คุณหญิงสุรีย์เอ่ยปาก หล่อนเองก็ต้องการให้ทั้งสองคนพ่อลูกช่วยกันจัดการปัญหาที่อเมริกาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด
แทนที่ธนัทจะบอกความในใจของตนเองให้แพรไหมได้รับรู้แต่เขากลับตัดสินใจที่จะปิดปากเงียบ คิดเอาเองว่า สักวันหญิงสาวคงเข้าใจถึงเจตนาของเขา
และเมื่อถึงวันนั้น วันที่เขาประสบความสำเร็จเมื่อเธอได้เห็นความสำเร็จของการก่อตั้งสาขาใหญ่ที่อเมริกาแพรไหมก็จะเข้าใจเองว่าเขาได้ทุ่มเทความมุมานะมากมายเพียงใด เพื่อที่จะได้เธอมาอยู่เคียงข้าง
หารู้ไม่ว่า เขากำลังทำผิดอย่างมหันต์เพราะความเงียบไม่ได้แก้ไขได้ทุกสถานการณ์เสมอไป แต่กลับอาจทำให้บางเหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายหรือรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
…
เช้าวันรุ่งขึ้น
ธนัทในสูทสีเทาเข้มยืนอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางบนพื้นห้องนอนมือหนาปิดซิปกระเป๋าหลังตรวจเช็คของด้านในเรียบร้อยแล้ว
‘ฉันต้องทำให้สำเร็จ...เพื่อพี่สะใภ้’
เขารีบออกเดินทางโดยไม่ได้บอกลาแพรไหมกระเป๋าเดินทางถูกยกขึ้นรถเบนซ์สีดำเงาวับที่จอดรอหน้าคฤหาสน์เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเมื่อรถเคลื่อนออกไปสู่สนามบิน
สายวันเดียวกัน
แพรไหม ตื่นมาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เธอแอบรักจึงเดินไปดูบริเวณหน้าห้องนอนของธนัท
ขณะสายตาคู่หวานกวาดมองห้องที่ว่างเปล่ากลิ่นน้ำหอมผู้ชายยังลอยอบอวล แต่ข้าวของในห้องกลับไม่อยู่เหมือนเดิม
ป้านุ่มเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อน
“คุณแพร…คุณธนัทบินไปอเมริกาเมื่อเช้านี้ค่ะ เห็นบอกว่าจะไปสะสางงานที่สาขา”
แพรไหมชะงัก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ไป...อเมริกา?”หญิงสาวพูดเสียงสั่น มือเรียวกำเนื้อผ้าของชุดเดรสไว้แน่น
“เขา...ไม่ได้บอกหนูเลย”
แพรไหมยืนนิ่ง ดวงตากลมโตเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา
‘นี่ฉันไม่ได้มีความสำคัญต่อเขาเลยงั้นหรือ? จะไปทำงานเมืองนอกทั้งที แต่คุณธนัทกลับไม่บอกไม่กล่าวอะไรเลย’
ความผิดหวังอัดอั้นอยู่ในอกของแพรไหม ดวงตาของเธอแดงก่ำจากทั้งความน้อยใจและความเจ็บปวดเธอคิดอยากจะตัดใจ อยากลืมความรู้สึกที่มีต่อธนัท
แต่หัวใจเธอกลับเต้นรัวทุกครั้งที่นึกถึงรอยยิ้มและสัมผัสของเขา
‘คอยดูเถอะ สักวันฉันจะตัดใจจากเขาให้ได้...’
แพรไหมตัดสินใจเบี่ยงเบนความสนใจเธอเดินไปที่ห้องเด็กที่จัดเตรียมไว้สำหรับลูกน้อยผนังสีพาสเทลประดับโมบายล์รูปดาว เตียงเด็กสีขาววางเด่นกลางห้อง
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้โยกมือเรียวหยิบผ้าอ้อมเด็กและชุดจิ๋วสีขาวมาพับอย่างตั้งใจ
“ลูกรัก...แม่จะดูแลหนูให้ดี ใครจะไม่รักเราแล้วก็ช่างเขาถึงอย่างไรแม่กับหนูก็จะมีกันและกันเสมอ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นกับลูกน้อยในครรภ์ขณะจัดข้าวของเด็กอ่อน เสื้อผ้าจิ๋ว ชุดนอน และของเล่นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบทุกชิ้นราวเป็นที่พักพิงของหัวใจที่แตกสลาย
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านหน้าต่างตกกระทบร่างอวบอัดของแพรไหมที่ยิ้มเศร้าให้ลูกในท้อง
ความรักต่อลูกน้อยกลายเป็นแสงสว่างในวันที่หัวใจเธอเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้ง
ตอนนี้แพรไหมเริ่มรู้แล้วว่า ต่อให้เธอจะถ่างขาให้ท่านสันติเอาในท่าทางแบบไหน กระแทกกระทั้นเข้ามารุนแรงเพียงใด เพื่อช่วยให้การเจรจาซื้อขายที่ดินของคุณหญิงแม่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่มันก็มิอาจแลกเปลี่ยนกับความรักของธนัทที่จะมีต่อเธอตลอดไปได้เลย...
ตอน ป้อนน้ำนมรักษาอาการมองไม่เห็นให้คุณอาผู้ชายของสามี
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ธนัทนั่งในห้องรับรองวีไอพีสายตาคู่คมจ้องโทรศัพท์ในมือ
‘ฉันควรโทรไปบอกลาพี่สะใภ้ก่อนดีไหม?’
เขาได้แต่ครุ่นคิดอยู่ในใจ
แต่แล้วภาพคำพูดของคุณหญิงสุรีย์กลับเข้ามาวนเวียนในหัวสมองเขาอีกครั้ง
‘ถ้าธนัททำงานนั้นไม่สำเร็จอย่าคิดจะมาคุยกับแม่ เรื่องแพรไหมอีกเลย’
ชายหนุ่มกำโทรศัพท์มือถือแน่น แล้ววางลง ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้คุณแม่เขาเห็นก่อนเสียงเครื่องบินดังก้องเมื่อเขาเดินขึ้นเครื่องด้วยความมุ่งมั่น
ขณะที่ระยะทางระหว่างเขากับแพรไหมกำลังห่างไกลออกไปอย่างไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาบรรจบกันได้อีกครั้ง
ในคฤหาสน์ แพรไหมนอนขดตัวบนเตียงเด็กมือกุมผ้าอ้อมจิ๋วแน่น น้ำตาไหลริน
‘คุณธนัท...ทำไมถึงจากไปเงียบ ๆ แบบนี้ไม่แคร์ความรู้สึกของเราเลยใช่ไหม’
ความน้อยใจของคนท้องค่อย ๆ เข้าบดบังไฟรักที่เคยลุกโหมในหัวใจของแพรไหม
…
กาลเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว…
หลังจากธนัทและพ่อของเขาเดินทางไปจัดการสาขาที่อเมริกาเป็นเวลาสามเดือนเศษชายหนุ่มก็ไม่เคยส่งข่าวคราวมาหาแพรไหมเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนเธอได้แต่ทำใจ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลทารกในครรภ์ให้ดีที่สุด
จนกระทั่งเมื่อถึงกำหนดคลอด แพรไหมนอนอยู่ในห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชน
เสียงร้องก้องของทารกดังขึ้นเมื่อน้องไทเกอร์ หรือ เด็กชายธีรกิจ ลืมตาดูโลก ใบหน้าจิ๋วแดงก่ำ ดวงตากลมโต คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน
คุณหญิงสุรีย์รีบเดินทางกลับจากงานสัมมนาที่ต่างจังหวัดเมื่อหล่อนมาถึงโรงพยาบาล ใบหน้าอิ่มเอิบยิ้มกว้างเมื่อเห็นหลานชาย
“น่ารักจัง! หน้าเหมือนกับธีรภัทร พ่อของเขาตอนเด็กๆ มากเหลือเกิน แม่ไม่รู้จะขอบคุณหนูแพรยังไงดี ที่คลอดหลานชายคนแรกให้แม่ออกมาได้แข็งแรงสมบูรณ์ขนาดนี้”
เสียงตื่นเต้นของแม่สามีดังขึ้นพร้อมกับหันมายิ้มแสดงความชื่นชมและขอบคุณแพรไหมกับความเข้มแข็งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ของหญิงสาว
“นี่จ้ะ สร้อยเพชรน้ำงามที่คุณชัยวัฒน์เค้าฝากมาเป็นของรับขวัญหลานให้กับหนูแพร เขาบอกกับแม่ว่า เขาเคยสัญญากับหนูแพรเอาไว้ว่าจะให้รางวัลชิ้นใหญ่”
แพรไหมยิ้มอ่อน มือเรียวลูบหัวลูกน้อยด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ
“ขอบคุณค่ะ คุณหญิงแม่ แพรฝากขอบพระคุณคุณพ่อด้วยนะคะ”
น้ำเสียงของเธอยังคงอ่อนแรง
คุณหญิงสุรีย์ควักโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าวิดีโอคอลหาคุณชัยวัฒน์ พ่อสามี และธนัทที่ขณะนี้เดินทางไปทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
“คุณชัยวัฒน์!ตาธนัท! ดูหน้าหลานสิ น้องไทเกอร์หน้าตาน่ารักขนาดไหนหน้าเหมือนกับตาธีร์เลยเนอะ แถมดู ๆ ไปแล้ว บางมุมยังเหมือนกับตาธนัทอีกต่างหาก”
น้ำเสียงดีใจของคุณย่าคนใหม่ดังผ่านจอโทรศัพท์มือถือคุณชัยวัฒน์ยิ้มกว้างพร้อมเปล่งเสียงแห่งความยินดีผ่านไปยังปลายสายว่า
“น่ารักจริงๆ! ผมจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จไวๆ แล้วรีบบินกลับไปหาหลาน รอปู่ก่อนนะน้องไทเกอร์”
ธนัทมองแพรไหมผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์ สายตาของเขายังคงโหยหาเธอเช่นเดิม
“ยินดีด้วยครับพี่สะใภ้ผมยังต้องเคลียร์งานอีกมาก น่าจะร่วมเดือน หรือถ้าไม่ทัน ผมอาจจะต้องบินตามไปทีหลัง”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
รอยยิ้มของแพรไหมกลับดูเศร้าเหลือเกินใบหน้าแดงระเรื่อ มือกุมท้องที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจ
‘คุณธนัท… จะให้ฉันรออีกเป็นเดือนเชียวหรือเขาคงลืมฉันไปเสียแล้วสินะ ถึงยังไง งานก็สำคัญกว่าฉันเสมอ’
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาแพรไหมกลับมาพักฟื้นที่คฤหาสน์ มีป้านุ่มคอยดูแลอย่างใกล้ชิดแต่แล้วความวุ่นวายในบ้านก็ยังไม่จบสิ้น
เมื่อน้องไทเกอร์อายุได้ราวหนึ่งเดือนกว่า…
คุณสรรเสริญ น้องชายคุณหญิงสุรีย์ประสบอุบัติเหตุรถชน ดวงตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น แม้ว่าเขาจะได้รับการผ่าตัดใหญ่และนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้วระยะหนึ่ง
ก่อนออกจากโรงพยาบาลศัลยแพทย์มือหนึ่งได้กล่าวแบ่งรับแบ่งสู้ว่า
“ดวงตาของคุณสรรเสริญได้รับการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีแล้วครบที่เหลือก็แค่ต้องใช้เวลาให้ร่างกายปรับตัว อาจจะต้องฟื้นฟูนาน ผมเองก็ไม่ทราบว่าร่างกายจะใช้เวลานานมากแค่ไหนหรืออาจจะ…”
“หรือถ้าโชคร้าย ก็อาจจะมองไม่เห็นตลอดไปญาติคนไข้ต้องทำใจเผื่อไว้บ้างนะครับ”
นักศึกษาแพทย์เผลอหลุดปากออกไปจนได้
คุณหญิงสุรีย์ได้รับทราบอาการทั้งหมดจากนายแพทย์ทั้งสองแล้วจึงตัดสินใจย้ายคุณสรรเสริญให้มาพักฟื้นที่คฤหาสน์มีพยาบาลส่วนตัวและป้านุ่มช่วยดูแล
“ป้านุ่ม ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนฉันด้วยนะจ๊ะฝากคุณสรรเสริญด้วยนะ ถึงจะมีพยาบาลส่วนตัวคอยช่วยดูแลแต่ฉันก็ไม่เคยไว้ใจใครเท่าป้านุ่มเลย”