสิ่งต่างๆก็คงจะกลายเป็ผู้ชนะไปแล้ว
ผู้คนทั่วทั้งงานต่างพูดคุยกันอย่างดุเดือบกระบวนท่าสุดท้ายของรัวชิงทำให้ผู้คนทั้งงานต้องตกตะลึงอีกครั้งมีเพียงแค่คน3คนเท่านั้นที่หายไปจากงานประลองนั้นก็คือ เฟยอวี่และไป๋ลี่ และก็ชายลึกลับที่นั่งอยู่กับเ้าเมืองคนนั้น
หม่าซินรุ่ยพารั่วชิงมานอนพักที่ห้องรับรองและยังคงเฟ้าดูอาการรั่วชิงอยู่ไกล้ๆ ไป๋ลี่กับเฟยอวี่ ก็เดินตามเข้ามาติดๆ
ขณะที่ไป๋ลี่จะเข้าไปช่วยรักษารั่วชิงแรงกดดันอันมหาศาลก็ปกคลุมไปทั่วห้อง หม่าซินรุ่ยที่ได้รับแรงกดดันก็พยามจะพูดอะไรแต่นางไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม่แต่กระพริบตายังทำไม่ได้
เฟยอวี่ที่ยืนอยู่ด้วยก็เอ่ยปากขึ้นมา พร้อมกับเดินไปไกล้ๆหม่าซินรุ่ย เฟยอวี่ได้ใช้เขตแดนจักรวาลรวมศูนย์! ทำให้แรงกดดันต่างๆไม่มีผลอะไรภายในเขตแดนของเฟยอวี่ หม่าซินรุ่ยเองก็ขยับตัวได้อีกครั้งแต่สีหน้ายังคงดูหวาดกลัวอยู่
"กษัตริย์์ระดับ3! กับมารังแกผู้เยาว์ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ไร้ศักดิ์ศรีเกินไปหน่อยหรือ?"
"ช่างหน้าประทับใจหนุ่มน้อยเ้าถึงกับรู้ระดับพลังของข้าแถมยังไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของอีกอีกด้วย!? เ้านับว่าไม่ธรรมดา! ข้ามีคำถามจะถามสาวน้อยทั้ง2คนนั้นหน่อย! ใครเป็คนสอนวิชากระบี่เทพอัคคีให้กับพวกเ้า!?" ชายลึกลับพูดจบก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฟยอวี่แรงกดดันที่ปล่อยออกมานั้นเกรี้ยวกราดอย่างยิ่งแต่กลับไร้ซึ่งจิตสังหารเหตุนี้เองเลยทำให้เฟยอวี่ยังคงสงบอยู่
"ถ้าเป็เื่นี้ละก็เ้าถามข้าได้โดยตรงเพราะว่าข้าเป็คนสอนมันให้กับพวกนางเอง!" เฟยอวี่ยืนจ้องหน้ากับชายลึกลับและพูดด้วยท่าทีสบายๆไม่ได้มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด
ขายลึกลับได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกใเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยกลับไป
"เ้าเองหรือที่เป็คนสอนพวกนาง!? เ้าเป็คนของแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคี!?"
"ใช่เป็ข้าเองที่สอนพวกนาง แต่ข้าไม่ได้เป็คนของแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคีแต่อย่างใด ข้ามาจากนิกายลับที่ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบมาั้แ่มนุษย์ได้หนีมายังดินแดนแห่งนี้ ดูแล้วเ้าก็คงมาจากตระกูลหรือสำนักที่สืบทอดกันมายาวนานคงจะรู้ประวัติศาสตร์ั้แ่แรกเริ่มดีใช่หรือไม่? ว่าพวกเรานั้นเป็คนจากที่แห่งใดและมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร? มันไม่ใช่เพียงแค่กระบี่เทพอัคคี ลมปราณเทพทรราช! ที่เ้าใช้อยู่ข้าก็ทราบ!"
หม่าซินรุ่ยเองก็ใไม่น้อยเกี่ยวกับเื่ที่มนุษย์ไม่ได้ถือกำเนิด ณ ดินแดนนี้
ชายลึกลับพอได้ยินเฟยอวี่พูดเกียวกับ ลมปราณเทพทรราช! เขาก็ใอย่างยิ่งเพราะในาครั้งใหญ่แดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆได้สู้รบกับสัตว์อสูรต่างสูญเสียกันอย่างมากมายมหาศาล แม้แต่เคล็ดวิชาต่างๆก็ได้ขาดหายไปบางส่วนจนในภายหลังต่างก็ได้คิดค้นแต่งเติมจนวิชาในปัจจุบันนั้นไม่เหมือนกับวิชาดั้งเดิมแต่อย่าใด ชายลึกลับยังคงครุ่นคิดอยู่
เฟยอวี่ก็ได้พูดออกมา
"ในเมื่อเ้ารู้แล้วว่าข้าเป็คนสอนพวกนางถ้าอย่างนั้นเ้าก็ออกไปเสียมันรบกวนพวกข้า!"
ชายลึกลับได้ยินเฟยอวี่พูดก็รีบพูดออกมา
"หนุ่มน้อยเ้าบอกว่าเ้ารู้เคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราช! มันเป็ฉบับดั่งเดิมหรือฉบับปัจจุบัน"
"มันเป็ของแท้แน่นอนไม่ใช่ของปลอมอย่างที่เ้าฝึกอยู่แน่นอน!"
ชายลึกลับได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งเพราะมันทำให้เขาเริ่มมองเห็นหนทางที่จะแก้แค้นแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคี
"เ้าหนุ่มเ้า้าสิ่งใดเป็การตอบเพื่อที่จะมอบเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชฉบับดั้งเดิมให้กับข้า!"
"แล้วเ้าคิดว่าเ้ามีสิ่งใดที่พอจะเทียบเท่าเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชฉบับดั้งเดิมไหมละ?" เฟยอวี่ยังคงตอบกัลไปด้วยท่าทีไม่แยแส
"แล้วถ้าชีวิตของพวกเ้าคิดว่ามันมีค่าพอไหม?" ชายลึกลับพูดพร้อมกับเพื่มแรงกดดันขึ้นอีกเท่าตัว แต่เฟยอวี่ก็ยังคงไม่รู้สึกอะไรเช่นเดิม
"ถ้าเ้าคิดจะข่มขู่ใครก็ควรจะใส่จิตสังหารเพื่มเข้าไปด้วยแรงกดดันของเ้ามันดูหน้ากลัวก็จริงแต่มันไร้ซึ่งจิตสังหารแต่อย่างใดไม่อย่างนั้นข้าคงใช้ของช่วยชีวิตหนีไปั้แ่แรกแล้วไม่มายืนพูดคุยกับเ้าแบบนี้หรอก!"
"ฮ่าฮ่า....หนุ่มน้อยข้าหวังเหล่ยนับถือเ้าจริงๆ ข้าหวังเหล่ยไม่ถือว่าเป็คนดีมากนักแต่หาใช่คนที่จะปล้นชิงเยี่ยงโจร แต่ข้ายังคง้าเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชฉบับดั้งเดิมจากเ้าอยู่ดี! เ้าบอกขอเสนอของเ้ามาได้เลย!"
หวังเหล่ยยังคงยืนกรานที่จะขอเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชฉบับดั้งเดิมจากเฟยอวี่
"เื่เคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชพักไว้ก่อน บอกข้ามาก่อนว่าเ้าเป็ใคร? มาจากที่ใด? และเหตุใดคนอย่างเ้าจึงมาอยู่ที่เมืองเล็กๆแห่งนี้กัน?" เฟยอวี่เปลี่ยนมาถามหวังเหล่ยแทนที่จะตอบเื่เคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราช
"ข้ามีนามว่าหวังเหล่ยเป็เพียงชายที่ไร้ญาติมิตร เป็ผู้าุโกิตติมศักดิ์ของสำนักแห่งหนึ่ง เหตุที่ข้ามายังเมืองพยัคฆ์ครามแห่งนี้เพราะข้ามาตามแผนที่โบราณที่ข้าบังเอิญได้มาเลยทำให้ข้าค้นพบว่าไกล้ๆเมืองพยัคฆ์ครามมีพื้นที่มิติทับซ้อนอยู่!"
"พื้นที่มิติทับซ้อน!งั้นหรือ!? เ้าเข้าไปสำรวจดูหรือยังว่ามันอยู่ระดับใด?" เฟยอวี่ประหลาดใจไม่น้อยพื้นที่มิติทับซ้อนหรือจะเรียกมันว่าดินแดนลับแห่งหนึ่งก็ได้ พื้นที่มิติทับซ้อนวัดระดับจากความอันตรายตัวอย่างเช่นอันตรายระดับ9ก็จะปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้ที่มีพลังระดับ9ถ้าระดับต่ำกว่าเข้าจะไปค่อนข้างที่จะอันตรายแต่มันก็เต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก โดยเฉพาะสมุนไพร แร่ล้ำค่าต่างๆ สมบัติธรรมชาติในรูปแบบต่างๆอีกมากมาย
"ข้าไปดูมาแล้วเพียงแต่ข้าไม่สามารถเข้าไปได้มันเป็พื้นที่มิติทับซ้อนที่ยังไม่เคยถูกสำรวจต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญค่ายกลมาจัดตั้งค่ายเคลื่อนย้ายเสียก่อนข้าก็เลยจะมาหาผู้เชี่ยวชาญค่ายกลในเมืองนี้ดูสักหน่อยแต่ทุกคนต่างมารวมตัวกันในงานประชันศาสตรากันทั้งหมดข้าก็เลยเข้าไปหาเ้าเมืองให้จัดการหาผู้เชี่ยวชาญค่ายกลที่เก่งที่สุดให้สักหน่อยก็เลยได้ข้อสรุปที่ว่าจบงานงานประชันศาสตราและหัวหน้าสมาคมค่ายกลจะเป็คนไปช่วยข้าสำรวจและติดตั้งค่ายกลเคลื่อนย้าย!" หวังเหล่ยบอกกับเฟยอวี่อย่างละเอียด