ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 ผู้ชายที่สวมหน้ากากทองคำคือใคร?

            ฮวาเหยียนเปิดปากเอ่ยเสียงเบา เสียงของนางเบายิ่งนัก นางสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่แห่งตระกูลมู่ เพราะนางมีประสบการณ์มานับครั้งไม่ถ้วนทุกครั้งที่พิษของหยวนเป่ากำเริบ นางเองก็ทุกข์ใจเช่นเดียวกันความโกรธและความไร้กำลังช่วยเหลือล้วนย้อนกลับมาทำร้ายนางให้ดับดิ้น

            หลังจากที่ฮวาเหยียนเอ่ยจบ ท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่แห่งตระกูลมู่พลันเงียบสนิท

            บนถนนสายยาวในเมืองหลวง สองข้างทางมีคนเดินสัญจรไปมา ทั้งสองข้างของถนนมีหลายบ้านจุดโคมไฟแสงสีแดงนวลที่ตกลงบนพื้นทำให้เกิดชั้นของแสงและเงา

            พวกเขาสองสามคนยืนอยู่ในเงามืดของตรอกชายคา

            “พิษอะไร? ดินแดนหนาวเหน็บอะไร”

            มู่เสวียนเย่ถามขึ้นมาอีกครั้ง

            เสียงแหบแห้งถูกเปล่งออกมาจากลำคอของเขา

            ดวงตาของฮวาเหยียนเต็มไปด้วยหมอกอึมครึม ทั้งร่างของนางราวกับถูกเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว มีภาพฉายชัดอยู่ตรงหน้านาง ความฝันยามราตรีฉายออกมาในสายธารความคิดของนางครั้งแล้วครั้งเล่า

            จนกระทั่งยามนี้นางหลับตาลงก็สามารถมองเห็นน้ำแข็งและหิมะได้ทันที

            สตรีคนนั้นคือนาง และไม่ใช่นาง...

            เพียงแต่พวกเขามีใบหน้าที่เหมือนกันเป็นอย่างยิ่ง

            สตรีผู้นั้นถูกลูกธนูยิงเข้าที่หน้าอก ใบหน้าของหญิงสาวเปี่ยมไปด้วยไอความตาย ในอ้อมแขนเล็กๆ นั้นกอดเด็กน้อยอยู่คนหนึ่ง นางคุกเข่าลงเพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นก็กลายเป็นกองเลือดอยู่ตรงหน้า

            ...

            ฮวาเหยียนส่ายหัว พยายามที่จะกำจัดภาพนี้ออกจากความคิด เพราะนางไม่กล้าคิดและไม่อยากคิดถึงมัน

            “ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ เช่นนั้นเรากลับไปถึงจวนแล้วค่อยคุยกันเถิดเจ้าค่ะ”

            “ไม่จำเป็น เอ่ยมาตรงนี้เลย”

            มู่เสวียนเย่ส่ายหัว แม้แต่หนึ่งเคอเขาก็รอไม่ไหวเขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวและหลานชายของเขา

            ฮวาเหยียนไม่สามารถต้านทานแววตาที่ยืนหยัดและหนักแน่นของมู่เสวียนเย่ได้นางจึงถอนหายใจและกล่าวว่า "พิษในร่างกายของหยวนเป่าเกิดจากครรภ์มารดา ในตอนนั้นข้าและหยวนเป่าถูกไล่ล่าและตามฆ่าจากชายหน้ากากทองท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บ หลังจากนั้นพวกเราก็ตกจากหน้าหน้าผาและได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากท่านผู้เฒ่าผู้สันโดษ ถึงแม้ว่าเขาจะรักษาชีวิตของเราให้รอดเอาไว้ได้และโชคดีที่ยังไม่ตาย แต่ด้วยสภาพอากาศในยามนั้นที่เลวร้ายจนร่างกายหยวนเป่าได้รับบาดเจ็บ หากไม่ใช่เพราะความสามารถทางการแพทย์ระดับสูงแล้วก็เกรงว่าอาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตของหยวนเป่าเอาไว้ได้

            ทว่าร่างกายของหยวนเป่ายังคงมีผลข้างเคียงเรื้อรังที่มีทั้งอาการหนาวสั่นและอ่อนแอ

            หลายปีมานี้ ข้าพยายามยาดีๆมาบำรุงร่างกายเขา มิฉะนั้นเมื่อลมหนาวพัดมาหยวนเป่าจะล้มป่วย แต่ในปีที่ผ่านมาร่างกายของหยวนเป่าดีขึ้นมาก ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่พวกท่านอย่าได้กังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ"

            ฮวาเหยียนเอ่ยทุกอย่างจบภายในลมหายใจเดียว

            ดวงตาของนางฉ่ำชื้นเล็กน้อย ราวกับว่าการไล่ล่าเมื่อสี่ปีก่อนเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้

            บางครั้งยามที่นางอยู่ตัวคนเดียว นางมักจะคิดว่านางได้เดินทางข้ามผ่านกาลเวลาจากศตวรรษที่ยี่สิบสี่อันไกลโพ้นเพราะสตรีคนนั้นที่ชื่อมู่อันเหยียนใช่หรือไม่? หรืออาจเป็นเพราะเด็กที่ชื่อหยวนเป่ากัน...

            หยวนเป่าจับมือมู่เอ้าเทียนอย่างเชื่อฟัง ท่านแม่ทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่งมานานหลายปีแล้ว โชคดีที่ตอนนี้มีท่านตาและท่านลุง พวกเขาจะต้องทุ่มเทสุดกำลังอย่างแน่นอน โตขึ้นเขาจะกตัญญูกับท่านแม่ ท่านตาและท่านลุงทั้งหลายแน่นอน หยวนเป่าลอบสาบานในใจ

            มู่เอ้าเทียนเคยได้ยินคำเหล่านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเขาได้ยินอีกครั้ง เขาก็ไม่อาจหยุดยั้งความรู้สึกทุกข์ทนได้

            “จะไม่ให้กังวลใจได้อย่างไรกัน? ”

            มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่เอ่ยออกมาพร้อมกันเมื่อพวกเขาได้ยินคำของฮวาเหยียน

            ฮวาเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วน นางเอ่ยผิดไปแล้ว...

            “น้องหญิง พี่ใหญ่ถามเจ้า หยวนเป่าได้รับพิษจากในครรภ์ซึ่งหมายความว่าร่างกายของเจ้าเองก็ต้องถูกวางยาพิษด้วยเช่นกัน ดังนั้นเจ้าถึงส่งต่อมันให้กับหยวนเป่าได้ เช่นนั้นแล้วตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไร? ร่างกายของเจ้าเป็นเช่นไร? ”

            มู่เสวียนเย่ถามอย่างเคร่งขรึมด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

            ฮวาเหยียนตกใจ ใช่แล้ว เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้...

            ในร่างกายของหยวนเป่ามีพิษ เพราะอย่างนี้ร่างกายของมู่อันเหยียนย่อมต้องไม่แข็งแรง ในยามนั้นวิญญาณของนางแตกสลายตรงหน้าผาหิมะ นอกจากลูกศรที่ปักอยู่บนหน้าอกของนางแล้ว เกรงว่าร่างกายของนางก็ถูกวางยาพิษด้วย แต่ตอนนี้ นางมีสุขภาพที่ดีเยี่ยมและไม่เคยถูกวางยาพิษมาก่อนดังนั้นนางจึงขมวดคิ้วและเอ่ยเบาๆ ว่า "พี่ใหญ่ ร่างกายของข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ท่านผู้เฒ่าที่ช่วยเราไว้มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม เขายอมรับหยวนเป่าเป็นลูกศิษย์ และตอนนี้สุขภาพข้าดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนอธิบาย

            ทว่ายามนางเอ่ยเช่นนี้ ในใจของนางพลันรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อย

            เพราะโกหกหนึ่งครั้งจึงต้องโกหกนับไม่ถ้วนเพื่อรักษาความลับ แต่ก่อนนางเป็นคนโกหกเก่ง นางไม่แม้แต่จะกะพริบตายามที่ต้องโกหกด้วยซ้ำ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่แห่งตระกูลมู่แล้ว นางกลับไม่เต็มใจที่จะโกหก ทว่าก็ไม่อาจเลี่ยงได้

            ฮวาเหยียนรู้สึกสับสนในใจ อีกทั้งยังไม่สบายใจนัก

            “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ดีมากเลย ต้องขอบคุณท่านผู้เฒ่าคนนี้ สักวันหนึ่งข้าจะต้องเชิญเขามาที่จวน พ่อจะขอบคุณต่อหน้าเขา”

            มู่เอ้าเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินว่าร่างกายของฮวาเหยียนไม่เป็นอะไร

            “ท่านตา ท่านอาจารย์เป็นคนแก่ที่มีนิสัยแปลกๆไม่ชอบพบปะผู้คน ข้าเกรงว่าเขาจะไม่มาเป็นแขกที่จวนขอรับ”

            ในยามนั้นหยวนเป่าพลันเอ่ยแทรกด้วยเสียงเบา

            “ไม่เป็นไร ท่านตาสามารถไปหาเขาด้วยตัวเองได้ ขอบคุณเขาที่ช่วยท่านแม่ของเจ้าและเจ้าเอาไว้”

            มู่เอ้าเทียนตอบ

            หยวนเป่าขมวดคิ้วและพยักหน้า เขาเองก็คิดถึงอาจารย์ของเขาเล็กน้อยเช่นกัน

            "ผู้ใดคือชายหน้ากากทองคำ? "

            ในยามนั้น มู่เสวียนเย่ถามขึ้นมาอีกครั้ง

            น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้างและใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมจริงจัง ในยามนั้นกลิ่นอายแห่งหน่วยราชองครักษ์ประจำวังหลวงก็พลันสลายไปโดยไม่รู้ตัว

            ฮวาเหยียนเมื่อเห็นว่ามู่เสวียนเย่มิได้จดจ้องอยู่แต่คำถามนั้นและมิได้ถามอันใดต่อนางโล่งใจเล็กน้อย ก่อนจะคิดถึงชายหน้ากากทองคำ...

            “ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่หากได้เจอกันอีกที ข้าย่อมจำเขาได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ! ”

            ฮวาเหยียนกัดฟันเอ่ย

            ผู้ชายคนนั้นได้ทิ้งความทรงจำอันอย่างลึกซึ้งให้นาง และนั่นคือดวงตาที่เย็นชาและโหดร้ายคู่นั้น

            ดวงตาของฮวาเหยียนเต็มไปด้วยรังสีสังหาร อย่าปล่อยให้นางพบกับบุรุษผู้นี้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นนางจะไม่มีวันปล่อยเขาไป แค้นที่หน้าผาหิมะนั้นทำให้นางไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับศัตรูผู้นี้ได้แน่นอน

            “ได้ น้องหญิงกลับไปวาดรูปเหมือนของเขาเถิด พี่ใหญ่มีเส้นสายอยู่มาก มาดูกันว่าเราจะหาเบาะแสอะไรได้บ้าง”

            "เจ้าค่ะ"

            ฮวาเหยียนพยักหน้า ด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลมู่ นางจึงไม่จำเป็นที่จะต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้เพียงลำพัง

            “ท่านผู้เฒ่าที่ช่วยพวกเจ้าและเป็นท่านอาจารย์ของหยวนเป่า ตัวตนเขาคือใคร เจ้ารู้หรือไม่? ”

            มู่เสวียนเย่ถามขึ้นมาอีกครั้ง

            ฮวาเหยียนส่ายหัว ในตอนแรกนางยังถามคำถามนี้กับท่านผู้เฒ่าติงอยู่ แต่ท่านผู้เฒ่ากลับเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า "เขาเป็นยอดฝีมือดผู้เร้นกายจากใต้หล้า ตัวตนของเขาไม่อาจบอกคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้ และให้เรียกเขาว่าท่านผู้เฒ่าติงก็พอ”

            ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงอาศัยอยู่ด้วยกันที่ด้านล่างหน้าผาเป็นเวลาสี่ปี โดยที่นางก็ยังไม่รู้ตัวตนของท่านผู้เฒ่าคนนั้น

            “ท่านพี่ใหญ่ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะตัวตนของท่านผู้เฒ่านั้นลึกลับเป็นอย่างยิ่ง เขาให้ข้าเรียกเขาว่าผู้เฒ่าติง”

            ฮวาเหยียนบอกความจริง

            "ยอดฝีมือล้วนชอบปกปิดชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริง เขาช่วยลูกและหยวนเป่าไว้ ตระกูลมู่ของเราเป็นหนี้บุญคุณเขา"

            มู่เอ้าเทียนต่อบทสนทนา

            มู่เสวียนเย่พยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นท่านผู้เฒ่าผู้สันโดษผู้นี้เคยบอกหรือไม่ว่าจะกำจัดพิษในร่างกายของหยวนเป่าอย่างไร? "

            นี่เป็นข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาในยามนี้

            เอ่ยถึงเรื่องนี้ใบหน้าของฮวาเหยียนก็เริ่มจริงจังเพราะนางกำลังรอโอกาสที่จะเอ่ยถึงเรื่องบิดาผู้ให้กำเนิดหยวนเป่า

            "ผู้เฒ่าติงบอกว่าพิษในร่างกายของหยวนเป่าสามารถกำจัดได้แต่ต้องใช้ยาอายุวัฒนะหลายประเภท..."

            “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ไม่ว่าต้องการยาอายุวัฒนะอันใด ตระกูลมู่ของพวกเราล้วนหามาให้ได้”

            เมื่อได้ยินคำอธิบายของฮวาเหยียน ดวงตาของมู่เอ้าเทียนก็สว่างวาบขึ้น จากนั้นเขาก็ตบหน้าอกและเอ่ยออกไป

            ทันทีที่สิ้นเสียง เขาพลันได้ยินว่าฮวาเหยียนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาว่า “แต่มีอย่างหนึ่งที่หายากที่สุด และไม่มีมิได้…”

            “ยาอันใด?”

            มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ต่างก็ถามขึ้นมาอย่างประหม่าพร้อมกัน

            หยวนเป่าถอนหายใจและก้มศีรษะลง เฮ้อ...

            "มันคือโลหิตของบิดาผู้ให้กำเนิดหยวนเป่าเจ้าค่ะ"

            ฮวาเหยียนไม่มีการเอ่ยอ้อมค้อมใด นางเอ่ยออกมาโดยตรง

            มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ตกตะลึงพวกเขาไม่เคยคิดว่านี่ก็นับเป็นยาชนิดหนึ่ง

            เรื่องเกี่ยวกับบิดาของหยวนเป่า พวกเขาไม่ต้องการเอ่ยถึง ซ้ำยังเกลียดยิ่งนัก ถ้าพวกเขาสามารถหาชายคนนั้นได้ ตระกูลมู่เกรงว่าพวกเขาจะต้องฆ่าชายผู้นั้นจนถึงแก่ความตายแน่

            เจ้าสารเลวคนนี้ได้พรากเอาหญิงสาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตระกูลมู่ไป

            มีเพียงโชคชะตาที่ทำร้ายคน...

            “เลือด? ต้องเป็นเลือดจากบิดาผู้ให้กำเนิดเขาหรือ? ”

            มู่เอ้าเทียนยืนยันอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เย็นชา

            ฮวาเหยียนไม่ได้เอ่ยอะไรอยู่ครู่หนึ่ง หยวนเป่าก็ถอนหายใจยาว เขาเรียนเรื่องการแพทย์จึงเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใครๆดังนั้นเขาจึงพยักหน้า “ท่านตา ท่านลุงใหญ่ หยวนเป่าก็เกลียดพ่อที่ไม่เคยเจอเช่นกัน เขาทำให้ท่านแม่ทรมานยิ่งนัก...

            อย่างไรก็ตาม สำหรับพิษของหยวนเป่า ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องใช้เลือดของเขาในการทำยา หากทำยาสำเร็จแล้ว ก็ต้องทำการเปลี่ยนถ่ายเลือดหยวนเป่าถึงจะมีชีวิตอยู่ได้ขอรับ"

            หยวนเป่าขมวดคิ้วและเอ่ยอย่างขมขื่น

            แท้จริงแล้วเขาไม่เกรงกลัวความตายหรือความเจ็บปวดแต่เขาไม่อาจที่จะทอดทิ้งท่านแม่ของเขาเอาไว้ได้เขาเห็นนางร้องไห้อย่างบ้าคลั่งเพื่อเขา ดังนั้นเขาจะต้องดีขึ้นให้ได้ และเขาจะดีกับนางและรักนางให้มาก

            เมื่อหยวนเป่าเอ่ยถึงพ่อผู้ให้กำเนิด น้ำเสียงของเขาเย็นชา ไม่ว่าผู้ใดล้วนฟังออกว่าเด็กคนนี้รู้สึกไม่ดีกับบิดาผู้ให้กำเนิดของตน

            “ดังนั้น ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ ข้าอยากถามว่าข้าเคยรักผู้ใดมาก่อนหรือไม่เจ้าคะ? หยวนเป่าเป็นบุตรของคนที่ข้ารักใช่หรือไม่? ”

            ฮวาเหยียนถามต่ออย่างระมัดระวัง

            ใบหน้าของมู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ไม่ได้ดูดีนัก สองพ่อลูกดูคล้ายกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยใบหน้าที่สงบและไม่ชอบพูดคุยพวกเขาดูเหมือนถูกแกะสลักออกจากแท่นแม่พิมพ์เดียวกันจริงๆ

            เมื่อฮวาเหยียนถามคำถามนี้ มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่พลันเงียบ

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งมู่เอ้าเทียนที่หันศีรษะหนี ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเผชิญหน้ากับฮวาเหยียนได้

            คนทั้งคนเศร้าโศก อ้างว้าง ที่มาพร้อมกับความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

            หัวใจฮวาเหยียนจมดิ่งลึกลงไปทันที...

            “ไปกันเถอะ รีบกลับไปที่จวนกันเถิด นี่เป็นเวลาอันใดแล้ว นอกจากนี้ห้ามผู้ใดเอ่ยอะไรเกี่ยวกับเรื่องของวันนี้เด็ดขาด”

            จู่ๆ มู่เอ้าเทียนก็เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับอุ้มหยวนเป่าขึ้น ก่อนจะยกเท้าก้าวเดินไป

            “เรื่องเงินสามล้านตำลึงกับเวลาสามวันนี้ค่อนข้างกระชั้น แต่พ่อจะหาทางให้ได้ ลูกไม่จำเป็นต้องกังวล พ่อจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้เจ้าต้องเข้าไปในจวนไท่จื่อ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าและองค์รัชทายาทเกรงว่าคงจะต้องจบลง หลังจากนี้อย่าไปยั่วยุองค์รัชทายาทอีกเลย”

            มู่เอ้าเทียนเดินไปได้สองก้าวก็หยุดแล้วหันมาเตือนด้วยความกังวลสองสามคำ

            หัวข้อเปลี่ยนไปอย่างตรงไปตรงมาและจงใจ เป็นความจงใจที่จะเลี่ยงกล่าวถึงประเด็นก่อนหน้านี้

            “ไปเถอะๆ กลับจวนเร็ว วันนี้ทุกคนเหนื่อยมากแล้ว ตกกลางคืนก็ให้รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ”

            หลังจากที่มู่เอ้าเทียนเอ่ยจบ พอหันมา ทุกคนก็เดินทางต่อ

            เงาของดวงจันทร์สาดแสงส่อง เงาด้านหลังของมู่เอ้าเทียนตกกระทบลงบนพื้นอย่างอ้างว้างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่มิอาจบรรยายได้

            “พี่ใหญ่ หยวนเป่าเกิดขึ้นในปีนั้นที่หอนางโลม...”

            “ท่านพ่อไปแล้ว พวกเราก็รีบไปกันเถอะ”

            ทันทีที่ฮวาเหยียนเปิดปาก มู่เสวียนเย่ก็หลีกเลี่ยงหัวข้อนี้ทันที เขาลากฮวาเหยียนให้รีบเดินเพื่อไล่ตามมู่เอ้าเทียนไป

            ฮวาเหยียนถอนหายใจ ในใจท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่ที่แท้ก็พยายามปิดปากไม่เอ่ยถึงเรื่องหอนางโลมเมื่อสี่ปีที่แล้วดูเหมือนว่าเรื่องนี้สำหรับพวกเขาแล้วเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายได้

            แต่เมื่อเห็นการแสดงออกของท่านพ่อและพี่ใหญ่แล้วดูเหมือนพวกเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามู่อันเหยียนมีคนรัก

            แล้วผู้ใดกันคือเจ้าของจี้หยกที่มู่อันเหยียนกล่าวก่อนจากไป?

            ฮวาเหยียนปวดหัวมาอยู่นานและรู้สึกว่าเรื่องที่ทำให้เกิดการแตกหักครั้งใหญ่คือเรื่องหอนางโลมเมื่อสี่ปีที่แล้วแต่ตอนนี้ท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่กลับปิดปากเงียบ นางควรเริ่มตรวจสอบจากที่ใดกัน?

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730