เซียนอมตะหวนคืน

    บทที่ 3 : ทวงหนี้

    ทวงหนี้
    หวังเฉินยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนของปักกิ่งอยู่ไม่นาน ก็เดินกลับเข้าไปภายในห้องเช่า
    ในตอนนี้เขามีเป้าหมายที่คิดได้สี่อย่าง หนึ่งคือรักษาอาการป่วยของแม่เขาให้หายดี สองคือฝึกตนให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ส่วนสามล้วนเป็นเรื่องที่เขาจะต้องแก้แค้นหวังเฉียน และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องของจูเยี่ยนเอ๋อร์ภรรยาของเขาในโลกแห่งเซียน เขาจำเป็นที่จะต้องหาทางกลับไป
    ทั้งสี่เรื่องนับว่ามีความสำคัญทั้งสิ้นสำหรับหวังเฉิน เมื่อเข้ามาภายในห้องเช่า ก้าวเดินเข้าไปหามุมผนังห้องที่ว่าง ไม่มีของวางระเกะระกะ จากนั้นนั่งขัดสมาธิลง สองมือผสาน เปลือกตาทั้งคู่ปิดลง
    สิ่งที่หวังเฉินคิดที่จะทำในตอนนี้ก็คือการฝึกตน เขาจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
    ระดับการฝึกตนหรือที่เรียกว่าพื้นฐานการฝึกตนทั้งหมดมีสิบระดับด้วยกันคือ ระดับแรกเริ่ม ระดับก่อตั้ง ระดับปฐพี ระดับเทียบนภา ระดับเหนือสวรรค์ ระดับราชันย์เทวะ ระดับจักรพรรดิ ระดับมหาเทพ ระดับเซียนและระดับเซียนอมตะ!
    แต่ละระดับล้วนมีขั้นย่อยสี่ขั้น ประกอบด้วยขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลายและขั้นสมบูรณ์!
    หวังเฉินเริ่มส่งจิตเข้าสู่แก่นอมตะ เขาทำการผนึกปราณเพื่อกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่ม
    เดิมทีการเข้าสู่ระดับแรกเริ่มของการฝึกตนนั้น ต้องใช้เม็ดยาเปิดปราณ ซึ่งเป็นเม็ดยาระดับหนึ่ง เม็ดยามีทั้งหมดสิบระดับเช่นเดียวกันกับระดับพื้นฐานการฝึกตน ซึ่งประสิทธิภาพของเม็ดยาแต่ละระดับนั้น ย่อมแตกต่างกัน
    ระดับต่ำสุดย่อมเป็นเม็ดยาระดับหนึ่ง ส่วนเม็ดยาระดับสูงสุดย่อมเป็นเม็ดยาระดับสิบ
    ที่หวังเฉินไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เม็ดยาเปิดปราณในการเข้าสู่ระดับแรกเริ่ม ล้วนเป็นเพราะแก่นอมตะที่เขาครอบครองอยู่
    หลายชั่วโมงผ่านไป ดวงตาของหวังเฉินเปิดขึ้น เมื่อมีเสียงดัง ‘ปัง’ ขึ้นมาภายในใจของเขา ตอนนี้จะสังเกตุเห็นได้ว่าทั่วร่างกายของเขานั้น ปกคลุมไปด้วยของเสียเหนียวหนืดสีดำที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย ของเสียเหล่านี้มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อยู่บ้าง
    หวังเฉินไม่รอช้า รีบลุกขึ้น เดินไปห้องน้ำเพื่อที่จะได้อาบน้ำล้างของเสียเหล่านี้ออกไป ตัวเขาในตอนนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาอีกแล้ว หากแต่เป็นผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มขั้นต้น!
    ถูกต้องหลังจากผ่านเวลาหลายชั่วโมงในการส่งจิตเข้าไปภายในแก่นอมตะ หวังเฉินได้กลายเป็นผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มขั้นต้นได้ในที่สุด
    เมื่ออาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเสร็จ หวังเฉินก็เข้านอนพักผ่อน จนยามเช้ามาถึง เขาค่อยลุกขึ้นมาล้างหน้า แปรงฟัน ออกไปหาซื้ออาหารมาไว้ให้หยางชีหยูแม่ของเขา
    ด้วยความที่ถูกรักษาด้วยพลังจากแก่นอมตะแล้วนั้น แม่ของเขาคงจะตื่นขึ้นมาในอีกไม่ช้า แต่อาการก็ยังไม่หายดี ต้องได้รับการรักษาอีก เนื้องอกในสมองตามปกติจำเป็นที่ต้องผ่าตัด
    ทว่าหวังเฉินไม่คิดจะให้แม่ไปผ่าตัด เขามีวิธีที่ปลอยภัยกว่า นั่นก็คือการฝังเข็มและใช้สมุนไพรบางตัว
    หวังเฉินที่เป็นถึงเซียนอมตะ มีความชำนาญหลายอย่าง หนึ่งในนั้นย่อมเป็นทักษะการแพทย์ แม้เขาไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็จัดอยู่ในชั้นแนวหน้าอย่างแน่นอน
    “แม่รอผมก่อน ผมจะออกไปหาเงินซื้อสมุนไพรมารักษาแม่ให้หาย” หวังเฉินพูด ก่อนจะเดินออกจากห้องเช่าไป
    ถ้าเป็นตัวเขาคนก่อนที่จะไปยังโลกแห่งเซียน อาจไม่รู้ว่าจะไปหาเงินมาจากไหนมาซื้อสมุนไพร แต่ไม่ใช่ตัวเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน ในมือของเขาถือซองกระดาษใส่เอกสารสีน้ำตาลเอาไว้
    ซองกระดาษใส่เอกสารสีน้ำตาลอันนี้ มีสัญญากู้ยืมเงินอยู่ ซึ่งคนที่กู้ยืมเงินคืออาของเขา น้องชายของพ่อที่มีชื่อว่าหวังฉู่ สัญญากู้ยืมเงินฉบับนี้ เป็นหวังฉู่กู้ยืมเงินกับพ่อของเขาเมื่อหลายปีก่อน
    แต่ก่อนเขาย่อมไม่ไปสนใจ เพราะมีเงินใช้เหลือเฟื่อชนิดที่ต่อให้ใช้ทั้งชาตินี้ ก็อาจจะใช้ไม่หมด แต่มันไม่ใช่ในตอนนี้แล้ว จะไม่สนใจไม่ได้
    ที่ตัวเขาหรือแม่ไม่ได้ไปทวงหนี้จากหวังฉู่ตลอดหนึ่งปีมานี้ ล้วนเป็นเพราะว่าหวังฉู่มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี นั่นก็คือเขามีความสัมพันธ์กับแก๊งสิงโตแดง หนึ่งในแก๊งใหญ่แก๊งหนึ่งของปักกิ่ง
    ด้วยความที่ไม่อยากไปหาเรื่องใส่ตัว เขาและแม่ของเขาจึงไม่กล้าไปทวงหนี้กับหวังฉู่ แต่ในตอนนี้ หวังเฉินมีหรือจะไม่กล้า เขาพกพาเอาสัญญากู้ยืมไปหาหวังฉู่ในทันที
    หวังฉู่อยู่ในวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในเขตธุรกิจ หวังเฉินจึงต้องนั่งแท็กซี่ไป แม้ว่าค่าแท็กซี่จะแพงอยู่บ้าง แต่พอคิดถึงเงินที่จะได้คืนมาจากหวังฉู่แล้วนั้น มันเทียบกันไม่ติดเลย จำนวนเงินที่หวังฉู่ติดค้างพ่อของเขาเอาไว้ก็คือสิบล้านหยวน!
    ครึ่งชั่วโมงต่อมา หวังเฉินก็มาถึงหน้าวิลล่าของหวังฉู่
    บอดี้การ์ดคนหนึ่งออกมายืนรอหวังเฉินหน้าวิลล่าตามคำสั่งของหวังฉู่ เขาพูดกับหวังเฉิน “คุณหวังเฉินใช่ไหม? เจ้านายรอคุณอยู่ข้างใน เชิญคุณตามผมมา”
    หวังเฉินเดินตามบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำไปอย่างไม่คิดอะไรมาก
    ที่หน้าป้อมยามก่อนหน้านี้เล็กน้อย เขาได้บอกยามไปว่ามาหาหวังฉู่ ยามจึงได้โทรหาหวังฉู่เพื่อยืนยันตัวตนของเขา ค่อยให้เขาผ่านเข้ามาได้ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หวังฉู่จะส่งบอดี้การ์ดออกมารอรับหวังเฉิน
    หวังเฉินถูกพาเข้ามาในห้องรับแขกที่หรูหรา ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหลายชิ้น
    กลางห้อง มีชายสองคนนั่งอยู่ที่โซฟาขนสัตว์ พวกเขานั่งหันหน้าเข้าหากัน ชายคนแรกแต่งตัวในชุดสูทสีเทา รูปร่างอ้วนท้วม ส่วนอีกคนอยู่ในชุดฟรีสไตล์ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นสองสามรอย
    ด้านหลังของชายคนนี้มีลูกน้องสองคนยืนอยู่ ล้วนสวมใส่แว่นตาสีดำ มีกลิ่นอายของแก๊งมาเฟียออกมาอย่างชัดเจน
    “มาแล้วเหรออาเฉิน วันนี้ลมอะไรหอบมาหาอา? บอกไว้ก่อนนะถ้าคิดจะมายืมเงิน อาไม่มีให้หรอก” ชายอ้วนในชุดสูทเห็นไป๋เฉินเดินเข้ามา ก็หันมามองอย่างเฉยชา
    หวังเฉินเดินมาหยุดลงตรงหน้าของหวังฉู่ ซึ่งก็คือชายอ้วนในชุดสูทสีเทา เขาโยนซองใส่เอกสารสีน้ำตาลในมือให้
    “ไม่ได้มายืมเงิน แต่ฉันมาทวงหนี้!”
    หวังฉู่ก้มหน้าลงมองซองกระดาษใส่เอกสารสีน้ำตาลตามสัญชาตญาณ แต่เขาก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทวนคำพูดของหวังเฉิน “มาทวงหนี้?”
    หวังเฉินพยักหน้าราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ “ย่อมมาทวงหนี้ อา คุณติดหนี้พ่อของผมมานานแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องคืน”
    เพียงคำพูดของหวังเฉินจบลง ชายที่มีแผลเป็นสองสามรอยบนใบหน้าก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
    “ฮ่าฮ่าฮ่า นี่มันอะไรกันหวังฉู่ นายถึงกับมีคนมาตามทวงหนี้?”
    “คุณหยงก็พูดไปครับ” หวังฉู่หัวเราะตาม ก่อนหรี่ตาลง มองหวังเฉินอย่างเย็นชา “อาเฉิน นี่แกไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงได้กล้ามาทวงหนี้ฉัน ฉันจะบอกอะไรให้นะ เงินที่ฉันยืมพ่อของแก ฉันไม่คิดจะคืน!”
    มืออ้วนพลันหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาฉีกเป็นชิ้นๆ จากนั้นโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
    หวังเฉินมองเศษกระดาษสีขาวที่ปนอยู่กับเศษกระดาษซองสีน้ำตาล มันคือหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน เขาพลันถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าเขาจำเป็นที่จะต้องลงมือ เพราะถ้าเขาไม่ลงมือ เงินที่หวังฉู่ยืมพ่อของเขาไป ก็ไม่อาจที่จะได้คืน
    จบบทที่ 3