คุณนายสาวโดนวินมอเตอร์ไซค์ ขข.
ภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงผ่านลำโพงฝังฝ้าเพดานอย่างแ่เบาสลับกับเสียงหัวเราะคิกคักอันบริสุทธิ์ของ น้องมินตรา ลูกสาววัยหนึ่งขวบเศษที่กำลังนอนเล่นตุ๊กตาผ้าอยู่บนเบาะรองคลานเนื้อนุ่ม
พลอยริน คุณแม่ในวัยยี่สิบเก้าปี เดินตรวจเช็กความเรียบร้อยของบ้านเป็ครั้งสุดท้าย วันนี้เธออยู่ในชุดมินิเดรสผ้ารัดรูปสีครีมยาวคลุมเข่า ผิวพรรณของคุณแม่ลูกอ่อนสะพรั่งผุดผ่องมีน้ำมีนวลเปล่งประกายสู้แสงไฟสีส้มสลัววอร์มไวท์ในบ้านหรู
วันนี้เธอมีนัดด่วนต้องออกไปเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมรดกแทนครอบครัวที่สำนักงานที่ดินย่านชานเมือง โดยปล่อยให้ หมออานนท์ สามีศัลยแพทย์หนุ่มวัยสามสิบแปดปี ผู้มีหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้านและสุภาพนุ่มนวล ทำหน้าที่อยู่เฝ้าบ้านและคอยป้อนข้าวนมดูแลลูกสาวตัวน้อยแทนเธอชั่วคราว
“พี่อานนท์คะ พลอยฝากดูน้องมินตราด้วยนะคะ เซ็นเอกสารเสร็จแล้วพลอยจะรีบขับรถกลับทันทีเลยค่ะ”
พลอยรินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ พลางโน้มตัวลงจุมพิตหน้าผากมนของลูกสาวและแก้มของสามีอย่างรักใคร่ โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า การก้าวเท้าพ้นเขตประตูรั้วบ้านในบ่ายวันนั้น จะเป็จุดเริ่มต้นของค่ำคืนอันมืดมิดที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
หลายชั่วโมงผ่านไป
ในเวลาพลบค่ำของวันนั้นเอง
หลังเสร็จสิ้นธุระอันยาวนานที่สำนักงานที่ดินจนล่วงเลยมาถึงเวลาเกือบสองทุ่ม บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดมิดและเงียบสงัด ลมพัดโชยหนาวเหน็บพัดพาเอาฝุ่นละอองและใบไม้แห้งปลิวว่อนตามท้องถนนชานเมือง
พลอยรินกำลังขับรถเก๋งไฟฟ้าคันหรูมุ่งหน้ากลับบ้าน ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเครื่องยนต์เกิดดับลงกะทันหันและมีควันโชยขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ หญิงสาวใสุดขีดรีบประคองรถเข้าจอดข้างทางบริเวณริมฟุตบาทเปลี่ยวๆเพราะกลัวไฟไหม้รถเหมือนที่เคยเห็นในข่าวทีวี
ทว่า หน้าปากซอยไร้ผู้คนจะขอความช่วยเหลือได้
มือเรียวสั่นระริก นิ้วขาวพยายามกดสมาร์ตโฟนเพื่อเรียกใช้บริการแอปพลิเคชันหารถหรืออู่ซ่อมครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าหน้าจอกลับหมุนค้างและขึ้นข้อความไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเป็พื้นที่ห่างไกลตัวเมืองและสัญญาณขาดหายไปดื้อๆ
ฟู่วส์! หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความกังวล ในใจนึกเป็ห่วงลูกสาวตัวน้อยที่ป่านนี้คงจะร้องไห้หิวนมแย่แล้ว
แว๊นนนน! ๆ
ในขณะที่เธอกำลังสิ้นหวังและทำอะไรไม่ถูก เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ขนาดร้อยยี่สิบห้าซีซีดัดแปลงท่อไอเสียก็แผดคำรามก้องเข้ามาจอดเทียบตรงหน้าพอดี ชายหนุ่มร่างใหญ่กำยำวัยยี่สิบห้าปีในเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้มซีดขยับจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบดุดัน ไอ้เก่ง เ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเิเ รูปร่างหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามและแขนขาล่ำสันที่เต็มไปด้วยรอยสักลวดลายดิบเถื่อน กลิ่นเหงื่อไคลดิบเถื่อนและน้ำมันเครื่องโชยเข้าจมูกคุณแม่วัยยี่สิบเก้าปีจนเธอรู้สึกประหม่า
“รถเสียเหรอครับคุณผู้หญิง?"
"ค่ำๆ มืดๆ แถมไม่มีสัญญาณแบบนี้ไม่มีแท็กซี่ผ่านมาหรอก ทิ้งรถไว้ล็อกให้ดีแล้วซ้อนท้ายผมไปส่งดีกว่า แปบเดียวถึงบ้าน”
เสียงทุ้มต่ำดุดันหว่านล้อมบวกกับสถานการณ์บังคับที่รถเสีย สัญญาณแอปก็ไม่มี และความรีบร้อนเป็ห่วงลูก ทำให้พลอยรินไร้ทางเลือก หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยักหน้ารับคำเบาๆ เธอกดรีโมทล็อกรถก่อนจะก้าวขาเรียวยาวขึ้นคร่อมซ้อนท้ายเบาะมอเตอร์ไซค์คันนั้นไปทันที โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ชายขับวินคนนี้ไม่ได้กำลังพาเธอไปส่งที่คฤหาสน์หรู
แว๊น! ๆ ๆ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์แผดคำรามก้องดุดันไปตามถนนสายเปลี่ยวท้ายซอยชานเมืองที่ทอดตัวยาวลึกเข้าไปในโซนอุตสาหกรรมเก่า แสงไฟหน้ารถสลัวริบหรี่แทบจะไม่ช่วยส่องทางที่เต็มไปด้วยดินลูกรังและรอยขรุขระ
สองข้างทางล้อมรอบด้วยป่าหญ้าคาขนาบข้างที่สูงท่วมหัว ลมพัดโชยหนาวเหน็บหอบเอาไอคาวดินลอยอบอวล พลอยริน นั่งเกร็งตัวลีบอยู่บนเบาะท้าย ร่างกายของเธอะเืไปตามจังหวะรถที่กระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง มือเรียวสองข้างกำชายเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้มซีดเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวจนสั่นเทาไปทั้งสรรพางค์กาย
สายตาคู่สวยกวาดมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสังเกตเห็นว่าเส้นทางที่ชายคนขับกำลังพาเธอมุ่งหน้าไป บัดนี้มันเริ่มออกนอกเส้นทางหลัก มืดมิด และไร้เงาของคฤหาสน์หรูอย่างที่ควรจะเป็ มีเพียงตึกร้างเก่าๆ และเงามืดของต้นไม้ใหญ่ข้างทางเท่านั้น
“พี่คะ! นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านฉันนะ! จอดรถเดี๋ยวนี้! ฉันบอกให้จอด!”
พลอยรินตวาดเสียงสั่นเครือ ร่างบางดิ้นรนพยายามจะเอื้อมมือไปดึงแฮนด์รถหวังจะให้มันหยุด ทว่า ไอ้เก่ง กลับไม่สนใจ
หึ! ๆ ชายหนุ่มร่างใหญ่กำยำกระตุกยิ้มวิปริตในความมืด มันหักเลี้ยวรถโขนเข้าสู่ลานดินร้างข้างตึกเก่าที่ปิดตาย แสงไฟจากเสาไฟฟ้าห่างออกไปริบหรี่จนบริเวณนั้นมืดสนิท มันเบรกรถกะทันหันจนรถปัด ล้อบดกับกรวดทรายเสียงดัง ครืด! ร่างอวบอัดของพลอยรินไถลไปกระแทกกับแผ่นหลังกว้างหนากำยำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลและกลิ่นอายดิบเถื่อนของมันอย่างแรง
ในนาทีนั้น
ทันทีที่รถจอดสนิท ไอ้เก่งไม่เปิดโอกาสให้คุณแม่ลูกอ่อนได้ตั้งตัว มันเอี้ยวตัวหันกลับมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างของพลอยริน ดึงกระชากลากร่างระหงให้ร่วงหล่นลงจากเบาะท้ายรถล้มลุกคลุกคลานไปบนพื้นดินที่รกร้าง พลอยรินกรีดร้องลั่นด้วยความใกลัว สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้เธอรีบสะบัดข้อมือจนหลุดพ้นจากการเกาะกุม ขาเรียวสวยรีบยันกายลุกขึ้นวิ่งหนีตรงไปยังทิศทางถนนใหญ่หวังจะรอดพ้นจากนรกแห่งนี้
“ช่วยด้วยค่ะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย ฮือ! ๆ”
เสียงร้องขอน้ำเสียงสั่นเครือของเธอถูกตัดฉับกะทันหัน เมื่อไอ้เก่งที่สวมิญญาเสือร้าย มันขยับก้าวเท้าหนาตามประชิดตัวเพียงไม่กี่ก้าว ลำแขนล่ำสันโอบกอดร่างระหงของเธอจากทางด้านหลังเอาไว้แ่า
มันลากเธอกลับมาที่ตึกร้างซึ่งยังสร้างไม่เสร็จแล้วออกแรงเหวี่ยงและกดเบียดร่างบางของเธอให้แนบชิดติดกับผนังปูนเก่าเย็นเยียบของตึกร้าง ก่อนที่ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจะเอื้อมขึ้นมาบีบเค้นที่ลำคอระหงของเธอเอาไว้แน่นจนพลอยรินเริ่มหายใจไม่ออก ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความทรมานและหวาดกลัวจนน้ำตาไหลพาดอาบสองแก้มโต
“เงียบ! ถ้ามึงร้องหรือดิ้นอีกคำเดียว กูฆ่ามึงฝังป่าตรงนี้แน่!"
"ผัวของมึงไม่มีวันตามหาศพมึงเจอหรอก!”
กระแสเสียงดุดันและหยาบช้าตะคอกขู่ชิดใบหู พร้อมกับแววตากระหายตัณหาหลังเงาหมวกกันน็อกที่จ้องมองเรือนร่างสะพรั่งขาวโพลนใต้แสงจันทร์สลัว คำขู่ฆ่าอันน่าเกลียดน่ากลัวบวกกับแรงบีบที่ลำคอทำเอาพลอยรินหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ สติที่พะวงถึงน้องมินตราลูกสาวตัวน้อยและความอยากมีชีวิตรอดกลับบ้าน สั่งให้เธอต้องจำยอม หยุดการดิ้นรนและต่อสู้ลงในที่สุด ร่างกายของเธอนิ่งสนิท
เมื่อเห็นเหยื่อสาวสิ้นฤทธิ์และนอนหอบหายใจถี่ด้วยความกลัวตาย ไอ้เก่งฉวยโอกาสรุกคืบเข้าส่วนลึกทันที มันใช้มือหนารูดรั้งสายเดี่ยวเดรสรัดรูปสีครีมของเธอสลัดทิ้งลงไปกองที่เอวอย่างป่าเถื่อน เผยให้เห็นทรวงอกอวบอัดตึงแน่นสองเต้าขาวโพลนทะลักล้นออกมาสู้สายตา หยาดน้ำนมคัดสรรตามธรรมชาติที่ตึงเปรี๊ยะล้นปรี่ไหลซึมเยิ้มออกมาตามรอยยอดอกสีชมพูระเรื่อเนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงหลังคลอดที่พลุ่งพล่านและตื่นกลัว
"โอ้โห มีน้ำนมด้วย โชคดีชะมัดเลยกู" ไอ้เก่งั์ตาเบิกกว้างด้วยความกระสัน มันก้มใบหน้าดิบเถื่อนลงไปอ้าปากงับดูดดื่มน้ำนมแม่ลูกอ่อนอย่างหิวกระหาย พออิ่มแล้วมันก็มุดลงต่ำ ใช้ลิ้นร้อนเลียโลมเกลี่ยตามพับขาอ่อนและง่ามขาเนียนละเอียดเพื่อเปิดทางสวาทอย่างช่ำชอง
“ฮึก อย่าทำฉันเลย ฮือออ ปล่อยฉันกลับไปหาลูกเถอะ”
พลอยรินคร่ำครวญเสียงเครือสะอื้นไห้ขณะโดนลงลิ้น ทว่าร่างกายสะพรั่งที่ห่างหายรสรักมานานเกือบปีกลับเริ่มทรยศสมอง ความเสียวซ่านลึกล้ำจากการจู่โจมอย่างรุนแรงดิบเถื่อนเริ่มทำให้เนื้อตัวของเธอสั่นเทาและอ่อนเปลี้ยคล้ายจะเป็ลม
สติและความผิดชอบชั่วดีเริ่มพร่าเลือนพ่ายแพ้ต่อตัณหาคาวโลกีย์ใต้เงามืด ไอ้เก่งไม่ฟังคำขอร้อง ชายหนุ่มจับเรียวขาเพรียวสวยแยกออกกว้างพาดบ่า เอาท่อนล่างที่ตื่นตัวเต็มพิกัดกดแทรกสอดใส่แก่นกายใหญ่โตเข้าสู่ร่างกายของเธอจนสุดความยาวในคราวเดียว
ส่วบบบ! กึดดดด!
อร๊ายยยยย!
พลอยรินแหงนหน้าอ้าปากสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความจุกและเสียวสะท้านเจียนคลั่ง ร่างบางบิดเร้าหยัดสะโพกงอนรับจังหวะโหมกระหน่ำอันป่าเถื่อนคาผนังตึกร้าง เสียงเนื้อกายกระทบกันดังสนั่นสลับกับเสียงครางสะอื้นไห้ที่กลายเป็ความสมยอมกระสันสวาทไปในที่สุด!
30นาทีต่อมา
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์แผดคำรามลั่นก่อนจะเร่งเครื่องจากไป ทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันสีดำและเสียงล้อบดกรวดทรายที่ค่อยๆ เงียบหายไปในความมืด พลอยรินทรุดร่างนอนนิ่งอยู่บนพื้นดินปนทรายข้างผนังตึกร้างเก่าเย็นเยียบ ร่างกายบางสะพรั่งช้ำชอกระบมไปทั้งสรรพางค์กายจากจังหวะโหมกระหน่ำอันป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไป น้ำเชื้อขาวขุ่นไหลโจกออกมาตามกลีบดอกไม้และเลอะเต็มง่ามขาและน้องตูดและติดเลอะตรงพื้นเป็วงกว้าง
ชุดเดรสรัดรูปสีครีมตัวหรูบัดนี้ฉีกขาดหลุดลุ่ย ยับยู่ยี่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นดินแดงและคราบรักคาวโลกีย์ น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้มไม่ขาดสาย ความรู้สึกสับสน หวาดกลัว และละอายใจตีรวนเข้ามาจุกอยู่ที่อกจนเธอแทบหายใจไม่ออก
หญิงสาวพยายามยันกายอันสั่นเทาและอ่อนเปลี้ยลุกขึ้นนั่งอย่างทลักทเล มือเรียวสั่นระริกเอื้อมไปดึงรั้งสาบเสื้อเดรสที่ขาดวิ่นขึ้นมาคลุมทรวงอกอวบอิ่ม เธอรีบใช้ชายกระโปรงเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัวและเรียวขาเพรียวสวยอย่างลนลานก่อนจะสวมชุด พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงและสติที่แตกสลาย ก้าวเท้าฉับๆ เดินแกมวิ่งกลับออกไปตามแสงไฟไกลๆยังถนนใหญ่ โชคดีที่มีรถแท็กซี่ผ่านมาพอดี พลอยรินจึงรีบขึ้นรถมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์หรูทันทีด้วยหัวใจที่บอบช้ำ
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน
ทันทีที่รถแท็กซี่แล่นมาจอดเทียบหน้าประตูรั้วอัลลอยด์บานใหญ่ของคฤหาสน์ พลอยรินจ่ายเงินแล้วรีบก้าวเท้าวิ่งผ่านสวนหย่อมเข้าบ้านไปอย่างเงียบเชียบที่สุด ภายในบ้านเปิดไฟสีส้มสลัววอร์มไวท์ชวนอบอุ่น แต่อบอวลไปด้วยความเงียบสงัด หมออานนท์ สามีศัลยแพทย์หนุ่มวัยสามสิบแปดปี นอนฟุบหลับอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นในชุดลำลองสะอาดสะอ้าน ใกล้ๆ กันนั้นมีเปลนอนของ น้องมินตรา ลูกสาวตัวน้อยวัยหนึ่งขวบเศษที่กำลังนอนหลับปุ๋ยตาปิดสนิทอย่างบริสุทธิ์น่าเอ็นดู
ภาพความอบอุ่นตรงหน้าดั่งเหล็กแหลมที่ทิ่มแทงเข้ากลางอกของพลอยริน ตราบาปและความรู้สึกผิดท่วมท้นจนเธอต้องเอามืออุดปากกลั้นเสียงสะอื้นไห้ ร่างบางรีบก้าวเท้ากึ่งวิ่งขึ้นบันไดตึกตรงดิ่งเข้าห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ทันที
หญิงสาวสลัดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี เปิดก๊อกน้ำเปิดฝักบัวปล่อยให้น้ำเย็นจัดสาดซัดล้างเรือนร่างขาวโพลนอวบอัด เธอใช้น้ำบีบเค้นเต้าเต่งตึงรีดเอาน้ำนมคัดสรรที่เปรอะเปื้อนน้ำลายชู้ออกไปให้หมดสิ้น ขัดถูผิวพรรณเนียนละเอียดจนขึ้นรอยแดงเถือกเพื่อหวังจะล้างคราบคาวและความผิดบาปใต้ร่มผ้าออกไป แต่อารมณ์ดิบและความกลัวในคืนเปลี่ยวนั้นกลับฝังลึกในสมองจนสลัดไม่หลุด
หลังอาบน้ำเสร็จ พลอยรินสวมชุดนอนผ้าซาตินตัวใหม่เดินกลับลงมาด้านล่าง หมออานนท์เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี ชายหนุ่มขยับแว่นสายตา ลุกขึ้นเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาสาวจากทางด้านหลังอย่างรักใคร่และอ่อนโยน โดยไม่รู้เลยว่าเนื้อตัวของภรรยาเพิ่งผ่านศึกสวาทอันป่าเถื่อนมาหมาดๆ
“พลอยกลับมาดึกจังเลยครับ พี่เป็ห่วงแทบแย่ โทรไปก็ไม่มีสัญญาณเล เหนื่อยไหมคนดี”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลและกระแสเสียงอันซื่อสัตย์ห่วงใยของสามีหลวง ยิ่งตอกย้ำตราบาปคาวโลกีย์ให้บาดลึกเข้าไปในใจของพลอยรินจนแทบกระอัก หญิงสาวฝืนส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจตอบกลับพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า
“พลอย พลอยไม่เป็ไรค่ะพี่อานนท์ แค่รถเสียน่ัค่ะ แล้วก็เหนื่อยๆนิดหน่อยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดูน้องมินตราให้”
เธอแสร้งทำเสียงปกติโกหกคำโตตบตาสามีผู้แสนดี ทั้งที่เนื้อตัวข้างในยังสั่นเทาด้วยความหวาดผวาและรู้สึกผิดต่อศีลธรรม ความลับดำมืดในคืนเปลี่ยวหลังเบาะวินถูกซุกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าอันอ่อนหวาน