บทที่ 14
เอาอกเอาใจ
สัปดาห์ต่อมาพราวฝันพร้อมอาหว่านขนของพะรุงพะรังกันมาที่หอนอนของฮูหยินผู้เฒ่าใน่บ่ายจนไป๋เยว่แตกตื่นต้องรีบออกมาขวางไว้
“ฮูหยินน้อยท่านจะหอบของพวกนี้มาทำการสิ่งใดเ้าคะ”
หญิงสาวเพียงยิ้มกว้างแทนคำตอบและชะเง้อโก่งคอะโเข้าไปด้านใน “ท่านย่า! ข้ามาตอบแทนท่านแล้ว ให้ข้าเข้าไปเถิดเ้าค่ะ”
“ชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้ว มาโหวกเหวกอะไรอยู่ได้นังหนูนี่!” หญิงผู้เฒ่าบ่นพึมพำขณะกำลังรับประทานยุเหวียนเชียว[1]เป็ของว่าง
“ท่านย่า! ข้ามีอะไรจะทำให้ท่านดูด้วย ให้ข้าเข้าไปเถิดเ้าค่ะ”
“เอาล่ะๆ ให้นางเข้ามาไป๋เยว่ หาไม่ก็คงดื้อดึงอยู่อย่างนั้น ข้าก็อยากจะรู้ว่านางจะตอบแทนข้าเยี่ยงไร”
“เ้าค่ะฮูหยิน” รับคำสั่งแล้วแม่นมาุโก็ปล่อยให้ผู้รบกวนบุกเข้าไปถึงด้านใน
เมื่อยึดพื้นที่ได้พราวฝันก็กางของทุกอย่างลงบนโต๊ะจนผู้เป็ย่าต้องยกถ้วยขนมหวานของตัวเองหลบ
“นี่มันอะไรกันรึ”
หญิงสาวบรรจงจัดเรียงอุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ ให้เป็ระเบียบเรียบร้อยพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างนำเสนอ
“ตอบแทนท่านด้วยความอ่อนเยาว์อย่างไรล่ะเ้าคะ” เธอตอบ ได้ฟังดังนั้นฮูหยินผู้เฒ่าก็หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัย
“เ้าเห็นว่าใบหน้าของข้ามันเหี่ยวย่นดูรบกวนจิตใจเ้านักรึยังไง ฮื้อ!”
“ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้นเสียหน่อยท่านย่า เพียงข้าได้เห็นท่านปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าในอดีตท่านเป็สตรีที่งดงามยืนหนึ่งในฉางอานแห่งนี้”
ผู้ถูกอวยไม่ได้โต้ตอบอะไรแต่ทำเป็เชิดคอขึ้นเพื่อยืนยันสิ่งที่อีกฝ่ายว่า
“เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป ดอกไม้อย่างเราก็ต้องโรยราไปตามกาลเวลาอันเป็วัฏจักรของธรรมชาติ...” ว่าพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อวิเคราะห์ผิวหน้าของผู้าุโให้ชัดๆ “ผิวของท่านนั้นดูอ่อนล้าแถมยังแห้งผากเมื่ออากาศเริ่มหนาวจนดูขาดสุขภาพ แถมมีริ้วรอยร่องลึกเป็ต้นเหตุแห่งความหม่นหมอง”
“อะไรมันจะแย่ขนาดนั้น จะมาตอบแทนข้ารึมาซ้ำเติมกันแน่!” ฮูหยินผู้เฒ่าชักจะหงุดหงิดจึงสะบัดหน้าหนี
“หากดูแลปัญหาเหล่านี้ได้ท่านก็จะกลับมาเปล่งปลั่ง... ท่านย่านี่ล่ะที่ข้าจะตอบแทนท่าน”
“ก็แค่พวกเป่าวัว ไฉนเลยจะมีปัญญาทำอย่างอย่างที่ว่า”
“เป่าวัว เป่าทำไมเ้าคะ”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเปรียบเปรยว่าเป่าหนังวัว[2] หมายถึงว่าการพูดจาโอ้อวดเ้าค่ะฮูหยินน้อย”
แต่ถึงกระนั้นพราวฝันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องไปยุ่งอะไรกับวัว
“จะโอ้อวดเกินจริงรึไม่ก็ต้องให้ท่านเป็ผู้พิสูจน์เองท่านย่า... ท่านเลิกกินบัวลอยในถ้วยนั้นแล้วนอนลงเ้าค่ะ” หญิงสาวว่าพร้อมกับจับจูงผู้าุโไปกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้ไม้สำหรับนอนเอกเขนกที่อยู่ด้านข้าง
“เ้ากี้เ้าการเสียจริง!”
“วันนี้ข้าจะสวมบทเป็บิวตี้สเปชียลลิสต์ดูแลความงามให้ท่านเอง” แล้วนำผ้าห่มมาคลุมร่างกายท่อนล่างของลูกค้ากิตติมศักดิ์ไว้
โชคดีที่สมัยวัยรุ่นเธอเคยรับงานเป็เ้าหน้าที่กดสิวและนวดหน้าให้คลินิกความงามแห่งหนึ่งมาก่อน จึงทำให้พอมีประสบการณ์ติดตัวมาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองในยุคนี้ได้บ้าง
“เ้าคงไม่ได้จะทำอะไรพิเรนทร์หรอกใช่มั้ย”
“ไว้ใจข้าได้เลยท่านย่า”
ถึงจะยังหวาดระแวงแต่ก็ไหวตัวไม่ทันเสียแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าจึงต้องนอนนิ่ง ๆแล้วปล่อยให้หลานสะใภ้ดำเนินกิจกรรมต่อไปตามอำเภอใจ
อาหว่านยกกะละมังน้ำเข้ามาเตรียมไว้พร้อมผ้าสำหรับเช็ดหน้าอีกหลายผืน ท่ามกลางไป๋เยว่ที่ยืนมองอย่างสนอกสนใจ
หลังโพกผ้าเก็บเส้นผมให้ลูกค้าเป็มุมสามเหลี่ยมดูสวยงามแล้วพราวฝันก็เริ่มต้นการทำความสะอาดผิวด้วยน้ำข้าวอย่างที่เคยแนะนำอาหว่านพร้อมกับนวดวนเบาๆ จนลูกค้าของเธอเริ่มผ่อนคลาย
“ต่อไปผิวที่แห้งกร้านของท่านย่าจะถูกขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วด้วยน้ำตาลทรายและเมล็ดแอปริคอตนี่”
“ที่เ้าว่ามันคือสิ่งใดกัน”
“ฮูหยินน้อยหมายถึงการนำเมล็ดซิงเหรินมาบดละเอียดและขัดวนบนผิวหน้าเ้าค่ะ” อาหว่านช่วยเสริม
“อื่ม... เป็ััที่ประหลาด” ถึงจะยังไม่หายกังวลแต่ความสบายก็เข้ามาแทนที่จนอยากให้อีกฝ่ายทำต่อไม่หยุด
“ข้าจะนวดเดรนของเสียบนใบหน้าให้ท่านด้วยน้ำมันมะพร้าวซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอีช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ดี”
“ไม่ยักรู้ว่ามะพร้าวมีประโยชน์กับการบำรุงผิวพรรณด้วย” ไป๋เยว่แทรกถามหลังจากนั่งมองทุกขั้นตอนอย่างตื่นตาตื่นใจ
“นั่นน่ะสิ ไปสรรหามาจากที่ใดกัน” ชิงไห่เองก็ให้ความสนใจกับสิ่งที่ถูกนวดวนไปมาด้วยการกดจุดสำคัญต่าง ๆบนใบหน้าด้วย “แถมไปเรียนรู้พวกนี้มาจากที่ใด ข้าเติบโตมาในเมืองหลวงนี้ยังไม่เคยพบเห็นวิธีปรนนิบัติผิวเยี่ยงนี้มาก่อน”
“ข้าให้หมอเผิงซึ่งเป็สหายของข้าช่วยจัดการมาให้ มะพร้าวนี่เขาว่าเอาจากเมืองไห่หนาน อีกทั้งก็ศึกษาท่านวดเพื่อชะลอวัยจากเขาด้วยในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา” ตอบโดยโยนภาระให้เพื่อน
“จะบอกว่าตั้งใจเรียนรู้มาเพื่อปรนนิบัติข้าเยี่ยงนั้นรึ”
“พูดอีกก็ถูกอีกเ้าค่ะท่านย่า”
“ฮูหยินน้อยคอยติดตามวัตถุดิบเหล่านี้จากท่านหมอเผิงทุกวันเลยนะเ้าคะ”
ได้ฟังสิ่งที่สาวรับใช้ช่วยเสริมหญิงชราก็เบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
เมื่อนวดจนครบจบกระบวนท่าตามสูตรที่ได้เรียนมาจากเทรนเนอร์เมื่อครั้งทำงานที่คลินิกแล้ว พราวฝันก็งัดไม้เด็ดที่มั่นใจว่าในยุคนี้ยังไม่มีใครทำออกมาจากกล่องไม้ใบทรงแบนขนาดเท่าฝ่ามือ
“และนี่คือไคลม์แมกซ์! เรามามาส์กหน้ากันเ้าค่ะ!”
“หา”
ชิงไห่พยายามหันมองว่าหลานสะใภ้จะทำสิ่งใด แต่ก็ถูกนางกางแผ่นชีทมาส์กออกแล้ววางทาบทับบนใบหน้าเสียก่อน
“อยู่นิ่ง ๆ นะเ้าคะ ไม่อย่างนั้นศาสตร์ขั้นสูงแห่งการชะลอวัยของข้าจะเคลื่อนเอา”
ได้ยินอย่างนั้นหญิงชราจึงนอนตัวแข็งทื่อไม่ไหวติงจนพราวฝันและไป๋เยว่แอบกลั้นขำ
“หน้ากากที่วางทับบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าคือสิ่งใดกันเ้าคะฮูหยินน้อย” แม่นมาุโไม่พลาดที่จะแสดงความใคร่รู้
“ข้าสั่งให้คนงานในจวนทอฝ้ายเป็ผ้าผืนเล็กๆ แล้วนำมาตัดให้พอดีกับมาตรฐานของใบหน้ามนุษย์ เว้นช่องบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคำแนะนำของหมอเผิง เมื่อนำไปตากให้แห้งแล้วจึงหมักไว้ในน้ำมันมะพร้าวสูตรเข้มข้นในกล่องไม้นี่” พราวฝันอธิบายอย่างเพลิดเพลิน
“ฮูหยินน้อยบอกข้าว่าการมาส์กหน้าจะเป็การทำให้สารอาหารและวิตามินสำคัญซึมซาบลงสู่ชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น แถมสูตรนี้ยังช่วยลดการอักเสบบนผิวหน้าของข้าโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้อีกด้วยนะเ้าคะ” อาหว่านช่วยเสริมจากประสบการณ์ตรงที่ถูกใช้เป็หนูทดลองมาก่อน
“ดีจริง ๆถึงข้าจะแปลกใจที่เ้าพูดจาด้วยถ้อยคำประหลาดแต่ก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจนอัศจรรย์ หลายวันมานี้ตุ่มแดง ๆบนใบหน้าของเ้าลดลงเยอะมากทีเดียว”
ได้ยินที่ไป๋เยว่กล่าวอาหว่านก็อดจะอมยิ้มด้วยความขวยเขินและภาคภูมิใจไม่ได้
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าภายนอกนั้นมีใครบางคนแอบมองด้วยสายตาแห่งความไม่หวังดี เด็กสาวอย่างชุนฮวาเบ้ปากจนเป็เส้นโค้งเมื่อพบว่าพี่สะใภ้กำลังประจบประแจงทำดีกับท่านย่า หนำซ้ำท่านย่าและไป๋เยว่ยังไม่คิดปฏิเสธไมตรีจากนางอีกด้วย
จนเมื่อเวลาผ่านไปราวสองเค่อ โต้วชิงไห่กำลังนั่งมองใบหน้าตัวเองจากเงาสะท้อนในคันฉ่องแล้วยกมือเหี่ยวย่นขึ้นััพวงแก้มนุ่มอย่างช้าๆ
นางนั่งััทุกส่วนบนใบหน้าไปมาอยู่อย่างนั้นจนพราวฝันต้องกระแอมออกมา
“อัศจรรย์ใจเลยใช่มั้ยล่ะเ้าคะ เป็อย่างไรบ้าง ผิวหน้าของท่านย่าชุ่มชื้นขึ้นใช่มั้ยเ้าคะ”
“มันนุ่ม... นุ่มมาก จนข้าไม่อยากเลิกแตะต้องผิวหน้าตัวเองเลย”
ผลตอบรับทำให้ทุกคนยิ้มกว้าง
“ไม่เพียงเท่านั้นนะเ้าคะ ผิวหน้าของท่านยังดูสว่างราวกับขาวขึ้นด้วยเ้าค่ะ” ไป๋เยว่ร่วมวิเคราะห์ผลลัพธ์หลังทำ
“ข้าไม่คิดว่าเ้าจะมีความสามารถถึงเพียงนี้”
“ข้ายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ท่านคาดไม่ถึงนะท่านย่า คงจะไม่ว่าข้าเป็พวกเป่าหนังวงหนังวัวอะไรนั่นอีกแล้วใช่มั้ย”
“ไม่แล้ว ๆ” หญิงชราหัวเราะน้อย ๆ อย่างชอบใจ “ว่าแต่... ผิวของข้าจะดูเปล่งปลั่งแบบนี้ไปอีกนานรึไม่”
“ไม่เ้าค่ะ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้ผู้าุโเปลี่ยนสีหน้าเริงร่าโดยพลัน
“ทุกสิ่งย่อมร่วงโรยไปตามกาลเวลา ดังนั้นอย่างน้อย ๆ จึงต้องดูแลทุก ๆ เจ็ดวัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องสบสายตากับหลานสะใภ้อย่างสนใจ
“ฉะนั้น...” พราวฝันหยุดพูดเพื่อเตรียมยื่นข้อเสนอ
“เหตุใดดวงตาของเ้าจึงแพรวพราวไปด้วยความเ้าเล่ห์นัก”
“ข้าไม่ได้คิดชั่ว... แต่หากท่านย่าอยากให้ข้ามาปรนนิบัติทุก ๆเจ็ดวันก็ต้องเอ็นดูข้ากับลูกในท้องเยอะ ๆ นะเ้าคะ หากท่านย่าเมตตาข้าด้วยใจจริงจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนข้าก็จะทำให้ท่านมีความสุขให้ได้”
“...”
น้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังในตอนท้ายทำให้หญิงชราต้องเก็บเอาบางอย่างมาพิจารณา
นี่น่ะหรือ... นางปีศาจต๋าจี๋[3]ที่แฝงตัวเข้ามาปั่นป่วนในฐานะสะใภ้ตระกูลโต้วอย่างที่โต้วหนิงอันปรามาสไว้
หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่มีดวงตาสีดำขลับราวลูกกวางน้อยและเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความมุ่งมั่นและจริงใจจะเป็คนที่มากมารยาและร้ายกาจไปได้อย่างไร
หากแต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ได้พูดอะไรต่อจากเสียงอ้อนวอนที่ฟังดูแสนจะน่าสงสารนั้น นางหันใบหน้ากลับไปด้วยท่าทางถมึงทึงอย่างปกติ ราวกับ่เวลาแห่งการเอาอกเอาใจได้จบสิ้นแล้ว
พราวฝันเองก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้ผู้าุโสูงสุดในจวนพึงพอใจได้บ้าง เพราะเธอเพียงอยากตอบแทนที่นางยอมช่วยดูแลอย่างดีในคืนที่ถูกสามีไล่ตะเพิดออกจากหอนอน ไม่อย่างนั้นคงล้มป่วยไปแล้ว
ตอนนั้นเองที่ใครบางคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาที่หน้าประตูอีกราวกับภาพเดจาวู
“คารวะฮูหยินผู้เฒ่า...”
“จะมาตามฮูหยินน้อยคนโปรดของเ้าไปดูแลงานในจวนอีกสินะ” เ้าของห้องตอบกลับไปอย่างรู้ทัน
“เยี่ยงนั้นแล้ว... บ่าวขอเชิญฮูหยินน้อยกลับไปกับบ่าวด้วยเถิดเ้าค่ะ” อันหยินออกปากเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจที่วันนี้ไม่ถูกขัดขวางในภารกิจ
ระหว่างนั้นเองพราวฝันกับอาหว่านก็ช่วยกันเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวไปรับชะตากรรม แต่ทว่าสิ่งที่ลูกค้ากิตติมศักดิ์ในคลินิกเคลื่อนที่ตอบกลับอีกฝ่ายไปก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมา
“อันหยินจงฟังให้ดี...”
“คะ ฮูหยินผู้เฒ่า...”
“ต่อไปอย่าเรียกให้ซูเมิ่งไปทำงานบ้านงานเรือนในจวนอีก”
“เ้าคะ” ผู้จัดการบ้านยกคิ้วย้อนด้วยความประหลาดใจ
“เราทุกคนต่างก็รู้ว่านางกำลังท้องกำลังไส้ เหตุใดจึงไม่ปฏิบัติต่อนางให้ดีกว่านี้ เกิดเป็ลมล้มไปอีกจนสูญเสียทายาทสกุลโต้วไปก่อนเวลาอันควรจะรับผิดชอบกันเยี่ยงไร จงกลับไปรายงานฮูหยินของเ้าว่าข้าขอใช้สิทธิาุโเพื่อออกคำสั่งฉุกเฉิน และเ้าก็ไม่ต้องย้อนอะไรให้มากความ”
“เอ่อ เ้าค่ะ...” ขานรับด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังแล้วคราวนี้อันหยินจึงหมุนตัวจากไปอย่างว่าง่าย
พราวฝันอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเองขณะคนที่สร้างเซอร์ไพรส์เก่งที่สุดก็หันมายักคิ้วกับเธอด้วยความเ้าเล่ห์แพรวพราวไม่ต่างกัน
ด้วยท่าทางน่ามันเขี้ยวเช่นนั้นหญิงสาวจึงโผเข้าไปกอดาุโเอาไว้แน่น แม้นางจะพยายามขัดขืนเพื่อเล่นตัวแต่เมื่อถูกรัดแน่นเข้าจึงยอมหยุดนิ่ง
“ท่านย่านี่ฟอร์มจัดจริง ๆ อยากให้ข้ามานวดหน้าให้ทุกอาทิตย์ก็ไม่บอก”
“อย่าเที่ยวพูดเข้าข้างตัวเอง ข้าเพียงแต่ไม่อยากให้พระโพธิสัตว์กล่าวโทษข้าฐานไม่ดูแลชีวิตน้อย ๆ ให้ดี”
“ท่านนี่แหละคือพระโพธิสัตว์ของข้า กอดท่านย่านี่อุ่นจริง ๆ เล้ยยย...”
มีเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากเรือนปีกขวา ราวกับประตูแห่งความสุขได้เปิดรับพราวฝันเข้ามาบ้างแล้ว...
[1] ยุเหวียนเชียว คือขนมบัวลอยจีน มักมีไส้เป็งาดำต้มในน้ำขิงปรุงรสให้ออกหวานหรือเมืองไทยเรียกว่า บัวลอยน้ำขิง
[2] เป่าหนังวัว ในภาษาจีน (吹牛皮) หมายถึง การพูดเกินจริง ขี้อวด หรือพูดในสิ่งที่ทำไม่ได้จริง เปรียบเหมือนกับการพยายามเป่าลมเข้าไปในหนังวัวให้พอง ซึ่งเป็สิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะหนังวัวไม่สามารถพองขึ้นได้
[3] ต๋าจี๋ คือนางปีศาจจิ้งจอกที่เป็ตำนานล่มเมืองทำลายชาติในสมัยพระเ้าโจ้วหวังซึ่งเป็ฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ซาง