อวิ๋นเป่ยเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วขมวดเข้าหากัน ทว่าการเอ่ยปฏิเสธออกไปตรง ๆ กลางท้องพระโรงก็เกรงว่าจะกลายเป็ข้อหาร้องเรียนเื่ความลำเอียง สู้ให้ซุนเหรินพาบุตรชายมาดูก่อนดีกว่า อีกสิบวันหากตั๋วตั๋วไม่ชอบ ค่อยไล่พวกเขากลับไปก็ยังไม่สาย
ตลอดการประชุมราชการใน่เช้า อวิ๋นเป่ยเยี่ยได้คัดเลือกญาติมิตรของเจ็ดขุนศึกใหญ่ ให้มาร่วมประลองในอีกสิบวันข้างหน้า เพื่อเฟ้นหาองครักษ์ประจำตัวให้แก่องค์หญิงน้อยอวิ๋นตั๋วตั๋ว
่เที่ยง หลังเลิกราชการเช้า อวิ๋นเป่ยเยี่ยเสด็จไปยังตำหนักโซ่วชางเพื่อร่วมเสวยพระกระยาหารกลางวันกับไทเฮา
เหล่านางกำนัลจัดเตรียมพระกระยาหารวางเรียงรายไว้บนโต๊ะ มีทั้งน้ำแกงเนื้อตุ๋น น้ำแกงแพะ และซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน
อาเซียงอุ้มอวิ๋นตั๋วตั๋วขึ้นยืนอยู่เื้ัไทเฮา อวิ๋นตั๋วตั๋วได้กลิ่นหอมหวลโชยมาจากบนโต๊ะ น้ำลายไหลย้อยเปรอะทั่วคางน้อย
‘ได้เวลาหม่ำ ๆ แล้ว! ได้เวลาหม่ำ ๆ แล้ว!’ ในใจของนางตื่นเต้นเป็ล้นพ้น เื่ที่ทำให้นางมีความสุขที่สุดในแต่ละวันก็คือการกินนี่แหละ!
นางเหลียวมองอาหารบนโต๊ะ หากนางมีฟันก็คงจะดีไม่น้อย ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานนั่นแค่เห็นก็รู้ว่าเนื้อนุ่มอร่อยแน่ ๆ สายตาของนางกวาดผ่านไปจนกระทั่งมองเห็นน้ำแกงแพะถ้วยนั้นก็นึกขัดใจจนต้องส่ายหัวเบา ๆ
น้ำแกงแพะมีแค่ถ้วยเล็ก ๆ เท่านี้ จะไปพอกินได้อย่างไร?
ิญญาสายกินอย่างนาง เวลาจะกินมันต้องใช้กาละมังทั้งใบต่างหาก!
"เสด็จแม่" อวิ๋นเป่ยเยี่ยทำความเคารพไทเฮาหนานกงรุ่ย
"นั่งลงเถิด วันนี้แม่ให้ห้องเครื่องทำหมูก้อนตุ๋นน้ำแดงของโปรดของเ้าด้วย"
"ขอบพระทัยเสด็จแม่" อวิ๋นเป่ยเยี่ยเปี่ยมไปด้วยความปิติ "เสด็จแม่ ลูกได้คัดเลือกคุณชายจากเจ็ดตระกูลขุนศึก ให้มาร่วมประลองในวังอีกสิบวันข้างหน้า ผู้ชนะจะได้เป็องครักษ์ของตั๋วตั๋ว เสด็จแม่เห็นว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?"
ไทเฮาพยักหน้ารับ "ในที่สุดก็ทำเื่ที่เป็การเป็งานเสียที"
[ดูเอาเถิดว่าคนที่เ้าจัดไว้หน้าประตูของข้าเป็พวกไหนกัน? องครักษ์แต่ละคนผิวบางเนื้ออ่อนราวกับไข่ในหิน ลมพัดนิดหน่อยก็ทำท่าจะล้ม แดดส่องหน่อยก็ล้มป่วย แล้วใครจะไปคุ้มครองหลานรักของข้าได้กัน?]
[จัดงานประลองคัดเลือกองครักษ์ประจำตัวให้ตั๋วตั๋ว บุตรหลานตระกูลแม่ทัพ ฟังดูค่อยเข้าท่าหน่อย]
อวิ๋นตั๋วตั๋วที่กำลังซุกอยู่ในอ้อมอกของอาเซียง พอได้ยินว่าเสด็จพ่อผู้เป็ฮ่องเต้จะเลือกองครักษ์ให้นาง และจะพาเข้าวังมาประลอง เช่นนั้นนางไม่ใช่ว่าจะได้เจอพวกพี่ชายรูปงามแล้วหรือ?
ดูไปดูมา เสด็จพ่อคนนี้นอกจากความเหลวไหล ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่นา
อวิ๋นตั๋วตั๋วตื่นเต้นยิ่งนัก ในใจอมยิ้มแก้มปริ จนมุมปากมีของเหลวใส ๆ ไหลเยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว จะได้เจอผู้ชายหล่อ ๆ แล้ว! ไม่แน่อาจจะเป็พวกที่รูปร่างสูงโปร่ง สง่างามน่ามองก็เป็ได้!
การต้องนอนมองเพดานไปวัน ๆ ในวังหลวงแห่งนี้มันน่าเบื่อเกินไปแล้ว ตอนนี้จะได้ดูพี่ชายรูปงาม ช่างดียิ่งนัก!
"โอ๊ะโอ๋ เด็กดีของข้า มัวแต่กินเองเสียได้ มา ๆ พ่อแบ่งให้เ้าสักช้อน!" อวิ๋นเป่ยเยี่ยเห็นอวิ๋นตั๋วตั๋วทำตาพราวระยับพร้อมกับน้ำลายไหล ก็คิดว่านางกำลังหิวจนซุกซน จึงยกถ้วยน้ำแกงแพะเดินเข้ามาหาอาเซียง ตักน้ำแกงป้อนเข้าปากเล็ก ๆ ของอวิ๋นตั๋วตั๋วช้อนหนึ่ง
รสชาติดีไม่เลว ห้องเครื่องนับว่าใช้ได้ รู้จักเปลี่ยนรสชาติน้ำแกงบ้าง อวิ๋นตั๋วตั๋วจ๊อบแจ๊บปาก ส่งเสียงอ้อแอ้พึมพำอย่างอารมณ์ดี
"อาเซียง ป้อนน้ำแกงแพะกับน้ำแกงเนื้อตุ๋นให้นางดื่มเสียหน่อยสิ" ไทเฮาเอ่ยสั่ง
"เพคะ ไทเฮา"
แม่นมจางยกเก้าอี้ออกมาตัวหนึ่ง แล้วนำน้ำแกงแพะและน้ำแกงเนื้อตุ๋นวางลงบนโต๊ะเล็กข้าง ๆ อาเซียงเป่าลมไล่ความร้อนบนน้ำแกงอย่างพิถีพิถัน ค่อย ๆ ตักน้ำแกงอุ่นกำลังดีป้อนเข้าปากอวิ๋นตั๋วตั๋วทีละช้อน
"อีกสิบวันข้างหน้า มีลูกหลานของขุนนางคนใดมาบ้างรึ?" ไทเฮาเอ่ยถามเรียบ ๆ
"ทูลเสด็จแม่ มีหลานชายคนโตของเสนาบดีฝ่ายซ้าย หลานชายของผู้บัญชาการเซียว บุตรชายคนเล็กของรองแม่ทัพหยาง แล้วก็บุตรชายของเสนาบดีซุนพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนี้ ยังมีอีกสามคนที่แม่ทัพกองกำลังองครักษ์แนะนำมา"
"แต่ละคนล้วนมีฝีมือไม่เบา ข้าได้ยินมาว่าเ้าเรียกแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ จินเซียวหราน ที่ประจำการอยู่ชายแดนกลับมาด้วยหรือ?" ไทเฮาหนีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานขึ้นมาเสวยชิ้นหนึ่ง
"ทูลเสด็จแม่ เป็เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ" อวิ๋นเป่ยเยี่ยพยักหน้า วางตะเกียบลงเพื่อรับฟังคำสอน
"ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินของแม่ทัพจินตั้งครรภ์อีกแล้วรึ?"
"น่าจะมีเื่เช่นนั้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ"
จินเซียวหรานกับสวินอวิ๋นเกอรักใคร่กันอย่างลึกซึ้งมาโดยตลอด จินจิ่นจือคือบุตรชายคนโตของพวกเขา ส่วนเด็กในท้องของสวินอวิ๋นเกอนั้น ยังไม่อาจรู้ได้ว่าเป็ทารกน้อยน่ารักน่าเอ็นดู หรือจะเป็เด็กชายตัวแสบแสนซนกันแน่
"เ้าจงส่งคนไปต้อนรับเสียหน่อย ชายแดนเหนืออยู่ห่างไกลเมืองหลวงยิ่งนัก เดินทางรอนแรมย่อมมีอุปสรรคขวากหนาม แม่ทัพจินนำทัพพิทักษ์แดนเหนือเฝ้าชายแดน ออกรบสร้างศัตรูไว้ไม่น้อย เ้าจงส่งคนไปให้มากขึ้น พาหมอหลวงไปด้วยสักสองสามคน ควบม้าไปรับและดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง หากเกิดเจ็บท้องคลอดระหว่างทาง จะได้มีคนคอยดูแล"
อวิ๋นเป่ยเยี่ยตั้งใจฟังสิ่งที่ไทเฮาตรัสอย่างนอบน้อม พยักหน้ารับคำไปพลาง
"อย่าให้ใครว่าได้ว่าราชสำนักเราเ็าไร้น้ำใจ ตระกูลจินออกจากเมืองหลวงไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เฝ้าปกป้องชายแดนเหนือมาโดยตลอด มีความดีความชอบใหญ่หลวง เ้าต้องใส่ใจให้มาก อย่าให้ข้าทหารเก่าแก่ต้องะเืใจ"
"พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่ตรัสได้ถูกต้อง ลูกจะจำไว้"
"อีกอย่าง บุตรชายของเขาอย่าง 'จินจิ่นจือ' ก็มีชื่อเสียงไม่น้อย หากอีกสิบวันเขามาถึงเมืองหลวง ก็เรียกตัวเข้ามาในวังด้วยเสียเลยสิ!"
[เด็กคนนั้นข้าได้ยินมาว่าชื่อเสียงดีเยี่ยม ไม่แน่อาจจะปกป้องความปลอดภัยของตั๋วตั๋วได้]
"พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่"
ที่พระตำหนักเจาหยาง
เจาหยวนฮองเฮาทรงทราบข่าวว่าพระโอรสผู้ไม่เอาไหนของนางได้รับพระราชทานยศเป็ 'ชินอ๋องห้าไข่มุก' ก็ทรงยินดีจนเดินวนไปวนมาด้วยความเปรมปรีดิ์
องค์ชายใหญ่ อวิ๋นอี้ป๋อ กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมห้อง คอยแอบเลียนิ้วมือพลางพลิกอ่านหนังสือนิทานอย่างเงียบ ๆ ทันใดนั้นหูของเขาก็กระดุกกระดิก ได้ยินเสียงก้าวเดินดังมาจากหน้าประตู จึงรีบซุกหนังสือนิทานไว้ใต้เตียงทันที ยืดตัวขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าและหมวกให้เรียบร้อย แล้วเดินออกไปข้างนอก
เมื่อเห็นว่าผู้มาคือฮองเฮา จึงย่อกายคำนับ "ลูกคารวะเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ!"
ในใจของเขารู้สึกหวาด ๆ เล็กน้อย หรือว่าเสด็จแม่จะมาด่าทอเขาอีกแล้ว?
เจาหยวนฮองเฮาเผยรอยยิ้มอย่างยากที่จะได้เห็น นางลูบหัวอวิ๋นอี้ป๋อด้วยความเมตตาและอบอุ่น "ลูกรักของแม่ แม่ต้องอดทนอัดอั้นมาครึ่งค่อนชีวิต ในที่สุดวันนี้ก็จะได้เชิดหน้าชูตาเสียที!"
อวิ๋นอี้ป๋อถูกมารดาลูบหัวจนรู้สึกขนลุกซู่ ในหัวฉงนสงสัย เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ? ตัวเขาอยู่นอกเื่ราวในวัง วัน ๆ ไม่สนใจสิ่งใด มุ่งมั่นอ่านแต่หนังสือนิทานเท่านั้น
"ยินดีกับองค์ชายใหญ่ด้วยเพคะ พระองค์ได้รับพระราชทานยศเป็ชินอ๋องห้าไข่มุกแล้ว!" ชุ่ยหลิง ย่อกายแสดงความยินดีกับอวิ๋นอี้ป๋อที่ได้รับรางวัล
ชินอ๋องห้าไข่มุกงั้นหรือ?
อวิ๋นอี้ป๋อขมวดคิ้ว เขาไม่ได้เข้าใจเื่ยศชินอ๋องห้าไข่มุกอะไรนี่หรอก รู้เพียงแต่ว่าการได้เป็อ๋องนั้นเป็เื่ดี และในเมื่อได้เป็อ๋องแล้ว เช่นนั้นก็แปลว่าจะสามารถเปิดจวนของตัวเอง แล้วออกไปอยู่นอกวังได้แล้วใช่หรือไม่?
เมื่อคิดว่าจะได้ออกไปอยู่นอกวังคนเดียว ไม่ต้องคอยโดนด่าอยู่ทุกวี่ทุกวันในวังหลวง ดวงตาของอวิ๋นอี้ป๋อก็เปล่งประกายวาววับ หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น!
"ลูกรัก ยามนี้เส้นทางในภายภาคหน้าของเ้าย่อมไร้ขีดจำกัด เสด็จพ่อของเ้าลงนามในพระราชโองการด้วยองค์เอง แต่งตั้งเ้าเป็ชินอ๋องห้าไข่มุก! แก้วแหวนเงินทองที่พระราชทานมาให้นั้นมากมายมหาศาลนัก!" เจาหยวนฮองเฮาพาบุตรชายไปนั่งที่โต๊ะด้วยความดีใจ ช่วยจัดปกเสื้อให้เขาอย่างอ่อนโยน
"เมื่อก่อนแม่เคยต่อว่าเ้าว่าเป็เด็กไม่รักดี แม่ผิดไปแล้ว เ้าไปช่วยน้องสาวของเ้าไว้ั้แ่เมื่อไรกัน แม่ไม่เห็นรู้เื่เลย! โธ่เอ๋ย! สมกับเป็ลูกชายที่ดีของข้าจริง ๆ !" เจาหยวนฮองเฮาตบลงบนไหล่ของอวิ๋นอี้ป๋ออย่างแรงไปทีหนึ่งด้วยความสะใจ!