ว่ากันว่าพระเ้ารักในตัวของมนุษย์ พระองค์มีความรักให้มนุษย์ทุกคนเท่ากัน พระองค์สร้างมนุษย์ทุกคนด้วยความรักและความตั้งใจ มนุษย์บางคนมีหน้าตาที่สวยงาม บางคนมีสติปัญญาเหนือกว่าผู้อื่น บางคนมีร่างกายที่ดีเลิศ ในคำสอนมักบอกว่าพระองค์รักพวกเราเหมือนลูก มีบางคนที่พระองค์รักเป็พิเศษพระองค์ให้ทั้งพร์ หน้าตา และเปี่ยมไปด้วยความสามารถ และเมื่อมีบางคนที่โชคดีย่อยมีคนที่โชคร้าย
เด็กชายคนหนึ่งเขาเป็คนธรรมดา พระองค์ทรงสร้างเขาขึ้นมาไม่มีอะไรโดดเด่น ไร้ซึ่งพรสววค์ มีสติปัญญาใกล้เคียงกับคนอื่นๆ ไม่มีร่างกายที่ดีเลิศ เพราะไร้ซึ่งความโดดเด่นเขาจึงไร้ซึ่งแรงผลักดัน และ ความฝัน เขาว่างเปล่าและปล่อยให้ทุกอย่างปล่อยไปตามกระแสของมัน
วันหนึ่งเด็กสาวเพื่อนของเขา ลูกแก้วเจตจำนงเธอส่องแสง เธอตระหนักรู้ถึงเส้นทางที่ได้รับมอบหมายจากพระผู้เป็เ้า ต่อมาไม่นานเด็กๆรุ่นเดียวกับเขาก็เริ่มมีลูกแก้วเจตจำนงที่ส่องแสง จากหนึ่งคน เป็สองคน จากสองคนเป็สามคน จนกระทั่งเด็กรุ่นเดียวกับเขาก็มีลูกแก้วเจตจำนง เด็กชายได้แต่เฝ้ามองดูตัวเองรอคอยหมายให้ลูกแก้วเจตจำนงของเขาปรากฏ ไม่ช้าเด็กที่มีอายุน้อยกว่าเขาเริ่มมีคนที่ปรากฏลูกแก้วเจตจำนง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กชายรู้สึกว่างเปล่า เขาถามพี่สาว พ่อ และ แม่ ว่าทำไมลูกแก้วเจตจำนงของเขาถือไม่ปรากฏ ทุกคนให้คำตอบเขาไม่ได้ พวกเขาบอกกับเด็กชายว่าบางคนก็ไม่มีลูกแก้วปรากฏ พี่สาวของเขาแม้มีลูกแก้วปรากฏ แต่เธอไม่อาจทำให้มันส่องแสงได้
เมื่อเวลาผ่านไปเด็กสาวคนแรกที่ลูกแก้วปรากฏ เธอออกจากหมูบ้านเพื่อเดินตามสิ่งที่ลูกแก้วเจตจำนงบอก เด็กชายพึ่งรู้ตัวว่าเพื่อเจตจำนงเด็กคนอื่นก็จะต้องออกเดินทางด้วยเหมือนกัน เด็กชายเลยไล่ถามทุกคนในหมู่บ้านเพื่อหาวิธีเรียกลูกแก้วของเจตจำนง คุณครูคนหนึ่งเห็นเด็กชายวิ่งไปทั่วหมู่บ้านจึงเข้าไปถามเมื่อคุณครูคนนั้นรู้จึงพาเด็กชายกลับไปคุยกับพ่อและแม่เพื่อหาวิธีแก้ไขเด็กชาย พ่อและแม่ต่างดีใจ พวกเขาจึงออกเดินทางกันทั้งครอบครัว คุณครูพาทั้งครอบครอบไปพบกับจอมปราชญ์เพื่อหาวิธีแก้ไข
เมื่อได้เจอกับจอมปราชญ์ เด็กชายผู้เป็น้องและเด็กสาวผู้เป็พี่ ได้พูดคุยกับจอมปราชญ์และขอความช่วยเหลือ จอมปราชญ์เริ่มคุยกับเด็กสาว ทำให้จอมปราชญ์รู้ว่าเธอเป็เด็กที่ฉลาดเขาจึงมอบให้หนังสือเล่มหนึ่งให้เธอ ทันทีที่เธอได้รับหนังสือและเมื่อเธอเริ่มอ่านลูกแก้วเจตจำนงก็เธอก็ส่องแสง จอมปราชญ์ยิ่งดีกับเด็กสาว ก่อนที่จอมปราชญ์จะหันมาพูดคุยกับเด็กชาย จอมปราชญ์หนักใจกับเื่ราวของเด็กน้อย จอมปราชญ์จึงถามว่าแทนที่จะวิธีเรียกลูกแก้วเจตจำนง เขาเสนอจะมอบ พลัง ปัญญา หรือ พร์จากร่างกาย ให้กับเด็กชายโดยให้เด็กชายเลือกมาได้หนึ่งอย่าง เด็กชายปฎิเสธของแค่้าเรียกลูกแก้วเจตจำนงของตัวเองเท่านั้น จอมปราชญ์บอกกับเด็กชายว่าถ้าเขา้าเรียกลูกแก้วเจตจำนงของตนเองเด็กชายจะต้องออกเดินทาง เพื่อตามหาเศษเสียวจิติญญา และ แม้แต่จอมปราชญ์ก็บอกไม่ได้ว่าเศษเสียวจิติญญานั้นมีเท่าไหร่ และอยู่ที่ไหนบาง การเดินทางอาจเต็มไปด้วยความผิดหวังและอันตราย
เด็กชายลังเลแต่พอเขานึกถึงเพื่อนสาวของเขา เขาจึงยอมรับการเดินทางเพื่อตามหาเศษเสียวจิติญญา จอมปราชญ์มอบลูกแก้วโปร่งแสงให้กับเด็กชายเพื่อไว้ใช้เก็บเศษเสียวิญญา และ เรือวิเศษที่ทำจากกระดาษสำหรับเดินทางไปยังที่ต่างๆเติมเต็มเศษเสี่ยงจิติญญาและตามหาลูกแก้วแห่งเจตจำนง เด็กชายขอบคุณจอมปราชญ์ก่อนที่เขาจะเดินมาจากลาและคุณครูและครอบครัวของเขา
เด็กชายออกเดินทางด้วยเรือกระดาษ เขารู้สึกเต้นกับการผจญภัยครั้งแรก ทุกครั้งที่เขาเจอประสบการณ์ใหม่ๆ เขามักจะพบเศษเสียวจิติญญาอยู่ใกล้ๆเสมอ ทั้งการล่องเรือครั้งแรก มองดวงดาวครั้งแรก เครื่องคนตรีใหม่ๆ อาหารนอกหมู่บ้าน เครื่องดื่มรสชาติใหม่ๆ เด็กชายค่อยเก็บรวบรวมเศษเสียวจิติญญา บางครั้งเขาสามารถได้เศษเสียวิญญาจากการช่วยเหลือผู้คน บางครั้งเขาต้องเข้าพื้นที่ของการทดสอบที่เต็มไปด้วยกับดักและสัตว์ร้าย
ครั้งแรกที่เด็กชายต้องเข้าพื้นแห่งการทดสอบ เขาต้องเจอเข้ากับกับดักหลายชนิดทัก ลูกธนู ลูกดอก นามแหลม และ ก้อนหินั์ เด็กชายได้แต่วิ่งหนีก้อนหินก้อนใหญ่กลิ้งเข้าหาเขา เด็กชายวิ่งจนเจอเข้ากับกำแพง เด็กชายคิดว่าเขาคงไม่รอดแล้ว ลูกแก้วที่เป็ที่เก็บเศษเสียวจิติญญาส่องแสง ปลดปล่อยพลังแห่งสายลม ทำลายก้อนหินจนแตกกระจาย เศษเสียวจิติญญาหนึ่งในลูกแก้วดับลง เด็กชายตื่นเต้นกับความสามารถที่เขาได้มา ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เด็กชายต้องเข้าพื้นที่แห่งการทดสอบในทุกครั้งเด็กชายจะได้เรียนรู้การปลดปล่อยพลังธรรมชาติ ทั้งลม ดิน นํ้า และ ไฟ และเมื่อรวบรวมจิติญญาได้ระดับหนึ่งลูกแก้วส่องแสงสีรุ้งออกมา เด็กชายภูมิใจในพลังที่เขาได้รับ
วันหนึ่งเด็กชายได้ไปเจอชายหนุ่มหน้าหวานผมทอง ดวงตาสีมรกต สวมสร้อยไม้กางเขน ถือไม้คฑาสีเงิน หัวไม้เป็ไม้กางเขนที่มีลูกแก้วจิติญญาสายรุ้งทั้งสามลูกเรียงต่อกัน เด็กชายตื่นเต้นที่เขาได้เจอกับผู้ตามหาจิติญญาคนอื่น ชายหนุ่มเล่าเื่ผจญภัยของเขาให้เด็กชาย เด็กชายตื่นเต้นกับกับเื่ราวต่างๆที่เขาได้ยินพร้อมถึงหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองได้รับการต้อนรับอย่างดี เมื่อทั้งคู่เดินถึงกลางเมืองชายหนุ่มดึงไม้กางเขนด้านขวางที่เป็ด้านที่สั้นลง ทำให้สร้อยคอของเขากลายเป็ไม้กางเขนกลับหัว สีผมสีทองเปลี่ยนสีเป็สีขาว ดวงตากลายเป็สีแดงสด ไม้คฑาสีเงินเปลี่ยนเป็สีดำ ลูกแก้วสีรุ้งทั้งสามกลายเป็ลูกแก้วสีดำ ชายหนุ่มชูไม้คฑาขึ้นทุกคนในหมู่บ้านอยู่ๆหมดเรี่ยวแรงและล้มลงกับพื้นราวกับถูกดูดพลังชีวิต
เด็กชายใกับภาพที่เกิดก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ เด็กชายถูกชายหนุ่มปลดปล่อยพลังแห่งสายลมอัดกระแทกลงเข้ากับกำแพง เด็กชายล้มลงลงพื้น ชายหนุ่มใช้เท้าเหยียบมือข้างที่ถือลูกแก้วของเด็กชาย ก่อนที่เขาจะใส่เศษเสียวจิติญญาสีดำเข้าสู่ลูกแก้วของเด็กชาย เด็กชายเ็ปและทรมาณต่อพลังสีดำที่ปะทุเพื่อกลืนกินเศษเสียวจิติญญาดวงอื่น ชายหนุ่มหัวเราะให้เด็กชายการหายตัวไป เด็กชายปลดปล่อยพลังเกือบทั้งหมดของลูกแก้วเพื่อชำระล้างพลังที่ผิดปกติที่ชายหนุ่มทิ้งเอาไว้ ทำให้เศษเสียวจิติญญาเขาเด็กชายเหลือน้อยมาจำไม่อาจส่องแสงสีรุ้งได้ต่อไป เด็กชายเ็ปต่อสิ่งที่เจอเขาสับสนต่อการกระทำของชายหนุ่ม แม้ต่อนี้เศษเสียวจิติญญาสีดำจะไม่อยู่แล้วแต่เด็กชายกับรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนเดิม
เด็กชายยังคงใช้เรือกระดาษเพื่อตามหาเศษเสียวจิติญญา เขายังคงเดินทางและคอยช่วยเหลือผู้อื่นแม้ในหลายครั้งเขาจะลังเลแต่เขาไม่อยากให้ประสบการณ์ที่แย่ของเขาเปลี่ยนตัวเขาไป เด็กชายสะสมเศษเสียวจิติญญาเรื่อยๆจนลูกแก้วของเขากับมาส่องแสงสีรุ้งอีกครั้ง คราวนี้เด็กชายรู้สึกว่าพลังของเศษเสียวจิติญญาในลูกแก้วมีมากกว่าครั้งก่อน แต่เด็กชายก็ไม่รู้สึกเลยว่าเขาจะเรียกลูกแก้วจิตสำนึกออกมาได้ เด็กชายจึงนั่งเรือกระดาษเพื่อออกเดินทางต่อไป
เด็กชายเดินทางมาถึงเมืองเมืองหนึ่ง เมืองนี้ผู้ต่างล้มป่วย เด็กชายเดินเข้าไปในเมืองเผื่อเขาสามารถช่วยอะไรคนในเมืองได้ เมื่อเขาเข้าไปเขาได้เจอเด็กสาวคนแรกที่ออกจากหมู่บ้าน เธอกำลังพยายามช่วยผู้ป่วยอยู่กับกับคนที่เป็หมอ เด็กชายเดินเข้าไปหาทุกคนต่างบอกเขาว่ามีสัตว์อสูรร่างกายเน่าเปื่อยอยู่บนเขามันทำให้ทั้งูเาระบบนิเวศพังทลาย และ แม่นํ้าของเมืองนั้นมาจากูเาเป็หลักผู้คนที่ใช้นํ้าจากแม่นํ้าต่างพากันล้มป่วย เด็กชายออกเดินทางไปูเาเพื่อช่วยเหลือคนในเมือง เขาปลดปล่อยพลังของลูกแก้วเพื่อขับไล่สัตว์อสูร แต่เ้าสัตว์ไม่ได้ยอมง่ายขนาดนั้น มันคือาาของูเา มันปล่อยไอพิษอย่างต่อเนื่อง เด็กชายพยายามปลดปล่อยพลังแห่งสายลมเพื่อป้องกันไม่ให้ไอพิษลอยไปทางเมือง เพราะต้องค่อยระวังชาวเมืองทำให้เ้าสัตว์อสูรสามารถใช้กรงเล็บจับตัวเด็กชายไว้ได้ เ้าสัตว์ร้ายยิ้มเยาะ เด็กชายพึ่งรู้ตัวว่าเ้าสัตว์อสูรมีสติปัญญา เ้าสัตว์อสูรปล่อยไอพิษไปยังเมืองหมายจะฆ่าทุกคนให้หมด เด็กชายรับรู้ถึงความรู้สึกที่รุนแรงที่ปะทุขึ้นในใจของเขา มันรุนแรงและเกรี้ยวกราดภาพของชายหนุ่มผมสีขาว ั์ตาสีแดง ปรากฏขึ้นในหัวของเด็กชาย
ทุกคนในเมืองเริ่มล้มลงเพราะไอพิษของเ้าสัตว์อสูร เสียงร้องจากความทรมาณดังขึ้นทั่วไป เด็กชายรวบรวมความเ็ปของชาวเมืองจนก่อเกิดเศษเสียวจิติญญาสีดำขนาดใหญ่ มันใหญ่กว่าเศษเสียวิญญากว่าเกือบ 5 เท่าและกำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เด็กชายใช้ลูกแก้ววิเศษดึงเศษเสียวจิติญญาเข้ามาในลูกแก้ว เด็กชายร้องออกมาด้วยความเ็ป ดวงตาข้างซ้ายของเขาเปลี่ยนเป็สีแดง เด็กชายปลดปล่อยพลังจากเศษเสียวจิติญญาสีดำทั้งหมดออกไป เกิดเป้นสายไฟสีดำจำนวนมากพุ่งเข้าถาโถมใส่เ้าสัตว์อสูร ด้วยความโกรธแค้นและความเ็ปของชาวเมืองพลังของไฟฟ้ารุนแรงจนเ้าอสูรแตกสลาย เด็กชายเ็ปไปทั่วร่างจริงๆแล้วเขาแทบไม่ได้รับาเ็จากสัตว์อสูรมากนัก แต่เขาได้รับาเ็จากการรับพลังของจิติญญาสีดำเข้ามา เด็กชายปลดปล่อยพลังจากลูกดวงเพื่อชำระล้างูเาก่อนที่เขาจะสลบไป
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาอยากกลับไปเยี่ยมคนในเมือง แต่คนในเมืองกลับไม่ต้อนรับเขาเพราะคิดว่าเพราะเขาทำให้ชาวเมืองโดนไอพิษไปด้วย แม้ว่าเด็กสาวจากหมู่บ้านจะพยายามอธิบายให้ชาวบ้านฟังแต่ทุกคนต่างไม่สนใจละยังขับไล่เด็กชาย เด็กชายเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเรียกเรือกระดาษออกมาก่อนจะล่องเรือจากไป เด็กนอนหลับและปล่อยให้เรือของเขาลอยไปตามกระแสของนํ้า เขาตื่นขึ้นหลังจากที่เรือกระดาษของเขาลอยไปชนกับเรือลำใหญ่ลำหนึ่ง
คนในเรือลำใหญ่แต่ผ่านกันเรียกให้เด็กชายขึ้นมาบนเรือใหญ่ เด็กชายทำตามพร้อมกับเรียกเก็บเรือกระดาษ เขาเจอคนที่เหมือนมีตำแหน่งมากมาย และบนเรือเขาได้พบตัวตนที่น่าสนใจ เธอเป็เด็กผู้หญิงที่มีลูกแก้วเจตจำนงชัดเจน และ ส่องสว่างมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ เด็กสาวเปี่ยมไปด้วยพรณ์ สติปัญญา ร่างกายที่สมบูรณ์ที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา เด็กสาวคือคนในคำทำนายว่าเธอคือคนที่จะสยบัร้าย ส่วนคนที่เหลือคือเล่าบริวารและข้ารับใช้ เด็กชายจึงขอร่วมทางติดเรือของเด็กในคำทำนายไปด้วย ระหว่างเดินทางพวกเขาต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้คนมากมาย หลายครั้งเด็กชายและเด็กจากคำทำนายต้องร่วมมือกันเพื่อกำจัดอสูรร้าย
พวกเขาเดินทางมาถึงเมืองหนึ่งในเมืองปกคลุมกลิ่นไอของความวุ่นวาย เด็กชายรู้ทันทีว่าชายหนุ่มผมขาวอยู่ที่นี้ เด็กชายร้องขอเด็กจากคำทำนาย ให้ช่วยเหลือชาวเมือง แต่เด็กจากคำทำนายปฎิเสธ เธอบอกว่าเธอต้องรีบไปให้ทัน่ที่ัร้ายอ่อนแอ่ที่สุด เธอไม่สามารถช่วยเหลือเมืองนี้ได้ เด็กชายเข้าใจเขาเศร้าที่ต้องแยกทางจากเด็กจากคำทำนาย เด็กชายเรียกเรือกระดาษออกมาเพื่อเดินทางไปช่วยผู้คนในเมือง
เหมือนเรือถึงเมืองเด็กชายเข้าเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผมขาว ด้วยพลังของลูกแก้ววิเศษสีดำทั้งสามชายหนุ่มใช้สายฟ้าสีดำโจมตีใส่เด็กชาย เด็กชายควบคุมดินเพื่อป้องกันสายฟ้าอีกฝ่าย ระหว่างต่อสู้ภาพของเด็กจากคำทำนายปรากฏขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง เด็กชายรู้สึกถึงความเ็ปและโศกเศร้า เด็กชายสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มผมสีเงินปลดปล่อยไอพิษออกมาปกคลุมเมือง เด็กชายปลดปล่อยสายลมเพื่อพัดไอพิษออกจากเมือง เมื่อเด็กชายพยายามปกป้องชาวเมืองจากไอพิษ เขาถูกสายฟ้าสีดำโดนตีใส่อีกครั้ง เด็กชายล้มลงกลับพื้นลูกแก้ววิเศษของเขาหลุดมือ ชายหนุ่มปลดปล่อยไอพิษอีกครั้ง ชาวเมืองค่อยๆล้มตายต่อน่าเด็กชายไปทีละคน เด็กชายปะทุความโกรธขึ้นลูกแก้ววิเศษลอยเข้ามือเด็กชายคราวนี้ลูกแก้ววิเศษของเขาเปล่งแสงสีดำแดงออกมาแสงสีรุ้งและแสงสีดำแบ่งออกมาคนละครึ่งผมบางส่วนของเด็กชายเปลี่ยนเป็สีขาว ดวงตาข้างขวาเปลี่ยนเป็สีแดง เด็กชายปลดปล่อยไอพิษใส่ชายหนุ่ม ชายหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อยเขาปลดปล่อยสายฟ้าสีดำใส่เด็กชายอีกครั้ง แต่ว่าเด็กชายหยดปลดปล่อยไอพิษเขาปลดปล่อยสายฟ้าสีดำจู่โจมใส่อีกฝ่ายตรงๆ นี้เป็ครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับสายฟ้าสีดำโดนไม่หลบเลี่ยง ความโศกเศร้าและความโกรธแค้น ทำให้สายฟ้าสีดำของเด็กชายมีแสงแดงเข้มผสมเข้าไปด้วย มันรุนแรงมากจนทำลายสายฟ้าสีดำของชายหนุ่มได้ ชายหนุ่มโดยสายฟ้าของเด็กชายจนเขาตกลงมาจากฟ้าสู่พื้นดิน เด็กชายลอยตัวเข้าไปพร้อมกับเอาเท้าเหยียบแขนที่ถือคฑาของชายหนุ่มไว้ เด็กชายหมายจะสังหารชายหนุ่มทิ้ง ชายหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองอะไรเด็กชาย เขากับยิ้มอ่อนๆออกมาอย่างอบอุ่น ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า " อย่าเป็แบบฉัน " เด็กชายลังเลเพราะไม่เคยสังหารใครแต่สุดท้ายด้วยความโกรธ เด็กชายก็สังหารชายหนุ่มทิ้ง หลังเสียงสายฟ้าของเด็กชายทุกอย่างก็เงียบลงสนิทเหลือเพียงเสียงสายฝนที่ตกลงมา เด็กชายรู้สึกว่างเปล่า เขานั่งตากฝนอยู่นานกว่าเขาจะเริ่มลุกขึ้นยืนฝนก็หยุดตกแล้ว เมื่อเด็กชายได้สติอีกครั้งเขาถึงสังเกตเห็นว่าลูกแก้วของเขากลับมาเป้นสีรุ้งเหมือนเดิมแต่คร่าวนี้แสงมันกับดูอ่อนลงมาก มันไม่กลับมาเหมือนเดิมแม้ว่าเด็กชายจะไม่ได้เศษเสียวจิติญญาแห่งความมืดอีกแล้วก็ตาม เด็กชายเดินไปเห็นแอ่งนํ้าที่เหลืออยู่หลังฝนตกภาพในนํ้าสะท้อนให้เขาเห็นสีผมบางส่วนและสีดวงตาที่เปลี่ยนไป คำพูดของชายหนุ่มดังขึ้นในห้วงความคิดของเด็กชาย เด็กชายเรียกเรือกระดาษออกมาเพื่อเดินทางตามหาเด็กจากคำทำนาย
วันแล้ววันเล่าเด็กชายเดินทางตามหาเด็กจากคำทำนาย ตลอดทางเขามักจะคอยช่วยเหลือผู้คน และไม่ใช่ทุกครั้งเขาจะหลีกเลี่ยงการฆ่าได้ บางครั้งเขาต้องเข้าร่วมาขนาดใหญ่ และทุกครั้งที่เขาต้องฆ่าคนแสงของลูกแก้วของเขาคล้ายสีจางลง จนบางสีกลายเป็สีเทา เด็กชายค่อยสูญเสียแสงสีต่างๆเริ่มจากแสงสีม่วง แสงสีนํ้าเงิน แสงสีฟ้า แสงสีเขียว แสงสีเหลือง แสงสีส้ม สุดท้ายลูกแก้ววิเศษของเขาเหลือเพียงแสงสีแดงอ่อนๆ แสงสีอื่นเปลี่ยนกลายเป็แสงสีเทาไปหมดแล้ว
เด็กชายล่องเรือกระดาษไปเรื่อยๆจนเขาตามเด็กจากคำทำนายทัน เด็กจากคำทำนาย กำลังรวบรวมกองกำลังเพื่อบุกโจมตีัชั่วร้าย แต่พวกเขาต้องผ่านอัศวินแห่งซากศพนับหมื่นไปก่อนจะถึงตัวเ้าัร้าย เด็กชายเดินเข้าไปหาเด็กจากคำทำนาย ทั้งสองคนต่างดีใจที่ได้เจอกันแม้ว่าเด็กชายจะดูเปลี่ยนไปบางแต่เด็กจากคำทำนายไม่ได้ว่าอะไร เธอพาเขาไปแนะนำให้เหล่าแม่ทัพรู้จัก เด็กชายบอกกับเด็กแห่งคำทำนายว่าเขาจะร่วมสู้ในาครั้งนี้ด้วย เด็กแห่งคำทำนายยินดีกับความช่วยเหลือจากเด็กชาย
วันต่อมาเด็กแห่งคำทำนายสวมชุดเกราะสีทองทั้งตัว เธอยืนอยู่หน้าสุดของกองทัพ กองทัพอีกฝ่ายก็ยืนรอตามทางขึ้นไหล่เขา โดนมีอัศวินชุดสีเทาเงินยืนอยู่บนสุดราวกับเป็แม่ทัพ เด็กแห่งคำทำนายประกาศา เธอนำทัพบุกเข้าโจมตีูเาของัร้าย ทัพแห่งความตายของโถมลงมาจากูเาวิ่งเข้าปะทะ กับกองทัพของเด็กจากคำทำนาย เด็กจากคำทำนายทะลวงทัพอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายแม้ว่าตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของอีกฝ่ายจะได้เปรียบกว่าราวกับเธอได้เปลี่ยนตัวเองเป็เทพแห่งา เด็กชายวิ่งเคียงคู่เด็กแห่งคำทำนาย เขาปลดปล่อยเวทมนตร์อย่างต่อเนื่องทำลายศัตรูราวกับเป็ภัยพิบัติจากทวยเทพ ทั้งคู่นำทัพบุกทะลวงจนใกล้ถึงแม่ทัพอีกฝ่าย เธอะโข้ามเหล่าศัตรู เพื่อต่อกรกับแม่ทัพแห่งความตายเพียงลำพัง เด็กชายและเหล่าแม่ทัพกับใกับสิ่งที่เกินขึ้นพวกเขาพยายามกำจัดศัตรูเพื่อไปหาเด็กแห่งคำทำนาย ในระหว่างที่ทุกคนกำลังกำจัดศัตรูที่ขวางทาง มีคนคนหนึ่งพุ่งตัวทางจากกลุ่มแม่ทัพเขาพุ่งไปหาเด็กแห่งคำทำนายพร้อมกับมีดสั้น แม่ทัพะโบอกเด็กชายทันทีว่านั้นไม่ใช่คนในกลุ่มของพวกเขา เด็กชายตัดสินปลดปล่อยสายฟ้าสังหารคนที่พุ่งตัวเข้าไปหาเด็กแห่งคำทำนาย ที่กำลังติดพันกับการต่อสู้กับแม่ทัพแห่งความตาย แสงสุดท้ายของลูกแก้วเปลี่ยนเป็สีเทา เด็กชายรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันที เขาสูญเสียการรับรู้ของสี ทุกอย่างรอบตัวเขาเปลี่ยนเป็สีขาวดำ แต่เขาไม่ทันจะได้ตั้งตัวเสียงหนึ่งในแม่ทัพสั่งให้เขาไปช่วยเด็กแห่งคำทำนายไม่ต้องรอพวกเขา เด็กชายรีบลอยตัวพุ่งขึ้นไปหาเด็กแห่งคำทำนาย
เด็กชายถึงที่ต่อสู้ของเด็กแห่งคำทำนายแต่เขาที่สูญเสียการมองเห็นสีสันไปแล้ว เขากับแยกไม่ออกว่าใครคือเด็กจากคำทำนายและใครคือแม่ทัพแห่งความตาย ทั้งสองใส่ชุดเกราะทั้งตัวเหมือนกัน แถมมีรูปร่างที่ใกล้เคียงกัน แม้เด็กชายจะเรียกสายฟ้าออกมาแล้วแต่เขาก็ยังไม่สามารถโจมตีได้แม้แม่ทัพด้านหลังจะะโให้เขารีบช่วยเด็กแห่งคำทำนาย ในที่สุดมีหนึ่งในสองคนนั้นก็พลาดเขาถูกฟันจนล้มลงกับพื้น อีกฝ่ายกำลังจะง้างฟันเพื่อปลิดชีพเด็กชายเปลี่ยนเป็สร้างกำแพงดินขวางทั้งสองฝ่ายไว้ เด็กชายะโให้เด็กแห่งคำทำนายถอดหมวก เด็กแห่งคำทำนายไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กชายสื่อแต่เธอก็ทำตาม คนที่ล้มอยู่ถอดหมวกเผยให้เห็นใบหน้าของเด็กแห่งคำทำนาย เด็กชายค่อยลอยลงมาใกล้ๆเด็กแห่งคำทำนาย เด็กชายบอกเด็กแห่งคำทำนายว่าเขาจะช่วยเหลือในการต่อสู้ให้แต่ขอให้เด็กแห่งคำทำนายไม่ต้องใส่หมวกเหล็ก เด็กแห่งคำทำนายไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงใส่หมวกเหล็กไม่ได้ แต่เธอก็ยอมทำตามข้อตกลงของเด็กชาย
ทันทีเด็กชายเปิดกำแพงดิน เด็กแห่งคำทำนายกับแม่ทัพแห่งความตายพุ่งใส่กันทันที เด็กชายปลดปล่อยสายลมทำให้เด็กแห่งคำทำนายสามารถเคลื่อนรวดได้เร็วขึ้น แต่มันยังไม่พอมีหลายครั้ง ที่เธอกำลังจะพลาดท่า เด็กชายควบคุมดินเข้ารั้งตัวอีกฝ่ายไว้ทำให้พลาดจังหวะโจมตี เด็กแห่งคำทำนายถูกพลังเวทย์ของแม่ทัพแห่งความตายผลักจนกระเด็น เด็กชายฟาดสายฟ้าโจมตีใส่แม่ทัพแห่งความตายสวนกลับทันที เด็กชายพยายามยื้อแม่ทัพแห่งความตายไว้ เด็กแห่งคำทำนายเรียกลูกแก้วแห่งเจตจำนงออกมา รอบตัวเธอเต็มไปด้วยออร่า เด็กแห่งคำทำนายกระโจมใส่แม่ทัพอัศวินทันที ทันใดนั้นเปลวไฟของัก็พุ่งลงมาใส่เด็กแห่งคำทำนายทันที เด็กชายปลดปล่อยพลังของลูกแก้วออกมาทั้งหมด เขาเรียกกำแพงดินหลายสิบชั้นมาป้องกันเพลิงของั ในระหว่างที่เด็กแห่งคำทำนายต่อสู้กับแม่ทัพแห่งความตาย กำแพงดินของเด็กชายถูกทำลายชั้นแล้วชั้นเล่า ถูกสุดท้ายเด็กชายปลดปล่อยพลังจากลูกแก้ววิเศษทั้งหมดเพื่อเป็ม่านพลังป้องกัน ลูกแก้ววิเศษของเด็กชายเริ่มแตกร้าว จนสุดท้ายลูกแก้วก็ะเิออกพร้อมกับหักล้างเพลิงแห่งั เด็กชายรีบลุกขึ้นยืนหลังแรงะเิและเห็นว่าเด็กแห่งคำทำนายสามารถเอาชนะแม่ทัพแห่งความตายได้แล้ว และลูกแก้วเจตจำนงของเธอก็หายไป ในไม่ช้าเหล่าแม่ทัพก็ขึ้นมาถึงเด็กแห่งคำทำนาย พวกเขาเตรียมตัวจะเข้าโจมตีัร้ายทันที เด็กชายที่เสียลูกแก้ววิเศษไปแล้วเขาไม่สามารถตามเด็กแห่งคำทำนายไปสังหารัได้ เด็กชายได้แต่อวยพรเด็กแห่งคำทำนาย และเตือนเธอว่าถ้่าเธอใช่ลูกแก้วเจตจำนง ัร้ายน่าจะรับรู้ถึงตัวตนเธอได้ เด็กแห่งคำทำนายรับฟังก่อนจะขึ้นไปพร้อมกับเหล่าแม่ทัพเพื่อจบาในครั้งนี้ เด็กชายค่อยเก็บเศษลูกแก้ววิเศษใส่ถุง เขาเดินทางกลับออกมาจากสนามรบ เขาเรียกเรือกระดาษออกมา แต่คราวนี้เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะไปที่ไหนดี เขานิ่งคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะนั่งเรือกระดาษจากไปจากาเงียบๆ เขาล่องเรือไปหาจอมปราชย์เพื่อขอให้จอมปราชญ์ช่วยซ่อมลูกแก้ววิเศษให้แก่เขา ระหว่างที่ร่อนเรือกลับ เกิดพายุหนักจนกำให้เรือกระดาษพังลง นี้เป็ครั้งแรกที่เด็กชายสูญเสียพาหนะคู่ใจของเขา เด็กชายเก็บซากเรือกระดาษใส่ถุงใบใหญ่อีกใบหนึ่ง เด็กชายหวังว่าจอมปราชญ์จะช่วยเขาได้ เด็กชายเดินทางด้วยเท้ามาจนถึงที่จอมปราชญ์อยู่ แต่เด็กชายกับได้รับข่าวร้าย จอมปราชญ์สิ้นอายุไขไปแล้ว เด็กชายสูญเสียวิธีเดียวที่จะช่วยเขาได้ เด็กชายผู้เสียหวังได้แต่เดินกลับหมู่บ้านเกิดของเขา เมื่อมาถึงพ่อและแม่ของเขาประหลาดที่ลูกของเขากลับมาแล้วพวกเขาดีใจแม้ลูกของเขาจะมีหลายอย่างเปลี่ยนไปก็ตาม
เด็กชายใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวังเขารู้สึกล้มเหลว เขาสูญเสียลูกแก้ววิเศษที่เป็สิ่งเดียวที่ทำให้เขาออกเดินทางผจญภัยได้ เขาสูญเสียดวงตาที่สามารถมองเห็นสีต่างๆได้ เขาล้มเหลวการช่วยเหลือผู้คนหลายครั้ง และสุดท้ายเขาไม่แม้แต่จะเข้าใกล้วิธีเรียกลูกแก้วเจตจำนงของตัวเอง เด็กชายฝังเศษลูกวิเศษและซากเรือกระดาษลงพื้นดิน เขาปลูกต้นอ่อนของต้นไม้ไว้ใกล้ๆ เด็กชายค่อยเติบโต จากเด็กชายเป็ชายหนุ่ม จากชายหนุ่มกลายเป็คนวัยกลางคน จากคนวัยกลางคนเข้าสู่วัยชรา ตอนนี้ต้นอ่อนเติบโต กลายเป็ต้นไม้ต้นใหญ่ชายชราไม่เคยเรียกลูกแก้วเจตจำนงได้เลยในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเข้าถึงวัยชราเขาเริ่มบันทึกเื่ราวต่างๆที่ได้ผจญภัยตอนยังเด็ก วันแล้ววันเล่าเขานั่งเขียนบันทึกอย่างเงียบ จนสุดท้ายชายชราก็จากโลกนี้ไป
ลูกแก้วแห่งแสงมารับดวงิญญาชายชรา ชายชราถามลูกแก้วแสงว่า ลูกแก้วแสงคืออะไร ลูกแก้วแห่งแสงตอบ มีชื่อเรียกหลายสิ่ง เขาคนเรียกเขาว่าเจตจำนง บางคนเรียกเขาผู้นำทาง บางคนเรียกเขาว่าผู้สร้าง และ บางคนเรียกเขาว่าโลก ชายชรากล่าวถามอีกครั้ง เหตุใดเขาไม่อาจเรียกลูกแก้วเจตจำนงได้ หรือ โลกไม่ได้มอบให้แก่เขา โลกได้ตอบกลับชายชราไป โลกไม่อาจมอบลูกแก้วเจตจำนงได้ผู้คนได้ แม้โลกจะมีเจตจำนงแต่ลูกแก้วเจตจำนงเป็สิ่งที่ผู้คนสร้างขึ้นมาจากตัวเอง ชายชรายิ่งไม่เข้าได้ โลกได้แต่ส่งิญญาของชายชรา
จบ