ตอนที่ 27
เริ่มต้นการค้าขาย (27)
วันถัดมาหลังจากที่จูเฟยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเื่พลังิญญาจากผู้เป็อาจารย์ในยามเช้าวันถัดมานางได้ให้ท่านยายหวังที่เป็เ้าของแผงผักมาติดต่อสัญญาเช่ากับท่านลุงมือปราบที่นางเคยพบเจอ
แน่นอนว่าเื่การขยับขยายแผงผักให้กลายเป็ร้านผักอย่างเต็มตัวเด็กน้อยก็เคยพูดคุยกับท่านยายหวังมาแล้วก่อนหน้านี้ทำให้ตอนนี้เมื่อมีโอกาสก็ให้ท่านยายหวังไปติดต่อการเช่าร้านทันที โดยในขณะที่ท่านยายหวังกำลังไปติดต่อการเช่าร้านต่างๆ ตัวของจูเฟยก็ได้ดูแลร้านผักกับมารดา
วันนี้ผู้คนด้านหน้าร้านก็ยังคงเยอะเหมือนเดิมและดูเหมือนว่าจะมีจำนวนเยอะมากขึ้นอีกด้วย
“ ท่านลุงท่านป้าเ้าคะ!!! อีกเดี๋ยวแผงผักแผงนี้จะย้ายไปเปิดที่ร้านหน้าตลาดแล้วนะเ้าคะถ้ามาแล้วไม่เจอก็ให้รู้เอาไว้ว่าพวกเราไปอยู่ด้านหน้าตลาดแล้ว ” จูเฟยะโบอกเช่นนี้ทั้งวันเพื่อบอกให้กับเหล่าลูกค้านั้นได้รู้ว่าร้านผักของท่านใดจะย้ายไปตั้งบริเวณด้านหน้าตลาด
คนคึกครื้นมากมายผักที่เตรียมมาก็ถูกขายหมดั้แ่ก่อนจะครึ่งวันเสียอีก เมื่อผักขายหมดท่านยายหวังก็กลับมาจากการเจรจาซื้อขายการเช่าร้านพอดิบพอดี
เมื่อกลับมาแล้วเก็บแผงผักทั้งหมดทั้ง 3 ชีวิตเลยพากันเดินไปตรวจดูร้านที่พวกนางคิดจะนำมาตั้งเป็ร้านผัก
เมื่อเดินไปบริเวณด้านหน้าตลาดก็จะเห็นเด่นชัดเลยว่ามีบ้านหลังนึงที่ตั้งเอาไว้ ในบริเวณนี้คนเดินผ่านไปผ่านมาตลอดบริเวณด้านหน้าบ้านก็มีพื้นที่ระดับนึงที่พอจะให้ผู้ที่เข้ามาซื้อขายผักเข้ามายืนรอได้โดยที่ไม่ต้องไปรบกวนพื้นที่ถนนที่มีผู้คนเดิน
ทั้งสามท่านมาตรวจดูพื้นที่และก็จัดเตรียมพื้นที่เพื่อจะเปิดร้านผักในวันพรุ่งนี้เลย เพราะว่าโดยปกติแล้วแผงผักของท่านยายหวังแทบจะไม่ได้จัดเตรียมอันใดอยู่แล้วเพราะว่าเพราะว่าผักที่เตรียมมามันก็ต้องนำมาจากที่บ้าน เพราะฉะนั้นพื้นที่ตรงนี้สิ่งที่ต้องทำนั้นก็คือการจัดเตรียมตั้งโต๊ะต่างๆ
จูเฟยลองเดินเข้าไปดูบริเวณด้านในบ้าน มันก็เป็บ้านที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักแต่มีพื้นที่ใช้สอยประมาณนึง นางคิดว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะใช้เอาไว้เก็บหลายๆอย่างได้
หลังจากเดินเข้าไปตรวจดูภายในร้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจูเฟยได้เดินออกมาบริเวณด้านหน้าร้านอีกครั้ง นางดูพื้นที่บริเวณด้านหน้าร้านที่ยังคงเหลืออยู่มันสามารถนำไปกระทำเป็การตกแต่งหน้าร้านให้มันดูน่าเข้ามาขึ้นได้
อย่างแรกตรงนี้เป็จุดที่แดดส่องลงมาแรง นางลองดูแล้วในยามเช้าแดดน่าจะส่องจนถึงในยามเที่ยง ซึ่งนี่ก็เป็จุดที่ร้านผักที่มีผู้คนมากมายมายืนรอการเบียดเสียดไม่ควรจะมีเพราะมันจะทำให้ผู้คนนั้นรู้สึกหงุดหงิดกับความร้อนและความอึดอัด
จูเฟยได้เดินเข้าไปหาท่านยายหวังทันที
“ ท่านยายหวังเ้าคะ~ ”
ท่านยายหวังที่ยืนมองหลายๆอย่างอยู่ก็ได้ปรายสายตาตัวเองกลับไปมองที่จูเฟยทันทีเมื่อนางได้ยินเสียงของเด็กน้อยร้องเรียกขึ้นมา
“ ว่าอย่างไรยัยหนูจู.. ” นางเอ่ยถามพร้อมกับก้มใบหน้าลงเล็กน้อย
“ คือว่า...ข้าคิดว่าในตรงนี้ต้องกระทำบางอย่างที่เป็ที่บดบังแสงแดดให้กับเหล่าลูกค้านะเ้าคะ ข้าดูแล้วในบริเวณนี้มันจะมีแสงแดดส่องมาในตอนเช้าที่พวกเราขายผักพอดิบพอดี ” จูเฟยเอ่ยเสนอขึ้นมาในทันที
ถ้าเป็เด็กผู้อื่นพูดจาเช่นนี้ก็คงจะต้องมองข้ามไปแล้วแต่นี้เป็จูเฟย ท่านยายหวังรู้ความสามารถของจูเฟยดีกว่าผู้ใดว่าตัวของจูเฟยนั้นเป็เด็กที่มีความสามารถมาก นางไม่สามารถมองข้ามได้
ท่านยายหวังลองใช้สายตามองดูจากทิศตะวันออกดู บริเวณจุดนี้ไม่มีอันใดบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ในยามเช้าเลยสักนิดมันเป็ไปตามคำที่จูเฟยบอก
ท่านยายหวังได้พยักหน้าขึ้นลงพลันให้เข้าใจกับความคิดของจูเฟยเป็อย่างดี นางมองดูจากทุกอย่างแล้วนางจะจ้างคนมาทำที่บดบังแสงแดดให้กับเหล่าลูกค้าน่าจะกระทำได้โดยที่เสร็จได้ไม่อยากเย็นนัก
“ ข้าเข้าใจแล้ว~ เอาเช่นนี้แล้วกันยัยหนูจู เ้ากับมารดากลับไปที่บ้านของข้าก่อนเดี๋ยวทางนี้ข้าจะดูแลและจัดหาคนมาสร้างให้เอง ดูจากพื้นที่แล้วถ้าทำมันเพียงแค่ใช้ไปก่อนก็สฃสามารถทำเสร็จได้ในไม่กี่ชั่วยาม ” ยัยหวังตัดสินใจแล้วหันมาบอกกับเด็กน้อยที่ยืนมองรอการตัดสินใจอยู่ข้างกาย
หลังจากนั้นพวกนางก็ตกลงกันอยู่สักพักนึงก่อนที่จะเริ่มแยกย้ายไป ิ่อวี้เฟยเดินทางเข้าสู่ถนนหลักที่เป็ทางเชื่อมอยู่แล้วพร้อมกับลูกน้อย แต่อยู่ๆจูเฟยก็ขอแยกตัวจากมารดาสักครู่
การกระทำเช่นนี้มันทำให้ผู้เป็มารดานั้นได้แต่ยืนงุนงงอยู่ใจกลางถนน
จูเฟยแยกจากมารดาเพราะว่านางตั้งใจจะไปที่ร้านสมุนไพรของท่านปู่จ้าวที่สนิทสนมกัน
เด็กน้อยวิ่งตรงไปที่ร้านสมุนไพรที่อยู่ที่ภายในตรอกเล็กๆนางเริ่มเข้าไปบริเวณด้านหน้าร้านก่อนจะชะโงกหน้าไปมองด้านในร้านก่อนว่ามีแขกผู้ใดมาเยี่ยมเยียนหรือไม่
เมื่อพบเห็นว่าภายในร้านไม่มีผู้ใดนางถึงค่อยปรากฏกายออกมาให้ท่านปู่จ้าวที่เป็เ้าของร้านได้เห็น
“ อ้าว!!! ยัยหนูจูเหตุใดเ้าถึงมาเวลาเอาป่านนี้ล่ะ เอาสมุนไพรมาขายงั้นรึ ” ท่านปู่จ้าวที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยถามทันทีพร้อมกับทำใบน่าประหลาดใจ
แน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องแสดงท่าทางและใบหน้าเช่นนั้นเพราะว่าโดยทั่วไปถ้าจูเฟยจะนำสมุนไพรมาขายนางมักจะมาในยามเช้า แต่ตอนนี้มันเป็ในยามบ่ายแก่ๆเหตุใดถึงเดินทางมาที่ร้านของเขาได้
จูเฟยเดินเข้ามาภายในร้านก็ตรงดิ่งเข้ามาหาท่านปู่จ้าวทันที
“ คารวะท่านปู่เ้า~ ” นางพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดูพร้อมกับย่อกายน้อยๆลงตามมารยาท
ผู้ที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรที่เดินเข้ามาหากับคู่ค้าตัวเล็กของตนเองก็พยักหน้าขึ้นลงตอบรับด้วยความพึงพอใจ
“ เ้ามาที่ร้านของข้าในยามนี้มีอันใดงั้นรึ หรือว่ามาขายสมุนไพรแล้วไหนล่ะ ” อีกฝ่ายย้ำถาม
“ ไม่ใช่เ้าค่ะ!! ข้าไม่ได้มาขายสมุนไพร แต่ว่าข้าอยากจะมาพูดคุยกับท่านสักหน่อย ” นางกล่าวจุดประสงค์ของตนเองออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มแป้น
“ พูดคุยงั้นรึ?? ”
“ เ้าค่ะพูดคุย ”
“ งั้นนั่งก่อนเลยเดี๋ยวข้าจะไปเตรียมขนมและน้ำชามาให้ ” ท่านปู่จ้าวก็ยังต้อนรับนางเป็อย่างดีเช่นทุกครั้ง ในยามที่จูเฟยเดินทางมาที่ร้านทีไรอีกฝ่ายก็ต้อนรับนางเหมือนลูกหลานคนนึง ชอบนำเอาขนมอร่อยๆและน้ำชามาให้นางนั่งกินเล่นอยู่เป็ประจำ
“ ขนม!!! ” ดวงตาของเด็กน้อยด้านหน้าเปล่งประกายขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงขนม
“ ฮ่าๆ ” ท่านปู่เ้าของร้านหัวเราะด้วยความเอ็นดูที่มีต่อท่าทางของเด็กน้อยที่แสดงออกมา ก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วเดินเข้าไปจัดเตรียมขนมและน้ำชาอย่างรวดเร็ว
เมื่อท่านปู่จ้าวหันหลังแล้วเดินเข้าไปภายในส่วนหลังร้าน จูเฟยที่ยืนอยู่นั้นก็ยกมือขึ้นมากุมขมับของนางทันที
ตัวของนางรู้สึกแปลกๆมาตั้งนานแล้วั้แ่มาอยู่ภายในร่างนี้ได้สักพัก นิสัยต่างๆของนางเปลี่ยนไป ในชีวิตของนางมี่อายุ 20 ไปปรายๆกำลังจะย่างเข้า 30 ปี แต่เมื่อมาอยู่ในร่างของเด็ก 6 ปีนิสัยของนางก็ยังมีนิสัยที่มิต่างจากเด็กน้อยที่นางรู้ว่าตนเองนั้นในชีวิตก่อนใช้ชีวิตผ่านมามากเท่าใด
อย่างท่าทางที่สนอกสนใจเมื่อเห็นขนมตรงหน้าเมื่อครู่ในชีวิตก่อนตัวของนางก็ไม่ได้มีนิสัยเช่นนั้น เหตุผลเดียวที่สามารถหยิบยกมาพูดเกี่ยวกับเื่นี้ได้และอธิบายมันได้จูเฟยก็เห็นว่ามันจะมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ตอนนี้ดวงจิตของนางหลอมรวมกับร่างกายของเด็กน้อยผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว นั่นคงเป็เหตุผลที่มันทำให้นิสัยของนางไม่เหมือนกับในชีวิตก่อนเสียทีเดียว
เมื่อดวงจิตของนางหลอมรวมกับร่างกายสิ่งที่มันติดมากับร่างกายนั้นก็คือสัญชาตญาณของมนุษย์ นั่นแสดงว่าตอนนี้ถึงแม้ว่าความคิดความอ่านของนางจะเป็ตัวของนางแต่ว่ามันก็ยังมีเศษเสี้ยวแห่งความคิดหรือว่าสัญชาตญาณบางอย่างที่เป็ของเ้าของร่างหลงเหลืออยู่
เพราะเช่นนั้นนางเลยมักจะแสดงท่าทางที่ไม่ต่างจากเด็กคนหนึ่งออกมาอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งตัวของจูเฟยเองก็ไม่ได้มองว่ามันเป็ปัญหาแต่ประการใดเพราะในวันนึงถ้านางเติบใหญ่ขึ้นร่างกายมันก็จะเรียนรู้ไปเองว่าตัวของนางควรจะทำท่าทางเช่นไร
จูเฟยสงบใจแล้วขึ้นไปนั่งรอท่านปู่เ้าของร้านบนโต๊ะใจกลางร้านไม่นานนักน้ำชาและขนมถูกนำมาต้อนรับอย่างไม่ขาดตก
เมื่อเห็นขนมตรงหน้าดวงตาที่กลมโตทั้งสองข้างเปล่งประกายขึ้นมาในทันที นางได้หยิบขนมตรงหน้าเข้าปากก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนาอีก
เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของขนมตรงหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็กลับมาจดจ่อกับบทสนทนาอีกครั้ง
“ ว่าอย่างไรเ้ามีเื่อันใดจะสนทนากับข้า.. ” ท่านปู่ที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยเอ่ยถามขึ้นมา
“ คือว่านะเ้าคะ~ ข้าอยากจะรู้ว่ามันมีพืชสมุนไพรชนิดใดที่สามารถทำกำไรได้มากมายอีกหรือไม่ ” จูเฟยเริ่มเข้าเื่ในทันที การเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้มันก็เพียงว่าตัวของนางอยากจะมาพูดคุยและสนทนาเกี่ยวกับเื่การค้าขายสมุนไพร ยังอยู่ที่ตอนนี้สมุนไพรต้นพฤกษาน้ำและต้นหญ้าเลื้อยคลานที่นั่งเพาะปลูกอยู่มันก็สามารถทำกำไรได้ไม่ใช่น้อยแต่ว่านางก็อยากได้เงินมากขึ้นไปอีก
เงินที่นางเก็บอยู่ในตอนนี้แน่นอนว่ามันมีจำนวนมากกว่า 100 ตำลึงขึ้นไปแล้ว มันเพียงพอจะเปิดกิจการเล็กๆได้แล้วแต่ว่านางยังคิดไม่ออกว่าจะเปิดกิจการอันใดเลยคิดจะเอาดีในด้านนี้ไปก่อน
นางยังศึกษาเกี่ยวกับเมืองอู่หนานได้ไม่ดีนักการจะเปิดธุรกิจภายในเมืองนี้นางต้องหาลู่ทางหลายๆอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจแรกของนางจะสามารถไปได้รุ่งโรจน์และไม่ได้ล้มละลายไปเสียก่อน
เพราะว่าภายในยุคนี้หลายๆอย่างมันแตกต่างจากยุคของนางเลยต้องคิดและคำนวณเป็อย่างดีในการกระทำหลายๆอย่าง
ท่านปู่จ้าวด้านหน้าได้ยกมือของตนเองขึ้นมาลูบปลายคางของตนเองแล้วพยายามกระทำท่าทางครุ่นคิดบางอย่างอยู่สัก เด็กน้อยด้านหน้าก็พยายามจ้องจับร่างของท่านปู่จ้าวเพื่อถามหาคำตอบ
จบตอน