เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังแหวกความเงียบของยามค่ำคืนที่แสนเฉื่อยของโรงพยาบาลเอกชนกลางเมือง ห้องฉุกเฉินที่เหมือนกำลังนิ่งงัน ก็พลันเคลื่อนไหวเมื่อเ้าหน้าที่เวรผลักประตูเข้ามา เสียงะโแจ้งอาการคนไข้ดังกระแทกโสตประสาทพร้อมกับล้อเตียงที่เสียดสีพื้นเสียงดังลั่น
“ผู้ชาย อายุสามสิบสาม เมาแล้วขับ ชนเสาไฟฟ้า! มีาแฉีกขาดที่ชายโครงขวา ใกล้ตับ!”
หมอวริษาหันกลับอย่างรวดเร็ว ร่างในชุดกาวน์ขาวก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงแม้จะผ่านเวรดึกมาหลายชั่วโมง ใบหน้าเธอเรียบเฉย แววตาคมแน่วแน่ มือเรียวหยิบถุงมือยางและแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างคล่องแคล่ว เตียงฉุกเฉินหยุดลงตรงหน้าเธอพอดี ก่อนที่ร่างสูงเปรอะเืบางส่วนของคนไข้จะถูกพยุงขึ้นบนเตียง
“หมอครับ...รายนี้...เหมือนจะยังยิ้มได้นะครับ” บุรุษพยาบาลกระซิบติดขำ เสียงนั้นทำให้เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ชายหนุ่มเ้าของาแยิ้มมุมปากขณะใบหน้าซีดเซียวเพราะเสียเื มือของเขาพยุงตัวเองขึ้นมานิดหน่อย สายตาคมมองเธออย่างไม่สะทกสะท้าน
“หมอ...หน้าสวยขนาดนี้ ช่วยรักษาผมหน่อยสิครับ...ไม่ใช่แค่แผลนะ หัวใจด้วย”
วริษาไม่ได้ตอบ เธอมองเขาเหมือนมองเศษแก้วที่ต้องจัดการให้พ้นทาง ไม่ได้มีความรู้สึกใดมากไปกว่าหน้าที่ มือเรียวเช็กชีพจร จับผิวร้อนผ่าวด้วยปลายนิ้ว แล้วมองเืที่ซึมออกจากผ้าก๊อซ
“เอาเข้าห้องเย็บแผลเดี่ยว เตรียมเครื่องมือให้พร้อม ฉีดยาชา ขนาดกลาง” เสียงของเธอสั่งเฉียบขาด โดยไม่มองหน้าคนไข้ซ้ำอีกครั้ง
เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ขณะถูกเข็นเข้าไปในห้องด้านใน แต่แววตาที่มองเธอยังไม่ละ...เหมือนเสือที่นอนเจ็บแต่ยังไม่หมดแรงล่า
เมื่อเข้าไปในห้องเย็บแผล พยาบาลเตรียมอุปกรณ์แล้วก็ผละออกเพื่อให้เธอได้ทำหน้าที่อย่างอิสระ ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่บนเตียงที่ไร้เสื้อ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและช้ำจากแรงกระแทก แต่ถึงอย่างนั้น กล้ามเนื้อหน้าท้องที่พอมีและผิวสีอ่อนที่เปื้อนเืก็ดูขัดแย้งกับรอยยิ้มที่ยังปรากฏอยู่บนใบหน้าเขา
“ถ้ายังพูดมาก ฉันจะไม่ใช้ยาชา” เธอกล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากชุดเย็บ
“โห...หมอคนนี้ดุมากเลยครับ แล้วแบบนี้...จะอ่อนโยนกับผมหรือเปล่า?” เขายกยิ้มกว้างขึ้น แม้เสียงพูดจะอ่อนแรง แต่แววตากลับมีชีวิตชีวาเกินกว่าคนเจ็บทั่วไป
เธอไม่พูดอะไร มือจับผิวเขาอย่างแน่นมั่นก่อนจะลงเข็มเย็บแผลอย่างเชี่ยวชาญ เสียงเนื้อกระทบเข็มดังแ่ข้างใบหูเขา ขณะเธอเย็บเรียงอย่างเป็จังหวะ
“เจ็บสิ...แต่ก็ดีกว่าความเงียบตอนอยู่คนเดียวล่ะนะ” เขาพึมพำแ่ เสียงนั้นเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่าจะส่งถึงเธอ แต่ถ้อยคำที่ปนความเศร้านิด ๆ นั่น ทำให้เธอชะงักไปครู่
“คุณชื่ออะไร” เสียงเธอถามเรียบ ๆ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผลที่เย็บ
“ธันวา...แต่เพื่อนเรียกวา คุณล่ะ ชื่ออะไรครับหมอ?”
“คุณไม่จำเป็ต้องรู้” เธอตอบทันควัน พลางตัดไหมเย็บแล้ววางกรรไกรลงบนถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันแว่วชัดในห้องเงียบ
เขายกมือกุมชายโครงเบา ๆ แล้วลุกขึ้นช้า ๆ โดยไม่สนคำห้าม มืออีกข้างยันเตียงไว้ขณะโน้มตัวเข้ามาใกล้เธอ
“แต่ผมอยากรู้...เพราะคุณไม่เหมือนหมอคนไหนที่ผมเคยเจอ” เสียงของเขาต่ำลง ใกล้จนเธอได้กลิ่นลมหายใจของเขาที่ปะปนไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ
หัวใจของเธอเต้นแปลกไปนิดเดียวเท่านั้น เธอบอกตัวเองว่าเป็เพราะความเหนื่อยล้า ไม่ใช่เพราะแววตาเขา ไม่ใช่เพราะริมฝีปากที่ขยับใกล้
แต่เธอก็ไม่ถอย ไม่หลบ ไม่ตอบ
และเขาเองก็ไม่ได้แตะต้องเธอ ไม่พูดอะไรต่อ นอกจากยิ้มจาง ๆ แล้วเดินออกไปช้า ๆ พร้อมสายตาที่ยังทิ้งร่องรอยไว้ข้างในเธออย่างเงียบงัน
คืนวันนั้นจบลงโดยไม่มีคำพูดลาจาก ไม่มีการนัดพบ ไม่มีเบอร์โทรหรือคำถามใด ๆ ทิ้งไว้ให้ เธอกลับมานั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวเดิม ใจเต้นแรงอยู่นานกว่าปกติ ความรู้สึกที่ธันวาทิ้งไว้ในแววตานั้น ไม่ได้หายไปง่าย ๆ มันไม่ได้เร่าร้อนแบบผู้ชายเ้าชู้ทั่วไป แต่กลับมีบางอย่างที่ลึก ลวง และอันตรายพอจะทำให้เธอหายใจติดขัดแบบไร้เหตุผล
วริษารู้ดีว่าเธอไม่ควรสนใจคนไข้รายไหนเป็พิเศษ ยิ่งเป็คนไข้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ แถมยังพูดจาเล่นลิ้น แต่กลับกลายเป็ว่าเธอจำััปลายนิ้วของเขาได้อย่างชัดเจน แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมง
เธอกลับถึงห้องพักตอนตีสี่กว่า ถอดเสื้อกาวน์แล้วปล่อยตัวลงบนโซฟาโดยไม่เปิดไฟ สายตาจ้องมองเพดานมืด พลางพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกว่า...คืนนี้มันยังไม่จบ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในเช้าวันถัดมา ไม่ใช่เวลาเวรของเธอ เธอเพิ่งจะล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ แววตาขุ่นเล็กน้อยขณะเดินไปเปิดประตู
“ขอโทษนะคะหมอวริษา มีคนไข้เ้าเก่ากลับมาอีกแล้วค่ะ” เสียงพยาบาลสาวเวรบอกพร้อมรอยยิ้มแปลก ๆ
เธอเลิกคิ้วทันที ใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่ต้องออกแรง
“คนไข้เ้าเก่าที่ว่า...ใคร?”
“คุณธันวาค่ะ เขาบอกว่ารู้สึกแน่นหน้าอกหลังเย็บแผลเมื่อคืนนี้ เลยกลับมาให้หมอวริษาช่วยดูให้หน่อย”
วริษายกมือขึ้นนวดขมับ รู้ทันทีว่าอาการแน่นหน้าอกของเขาคงไม่ใช่จากแผลที่เย็บ แต่อาจเกิดจากนิสัยอยากหาเื่มากกว่า เธอใส่เสื้อกาวน์อย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก แล้วเดินตรงไปยังห้องตรวจ
และเขาก็อยู่ที่นั่นจริง ๆ
ธันวานั่งไขว่ห้างบนเตียงตรวจ เสื้อเชิ้ตเปิดกระดุมสองเม็ดบน เผยแผงอกนิด ๆ อย่างจงใจ มือประคองชายโครงด้านที่เพิ่งเย็บเมื่อคืน รอยยิ้มกว้างแต่แววตาซ่อนซนพอ ๆ กับหมาป่ากำลังมองเหยื่อ
“สวัสดีครับหมอ...ผมคิดถึงหมอเลยแน่นหน้าอกน่ะครับ” เสียงของเขานุ่มต่ำแต่ชัดเจน แทรกความเ้าเล่ห์ไว้ในทุกพยางค์
“คุณนี่มัน...” เธอส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ “ขึ้นนอนราบ ถอดเสื้อ จะฟังเสียงปอด”
“แล้วถ้าผมแน่นเพราะหัวใจ...หมอจะตรวจตรงไหน?” เขาถามขณะปลดกระดุมช้า ๆ ทีละเม็ด สายตายังจ้องลึกลงมาหาเธอราวกับตั้งใจวัดปฏิกิริยา
เธอไม่ตอบ จับหูฟังแนบเข้ากับแผ่นอกเขา เสียงหัวใจเต้นเป็จังหวะไม่ปกตินิดหน่อย หรือเป็แค่ของเธอที่เต้นผิดจังหวะกันแน่
เธอขยับหูฟังลงต่ำ...ลมหายใจเขาเปลี่ยน น้ำเสียงก็เปลี่ยน
“หมอรู้ไหมว่า...มือหมอเย็นมากเลย แต่ผมว่าผมชอบนะ” เขากระซิบเบา ๆ ห่างจากใบหน้าเธอไม่ถึงคืบ
เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ปะทะสายตากับเขาเต็มแรง แล้วปล่อยหูฟังลงทันที
“อาการปกติดี แต่ความน่ารำคาญพุ่งสูงกว่ามาตรฐาน”
“แปลว่า...หมอยังไม่เกลียดผม?” เขาถามเหมือนเด็กที่เพิ่งโดนดุ
เธอกำลังจะเปิดประตูให้ออกไป แต่เขากลับถามเสียงเรียบ เสียงที่ไม่มีรอยยิ้มเหมือนก่อนหน้า
“หมอเคย...รู้สึกเหงาไหม?”
เธอชะงัก
“เวลาอยู่คนเดียวแบบลึก ๆ น่ะครับ ผมไม่ได้หมายถึงการไม่มีคนอยู่ข้าง ๆ ผมหมายถึงตอนที่ต่อให้มีคนอยู่...ก็ยังรู้สึกว่าไม่มีใคร”
ประโยคนั้นเหมือนปลายนิ้วเย็น ๆ กดลงกลางอกของเธอ มันตรงเกินไปจนเธอหลบสายตาไม่ทัน
“ทุกคนเคยทั้งนั้นแหละ แต่อย่าทำตัวให้ดูน่าสงสารนัก เพราะคนที่ทำแบบนั้น...มักแค่้าความสนใจ ไม่ใช่การรักษา”
เธอพูดโดยไม่มองหน้าเขา มือจับลูกบิดแน่นเหมือนพยายามดึงตัวเองให้ออกมาจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด
แต่ก่อนที่ประตูจะปิด เขาก็พูดทิ้งท้ายไว้
“ผมไม่ได้อยากให้หมอรักษาแค่แผลหรอกนะ ผมอยากให้หมอ...ลองเข้าใจ”
เธอไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่หน้าประตูที่ปิดไปแล้วนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าหัวใจที่เต้นอยู่นี่มันเพราะความโมโห ความสงสาร หรือ...ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่ควรมีั้แ่แรก
หลายวันผ่านไปโดยไม่มีข่าวคราวของเขา ห้องฉุกเฉินกลับคืนสู่ความวุ่นวายปกติ เธอพยายามผลักภาพและน้ำเสียงของเขาออกไปจากหัว แต่มันกลับย้อนกลับมาเองทุกครั้งในเวลาที่สมองว่างเปล่า เวรดึกยังดำเนินต่อไปเหมือนเดิม คนเจ็บยังมีมาไม่หยุด แต่คนเจ็บที่ “พูดมาก” คนนั้น...กลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่จริง
วริษาเริ่มคิดว่าเขาคงแค่เล่นสนุกกับเธอเพียงข้ามคืน หรือไม่ก็คงหายไปตามวิถีของคนไร้ความรับผิดชอบแบบที่เธอเจอมานับไม่ถ้วน แต่หัวใจของเธอกลับทำงานแปลกประหลาดอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อเธอกลับพบเขาอีกครั้ง...ในที่ที่ไม่ควรเจอเลยแม้แต่นิดเดียว
งานเลี้ยงขอบคุณบุคลากรแพทย์ประจำปีจัดขึ้นในโรงแรมหรูใจกลางเมือง แพทย์หลายคนสวมชุดทางการ เธอเองก็จำใจมาเพื่อให้ครบหน้าที่เท่านั้น ในเดรสยาวสีเข้มเรียบหรูที่เปิดไหล่ข้างหนึ่ง ทรงผมถูกรวบขึ้นอย่างสุภาพ ใบหน้าที่แทบไม่เคยแต่งเติมถูกรองพื้นจนเรียบเนียน เครื่องสำอางแต่งเบา ๆ จนดูแปลกตาไปจากทุกวันที่ใครต่อใครเห็นเธอในโรงพยาบาล
แต่สายตาเดียวที่ทอดผ่านจากด้านในของห้องจัดเลี้ยง...ก็ทำให้เธอเหมือนถูกดึงเข้าไปในเปลวไฟ
ธันวาอยู่ที่นั่น ใส่สูทสีเข้มพอดีตัว กำลังยืนถือแก้วไวน์พลางพูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจที่มีใบหน้าในข่าวอยู่บ่อยครั้ง สายตาเขากวาดผ่านทุกคน...ก่อนจะหยุดอยู่ที่เธอ
มันไม่ใช่แค่หยุดมอง
มันคือการจ้องอย่างตั้งใจ จ้องเหมือนคนที่เฝ้ารออะไรบางอย่างมาตลอด จ้องเหมือนคนที่เห็นเธอ...ในแบบที่ใคร ๆ ไม่เคยเห็น
เธอกำลังจะหันหนี แต่เขากลับเดินตรงมาทันที ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงของเขาก้าวผ่านผู้คนเหมือนไม่มีใครอยู่ตรงนั้น นอกจากเธอ
“ผมไม่คิดว่าจะได้เจอหมอในที่แบบนี้...” เสียงเขาแ่เบาแต่ชัดเจน
“และหมอก็...สวยกว่าที่ผมจินตนาการไว้เยอะเลย”
“คุณมาทำอะไรที่นี่” เธอถามเสียงนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างน่ารำคาญ
“ผมเป็หนึ่งในผู้สนับสนุนกิจกรรมนี้ครับ แต่ไม่ได้มาดูแลใครหรอก...นอกจากจะเผื่อบังเอิญได้เจอใครบางคน”
เขามองเธอเหมือนทุกคำพูดที่พูดไปแล้วตั้งใจมานาน เธอไม่ตอบ สายตาหลบแต่ก็ไม่ได้ก้าวถอย
“ผมมีห้องอยู่ข้างบน...เผื่อหมออยากไปตรวจดูหัวใจคนไข้แบบส่วนตัว” เขากระซิบเบา ๆ ข้างหู น้ำเสียงไม่มีความล้อเล่นอีกต่อไป
“หรือถ้าหมอไม่ว่าง ผมก็จะกลับไปแน่นหน้าอกที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้ก็ได้...แต่ผมว่า ถ้าจะวินิจฉัยให้ตรงจุดจริง ๆ เราน่าจะใช้เวลาส่วนตัว...มากกว่านี้”
วริษาควรจะเดินหนีไปจากเขา ควรจะต่อว่า ควรจะไม่เล่นไปกับคำพูดเขา แต่เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ
“คุณมั่นใจเหรอ ว่ารับผลข้างเคียงของการตรวจแบบส่วนตัวกับฉันไหว”
คำพูดของเธอทำให้เขาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที แต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้น ลึกขึ้น และอันตรายขึ้น
“มั่นใจครับ...ถ้าหมอเป็คนลงมือเอง”
---
เขาเปิดประตูห้องพักโรงแรมหรูชั้นบนให้เธอเข้าไปก่อน แสงจากโคมไฟหัวเตียงส่องสะท้อนผนังสีขาวครีมอ่อน เงาและแสงกระทบลงบนร่างเธอพอดีจนเขาเผลอกลืนน้ำลาย ร่างในเดรสเรียบหรูนั้นยิ่งทำให้เธอดูไกลเกินเอื้อม แต่เขากลับอยากให้เธออยู่ใกล้จนแนบชิดทุกอณู
เธอเดินเข้าไปอย่างมั่นคง หยุดอยู่กลางห้องแล้วหันกลับมาเผชิญหน้าเขาตรง ๆ ไม่มีความลังเล ไม่มีความอ่อนแอ มีเพียงบางอย่างในแววตาที่คล้ายกับเขา...บางอย่างที่อยากลืม...แต่ลืมไม่ลง
เขาไม่ถามคำถาม ไม่พูดคำหวานใดใด เพียงแค่เดินเข้ามาหาเธออย่างช้า ๆ แล้วปลายนิ้วก็ยกขึ้นแตะที่สันกรามของเธอเบา ๆ ความร้อนจากผิวของเขาไหลผ่านเข้าสู่ชั้นผิวใต้แก้ม ลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้นและเสียงหัวใจที่เต้นชัดเกินธรรมชาติ บ่งบอกว่าร่างกายทั้งคู่ต่างตอบสนองไปแล้ว แม้ยังไม่ได้แตะต้องกันจริงจัง
เธอเอียงหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาท้าทายยังไม่หายไป แต่ริมฝีปากกลับเผยอเพียงนิด รับแรงััจากริมฝีปากเขาที่กดลงมาช้า ๆ แล้วแนบลึกอย่างมั่นคง จูบแรกไม่ได้เร่าร้อนทันที แต่กลับหนักแน่น ช้า และจริงจังเหมือน้าซึมลึกลงในจิตใจ
มือเขาลูบผ่าน่เอวของเธอ ไล้ไปตามแนวหลังแล้วกระชับเธอเข้ามาแนบชิด เสียงลมหายใจดังแ่ในลำคอ ริมฝีปากทั้งคู่ดูดซับความรู้สึกจากกันและกันจนความคิดกลายเป็เื่รอง
เขาผละออกเพียงครู่ ดวงตายังจ้องแน่น แล้วกระซิบด้วยเสียงพร่าข้างหู “หมอแน่ใจนะครับ...ว่าอยากจะตรวจผมถึงขั้นนี้จริง ๆ”
“ฉันจะไม่ทบทวนอีกแล้ว ถ้าคุณไม่หยุดถาม” เธอกระซิบกลับโดยไม่หลบสายตา
เพียงแค่ประโยคนั้น เขาก็โน้มตัวลงอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่จูบเบา ๆ แต่เป็จูบที่แทบจะกลืนกิน เสียงริมฝีปากบดเบียด ััจากลิ้นที่แทรกเข้าไปไล้เลียทั่วโพรงปาก ความร้อนจากฝ่ามือที่เลื่อนลงจากแผ่นหลังไปถึงสะโพก มือเธอก็ไม่ได้อยู่เฉย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเขาทีละเม็ดอย่างไม่ลังเล นิ้วเรียวไล้ผ่านแผงอกแน่นจนเขาสูดลมหายใจเข้าลึก
เธอผลักเขาให้นั่งลงบนโซฟาในห้อง ร่างเขาหล่นตามแรงกดอย่างว่าง่าย ดวงตาเต็มไปด้วยความ้าจนแทบกลืนเธอทั้งตัว เขายกมือขึ้นลูบต้นขาเปลือยที่โผล่พ้นชายเดรสขึ้นมาทีละนิ้ว ช้าแต่มั่นคง เธอไม่เบี่ยงหนี ปล่อยให้ััลากผ่านขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงขอบกางเกงชั้นในลูกไม้บางสีดำที่แนบกับผิว
เขาขยับตัวลงไปนั่งกับพื้นตรงหน้าเธออย่างช้า ๆ แล้วลากปลายนิ้วผ่านกึ่งกลางเนินเนื้อที่ตึงร้อนใต้ผ้าบางก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป จมูกเฉียดผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้นเพียงปลายเสี้ยววินาที
เธอเงยหน้าหลับตา สูดลมหายใจแรงขึ้นแต่ไม่พูดอะไร เขาดึงชั้นในออกช้า ๆ พร้อมเสียงเลื่อนของผ้าและลมหายใจที่สั่นระริก แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดแตะจุดกลางรอยแยกของเธอเบา ๆ หนึ่งครั้ง สองครั้ง ก่อนจะตวัดหนักขึ้น กดลงแน่น ช้าและยาว
เสียงครางในลำคอเธอหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนึ่งของเธอกดลงที่พนักโซฟา อีกข้างจิกลงบนบ่าของเขาเพื่อยึดตัวเองให้มั่น เธอส่ายสะโพกหนีแต่เขากลับยึดต้นขาทั้งสองข้างไว้มั่นแล้วลากลิ้นขึ้นลงแรงขึ้นถี่ขึ้น สลับดูดดุนจุดอ่อนไหวจนเสียงครางของเธอกลายเป็กระซิบหอบระลอกแล้วระลอกเล่า
“ธันวา...พอ...” เธอพูดเสียงพร่าอย่างยากเย็น เขาเงยหน้าขึ้น ปากเปียกชุ่ม รอยยิ้มพร่าอยู่ใต้แสงสลัว
“ผมยังไม่ตรวจครบทุกจุดเลยนะหมอ...”
เขาอุ้มเธอขึ้นในท่าเ้าสาว เดินตรงไปที่เตียงขนาดคิงไซส์วางเธอลงช้า ๆ แล้วถอดเสื้อของตัวเองออกตามด้วยกางเกงอย่างเร่งเร้า เธอมองร่างเปลือยของเขาที่ปรากฏตรงหน้า อกแน่น ลอนกล้ามท้องชัดเจน ผิวเนื้อสีแทนร้อนผ่าว แล้วสายตาก็เลื่อนไปหยุดที่ส่วนกลางลำตัวที่ตั้งชันอย่างสมบูรณ์แบบ
เธอเอื้อมมือไปััมันเบา ๆ ก่อนจะไล้ขึ้นลงช้า ๆ ขณะเขากัดฟันกรอดอย่างอดกลั้น
“หมอ...อย่าแกล้งกัน” เขาครางต่ำ
เธอกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะจับปลายความแข็งขืนของเขาจรดลงตรงปากช่องทางที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ขยับสะโพกนิดเดียวก็รู้สึกถึงแรงดันที่ขยายเข้ามา กว้าง หนัก และแน่นเสียจนเธอหลุดเสียงครางสั้นออกมา
เขากดสะโพกลงพร้อมกัน มือจับขาของเธอยกขึ้นพาดบ่าแล้วค่อย ๆ ดันเข้าไปลึกเรื่อย ๆ จนหมดความยาว ความรู้สึกตึงคับจุกแน่นในท้องน้อยทำให้เธอหอบสะท้าน มือทั้งสองจิกลงบนเตียงแน่น
เขาเริ่มขยับ สะโพกเคลื่อนไหวช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เร่งจังหวะขึ้นทุกวินาที เสียงเนื้อกระทบกันดังสม่ำเสมอ ความเปียกลื่นของจุดเชื่อมผสานกับแรงกดของร่างกายทำให้ทุกจังหวะกลายเป็ะเิอารมณ์ที่ไม่มีหยุดพัก
เสียงครางของทั้งคู่ประสานกันดังชัดในห้องที่ปิดสนิท เขาโน้มตัวลงประกบริมฝีปากจูบเธอขณะยังเคลื่อนไหวไม่หยุด เธอสอดลิ้นเข้าไปจูบตอบอย่างลึกซึ้ง ตอบสนองกลับด้วยแรงเท่า ๆ กัน
เมื่อใกล้ถึงขีดสุด เธอกระตุกสะโพกแรงขึ้น ร่างบิดเร่า เสียงครางสุดท้ายหลุดออกจากปากในจังหวะเดียวกับที่เขากดสะโพกลึกสุด เสียงหอบ สะอื้นเบา ๆ ดังออกมาจากเธอ ร่างสั่นระริก กอดเขาแน่นขณะเขาฝังหน้าลงบนไหล่เธออย่างเหนื่อยหอบ
ทั้งห้องมีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วง ผิวกายแนบชิด หยดเหงื่อที่ไหลลงมาผสมกัน และความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่มากกว่าแค่รสสวาท
เธอกอดเขาไว้แน่น ไม่พูดอะไร รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้อาจไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...มันไม่ใช่แค่เซ็กซ์
และเขาเองก็รู้เช่นกัน ว่าอาการแน่นหน้าอกที่เขาอ้างมานั้น...อาจไม่้ายาหรือเข็มฉีดยาใด ๆ
แต่้าเธอ
เท่านั้นเอง