เจิ้งมู่หรงส่งเพื่อนรักขึ้นรถม้าด้วยน้ำตา
“เจ้าสองคนส่งนางให้ถึงต้าโจวอย่างปลอดภัย ระหว่างทางหากมีคนถามให้บอกว่านางเป็นสาวใช้ในจวนข้า นางเดินทางไปทำธุระให้ข้า” นายอำเภอกำชับบ่าวในจวน
“นายท่านวางใจได้ขอรับ”
“ม่านหลียนเจ้าไปถึงที่โน่นแล้วอย่าลืมเขียนจดหมายมาหาข้านะ” มู่หรงบอกเพื่อน
“นี่คือเงินกับเครื่องประดับของข้า เจ้าเอาติดตัวไว้เผื่อยามจำเป็น จำไว้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเจ้าก็คือลูกสาวของข้าเสมอ”
ฮูหยินเจิ้งเช็ดน้ำตาให้ม่านเหลียน
“เอาล่ะรีบเดินทางเถอะ หากช้ากว่านี้เดี๋ยวจะไม่ทันการ” นายอำเภอสั่ง
จากนั้นมาทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีก ทุกครั้งที่ท่านเจิ้งเดินทางไปต้าโจว กลับมาถึงก็จะเล่าเรื่องของนางให้ลูกสาวฟังเสมอ ครั้งนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง
“นางสบายดี นางได้ติดตามคุณหนูเซียวลั่วอิง คุณหนูเซียวก็ดีกับนางมาก”
“จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ”
“จริงสิพ่อจะโกหกเจ้าทำไม”
หลายปีต่อมา นางได้ข่าวว่าม่านเหลียนกำลังจะแต่งงานกับคุณชายเซียว นางดีใจมาก แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน เมื่อคุณหนูเซียวลั่วอิงที่ตอนนั้นมีตำแหน่งฮองเฮา นางเสียชีวิตกระทันหัน คืนวันแต่งงานม่านเหลียนกลับทิ้งคุณชายเซียวเฮ่อผู้ให้ชีวิตใหม่แก่นางเพื่อตำแหน่งฮองเฮา นี่หรือเพื่อนรักที่นางรู้จักมาตั้งแต่เด็ก แท้ที่จริงนางไม่รู้จักม่านเหลียนแม้แต่นิดเดียว
ถึงวันชมดอกเหมย คุณหนูทั้งหลายต่างมาร่วมงาน สวนด้านหลังตำหนักคราคร่ำไปด้วยบรรดาเหล่าสาวงามที่มาเพื่อยลโฉมองค์ชายทั้งสาม
“ฮองเฮาเสด็จแล้ว” จบเสียงหลี่กงกงฮองเฮาและสนมทั้งสอง ก็ปรากฎตัวที่ลานดอกเหมย ด้านหลังของสนมเกายังมีบุตรสาวทั้งสองของเกาหล่าง
“เจ้าไปทักทายอ๋องเฉินเสียสิ” เกากุ้ยเฟยกระซิบบอกเข่ออิง
“เพคะพระสนม” เข่ออิงแยกตัวออกมาเพื่อไปทักทายหย่งซีเฉิน
“ส่วนเจ้ามากับข้าทางนี้” นางหันไปบอกฉู่หลาน ทั้งสองออกมานั้งอีกมุมหนึ่งเพื่อรอองค์ชายรอง
ฉางเยี่ยนหลีออกจากจวนเมื่งแต่เช้าเพื่อไปรับพี่สาวและหลานชายไปงานเลี้ยงที่ตำหนักฮองเฮา เมื่อมาถึงลั่วชิงหยางก็พาทั้งสามไปนั่งร่วมโต๊ะกับองค์ชายสามฟ่านเสียน ทั้งสามคุยกันสนุกสนานเหมือนทุกครั้งมีเพียงฉางหลิวหลีที่คอยดูแลผิงอันไม่ห่าง
“ข้าว่าคุณชายน้อยท่านนี้หน้าตาคุ้นๆเจ้าว่าไหมชิงหยาง” ฟ่านเสียนกระซิบถามคนรัก
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองเดาดู ว่าคุณชายน้อยหน้าตาคล้ายผู้ใด”ลั่วชิงหยางกระซิบตอบ
“ซาลาเปาน้อยเจ้าไม่สนุกหรือ” ลั่งชิงหยางถาม เมื่อนางเห็นผิงอันนั่งเรียบร้อยต่างจากเด็กคนอื่น
“สนุกขอรับ” ผิงอันตอบด้วยรอยยื้ม
“ท่านพี่หลิวหลีท่านอบรมผิงอันได้ดียื่งนักเจ้าค่ะ” ฉางหลิวหลีได้แต่ยิ้มรับคำชมนั้น
เมื่อหย่งซีเฉินมาถึงทุกคนทำความเคารพ บรรดาสาวงามต่างก็ชื่นชมในความหล่อเหลาขององค์ชายใหญ่ แต่กลับไม่มีสตรีคนใดกล้าเข้าใกล้ องค์ชายสามมองพี่ชายที่กำลังเดินเข้ามาในงานเลี้ยง จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าผิงอันสลับกันไปมาอยู่หลายรอบ แล้วพูดขึ้นเสียงดัง
“ชิงหยางข้านึกออกแล้ว” ก่อนที่ฟ่านเสียนจะพูดมากไปกว่านั้น ลั่วชิงหยางก็ยกมือขึ้นปิดปากคนรักเอาไว้
“ไม่ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ห้ามพูดออกมาเป็นอันขาด” นางกระซิบบอก
หย่งซีเฉินนั่งร่วมโต๊ะกับฮองเฮา มีเวินฉงหลินยืนอยู่ด้านหลัง
“คุณหนูจวนฉางมาถึงแล้วเพคะ” จื่อซางกระซิบที่ข้างหูของฮองเฮา
“จื่อซางวันนั้นข้าให้ประคำศักดิ์สิทธิ์แก่คุณชายน้อย ข้าว่ามันหลวมไป วันนี้ข้าทำอันใหม่มาให้ เจ้าไปพาคุณชายน้อยมาหาข้าที”
“เพคะฮองเฮา”
“ใครหรือเสด็จแม่” หย่งซีเฉินถาม
“หลานชายแม่ทัพฉางกงน่ะ”
เมื่อจื่อซางพาผิงอันมาถึง ทำให้เขาแปลกใจคุณชายน้อยคนนี้ที่เจอในหอซื่อผิ่น ฮองเฮานางไปรู้จักเด็กคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผิงอันทำความเคารพฮองเฮากับท่านอ๋อง อย่างเด็กที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
“มาๆผิงอันเจ้ามาหาข้า” ฮองเฮาดีใจจนออกนอกหน้า
“กระพรวนเงินของเจ้าหายไปไหนแล้วหรือ”
“ท่านทวดบอกว่าให้ถอดเก็บไว้กลัวมันจะหายขอรับ” ผิงอันตอบอย่างไร้เดียงสา
“เจ้าคงจะชอบกระพรวนอันนั้นมาก”
“ท่านแม่เป็นคนให้ ข้าต้องชอบอยู่แล้วขอรับ”