ตอนที่หนึ่งร้อยเก้า The die is cast
นี่คือสิ่งที่ผมวิเคราะห์มาตลอดเกี่ยวกับจ้าวเกา
ว่าต่อให้เรายึดอำนาจราชสำนักเก่งมากแค่ไหนมีกองทัพจากฝ่ายนอกมาหาเราเราก็แพ้อยู่ดี
หากมองในแง่หนึ่งตั๋งโต๊ะตามประวัติศาสตร์ก็แพ้ในเรื่องนี้เช่นกัน
เพราะไม่ว่าจะเข่นฆ่าฮ่องเต้ไทเฮาแค่ไหนก็ไม่เป็นอะไรตราบใดที่ยังไม่มีกองทัพพันธมิตรสิบแปดหัวเมืองจากภายนอกและลิโป้กบฏซ้ำจากภายใน
ดังนั้นแผนการเพื่อความปลอดภัยของผมจึงควรจะเป็นการทำให้กองทัพสิบแปดหัวเมืองไม่สามารถก่อตั้งขึ้นได้หรือไม่สามารถเคลื่อนทัพได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นผมเลยคิดแบบเม่ยกั๋วที่แผนการของผมไม่ใช่
ปกครองด้วยความสงบสุข
ที่ให้ขุนนางหรือสังคมหลงรัก
มีประโยชน์อะไรที่คนจะมารักเรา?
หาประโยชน์อะไรมิได้
อย่างที่พระเอกอิเซไคแดนจงหยวนคนหนึ่งเคยพูดว่า
ข้าไม่เดิมพันกับความเสียใจของฮ่องเต้
ว่าฮ่องเต้ทำร้ายเราอาจจะเสียใจเพราะรักเราแต่ก็ไม่เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงที่ฮ่องเต้จะฆ่าเราอยู่ดี
แบบเดียวกับเม่ยกั๋วส่งออกเงินเฟ้อสงคราม ความทุกข์ยาก Debt trap กับดักหนี้ ผ่านองค์กร IMF สร้างความวุ่นวายไปทั่วใต้หล้าเพราะพวกเขาเชื่อมั่นในหลักการที่ว่า
สงครามภายนอกดินแดนดีกว่าสงครามภายในดินแดน
ดังนั้นแผนการของผมคือยิ่งเกิดการฆ่าฟันภายนอกมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น
เวลาสงบสุขบ้านเมืองรุ่งเรือง อาหารเสบียงพร้อมพรักเราต้องคาดหวังว่าผู้คุมกองกำลังจะไม่ยกทัพมา
เวลาวุ่นวาย อาหารเสบียงมีไม่พอกินกำลังคนไม่พอ
ต่อให้ขุนศึกอยากยกกองทัพมาหาเราก็ไม่สามารถทำได้
มันคือการเดิมพันตามสภาพความเป็นจริงว่า
พวกเขาไม่มีความสามารถ
No capability
ไม่ใช่เพียงแค่
ไม่มีความปรารถนาทางการเมือง
No political will
การที่ลูกน้องจะบังคับให้เจ้านายของตนเองคลุมภูษามังกรก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
ลุกน้องของฮองฮูสงคนหนึ่งก็เคยเกลี้ยกล่อมฮองฮูสงให้ชูธงต่อต้านราชสำนัก(หรือตั๋งโต๊ะแล้วแต่คนจะมอง)
กองซุนตู้เจ้าเมืองเลียงตังที่ได้รับการแต่งตั้งเองจากตั๋งโต๊ะก็เช่นกัน
ก็ตั้งตนเป็นใหญ่ในยุควุยก๊กไม่คิดจะฟังคำสั่งราชสำนักอีกต่อไป
ผมเดิมพันพอสมควรกับการทอยเต๋าครานี้
Alea iacta est
The die is cast
ลูกเต๋าได้ทอยออกไปแล้ว
และเราทำได้แค่เดิมพันเท่านั้นโดยไม่มีใครจะสามารถหยุดได้
เดิมพันว่าราชวงศ์ฮั่นยังมีบารมีพอที่จะไม่ให้ทหารก่อการณ์ณ วินาทีนี้
เพราะผมแนบข้อความไปด้วยว่าได้รู้ข่าวว่ามีที่ปรึกษาของฮองฮูสงคนหนึ่งแนะนำให้เขาชูธงขึ้นก่อการณ์ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงแต่ความจริงอาจจะไม่เพียงพอในยุคของความวุ่นวายนี้
และข้อดีของการที่ผมมีเมตตาคือ
ผมเอากักข-เอ๊ย ดูแลรักษาพวกฮองฮูสงอยู่ยังมิได้สังหารพวกเขา
ต่อให้มีแม่ทัพที่ยังจงรักภักดียอมตายเพื่อพวกเขาในกองทัพก็คงต้องลังเลอยู่บ้าง
นี่คือมาตรการยึดอำนาจทางการทหารของกองทัพที่อยู่ในบริเวณนครหลวงและหัวเมืองรอบนอกกลับมาอยู่ในมือของราชสำนัก(ที่ตั๋งโต๊ะเป็นมหาขุนพล)
ผมพยุงกาเซี่ยงขึ้นมาและมอบหมายให้เขาไปทำตามแผนการของพวกเราเพราะผมไม่มั่นใจในตนเองว่าผมจะเก่งพอที่จะทำแผนการนี้ได้
“ชะตากรรมของราชสำนักและสกุลตั่งอยู่ในมือของท่านกาแล้ว”
ผมทำท่าคารวะกาเซี่ยงอย่างนอบน้อม
สร้างความแปลกใจหึ้คนรอบข้างที่กำลังสั่นกลัวอยู่ตอนนี้และกาเซี่ยงเอง
“นา- ท่านขุนพลโปรดวางใจข้าจะทำตามคำสั่งทางทหารให้สำเร็จ”
กาเซี่ยงรับคำก่อนจะเอาราชโองการและป้ายคำสั่งที่ผมร่างเตรียมไว้แล้วให้ฮ่องเต้ประทับตราพร้อมกับตรามหาขุนพลที่ใช้เคลื่อนกองทัพทั้งแผ่นดินกับตราพยัคฆ์ที่ใช้เคลื่อนทัพในส่วนกองกำลังของผม
ผมกำลังเดิมพันอย่างหนึ่ง
การที่เราไม่ใช่แม่ทัพออกรบเองแบบพระเอกอิเซไคแต่ต้องใช้คนอื่นทำงานนี่มันตื่นเต้นไปอีกแบบเหมือนกัน