แนะนำตัวละคร
ที หรือ ทีทัตน์ (ลูค) วรชา : ลูกชายบุญธรรมของตระกูลลูค หรือ รอคโค ว่าที่คุณหมออนาคตไกล ที่ไม่ว่าใครในโรงพยาบาลก็รู้จักเพราะความนิสัยดี ขยัน แถมเวลาใครไม่ว่างก็ได้หมอทีนี่แหละคอยเข้าเวรแทนให้ตลอด เป็เด็กทุนพิเศษของมหาวิทยาลัยที่พ่อ (? ) ตัวเองเป็เ้าของ
หยางหลง หรือ ั : ลูกชายคนเดียวของหยางเทียนและดาหลา เ้าพ่อของแผ่นดินใหญ่ที่มีทั้งธุรกิจทั้งถูกและผิดกฎหมาย
ทาม ลูค : ลูกชายคนเดียวที่ไอเป็คนอุ้มท้องมา เป็ว่าที่ทายาทของรอคโคแฟมิลี่ รักและหวงทีมาก เพราะตอนเด็ก ๆ ทามอยากมีพี่น้องแต่ไอไม่มีจนไปเจอกับทีเข้า ปัจจุบันเป็นักศึกษาวิศวะชั้นปีที่ 3 และยังต้องเตรียมตัวเพื่อขึ้นรับตำแหน่งทายาทของรอคโคแฟมิลี่
ไอ หรือ อันดา ลูค วรชา : มีศักดิ์เป็แม่บุญธรรมของทีที่เป็คนรับเลี้ยงที รักและห่วงทีเปมือนลูกแท้ ๆ มีอีกชื่อคือเ้าชายอันดา เนล ไอ พระอนุชาในชีคอาเธอร์แห่งซาร์นพา
เทมส์ – ทรอส ลูค : ฝาแฝดเ้าของอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมอันดับหนึ่งในไทย และยังเป็บอสของรอคโคแฟมิลี่ที่มีอิทธิพลติดอันดับโลก นอกจากเป็สามีอย่างถูกต้องของไอแล้วยังเป็ แด๊ดกับป๋าที่รักและหวงลูกอย่างทีกับทามมาก ถึงจะเอียงไปหวงทีมากกว่าทาม (? )
หยางเทียน – ดาหลา : ป๊ากับม๊าของหยางหลง เป็เพื่อนสนิทของเทมส์และทรอส เคยช่วยเหลือกันมาหลายครั้ง
เตวิชน์ – เป็หนึ่ง : เพื่อนสนิทของที ควบตำแหน่งการ์ดและมือขวาของที เป็ลูกชายของสหายคนสนิทของไอ
Intro
"วันนี้เดี๋ยวพี่เข้าไปดูร้านให้ ตอนบ่ายมีควิซน่าจะเสร็จเร็วทามไม่ต้องห่วง"
"โอเค เดี๋ยวผมจะบอกนพไว้ให้ วันนี้ดูแล้วไม่น่าจะได้กลับ"
"ดูแลตัวเองนะ ไว้เจอกัน" ผมหันไปบอกน้องชายก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
"ไง ทีวันนี้ทำไมทามมาส่งได้ล่ะ" ดาว เพื่อนนักศึกษาแพทย์กลุ่มเดียวกับผมหันมาทัก
"เมื่อคืนกลับไปเอาของที่บ้านน่ะ เลยค้างคืนนึงวันนี้เลยออกมาพร้อมกัน" มีไม่กี่คนหรอกครับที่รู้ว่าผมกับทามเป็พี่น้องกัน แน่ล่ะ ใครมันจะไปเชื่อว่าอดีตเดือนมหาลัย แถมพ่วงตำแหน่งอดีตเฮดว้ากประจำวิศวะ จะเป็น้องชายของ นักศึกษาแพทย์ ปีสุดท้าย ที่หน้าตาก็พอดูได้ ไม่ได้โดดเด่น แถมยังเป็เด็กทุนแบบนี้ล่ะครับ
"อรุณสวัสดิ์ ดาว ไงมึง" เสียงทักดังมาจากสองหนุ่มดูโอ้ตัวติดกัน นามว่า เตวิชณ์ กับ เป็หนึ่ง ทั้งคู่เรียนจบคณะบริหารเรียบร้อยแต่สมัครเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย เลยทำให้พวกเราสนิทกัน
"เตกับหนึ่งมาพอดี ดาวมีเื่จะถาม"
"เมื่อคืนมีคนเห็นเตกับหนึ่งแอบไปควงสาวเข้าโรงแรม จริงหรือเปล่า! " ดาวถามจริงจังก่อนจะคว้าแขนสองข้างของเตกับหนึ่งไว้กันหนี
"ไปใหญ่แล้วดาว นั่นแม่เตกับหนึ่งเอง ท่านมาจากต่างประเทศเลยแวะไปทานข้าวด้วย"
"จริงหรอที" ดาวปล่อยแต่ไม่ยอมรับหันกลับมาเปิดรูปให้ผมดู
"จริงๆ ดาว นี่แม่เตกับหนึ่งมัน ทีเคยเจอ" จะไม่เจอได้ไง ก็เมื่อเช้ายังกินข้าวด้วยกันอยู่เลย แอบขยิบตาให้สองหนุ่มด้านหลังก่อนที่แม่นักสืบดาวจะค้นลึกมากกว่านี้
"ทีต้องไปแล้วดาว มีควิซกับพี่เลี้ยง ไปนะ" ผมชิ่งออกมาก่อนที่เตกับหนึ่งจะชิ่งตาม
ภายในลิฟต์
"โชคดีที่ดาวไม่สงสัยนะ ไม่งั้นนายสองคนโดนซักจนขาวแน่" หันไปบ่นกับมันสองคนทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดและแน่นอนดาวเก็บของและตามมาไม่ทัน
"นั่นดิ จะอยากรู้อะไรขนาดนั้น" เตบ่น
"วันนี้มึงเข้าไปดูร้านใช่มั้ย" หนึ่งถาม
"อือ คงเข้าไปนั่งซักแปบแหละ ถ้าได้ใครติดมือก็เอา พรุ่งนี้ไม่ต้องเข้าเวร" ผมยิ้ม มันก็ต้องมีปลดปล่อยกันบ้างใช่มั้ยล่ะครับ ยิ่งเดือนนี้ทั้งเดือนมัวแต่วุ่นกับการเข้าเวร ขึ้นวอร์ด ไหนจะควิซอีก
"อย่าให้คุณท่านได้ยินเชียว" เตทำท่าขนลุก
"แล้วจะเข้าไปเปลี่ยนชุดที่หอหรือจะแวะบ้าน" หนึ่งถาม
"แวะบ้านแล้วกันยังไงก็ทางผ่านอยู่แล้ว"
"งั้นตอนเย็นเจอกันที่เดิมละกัน บายคุณชายที"
"บายคุณชาย"
ผมหันไปเบ้หน้าใส่มันทั้งคู่ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปยังห้องเรียนที่มีในโรงพยาบาลสำหรับนักศึกษาแพทย์ ผมเรียนคนละคลาสกับดาว เพราะคนละเอกกัน
หมอปีสุดท้ายอย่างพวกผมจริง ๆ ไม่มีเรียนแล้วครับ จะมีก็แต่ลงฝึกจริง ตรวจจริง เข้าวอร์ด ดูแลผู้ป่วย แต่ก็มีบางคนที่ยังคงต้องเรียนเพิ่ม เช่นผม ไม่ใช่ผมสอบตกหรืออะไรนะครับ พอดีหมอใหญ่เห็นว่าผมดันช่วยในห้องฉุกเฉินได้เยอะแกเลยให้เปิดวิชาศัลยแพทย์ให้ผมปูพื้นฐานด้านการ
ผ่าตัดไปด้วยเลย มีที่ไหนเค้าเปิดคลาสนอกหลักสูตรกันได้ตามใจบ้างครับ พวกเพื่อนกับคนอื่นน่ะคงเข้าใจว่าผมเป็เด็กทุนยังไงสุดท้ายก็ต้องทำงานใช้ทุนจะมีวิชาเพิ่มเพื่อให้รู้มากก็ไม่แปลกเพราะยังไงโรงพยาบาลก็ได้ประโยชน์ แต่เื่จริงเหรอครับ อาจารย์หมอแกดันรู้น่ะสิครับ ว่าผมมันไม่ใช่หมอธรรมดา! แถมเพื่อนสนิทที่ตามติดไปทั่วอย่างหนึ่งกับเตก็ไม่ได้สมัครเข้ามาเป็ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างเดียวไงครับ คนมีชนักติดหลังก็ทนต่อไปทำอะไรไม่ได้นี่นะ
เวลาบ่ายสาม
ฮึบบบ ในที่สุดก็เสร็จสักที วันนี้ผมจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ อ๊ะ ผมไม่ลืมนะครับว่าต้องเข้าไปเฝ้าร้านแทนทามน่ะ รอดูได้เลยครับ
"รอนานปะ โทดที" ผมเดินออกมาลานจอดรถของผู้บริหารที่เตกับหนึ่งสูบบุหรี่รอ
"ไม่นาน แต่ถ้ายังไม่มาจะต่อมวนที่สองแล้ว" หนึ่งว่าก่อนจะขยี้บุหรี่ลงกับขี้เถ้าที่โรง'บาลเตรียมไว้
"สูบหนักขนาดนี้น่าฟ้องนะ"
"เอาสิ แฟ้มบัญชีดำของนายจะได้ร่อนไปตกตรงหน้ามัม" เตพูดขำ ๆ ก่อนจะเดินไปปลดล็อกรถ
"วันนี้จะกลับกี่โมง"เตถามหลังจากที่ขับออกจากโรงบาล
"ไม่น่าได้กลับนะ" ผมตอบก่อนจะหันมาสนใจเกมบนมือถือ ที่ขึ้นว่าโหลดเสร็จแล้ว
"ที" น้ำเสียงจริงจังจากหนึ่งไม่ได้ดึงความสนใจผมได้
"อย่างน้อยก็ต้องสแกนก่อนนะ" เตพูดเสริม
"รู้แล้วน่าา ไม่เคยคว้าใครมั่วซั่วสักหน่อย" อย่าเพิ่งว่าผมเป็เพลย์บอยนะ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย หวังว่าวันนี้คงจะได้เจอนะ
"สวัสดีครับคุณที ดีใจที่ได้เจอครับ" ชายหนุ่มวัยกลางคนแต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำ เนี๊ยบั้แ่หัวจรดเท้า ก้าวเข้ามาทักทายทันทีที่ลงจากรถ
"สวัสดีครับคุณนพ"
"วันนี้ผมจัดเตรียมห้องรับรองไว้เรียบร้อยแล้วครับอยู่ข้างห้องคุณทามเลย ถ้าคุณที้าอะไรสามารถสั่งเด็ก ๆ ได้…..."
"วันนี้ผมจะนั่งที่เคาท์เตอร์โซนวีไอพี"ผมยิ้มก่อนจะเดินผ่านคุณนพและเหล่าลูกน้องที่มายืนรอรับ
ถึงวันนี้จะเลิกเร็วแต่กว่าจะเข้าบ้านอาบน้ำเปลี่ยนชุดก็ทำให้เวลานี้ที่มาถึงเป็เวลาใกล้เปิดร้านเต็มที หน้าร้านมีเหล่าวัยรุ่นและคนทำงานที่เป็สมาชิกคลับ 3times มายืนต่อแถวรอเข้ากันพอสมควร ดีที่ผมไม่จำเป็ต้องเข้าหน้าร้านไม่งั้น คงเสียชื่อน่าดู ว่าที่คุณหมออนาคตไกลมาร้านอโคจรั้แ่ยังไม่เปิด!
"เต หนึ่ง ไปเอาเอกสารที่สถานทูตให้หน่อย" นั่งลงบนเคาท์เตอร์เสร็จก็ยื่นโทรศัพท์ที่มีข้อความส่งมาให้ทั้งคู่ดู
สองคนดูลังเลนิดหน่อย
"ก็ได้ รออยู่นี่ล่ะ เดี๋ยวกลับมา" ผมว่าผมรู้นะว่าทำไมสองคนถึงดูลังเล ก็แน่ล่ะทั้งคู่ไปก็เหลือผมคนเดียวไง ถึงจะมีการ์ดของร้าน แต่แน่นอน การ์ดของร้านย่อมเชื่อฟังผมมากกว่าอยู่แล้ว แต่ที่ทั้งคู่ยอมไปก็คงเพราะสถานทูตอยู่ห่างออกไปอีกแค่สิบนาทีแถมร้านเพิ่งเปิด คงคิดว่าคงไม่มีใครพาผมออกไปเร็วแน่ๆ มารอดูกัน (:
หลังจากผมมานั่งที่เคาท์เตอร์ไม่ถึง 10 นาที ร้านก็เปิด คนมากมายหลั่งไหลกันเข้ามาจับจองโต๊ะ ก่อนจะสั่งอาหารเครื่องดื่ม อ่า ลืมบอกไปเคาท์เตอร์ที่ผมนั่งอยู่ในโซน VIP ลูกค้าที่มีระดับเท่านั้นที่จะเข้ามาในโซนนี้ ไม่ว่าจะเข้ามาสังสรรค์ เฮฮา หาคู่ควงรายวันหรือแม้กระทั่งเจรจาธุรกิจ
ไม่นานก็มีชายในชุดสูทสีเข้มเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุดของโซนพร้อมด้วยการ์ดร่างั์ 2 คนที่ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ โชคดีของผมจริง ๆ ที่วันนี้เค้ามา ผมลอบมองโครงหน้าคม เพียงอย่างเดียวที่บอกได้ว่ามีเชื้อจีนคือตาที่เรียวเล็กกว่าคนไทยแต่นั่นยิ่งทำให้ใบหน้านั้นคมดุ และเหมือนจะมองนานเกินไปทำให้เ้าของดวงตานั้นตวัดมองกลับมา
ผมสะท้านไปทั้งร่าง ก่อนจะเสหลบแล้วหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ให้ทำเครื่องดื่มให้อีกแก้ว
ครับ ผมจะมานั่งมองเค้าทุกครั้งที่มีโอกาสมาที่นี่ ก็ได้แต่มองเพราะหลังจากที่เค้าเจรจาธุรกิจเสร็จก็จะรีบกลับทันที เพียงแต่วันนี้คู่ค้าเค้าดูจะมาสายกว่าปกติทำให้เค้าสังเกตเห็นผม ไม่น่าเลยแฮะ สงสัยจะไม่ได้เจอนานเกิน เผลอมองจนเค้ารู้ตัวจนได้ ผมคว้าแก้วว้อดก้าตัวเอง เพื่อที่จะเดินกลับขึ้นไปห้องทำงาน
พลั๊ก ดันหันกลับมาชนใครก็ไม่รู้ แถมเหล้ายังหกรดทั้งผมและอีกคนหมดแก้ว
"ขอโทษด้วยครับ" ผมหันกลับไปวางแก้วที่เค้าท์เตอร์ก่อนจะหันกลับมาล้วงผ้าเช็ดหน้าเช็ดเสื้อให้คู่กรณี ผมถึงเห็นว่าใครคนนั้นที่ผมแอบมองคือคนเดียวกับคนที่ผมทำเหล้าหกใส่ เวรมั้ยล่ะ แทนที่จะได้รีบปลีกตัว ดันมาทำเื่ใส่อีก
"เห็นนั่งคนเดียว จะรีบไปไหนล่ะ" เสียงเข้มติดดุดังขึ้นข้างหู
"พอดี นึกได้ว่ามีธุระน่ะครับ ต้องขอโทษอีกครั้งที่ทำคุณเลอะ ถ้ายังไง ให้ผมชดใช้ให้มั้ยครับ" ต้องรีบไป
"แค่ล้างนิดหน่อยก็พอแล้ว" ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าแต่เป็ประโยคคำสั่งให้เดินตามไปที่ห้องน้ำ โชคดีที่โซนวีไอพีมีห้องน้ำแยก ไม่งั้นคนจะเยอะมาก
"ไม่เคยเห็นเลย มาครั้งแรกหรอ" เสียงเข้มถามขณะวักน้ำมาลูบบริเวณเสื้อของผมที่เหล้าหก
"เปล่าครับ นาน ๆ จะมา” ให้ตายเถอะผมเพิ่งรู้ตัวว่าแพ้สายตาแบบนี้ สายตาที่ดุดัน แต่ก็มีเสน่ห์แถมตอนนี้มันยังพราวระยับราวกับเด็กที่เจอของเล่นที่ถูกใจ อ่า แย่จัง
“ชื่ออะไร หืม” เสียงกระซิบแ่แต่ดังก้องไปทั้งร่างตรึงผมให้ยืนอยู่กับที่
อันตราย สันญานในหัวร้องเตือน
มันไม่ใช่การคุกคามแบบจะทำร้ายแต่ดันเล่นงานตรงหัวใจผม และดูเหมือนคนตรงหน้าจะรู้ดี ให้ตาย
ยิ่งเห็นผมเงียบเ้าตัวก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้ก่อนที่มือหนาจะเชยคางผมให้สบตา พระเ้า ตาสีเทานั่นทำผมแทบหยุดหายใจ ริมฝีปากหนาค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ จนประทับลงบนริมฝีปาก
ร่างหนาค่อย ๆ ขบเม้มคล้ายละเลียดชิมของหวาน ก่อนจะดันร่างหนาเข้าสู่กำแพงช้าๆ โดยที่ ทีไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
“อึก อือ ฮึก แฮ่ก ๆ” เพราะร่างในวงแขนสะดุดลมหายใจทำให้ต้องผละออกอย่าเสียไม่ได้
“บอกได้หรือยังว่าชื่ออะไร หืม” ฮืออ แด๊ด ถ้าทีจะใจแตกตอนนี้แด๊ดจะว่าอะไรมั้ยย ทีแพ้ผู้ชายหน้าดุแต่ละมุนละไม
“ที” ผมก้มหน้าหลบสายตาที่จ้องราวกับผมเป็เหยื่อตัวน้อยในกรงเล็บราชสีห์
“คืนนี้ไปด้วยกันสิ”
ฉ่าา ความร้อนลามไปทั้งหน้า ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้แต่พูดตรงขนาดนี้ใครมันจะไปตั้งรับทัน
“ก็ได้” แงงง อยากตบปากตัวเอง ทำไมอ่อยขนาดนี้ แด๊ดรู้โดนกักบริเวณแน่แก
“งั้นไปเถอะ” ผมหันขวับไปมองร่างสูงที่เดินไปรอที่ประตูห้องน้ำ เดี๋ยวนะ นี่เพิ่งทุ่มนิด ๆ เอง
“ไปตอนนี้เลยหรอครับ”
“แค่อยากใช้เวลาร่วมกันให้นานหน่อย”
ตึกตัก ตึกตัก ตาย ผมต้องตายแน่ ๆ ทำไมผมละสายตาจากหน้าเค้าไม่ได้เลย สายตาที่สื่อความหมายจนเริ่มรู้สึกร้อน
“ผะ ผมขอแวะที่เคาท์เตอร์หน่อย เหมือนจะลืมของ” พูดจบก็รีบจ้ำอ้าวผ่านร่างสูงออกไปทันที ก่อนจะรีบเขียนข้อความฝากไว้ที่บาร์เทนเดอร์แล้วเดินนำออกไปที่หน้าคลับ โดยที่ไม่หยุดให้ใครถามหรือเรียกทัน
ผมขึ้นมาอยู่บนรถโรสรอยส์คันหรูก่อนที่จะหันไปมองร่างสูงข้าง ๆ จนพบว่าเค้าเองก็มองผมอยู่เหมือนกันก่อนที่เค้าจะโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหู
“หยางหลง นั่นชื่อฉัน” ครับ รู้แล้วครับ สลักลึกลงไปในหัวใจเลยครับ
“คุณชาย ไม่ทราบว่าจะให้พาไปที่ไหนดีครับ” เสียงถามจากตำแหน่งคนขับ
“ไปคอนโด”
ระหว่างทางเราไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ผมได้แต่มองวิวข้างทาง ส่วนหยางหลงก็มองผมอยู่ตลอดเวลาจนแอบคิดไม่ได้ว่า นี่เราง่ายไปหรือเปล่านะ