ภารกิจย่อย 2: เกาะขาทองคำในบ้านให้มั่น
รายละเอียด: ใครที่ใหญ่สุดในบ้านล่ะ ก็คุณปู่ไง ฉะนั้นจงเกาะคุณปู่ให้มั่น แล้วจะดีเอง โดยเพิ่มความสัมพันธ์กับคุณปู่ให้มากขึ้น
คะแนนความสัมพันธ์: 2/10
ระยะเวลา: เหลือ 7 วัน
รางวัล: ยาเม็ดเพิ่มปัญญาระดับต่ำ 1 เม็ด (สรรพคุณ: เพิ่มความจำได้อย่างแม่นยำ 20% เพิ่มการเรียนรู้ 20% เพิ่มความเข้าใจ 20% เพิ่มการวิเคราะห์ 20%)
จางอี้หนิงอ้าปากค้าง มองหน้าจอตรงหน้าอย่างงงๆ เธอสับสนไปหมด อยู่ๆ คะแนนโผล่มาได้ยังไง
[โฮสอ้าปากค้างไว้ ประมาณ 10 วิ แล้วครับ]
ปากน้อยๆ หุบฉับ ก่อนจะมองค้อนๆ ไปยังหน้าจอ (เธอคิดว่าระบบน่าจะเห็นจากหน้าจอนี่แหละ)
[ผมเห็นโฮสได้ทุกมุมเลยครับ]
จางอี้หนิงี้เีจะสนใจ ตอนนี้เธอกำลังตื่นเต้นที่อยู่ๆ คะแนนก็ขึ้นมาถึง 2 คะแนน ไม่น่าเชื่อเลย เธอยังไม่ได้คุยกับคุณปู่เลยนี่ มันเกิดอะไรขึ้น
ปล่อยจางอี้หนิงให้ดีใจ ปนสับสนไปก่อน มาย้อนดูเวลาก่อนหน้าไม่นานนัก
ณ ห้องผู้อำนวยการโรงทอผ้า
“ผอ.จาง ขอบคุณมากนะครับที่เร่งทำสินค้าล็อตนี้ทันตามกำหนด ผมเองก็โดนผู้ใหญ่เร่งมา ถ้าได้ผ้าชุดนี้ไม่ทัน การตัดเย็บก็จะยิ่งล่าช้าไปอีก” ชายวัยกลางคนหุ่นอวบอัด ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขที่การรับสินค้ารอบนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เขาได้ออเดอร์งานด่วนมา นอกจากจะกังวลเื่เวลาในการตัดเย็บ ยังต้องห่วงว่าจะหาผ้าได้พอไหม โชคดีที่เขาสนิทสนมคุ้นเคยกับผอ.โรงทอผ้านี้มานาน อีกฝ่ายเห็นแก่ความเป็มิตรสหายต่างวัย จึงช่วยเร่งงานจนได้ผ้าครบถ้วนในระยะเวลาไม่นาน
หากเป็ที่อื่น คงไม่แม้แต่จะสนใจด้วยซ้ำ เพราะโรงงานรัฐส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้าอยู่แล้ว
“ยินดีครับ เรารู้จักกันมานานเป็เพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน ยังไงก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว อีกหน่อยผมเองอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคุณก็ได้” จางหลี่เจี๋ยสนทนากับคู่ค้าเก่าแก่ ที่ทำงานร่วมกันมานาน ตัวเขามีจุดมุ่งหมายที่จะขอความรู้จากคนตรงหน้าเช่นกัน เพราะโรงงานเย็บเสื้อที่เขาวางแผนจะเปิดเร็วๆ นี้ ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องตระเตรียม แน่นอนว่าเส้นสายการติดต่อสั่งซื้อเครื่องจักร และวัสดุต่างๆ จำเป็ต้องมี การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่าย จะช่วยให้การทำธุรกิจของเขาสะดวกขึ้น
“แน่นอนครับ หากผมช่วยได้ ผมยินดีช่วยแน่ๆ งั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ครับ แล้วไว้เจอกันใหม่”
เลขาโจวที่ยืนรออยู่แล้ว ก็เปิดประตูให้แขก
“อ้อ เลขาโจว ขนมที่นำมาเสิร์ฟพร้อมน้ำชาอร่อยมากครับ ไม่ทราบว่ามีขายที่ไหนเหรอ” ชายหุ่นอวบคนนี้ เขาถือเป็นักชิมคนหนึ่ง ที่ชอบสรรหาของกินอร่อยๆ ไม่ว่าจะไปสถานที่ หรือเมืองไหนๆ ก็มักจะแวะทานอาหารขึ้นชื่อ หรืออาหารอร่อยของเมืองนั้น แต่ขนมรูปร่างแปลกตานี้ เขาไม่เคยกินมาก่อน รสชาติก็อร่อยมากด้วย เขาพลาดร้านอร่อยขนาดนี้ได้ยังไง
“เอ่อ…มีคนให้มาค่ะ ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน” เลขาโจวอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบเลี่ยงๆ ไป ซึ่งอาการของลูกน้องคนสนิทก็อยู่ในสายตาของผู้เป็เ้านาย
“เสียดายจังครับ ถ้าเจอคนให้อีก วานถามให้ผมด้วยนะครับ” เขาพูดอย่างเสียดายก่อนจะขอตัวลา เลขาโจวเดินไปส่งจนถึงบันไดทางลง ก่อนจะหันกลับไปที่ห้อง ผอ. อีกครั้งเพื่อเก็บกวาดโต๊ะรับแขก
“ใครเอาขนมนั่นมาให้”
เลขาโจวรู้ดีว่า เ้านายจะต้องถามคำถามนี้แน่ๆ และก็ลอบยินดีที่ในที่สุดเ้านายก็ให้ความสนใจขนมที่คุณหนูอี้หนิงเพียรเอามาฝากตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสักที
“คุณหนูจางอี้หนิงนำมาฝากคุณท่านค่ะ” แม้ในใจจะตื่นเต้น และลุ้นกับปฏิกิริยาของเ้านาย แต่ภายนอกยังคงรักษาท่าทีสุขุมไว้ได้อย่างดี
“หืม? อี้หนิงหรือ แปลว่าสะใภ้รองเป็คนทำขนมนี้รึ” เขาเลิกคิ้ว แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะรู้มาบ้างว่า สะใภ้คนนี้ฝีมือครัวไม่เลว
“ไม่ใช่ค่ะ เป็คุณหนูอี้หนิงที่ทำเองกับมือค่ะ ตลอดหลายสัปดาห์มาแล้ว ของว่างยามบ่ายที่ยกมาให้ท่าน เป็ฝีมือของคุณหนูอี้หนิงค่ะ”
ผอ.จางเพียงแต่นิ่งไปสักพัก ก่อนจะหันไปสนใจกับการอ่านเอกสารในมือต่อ
เลขาโจวแม้ทำงานกับเ้านายคนนี้มานาน แต่ก็ยังไม่สามารถคาดเดาความคิดของเขาได้ จึงได้แต่แอบเอาใจช่วยเด็กหญิงในใจ ก่อนจะเก็บของบนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไป
เย็นนี้จางหลี่เจี๋ยกลับบ้านค่อนข้างเร็วกว่าปกติ เพราะตั้งใจจะมาจัดการวางแผนงานสำหรับโรงงานเย็บเสื้อที่กำลังจะเปิดทำการเร็วๆ นี้
จางหลี่เจี๋ยไม่ใช่คนโง่ เขาฉลาดมากด้วยซ้ำ อีกทั้งกล้าได้กล้าเสีย ทั้งๆ ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคงอยู่แล้ว เขายังกล้าเสี่ยงนำเงินเก็บก้อนใหญ่ของครอบครัวมาซื้อโรงงานเย็บเสื้อเล็กๆ ซึ่งไม่ใช่สายงานถนัดสำหรับตัวเขาด้วยซ้ำ
กระนั้นเขาก็ไม่มุทะลุหลับหูหลับตาทำอย่างไม่รู้ทิศทาง ถึงเขาจะไม่เคยบริหารงานที่โรงงานเย็บเสื้อมาก่อน แต่ด้วยทำงานอยู่ในแวดวงสิ่งทอมานาน จึงมีโอกาสไปเยี่ยมชม แลกเปลี่ยนความรู้กับโรงงานเย็บเสื้อใหญ่ๆ ของรัฐบ่อยครั้ง
อีกทั้งยังมีเคริอข่ายและกลุ่มคนรู้จักที่สามารถช่วยสนับสนุน และให้ความรู้ได้ เพียงแต่แน่นอนว่าเขาต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมหลายเท่า ด้วยวัยห้าสิบต้นๆ หากเป็คนอื่นคงเริ่มหมดไฟในการทำงาน และเตรียมตัวรอเกษียณแล้ว แต่จางหลี่เจี๋ยกลับสนุกกับการท้าทายสิ่งใหม่ๆ และ้าจะสร้างอาณาจักรของตัวเอง
"คุณพ่อกลับมาแล้วหรือคะ" เสียงหวานใสเอ่ยทักทายเมื่อเห็นพ่อสามีเดินเข้ามา
ฮัวเหลี่ยนฮวาที่กำลังนั่งแกะเปลือกเม็ดเกาลัด สำหรับใช้ทำอาหารเย็นนี้ ตอนแรกเธอตั้งใจช่วยงานในครัว แต่โดนแม่บ้านเย่ไล่ออกมา เพราะเธอท้องแก่มากแล้ว แม้แต่ย่าจางก็ไม่หาเื่ใช้งานเหมือนแต่ก่อน เพราะเป็ห่วงหลาน (ชาย) ในท้องเช่นกัน
แต่ด้วยเป็คนอยู่เฉยไม่เป็ แม่บ้านเย่จึงให้ช่วยงานเบาๆ แล้วให้มาทำตรงห้องนั่งเล่นแทน เพราะควันไฟจากในครัวอาจเป็อันตรายต่อเด็กในท้อง
ตอนที่ฮัวเหลียนฮวาได้ยินเสียงฝีเท้าจึงละสายตาจากสิ่งที่ทำขึ้นมอง ก็เห็นพ่อสามีกลับมาแล้ว
"คุณปู่!" จางอี้หนิงที่นั่งบนพื้นไม่ไกลจากแม่ ก็เห็นคุณปู่เดินเข้ามา เธอยิ้มอย่างยินดี แล้วรีบเดินไปหาคุณปู่
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณปู่"
แม้ลึกๆ จะกลัวหน้านิ่งๆ ดุๆ ของคุณปู่ แต่ความดีใจจากคะแนนที่เพิ่งได้รับมากลบความรู้สึกอื่นจนหมด
จางหลี่เจี๋ยมองเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งมาหาเขาด้วยขาสั้นๆ แววตาเป็ประกายสดใสคู่นั้น มีความยินดีอย่างชัดเจน
เขานิ่งมองสักครู่ ก่อนจะสังเกตุเห็นกระดาษสองสามแผ่นบนพื้นที่เด็กหญิงเคยนั่งอยู่
"ทำอะไรอยู่หรือ"
เขาเห็นหลานสาวทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ ก่อนจะหันหลังวิ่งไปยังจุดที่เพิ่งนั่ง แล้วทำท่าเหมือนกำลังชั่งใจ ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษมาแผ่นหนึ่ง แล้ววิ่งกลับมาหาเขาอีกครั้ง
"หนูให้คุณปู่ค่ะ" ใบหน้ากลมเล็กส่งรอยยิ้มแป้น พร้อมกับชูกระดาษใบหนึ่งขึ้นสุดแขนยื่นมาให้เขา
จางหลี่เจี๋ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รับแผ่นกระดาษแผ่นนั้นมาดู ตอนแรกเขาเข้าใจว่าน่าจะเป็รูปวาดขีดเขียนเล่นๆ ของเด็ก แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เขียนบนนั้น ก็ประหลาดใจไม่น้อย
'คุณปู่ของฉันเก่งที่สุด'
เขาอ่านตัวอักษรที่แม้จะโย้เย้ไปบ้าง แต่ก็เขียนได้ถูกต้อง ก่อนจะมองไปที่เด็กหญิงตรงหน้าอีกครั้ง แล้วมองไปทางลูกสะใภ้รอง
"อี้หนิงหัดเขียนหนังสืออยู่ค่ะ อีกไม่กี่เดือนจะเข้าโรงเรียนแล้ว อี้หนิงเลยมาขอให้ฉันช่วยสอนเขียนหนังสือ ฉันเองไม่ค่อยเก่งมาก เลยสอนเท่าที่ทำได้ค่ะ" ลูกสะใภ้สาวอธิบาย
จางหลี่เจี๋ยครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดเสียงเรียบๆ
“เดี๋ยวพาอี้หนิงไปที่ห้องหนังสือ"
หลังจากพูดจบเ้าตัวก็หันหลังเดินออกไป ทิ้งให้ลูกสะใภ้ยืนอ้าปากค้าง ใ และก็ไม่แน่ใจว่าได้ยินผิดไปรึเปล่า
ในขณะที่คนแม่กำลังตะลึงอยู่นั้น คนลูกลอบกำมือเป็หมัดแน่น โห่ร้องในใจ
'เยส!'
………………
ไรท์: ซับน้ำตา (ที่ไม่มีอยู่จริง)
ระบบ: ถอนหายใจอย่างโล่งอก
อี้หนิง: เชิดหน้ายืดจมูกถึงดาวอังคาร "แผนของฉัน ถึงจะช้าหน่อย แต่ก็เข้าใกล้ความจริงแล้ว หุหุหุ"
ระบบ และไรท์ มองคนโม้ แล้วส่ายหน้าเบาๆ
………………..
ไรท์: ขอบคุณทุกความคิดเห็น หัวใจ และกดเข้าชั้นนะคะ เป็กำลังใจให้ไรท์ปั่นนิยายมากค่ะ หากใครมีคำถามเกี่ยวกับนิยาย ถามเข้ามาได้นะคะ ไรท์จะรวบรวมแล้วจะโพสตอบในตอนแยกค่ะ
ตอนแรกไรท์วางแผนว่าจะรอให้ถึงตอนที่ 20 แล้วค่อยเปิดให้อ่านตอนล่วงหน้า (ไม่ใช่อะไรนะคะ ไรท์กลัวแต่งไม่ทัน แหะแหะ) แต่ด้วยมีคนเรียกร้องเข้ามาเยอะ ไรท์เลยตัดสินใจเปิดตอนล่วงหน้าวันที่ 25/12/65 นี้นะคะ โดยจะเปิดก่อนสองตอน
แล้วก็ ไรท์จะโพสนิยายทุกวันศุกร์-อาทิตย์นะคะ เผื่อรี้ดที่เข้ามาอ่านใหม่ไม่ทราบ ถ้าอาทิตย์ไหนงานไม่ยุ่งมาก จะโพสวันพฤหัสเพิ่มด้วย จะพยายามแต่งให้ไวขึ้นนะคะ แต่่สิ้นปีงานยุ่งจิงๆ (T - T)
ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามและเป็กำลังใจให้ค่ะ
ขอส่งน้องอี้หนิงมาอ้อนส่งท้ายให้ช่วยกดหัวใจ คอมเม้นต์ และช่วยแชร์ต่อด้วยนะค้าา
ไหว้ย่องามๆ