บทที่ 3: โจ๊กหมูสับพลังลมปราณ กับศึกเดือดล้างพิมพ์เขียวชีวิต
เสียงนาฬิกาปลุกเรือนเก่าดังสนั่นหวั่นไหวรับอรุณวันใหม่ เวลาตีห้าครึ่ง หลี่ิในชุดนอนลายเป็ดน้อยสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยรออยู่ปลายเตียง หน้าจอนั้นกะพริบแสงสีส้มเตือนถึงภารกิจประจำวันเช้าตรู่ที่โหดหินไม่แพ้สองวันก่อน
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจยามเช้า 'โจ๊กข้าวต้มหมูสับทะลวงจุดชีพจร' กำลังจะเริ่มต้น!]
[เงื่อนไขภารกิจ: ลูกค้ากลุ่มแรกที่จะมาเยือนในเช้าวันนี้คือเหล่าสมาชิกชมรมผู้สูงอายุสายบู๊ ที่มีอาการลมปราณติดขัด ปวดหลัง ปวดเอว และธาตุลมตีกลับ ท่านต้องรังสรรค์โจ๊กหมูสับที่ผสมผสานหลักการแพทย์แผนไทยและระบบวงจรไฟฟ้า NMOS เพื่อเยียวยากล้ามเนื้อของพวกเขาให้กลับมาฟิตปั๋งภายใน 15 นาที!]
"ให้ตายสิ นี่กะจะไม่ให้ข้าได้นอนตื่นสายเหมือนคนปกติเขาเลยใช่ไหมเนี่ย!" หลี่ิบ่นอุบพรางลุกขึ้นบิดี้เีจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ เขาสวมผ้ากันเปื้อนทองคำป้องกันน้ำมันกระเด็นที่เพิ่งปลดล็อกได้สดๆ ร้อนๆ เดินย่ำต๊อกๆ ลงมาเปิดร้าน "ครัวคุณลุงริมคลอง" ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าและกลิ่นไอแม่น้ำแสนแสบ
บรรยากาศยามเช้าริมคลองควรจะเงียบสงบ แต่ทว่า... หน้าเขียงไม้ของร้านกลับมีเงาร่างของชายชราสามคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว นำทัพโดย "ผู้เฒ่าเฉิน" อดีตเซียนมวยตั๊กแตนผู้ผันตัวมาเป็หัวหน้าแก๊งไทเก็กสวนสาธารณะ ตามด้วย "ตาแป๊ะหมัดเหล็ก" และ "ยายเพ็ญปากตลาด" ทั้งสามคนยืนกอดอกทำหน้าเคร่งเครียด ไอความเย็นยามเช้าไม่อาจเทียบเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของพวกเขา
"ไอ้หนุ่มพ่อครัว! วันนี้ถ้าโจ๊กหมูสับของแกไม่สามารถแก้ปัญหาอาการข้อเข่าเสื่อมและลมปราณติดขัดในเส้นเอ็นของพวกข้าได้ล่ะก็... อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ ร้านแกพังคามือแน่!" ผู้เฒ่าเฉินเอ่ยเสียงแหบห้าวแต่ทรงพลังจนกระเบื้องพื้นร้านสั่นะเื
หลี่ิสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสมาธิขั้นสูงสุด ดวงตาสองข้างฉายแววคมกริบ เขายิ้มรับอย่างมั่นใจตามวิสัยยอดฝีมือ "เชิญนั่งก่อนครับท่านผู้เฒ่าทุกท่าน! รับรองว่าโจ๊กหมูสับหม้อนี้ไม่ใช่โจ๊กธรรมดา แต่มันคือ 'โจ๊กหมูสับทะลวงจุดชีพจรสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์' กินแล้วเส้นสายหายขอด เืลมเดินสะดวกยิ่งกว่าติดเทอร์โบ!"
ว่าแล้วหลี่ิก็ไม่รอช้า เริ่มต้นกระบวนท่าแรกด้วยการเตรียมวัตถุดิบ ข้าวหอมมะลิเก่าถูกนำมาเคี่ยวกับน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวข้ามคืนจนแตกตัวเนียนนุ่มดุจแพรไหม มือซ้ายของเขาหยิบขิงแก่ ข่า และตะไคร้สดๆ มาโขลกในครกหินดัง โป๊กๆๆ เป็จังหวะสามช่าเพื่อเรียกพลังธาตุไฟเข้าสู่หม้อ ส่วนมือขวาใช้หลักการควบคุมกระแสไฟฟ้าแบบ NMOS สับสวิตช์พลังงานชี่กงส่งผ่านฝ่ามือพุ่งตรงสู่ก้นหม้อดินเผา ทำให้อุณหภูมิเดือดพลั่านได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องใช้แก๊สเปลืองถัง
หมูสับปั้นเป็ก้อนกลมๆ ถูกหมักด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ และเคล็ดลับลับเฉพาะคือการหยดน้ำมันงาผสมสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงไตตามตำราแพทย์แผนไทย เมื่อหมูสับลงไปัักับน้ำซุปร้อนๆ ก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งซอย
"ย้าก! เคล็ดวิชาหมัดัต้มโจ๊ก!"
หลี่ิร่ายรำกระบี่มือเปล่ากลางห้องครัว ทัพพีในมือพลิกซ้ายขวาราวกับกำลังรำมวยไทเก็ก ตักโจ๊กเนื้อเนียนละเอียดใส่ชามเซรามิคสีขาวสะอาด วางหมูสับก้อนโตไว้ตรงกลาง โรยด้วยขิงซอยบางๆ และต้นหอมผักชีสดกรอบ ปิดท้ายด้วยการพ่นลมปราณเบาๆ เพื่อให้ผิวหน้าโจ๊กเกิดไอความร้อนรูปเกลียวคลื่น
เขายกชามโจ๊กทั้งสามเสิร์ฟลงตรงหน้าผู้สูงอายุทั้งสามคนด้วยความนอบน้อม "เชิญครับท่านผู้เฒ่า! ร้อนๆ ควันฉุย ทานตอนนึ้ยอดเยี่ยมที่สุดครับ"
ผู้เฒ่าเฉิน ตาแป๊ะหมัดเหล็ก และยายเพ็ญ มองชามโจ๊กตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลงใจ แต่กลิ่นหอมเย้ายวนของขิงและพริกไทยดำกลับยั่วยวนจนน้ำลายสอ ทั้งสามคนหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กเข้าปากพร้อมกัน
อืมมม...
ทันทีที่โจ๊กเนื้อเนียนนุ่มัักับปลายลิ้น ความเผ็ดร้อนละมุนของขิงก็พุ่งซ่านขึ้นจมูก ช่วยขับไล่ความหนาวเหนย็บและเสมหะในลำคอให้หายวับไปในพริบตา ก้อนหมูสับเด้งดึ๋งนุ่มละมุนลิ้นละลายในปาก พลังปราณชี่กงที่แฝงมากับน้ำซุปไหลผ่านลงสู่กระเพาะอาหาร ก่อนจะกระจายตัวพุ่งตรงไปยังข้อต่อกระดูกและเส้นเอ็นที่ตึงเครียดของผู้สูงอายุทั้งสามคนอย่างแม่นยำ
ผู้เฒ่าเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อาการปวดหลังเรื้อรังที่เคยเกาะกินมานานนับปีจู่ๆ ก็เบาบางลงราวกับปลิดทิ้ง ตาแป๊ะหมัดเหล็กถึงกับลุกขึ้นยืนแล้วลองเตะขาออกไปข้างหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว ส่วนยายเพ็ญอุทานลั่นด้วยความทึ่ง
"โอ้โห! นี่มันไม่ใช่แค่โจ๊กอร่อยแล้วพ่อหนุ่ม! ขาลุงตอนนี้เบาหวิวราวกับจะเหินฟ้าได้จริงๆ ด้วย! โจ๊กวิเศษอะไรวะเนี่ย!" ผู้เฒ่าเฉินหัวเราะร่าด้วยความสะใจ ตบโต๊ะปังใหญ่
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าหลี่ิสว่างวาบขึ้นมาพร้อมเสียงดนตรีเฉลิมฉลอง
[ภารกิจสำเร็จลุล่วง: ผู้สูงอายุสายบู๊พึงพอใจระดับสูงสุด!] [ได้รับแต้มพลังงานชี่กงเพิ่ม 800 แต้ม และปลดล็อกคัมภีร์ลับ 'ผัดผักบุ้งไฟแดงสะท้านปฐี']
หลี่ิปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความโล่งอก โค้งตัวคำนับลูกค้ารุ่นเดอะด้วยรอยยิ้มสดใส วันเริ่มต้นยามเช้าผ่านพ้นไปได้อย่างงดงาม และดูเหมือนว่าชื่อเสียงของ "ครัวคุณลุงริมคลอง" จะเริ่มขจรขจายไปไกลเกินกว่าที่เขาคาดคิดเสียแล้ว!