บทที่ 31
ตัวแปรสำคัญ
คลื่นกระบี่พุ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็วตัดศีรษะของอีกฝ่ายจนขาดออกจากลำตัวตัวของมันกระเด็นออกจากลำตัวลอยกระเด็นไกลไปหลายเมตร
ร่างที่เคยยืนอยู่ก็กลายเป็นร่างอันไร้วิญญาณมือของมันที่พยายามจะกดโจมตีใส่ร่างกายของหลันเซ่อก็ต้องหยุดลง
แรงกดดันมหาศาลได้หายไปใบหน้าของชายที่นอนติดอยู่กับพื้นและพยายามโต้ตอบการโจมตีที่พยายามจะสังหารตนเองเต็มไปด้วยความฉงนแรงที่เคยกดเขาอย่างสุดแรงมันหายไปใบหน้าที่แดงก่ำค่อยกลับคืนเป็นเหมือนเดิม
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองโลหิตได้หยดลงมาสัมผัสที่ใบหน้าของเขา
สิ่งที่เขามองเห็นในตอนนี้มันคือร่างที่ไม่มีศีรษะร่างของผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้ากลายเป็นร่างที่มีเพียงแค่ร่างกายยืนอยู่เท่านั้น
และเมื่อเขามองไปร่างที่มีแต่เพียงร่างกายนั้นค่อยๆเอนไปอย่างช้าๆก่อนที่จะเอนล้มไปด้านข้าง
ตู้บ!!!หลันเซ่อเป็นไปด้วยความตกตะลึงใบหน้าของมันในตอนนี้คงจะกล่าวได้ว่าเป็นใบหน้าของผู้ที่กำลังสับสนเขาได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆดวงตามองตรงไปที่ร่างของผู้ที่น่าจะเป็นคนที่กระทำเรื่องนี้
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่เขาได้ยกยิ้ม เขาเป็นคนตวัดการโจมตีนั้นออกมาเอง
ในตอนนี้ข้อความของเขามันได้แจ้งเตือนขึ้นมาเบื้องหน้าเป็นจำนวนมาก
---
หลี่หยางเขาทำการยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก
หลังจากนั้นข้อความจากระบบมันก็ได้แจ้งเตือนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
สังหารแม่ทัพของศัตรู[1/1]คน สำเร็จ
--
‘ ดูเหมือนว่าจะสำเร็จสักทีแต่ว่าเจ้าของเควสหรือยังไม่สำเร็จเพราะว่าสงครามยังไม่ได้จบลงสินะ ’หลังจากที่เขาลองใช้ดวงตาของตนเองมองดูเงื่อนไขอย่างสุดท้ายของเควสนั่นคือให้เขานั้นเอาตัวรอดจากสงครามในตอนนี้มันยังไม่สำเร็จ
เพราะว่าสงครามมันยังไม่ได้จบลง
หลี่หยางทำการปัดหน้าต่างทุกอย่างออกไปก่อนที่เขาจะเดินตรงไปหาทั้งสอง
อี้ชิงล้มลงไปกับพื้นเขานั่งอยู่ด้วยท่าทางที่สะบักสะบอมแล้วก็เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
ส่วนหลันเซ่อก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกันคนผู้นั้นอ้าปากค้างแม้จะลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งแต่ดูเหมือนว่าสติสตางค์ยังคงกลับมาไม่ครบ
หลี่หยางเขาทำการยกยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะพูดขึ้น “รีบลุกขึ้นซะพวกเราจะเดินทางกันต่อแล้วถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไปมีหวังคงจะได้พบเจอกลับพวกมันอย่างแน่นอน ”
หลี่หยางได้เตือนเรื่องสำคัญอย่างไรเสียได้ตอนนี้สิ่งที่พวกเราควรจะทำมากที่สุดก็คือการออกไปจากสถานที่แห่งนี้
เขาได้ทำการยื่นมือของตนเองไปหาข้ารับใช้คนสนิท
อี้ชิงจ้องมองมือของนายน้อยก่อนที่เขาจะคว้าจับเอาไว้หลี่หยางเป็นคนที่ดึงให้เขานั้นขึ้นมาอยู่ในท่ายืน
หลังจากที่ดึงอี้ชิงขึ้นมาได้แล้วหลี่หยางได้หันไปจ้องมองที่หลันเซ่อก่อนที่เขาจะกระทำเช่นเดียวกันนั่นคือยื่นมือไปหาอีกฝ่าย
หลันเซ่อจ้องมองด้วยดวงตาที่ตกตะลึงก่อนที่เขาจะค่อยๆในใบหน้าของตนเองขึ้นมาเล็กน้อยมองไปที่ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นที่เป็นคนยื่นมือเข้ามา
หลี่หยางยกยิ้มอ่อนๆ
หลันเซ่อนิ่งอยู่สักพักก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำการยื่นมือของตัวเองออกไปแล้วก็จับมือของหลี่หยาง
พวกเขาทั้งสามควรออกจากสถานที่แห่งนี้ได้อย่างราบรื่นแล้วจนกระทั่งตัวแปรสำคัญได้ปรากฏขึ้น
หลี่หยางที่กำลังก้าวเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงเพราะว่าข้อความจากระบบด้านหน้ามันแจ้งเตือนขึ้นมา
----
ระบบสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณจำนวน
----
ดวงตาทั้งสองข้างของเขามันเบิกกว้างขึ้นสิ่งที่มันอยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้ข้อความจากระบบที่ปรากฏขึ้นมา
เขาทำการค่อยๆหันมองไปด้านหลังของตนเอง เมื่อเห็นเช่นนั้นอีก 2 คนก็ได้มองตามไปตามทิศทางที่หลี่หยางมองตรงไปหา
สิ่งที่พวกเขามองเห็นเช่นเดียวกันยามที่ท้องฟ้านะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดก้อนเมฆสีดำมันทำการเคลื่อนผ่านท้องนภาบริเวณนั้นเผยเห็นแสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องลงมาด้านล่าง
ยามที่แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาด้านล่างมันได้ส่องลงมากระทบกับบางอย่างร่างของคนผู้นึงที่ปรากฏกายออกมาจากความมืด
ผ้าคลุมสีดำสนิทที่โบกสะบัดไปมาตามสายลมยามราตรีใบหน้าวัยกลางคนที่แสนจะเคร่งขรึมจริงจังแถมยังดูองอาจสง่างามทั่วทั้งร่างกายสวมใส่ชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูไม่ธรรมดามันน่าจะเป็นของชั้นยอดที่ถูกทำพิเศษหรือไม่ก็เป็นของล้ำค่าบริเวณข้างเอวแหนบกระบี่เล่มใหญ่เอาไว้หนึ่งเล่ม
ตึก!!! ตึก!!! ตึก!!!เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นก้าวผ่านความมืดออกมามันทำให้ดวงตาของทั้ง 3 ต่างพากันดวงตาเบิกกว้าง
สิ่งที่พวกเขานั้นพบเห็นคือร่างของคนผู้นึงมันไม่ใช่ว่าพวกเขานั้นรู้จักคนพวกนี้มาก่อนแต่มันเป็นเพราะว่าพวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งภายในร่างกายของอีกฝ่ายต่างหาก
โดยเฉพาะหลี่หยาง ยามที่เขาจ้องมองไปที่อีกฝ่ายข้อความจากระบบมันได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา
---
ชื่อแม่ทัพใหญ่ของกองทัพดินแดนมาร LV.151
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[16650/16650]
--
‘ บ้าชัดๆ ระดับเลเวลขนาดนี้มันเกือบไปแล้ว.. ’คนที่อยู่ด้านหน้าของเขาเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองก่อนหน้านี้มองเห็นแม่ทัพใหญ่โจวของกองทัพดินแดนห้าธาตุก็ว่าแข็งแกร่งแล้วแต่คนที่อยู่ด้านหน้าของเขามันแตกต่างกันอย่างชัดเจน
คลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของอีกฝ่ายมันสุดแสนจะแข็งแกร่งแม้ว่าจุดที่กำลังยืนอยู่ห่างกันหลายสิบเมตรแต่ก็ราวกับว่าพลังของอีกฝ่ายจะสามารถบดขยี้เขาได้อย่างง่ายดาย
----
ระบบ แนะนำกรุณาหนี
----
ข้อความจากระบบการแจ้งเตือนขึ้นมาเมื่อได้มองเห็นเช่นนั้นมันยิ่งทำให้หลี่หยางตระหนก
‘ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีสักครั้งเลยที่ระบบจะแนะนำให้หนี’
‘ แต่ว่าในครั้งนี้ระบบมันแนะนำให้หนีคนที่อยู่ตรงหน้าแปลว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าของเรามันแข็งแกร่งขนาดนั้น ’ หลี่หยางตัวของเขาได้เห็นข้อความที่แจ้งเตือนให้เขาหนีออกจากสถานที่แห่งนี้มันยิ่งทำให้เขานั้นสามารถตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ดวงตาที่แสนจะจริงจังและเยือกเย็นจ้องมองลงมาที่พวกเขาทั้งสามที่เพิ่งจะสังหาร1 ในแม่ทัพของเผ่ามารไป
เมื่อดวงตาที่แสนจะเย็นมันจ้องมองมาคนผู้นั้นใช้มือของตนเองยื่นไปคว้าจับกระบี่ที่ข้างเอวก่อนที่จะดึงมันออกมา
กระบี่ที่อยู่ข้างเอวถูกดึงออกมามันเป็นกระบี่เล่มใหญ่ที่มีรูปลักษณะเป็นกระบี่สีดำสนิททั้งเล่มครู่นั้นทำการตวัดการโจมตีออกมาอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่มันตวัดกระบี่เบาๆคลื่นพลังกระบี่สีดำสนิทพุ่งตรงเป็นระนาบแนวนอนใส่ร่างของพวกเขาทั้งสาม
ดวงตาของทั้ง 3 เบิกกว้างสิ่งที่พวกเขาพบเห็นมันคือสิ่งเดียวกันการโจมตีที่พุ่งทะยานพุ่งตรงเข้ามาใส่ร่างกายของพวกเขา
พวกเขายกอาวุธของตัวเองขึ้นมาด้านหน้าเพื่อป้องกันการโจมตีอย่างพร้อมเพียง
กระบี่ขนาดใหญ่ที่มีรัศมีขว้างขวางขณะที่จะฟันร่างกายของเขาทั้งสามในครั้งเดียวพุ่งตรงเข้ามากระแทกเข้ากับอาวุธทั้ง3 ชิ้นที่ถูกยกขึ้นมาป้องกัน
ตรึง!!!การโจมตีที่รุนแรงร่างของพวกเขาทั้งสามโดนอัดกระเด็นออกมาจากจุดนั้นกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นหลายสิบเมตร
ตู้บ!!! ตู้บ!!! ตู้บ!!!พวกเขากระเด็นออกมาจากจุดนั้นร่างกายบาดเจ็บจากการโจมตีมากพอสมควร
พวกเขาลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของทั้ง 3 ไม่สู้ดีนักพวกเขาจ้องมองไปที่คู่ต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ ขนาดสามารถรับได้ร่างกายยังบาดเจ็บขนาดนี้ “หลันเซ่อพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อแห่งความกังวล
“ หลันเซ่อนำของชิ้นนั้นออกมาพวกเราต้องใช้แผนการนั้นเพื่อหนีจากคนพวกนี้ไปให้ได้ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้พวกเราได้ตายกันหมดอย่างแน่นอน” หลี่หยางหันไปพูดอย่างรวดเร็ว
หลันเซ่อทำการหันใบหน้าของตัวเองไปหาอีกฝ่ายแล้วก็พยักหน้าตอบรับกลับไปราวกับว่าพวกเขานั้นมีแผนการณ์บางอย่างที่ได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ในตอนแรก
สิ้นสุดการส่งสัญญาณหลันเซ่อที่กำลังอยู่ในบริเวณนั้นไม่รีรอเขาทำการนำบางอย่างออกมาอย่างรวดเร็วสิ่งที่เขาทำออกมามันเป็นก้อนกลมๆสีดำที่มีฉนวนเชื้อเพลิงบางอย่าง
เขานำมันออกมาแล้วก็เริ่มทำการใช้แร่หินจุดไฟขึ้น
เมื่อเห็นว่าฉนวนมันเริ่มมีประกายไฟลุกขึ้นมาแม่ทัพใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันมันรู้ได้ในทันทีว่ากำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
สิ่งที่มันทำคือการง้างกระบี่ออกแล้วก็ตั้งใจจะโจมตีใส่ไปที่พวกที่มันอยู่ด้านหน้าในตอนนี้
หลี่หยางเขามองเห็นอีกฝ่ายจะปล่อยการโจมตีมาขณะที่การเตรียมการนั้นยังไม่เสร็จสิ้นหลี่หยางไม่รีรอทำการตวัดขึ้นกระบี่ออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
คลื่นกระบี่ของเขาทั้งความรวดเร็วและความรุนแรงมันขึ้นอยู่กับความสามารถและการเลือกใช้ในแต่ละสถานการณ์
ถ้าทำการใส่พลังเข้าไปมากก็ต้องใช้เวลานานในการรวบรวมแต่การโจมตีที่ได้ออกมามันก็จะได้การโจมตีที่ทรงพลังแต่ถ้าตวัดออกไปเลยก็เป็นการโจมตีที่มีพลังไม่เทียบเท่าทันเน้นความรวดเร็ว
กระบี่ของเขาพุ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็วพุ่งไปใส่หน้าของศัตรูที่อยู่ด้านหน้า
และมันก็ทำให้ชายผู้นั้นต้องทำการแปรเปลี่ยนจากการที่มันจะใช้กระบี่ของตนเองโจมตีใส่ร่างกายของเขามันได้ยกกระบี่ของตนเองขึ้นมาป้องกันแทน
ตรึง!! การโจมตีนั้นถูกทำลายไปได้อย่างง่ายดายอีกฝ่ายดูไม่สามารถสะทกสะท้านกับการโจมตีที่ปล่อยไปเลยสักนิดร่างกายของมันไม่ขยับแม้เพียงก้าว
แต่ว่านั่นมันก็เพียงพอที่จะซื้อเวลาหลันเซ่อได้ทำการปาก้อนกลมๆสีดำออกไปหลังจากนั้นช่วงเวลามันก็ได้มาถึงก้อนกลมๆนั่นคือระเบิดมันได้ระเบิดออกในขณะที่มันกำลังลอยอยู่กลางอากาศ
ตูม!!!เมื่อแรงระเบิดได้ระเบิดออกมาม่านสีดำพุ่งตรงลงมาปกคลุมรอบบริเวณในรัศมีเกิดจาก 1 ลี้
พวกหลี่หยางถือโอกาสนั้นใช้เส้นทางหนีอย่างรวดเร็ว
พวกเขาสามารถหนีรอดในสถานการณ์เช่นนั้นออกมาได้
จบบท