23
ไม่มีสิ่งใดติดค้าง
“นี่พวกเ้าทำสิ่งใดกันอยู่” ระหว่างที่คนงานกำลังเก็บข้าวของ ๆ เจียงถิงถิงใส่กล่องไม้ เก็บสินเดิมนางขึ้นรถม้าเพื่อย้ายข้าวของออกจากคฤหาสน์ตระกูลหยุน เพียงหนึ่งวันหลังจากที่นางเข้าไปพูดคุยกับฮูหยินใหญ่เสร็จ เจียงถิงถิงก็ไปปรึกษาอันอี้เฉินเื่การย้ายออกจากที่นี่
เพียงหนึ่งคืนอันอี้เฉินก็เตรียมการทั้งหมดราวกับเตรียมไว้แล้วอย่างไรอย่างนั้น
“เจียงถิงถิงกำลังจะออกไปจากที่นี่เ้าค่ะ” หญิงสาวที่เดินตามมาเป็คนตอบคำถามของผู้นำตระกูลหยุน ย้ำเตือนให้ผู้เป็สามีรับรู้ว่าตอนนี้นางไม่ใช่ภรรยาของเขาอีกต่อไปแล้ว คิดหาทางกำจัดนางมานานไม่นึกว่าจะเป็เจียงถิงถิงเองที่อยากจะไป นางทั้งกลั่นแกล้งทั้งป้ายสีจนตนเองรู้สึกแย่กับตนเองไม่น้อย
“หากข้าไม่ยินยอมนางจะออกไปได้อย่างไรกัน พวกเ้าหยุดเดี๋ยวนี้”
“ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อข้ามีหนังสือหย่า” เจียงถิงถิงที่เดินเข้ามาดูการเตรียมการขนของพูดขึ้นหลังจากได้ยินคำพูดไม่เข้าหูจากอดีตสามี สายตาเกลียดชังจดจ้องไปยังใบหน้าฉุนเฉียวของหยุนฮ่าวหราน พูดจบก็หยิบหนังสือหย่าขึ้นมาโบกเบา ๆ
หยุนฮ่าวหรานตาวาวเมื่อเห็นสิ่งที่ตามหา แขนกำยำขยับอย่างรวดเร็วหมายจะฉกฉวยของในมือของนางแต่กลับถูกฝ่ามือขนาดเท่า ๆ กันหยุดไว้เสียก่อน
“ท่านพี่อย่าทำเช่นนี้เลย หนังสือหย่านี้ท่านเป็ผู้ที่สมัครใจเขียนเองลงชื่อไว้ทั้งสองคนมีผลทางกฏหมายทันที ท่านป้าสะใภ้ก็รับรู้แล้ว”
“อันอี้เฉิน เ้ารอโอกาสนี้อยู่ใช่หรือไม่จึงขัดขวางข้าทุกทางเช่นนี้” หยุนฮ่าวหรานเอ่ยตำหนิญาติผู้น้องอย่างเหลืออด ทั้งยังเพียรพยายามกระชากข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของอันอี้เฉินด้วยแต่ไม่ว่าจะสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
อันอี้เฉินมองหน้าคนที่กำลังตำหนิตนเองอยู่ด้วยรอยยิ้มไร้ซึ่งความโมโหใด แต่กลับเป็เจียงถิงถิงเองที่โมโหเพราะความคิดแย่ ๆ ของหยุนฮ่าวหราน
“ผู้ใดจะมีจิตใจสกปรกเช่นท่านกัน”
“อย่าโมโหไปเลย เ้ารีบไปกันเถิด ท่านพี่กล่าวไม่ผิด ข้ารอเวลานี้มานานจริง ๆ และข้ายินดีมากที่นางกำลังจะไปจากที่นี่” อันอี้เฉินหันไปพูดคุยกับเจียงถิงถิงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนจะหันไปตอบญาติผู้พี่ที่ตนเองอดทนไม่ต่อปากต่อคำหาเื่เขา เพื่อจะได้ทนอยู่ที่นี่เป็ที่พึ่งให้สหายของตนเอง เขาตอบหยุนฮ่าวหรานน้ำเสียงแข็งกระด้างไม่หลงเหลือความเกรงใจใด ๆ
“เช่นนั้นเ้าก็ตามนางไปเสียเลยสิ จะมาอยู่ในบ้านของข้าทำไม” หยุนฮ่าวหรานออกปากไล่อันอี้เฉินที่เอาแต่คอยขัดขวางเขาไม่ให้เข้าใกล้เจียงถิงถิงอยู่ตลอด แทนที่อีกฝ่ายจะตื่นกลัวที่ถูกไล่อันอี้เฉินกลับหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปล่อยมือหยุนฮ่าวหรานลง
“ท่านพี่ช่างรู้ใจข้าเสียจริง ท่านรู้ั้แ่เมื่อไรกันว่าข้าจะไปพร้อมนาง”
“นี่เ้ารอแทงข้างหลังมาตลอดจริง ๆ หรืออันอี้เฉิน”
“หากท่านพี่จะคิดเช่นนั้นข้าคงไม่มีสิ่งใดจะพูด”
“ข้าไม่ยินยอม”
ระหว่างที่สองบุรุษกำลังถกเถียงกันอย่างไม่มีทีท่าจะลดราวาศอกจนกระทั่งบางคนปรากฎตัวขึ้น ฮูหยินใหญ่ตระกูลหยุนเดินเข้ามายืนตรงหน้าเพื่อห้ามปรามบุตรชายตนเอง ไม่ให้ก่อความวุ่นวายจนต้องขายหน้าตระกูล
“หรานเอ๋อร์ เ้ากลับเรือนไปได้แล้ว ตรงนี้ให้เยี่ยนฟางดูก็พอ ทำตัวให้สมกับเป็ผู้นำสกุล เ้าเป็คนเขียนหนังสือหย่านี่เองตอนนี้จะมาฟูมฟายหาสิ่งใดกัน” หยุนฮูหยินกล่าวกับบุตรชายด้วยท่าทีสงบนิ่งเ็าราวกับธารน้ำแข็งในเหมันตฤดู ดูสูงส่งราวกับนางพญา สายตามั่นคงมองตรงไปข้างหน้าไม่ใส่ใจจะมองผู้ใด สมเป็ฮูหยินใหญ่ของสกุลถึงนางจะหยิ่งทะนงเช่นใดแต่นางไม่ใช่ผู้ไร้เหตุผลและนางจะไม่ยอมให้ตระกูลที่นางดูแลอยู่ต้องอับอาย
“ท่านแม่ ข้า...”
“เ้าไม่เชื่อฟังแม่แล้วหรือ”
“ลูกไม่ยินยอม” กล่าวจบหยุนฮ่าวหรานก็เดินออกไปบริเวณหน้าเรือนข้าง สีหน้าและอารมณ์ไม่สู้ดีนัก เพราะผู้เป็แม่ออกหน้าเขาจึงทำสิ่งใดมากไม่ได้เกรงจะเป็การไม่ฟังมารดา หยุนฮ่าวหรานทำได้เพียงรามือในวันนี้แต่เขาไม่อาจปล่อยให้อันอี้เฉินแทงข้างหลังเช่นนี้ได้
“ขอบคุณท่านป้าสะใภ้ที่ออกหน้า” อันอี้เฉินค้อมตัวคำนับสตรีที่อยู่ในฐานะป้าสะใภ้ หลังจากนางปรามบุตรชายตนเองจนต้องล่าถอย
“กาฝากเช่นพวกเ้าจากไปข้าย่อมต้องดีใจ ไม่มีเหตุอันใดให้ข้ารั้งไว้” เดิมหลี่เหลียนฮวาผู้นี้ก็ไม่ได้ชอบใจนักที่ผู้เป็สามีรับลูกของน้องชายมาไว้ในบ้าน นางจึงไม่ข้องแวะกับอันอี้เฉินไม่ได้ดีด้วยั้แ่แรก ยิ่งพอรู้ว่าอันอี้เฉินกับเจียงถิงถิงเป็สหายกันนางจึงไม่ถูกใจเจียงถิงถิงไปด้วย พอเห็นเจียงถิงถิงที่อวบอ้วนนางยิ่งไม่พอใจ นางจึงทำดีกับซ่งเยี่ยนฟางที่เป็อนุภรรยามากกว่าภรรยาเอกอย่างเจียงถิงถิง
“ถึงจะเป็เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณฮูหยินใหญ่ที่ยอมให้ข้าไปอย่างถูกต้อง”
“หากเก็บของเสร็จแล้วก็รีบไปเสีย อย่าอยู่ให้รกหูรกตาบุตรชายข้าอีก เยี่ยนฟางเ้าเฝ้าพวกนางอย่าให้ขนของ ๆ เราไปด้วยรู้หรือไม่” เอ่ยประชดประชันอีกฝ่ายเสร็จหลี่เหลียนฮวาจึงหันไปสั่งอนุภรรยาของบุตรชาย กำชับให้จับตาดูข้าวของในบ้านไม่ให้ถูกหยิบฉวยไป
“เยี่ยนฟางรับทราบเ้าค่ะ เชิญท่านแม่ไปพักเถิดเ้าค่ะ” นางรับคำพร้อมกับคำนับแม่สามี จนแม่สามีพยักหน้าแล้วเดินหายไป
“ข้าขอพูดด้วยสักครู่ได้หรือไม่” เสียงเล็กหวานของซ่งเยี่ยนฟางหันไปพูดคุยสตรีที่นางเคยเกลียดจนอยากให้หายไป เจียงถิงถิงพยักหน้าให้นางก่อนจะหันไปสั่งสหายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เ้าไปช่วยผู่เย่ว์ดูข้าวของของข้าที อย่าลืมแม้สักอย่าง”
“ข้ารู้แล้ว” อันอี้เฉินตอบด้วยรอยยิ้มหวานแล้วรับหนังสือหย่าที่นางยื่นมาให้ยัดใส่แขนเสื้อของตนเอง ขยิบตาให้เจียงถิงถิงก่อนจะเดินเข้าไปดูคนใช้ที่กำลังขนของอยู่ในหน้าห้องนอน
“มีสิ่งใดก็ว่ามา”
“ข้าขออภัยคุณหนูเจียงที่เคยล่วงเกิน รังแก กลั่นแกล้งท่านยามที่ท่านอยู่ที่นี่ หลังจากรู้ว่าท่านเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ข้าจึงเริ่มรู้สึกละอายยิ่งนักที่ได้ทำสิ่งต่ำช้าต่าง ๆ แก่ท่าน ข้าเพียงอิจฉาที่ท่านเป็บุตรีสกุลเจียงจึงได้แต่งเป็ฮูหยิน แต่ตัวข้าต่ำต้อยจึงทำได้เพียงยอมเป็อนุ ยามนี้ท่านกำลังจะไปข้าจึงไม่อยากติดค้างสิ่งใดต่อท่านอีก” ซ่งเยี่ยนฟางกล่าวจบก็ค้อมตัวคำนับนางอย่างจริงใจ สีหน้าท่าทางนางบ่งบอกว่านางรู้สึกเช่นที่พูดจริง ๆ เจียงถิงถิงแปลกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่นางกล่าวเช่นนี้ เพราะนางไม่เคยรู้เหตุผลที่แท้จริงเลยว่าเหตุใดซ่งเยี่ยนฟางจึงเกลียดตนเอง ทั้งที่แต่เดิมเจียงถิงถิงไม่มีสิ่งใดสู้ซ่งเยี่ยนฟางได้เลย
นี่คงเป็ความคิดเก่าแก่โบราณนานมาว่าสตรีมีค่าเพียงเป็ไม้ประดับของบุรุษแต่เพียงเท่านั้น ซึ่งผ่านมาจวบจนครึ่งปีที่นางได้อยู่ที่นี่แต่นางเองก็ไม่อาจเข้าใจได้กระมัง
“ข้าเลิกเกลียดเ้าไม่ได้หรอก อย่างไรเสียเ้าก็เคยหมายจะให้ข้าตายไปจริง ๆ แต่ข้าจะรับคำขอโทษของเ้าเอาไว้ไม่ให้เราสองมีสิ่งใดติดค้างต่อกันอีก ข้าไม่ติดค้างเ้า เ้าไม่มีสิ่งใดติดค้างข้าอีก”
“ขอบคุณ”
“อ๋อ ข้าอยากจะบอกสิ่งหนึ่งแก่เ้าเสียหน่อย ต่ำต้อยหรือไม่อยู่ที่เ้ามองตนเองเช่นไรไม่ใช่คนอื่นมองเ้าเช่นไร หากเ้ายังดูแคลนตนเองแล้วผู้ใดจะให้เกียรติเ้า” ร่างระหงส์เดินจากไปหลังจากเอ่ยเตือนสตรีที่เคยเกลียดกันจนเกือบเข่นฆ่ากันให้ตายตกไปเสีย บัดนี้สิ่งต่าง ๆ ในใจนางล้วนถูกแก้ไปหมดแล้ว จากนี้ไปนางจะใช้ชีวิตเพื่อตนเองไม่ยอมเป็ไม้ประดับของผู้ใดอีก
PS. มีอีบุ๊กลดราคาอยู่น้าาา โปรโมชั่นลด47% แค่7วันเท่านั้นนน
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTY0Nzg1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjUzMzU1Ijt9