แสงแดดยามเย็นสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงหลังทิวเขาสลับซับซ้อน ลมพัดเอากลิ่นหญ้าสดและไอเย็นจากผืนป่าภาคเหนือมาััผิวกาย
ผมเดินตรวจความเรียบร้อยรอบคอกวัวเป็ขั้นตอนสุดท้ายของวัน ลุงยงและคนงานคนอื่นๆ แยกย้ายกันกลับบ้านพักคนงานด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ผมจึงก้าวขึ้นสะพานไม้เชื่อมทางเดิน มุ่งหน้ากลับขึ้นเรือนไม้ทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ของครอบครัวอย่างสบายอารมณ์
พอเดินขึ้นมาถึงโถงระเบียงหน้าบ้าน เสียงเพลงบรรเลงพื้นเมืองเหนือทำนองอ่อนหวานแ่เบาเสน่ห์ไพเราะก็ลอยมาตามลม พร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องแกงและอาหารเหนือที่ตักเตือนให้ท้องของผมเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว
"แม่ทำอะไรกินน้อ หอมไปถึงหน้าบ้านเลย" ผมรำพึงกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม พลางถอดรองเท้าบูทวางไว้ที่ชั้น แล้วเดินตรงไปยังห้องครัวกว้างขวางด้านหลังเรือนไม้
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผมภายในครัว คือภาพของ "แม่ยุพา" ในวัยสี่สิบห้าปีที่กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาแก๊ส แม่สวมเสื้อผ้าพื้นเมืองเหนือสีขาวนวลทรงเข้ารูป ผ่าอกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอขาวระหง และ่ไหล่ได้รูป กระโปรงผ้าถุงยาวปักลายรายละเอียดประทับเอวคอดกิ่ว ตัดกับบั้นท้ายและสะโพกผายทรงสวยอย่างชัดเจน แม้อายุจะเข้าสู่วัยสี่สิบกลางๆ แล้ว แต่เรือนร่างของแม่ยุพายังคงสวยสะพรั่ง ผิวพรรณเนียนละเอียดผุดผ่องตามแบบฉบับสาวเหนือแท้ๆ มีเสน่ห์เย้ายวนนุ่มนวลจนใครเห็นก็ต้องมองด้วยความชื่นชมและประทับใจ
"กลับมาแล้วเหรอชาย มาพอดีเลยลูก ช่วยแม่ยกถ้วยแกงไปวางที่โต๊ะหน่อยสิ" แม่ยุพาหันมาส่งยิ้มหวานนุ่มนวล รอยยิ้มของแม่มีเสน่ห์ อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความอบอุ่นของคนเป็แม่
"ครับแม่ โฮ้... วันนี้มีทั้งแกงอ่อมหมู ทั้งน้ำพริกอ่อง กับผักนึ่งของโปรดพ่อทั้งนั้นเลยนะครับ" ผมเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ครัว ยื่นมือไปช่วยรับถ้วยแกงร้อนๆ จากมือแม่ด้วยความเต็มใจ
"ก็พ่อนั่นแหละ บ่นอยากกินั้แ่เมื่อวาน บอกว่ากินอาหารในเมืองไม่ค่อยถูกปาก ชายไปล้างมือล้างไม้ก่อนไปลูก เดี๋ยวพ่อคงใกล้จะกลับมาจากเมืองแล้ว" แม่ยุพาเอ่ยพลางลูบแขนผมเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ครับแม่" ผมยิ้มรับ อดคิดในใจไม่ได้ว่า พ่อสมปองช่างเป็ผู้ชายที่โชคดีเหลือเกินที่มีภรรยาทั้งสวย ทั้งแสนดี และทำอาหารอร่อยระดับนี้
ยังไม่ทันที่ผมจะเดินไปถึงอ่างล้างมือ เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันโปรดของพ่อสมปองก็ดังกระหึ่มเข้ามาจอดที่หน้าเรือนไม้ ตามด้วยเสียงก้าวขาหนักแน่นเดินขึ้นเรือนไม้มาอย่างอารมณ์ดี
"กลับมาแล้วจ้ะยุพา! หอมกลิ่นกับข้าวไปถึงชานบ้านเลย!"
เสียงทุ้มกังวานของพ่อสมปอง (วัยสี่สิบแปดปี) ดังนำมาก่อนตัว พ่อในชุดเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนดูหนุ่มแน่นและทรงอำนาจ พ่อเดินตรงดิ่งเข้ามาในครัวโดยไม่แวะพักที่ไหน สายตาของพ่อจับจ้องไปที่แม่ยุพาด้วยแววตาแพรวพราวและหลงใหลอย่างเปิดเผย
"กลับมาเหนื่อยๆ มาให้พ่อหอมชาร์จพลังหน่อยเร็ว"
พ่อสมปองเดินตรงเข้าหาแม่ยุพาทันทีโดยไม่เกรงใจผมที่ยืนอยู่ข้างอ่างล้างมือ พ่อเอื้อมมือหนาเข้าไปโอบกอดบั้นเอวคอดของแม่ยุพามาจากทางด้านหลัง ดึงร่างบอบบางของแม่เข้ามากระชับแนบชิดกับเรือนร่างกำยำของพ่อ พลางกดจมูกลงบนแก้มเนียนผุดผ่องของแม่ยุพาฟอดใหญ่ดัง *ฟอด!*
"วี้ด... พี่สมปอง! ทำอะไรเนี่ย อายลูกบ้างสิคะ!" แม่ยุพาใจนหน้าแดงระเรื่อ มือเล็กๆ ตบอกพ่อเบาๆ แก้เขิน แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนี ยินยอมให้อิงแอบอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของพ่อ
"อายทำไม ชายมันโตจนป่านนี้แล้ว มันรู้ว่าพ่อรักแม่แค่ไหน จริงไหมเ้าชาย" พ่อสมปองหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี มือหนาของพ่อยังคงเกาะกุมลูบไล้อยู่ตรงสะโพกผายและบั้นเอวของแม่ยุพาอย่างเผลอตัว สายตาของพ่อที่มองแม่ฉ่ำปรือไปด้วยความรักใคร่ถวิลหา
"ครับพ่อ ผมเห็นจนชินแล้วครับ" ผมหัวเราะเย้า พลางส่งยิ้มให้พ่อกับแม่
"ดูสิ ลูกแซวใหญ่แล้ว ปล่อยก่อนค่ะยุพาจะได้ตักต้มแซ่บใส่ถ้วย" แม่ยุพาพยายามพยักพะเผยหน้าบอก แต่พ่อสมปองกลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แอบกดจมูกซุกไซ้หอมลำคอขาวระหงของแม่ยุพาเบาๆ อีกฟอดใหญ่ จนแม่ยุพาต้องเกร็งตัวครางประท้วงเบาๆ ในคอ
"อืม... ตัวแม่หอมจัง หอมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกับข้าว ชวนให้พ่ออยากกินแม่มากกว่ากินข้าวเย็นซะอีกนะ" พ่อสมปองกระซิบหยอดสวาทข้างหูแม่ยุพาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์
"พี่สมปอง! พูดจาทะเล้นต่อหน้าลูกอีกแล้วนะ!" แม่ยุพาหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู ตบแขนพ่อเบาๆ ด้วยความขวยเขินสุดขีด
ภาพความเสน่หาและการคลอเคลียอันเร่าร้อนระหว่างพ่อกับแม่เป็ภาพที่เกิดขึ้นเสมอในบ้านเรือนไม้หลังนี้ พ่อสมปองแม้จะเป็เ้าของฟาร์มผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพล แต่เมื่ออยู่กับแม่ยุพา พ่อจะกลายเป็ผู้ชายหลงภรรยาที่คอยคลอเคลียไม่ห่าง ส่วนแม่ยุพาก็เป็สาวเหนือผู้แสนหวานที่ตอบสนองความรักของพ่อด้วยความนุ่มนวลและความยินยอมเสมอมา
เมื่ออาหารทุกอย่างถูกจัดเตรียมเสร็จสิ้น พวกเราทุกคนก็มานั่งล้อมวงรับประทานอาหารค่ำร่วมกันที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางโถงเรือนไม้ (ส่วนแพรวานั้นติดงานจดสถิติปริมาณนมแม่พันธุ์อยู่ในห้องพักส่วนตัว และได้ทานอาหารว่างรองท้องไปก่อนแล้ว)
แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟเพดานสาดส่องลงมากระทบโต๊ะอาหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น พ่อสมปองคอยตักแกงอ่อมและกับข้าวชิ้นดีๆ ใส่จานให้แม่ยุพาไม่ขาดปาก มือหนาของพ่อที่ว่างเว้นจากการถือช้อน มักจะแอบยื่นลงไปใต้โต๊ะอาหาร ลูบไล้บั้นเอวและต้นขาเนียนของแม่ยุพาใต้ผ้าถุงอย่างซุกซน
แม่ยุพาที่นั่งข้างๆ พ่อ ต้องคอยส่งสายตาดุแบบไม่จริงจังไปให้พ่อเป็ระยะ ใบหน้าหวานของแม่แดงระเรื่อด้วยความอาย แต่ก็แอบอมยิ้มอย่างมีความสุขกับความรักความหลงใหลที่สามีมีให้ตนเสมอมา
"ยุพา รู้ไหมว่าวันนี้พ่อไปเจอเพื่อนเ้าของฟาร์มในเมืองมา พวกนั้นบ่นกันใหญ่ว่าเมียที่บ้านแก่ลงทุกวัน ผิวพรรณเหี่ยวแห้ง" พ่อสมปองพูดขึ้นพลางจิบน้ำเย็น "พ่อเลยบอกพวกมันไปว่า พ่อโชคดีที่สุดในโลก เพราะเมียพ่อยิ่งอยู่นานก็ยิ่งสวย ยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งพราวเสน่ห์ ผิวเนียนนุ่มจนพ่อไม่อยากออกไปไหนเลย"
"พี่สมปองก็ยกยอเกินไป ยุพาอายุสี่สิบห้าแล้วนะคะ จะไปสวยแข่งกับสาวๆ ได้ยังไง" แม่ยุพายิ้มหวาน อดไม่ได้ที่จะขวยเขินกับคำชมของสามี
"แข่งได้สิ! สาววัยไหนก็สู้แม่ไม่ได้หรอก ทรวดทรงเอวเอส ผิวขาวอวบเนียนแบบนี้ มีแต่พ่อนี่แหละที่ได้คนเดียว" พ่อสมปองพูดพลางยักคิ้วให้ผมอย่างภาคภูมิใจ
"พ่อชมแม่ขนาดนี้ เดี๋ยวแม่ก็เขินจนตักข้าวไม่ถูกหรอกครับ" ผมพูดเสริมขึ้นมาด้วยความเอ็นดูในความหวานของพ่อแม่
"เออ ชาย... คืนนี้อากาศข้างนอกเริ่มเย็นแล้วนะ ลมหนาวพัดมาจากยอดเขา ดึกๆ น่าจะหนาวน่าดู" พ่อสมปองหันมาพูดกับผม ก่อนจะเบนสายตากรุ้มกริ่มแพรวพราวไปมองแม่ยุพาที่นั่งข้างๆ "พ่อว่าจะรีบกินข้าว รีบขึ้นห้องไปกอดแม่แกให้หายหนาวสักหน่อย คืนนี้พ่อว่าจะขอ 'คิดบัญชีสวาท' กับแม่แกให้ฉ่ำใจสักหน่อย"
คำพูดตรงไปตรงมาและสายตาสวาทของพ่อสมปอง ทำเอาแม่ยุพาเกือบจะสำลักน้ำแกง ใบหน้าหวานแดงซ่านไปถึงทรวงอก แม่รีบยกมือขึ้นปิดปากพลางส่งสายตาดุพ่อสมปองสุดฤทธิ์
"พี่สมปอง! พูดอะไรออกมาเนี่ย! ชายมันก็นั่งอยู่ตรงนี้นะคะ!"
"เอ้า ก็พ่อพูดความจริงนี่นา คืนนี้ลมหนาว พ่อก็ต้องหาความอบอุ่นจากแม่สิ จริงไหมเ้าชาย" พ่อสมปองหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีสุดขีด
ผมได้แต่ยิ้มและหัวเราะตามความร่าเริงของพ่อ รู้ดีว่านี่คือสัญลักษณ์แห่งความสุขและความรักอันมั่นคงในครอบครัวของเรา
หลังรับประทานอาหารค่ำเสร็จสิ้น ผมช่วยแม่ยุพาเก็บถ้วยจานไปไว้ในครัว พ่อสมปองไม่ยอมเดินหนีไปไหน พ่อเดินตามหลังแม่ยุพาเข้าครัวไปติดๆ แขนหนาของพ่อโอบเอวคอดของแม่ไว้แน่น ขณะที่แม่ยุพายืนล้างจาน พ่อสมปองก็ก้มลงซุกไซ้คลอเคลียหอมแก้มและลำคอของแม่จากทางด้านหลังตลอดเวลา เสียงหัวเราะคิกคักและความรักหวานชื่นของทั้งคู่สะท้อนอบอวลไปทั่วครัว
เมื่อทำความสะอาดครัวเสร็จเรียบร้อย พ่อสมปองก็ไม่รอช้า พ่อจับจูงมือแม่ยุพาออกเดินทางมุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอนใหญ่ชั้นบนของเรือนไม้ทันที
"ไปนอนได้แล้วชาย ดึกๆ อย่าลืมเช็กประตูบ้านให้เรียบร้อยนะ พ่อกับแม่จะเข้าห้องแล้ว" พ่อสมปองหันมาสั่งผมด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาทรงเสน่ห์จับจ้องร่างของแม่ยุพาที่เดินตามข้างกายไม่คลาดสายตา
"ครับพ่อ ฝันดีครับพ่อ ฝันดีครับแม่" ผมส่งยิ้มตอบ
"ฝันดีจ้ะลูกชาย" แม่ยุพายิ้มหวานให้ผม รอยยิ้มของแม่ยังคงสวยงามและพราวเสน่ห์ในยามราตรี
ผมยืนมองดูภาพพ่อสมปองโอบบั้นเอวแม่ยุพาพาเดินเข้าห้องนอนใหญ่ยามค่ำคืน เสียงหัวเราะหยอกเย้าเบาๆ และความเสน่หาอันเร่าร้อนของพ่อแม่สะท้อนลอดผ่านบานประตูไม้ที่ค่อยๆ ปิดลงอย่างมิดชิด...
ผมเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง ปิดไฟกลางห้อง เหลือไว้เพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา มองออกไปเห็นทิวเขาและทุ่งหญ้าฟาร์มภาคเหนือยามค่ำคืนที่ลมหนาวเริ่มพัดกระพือ
คืนนี้... ในห้องนอนใหญ่ของเรือนไม้ เสน่ห์เสน่หาและความรักสวาทอันเร่าร้อนของพ่อสมปองและแม่ยุพา กำลังจะเบ่งบานและเติมเต็มความสุขในหัวใจของกันและกันอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืนอันแสนหวาน...