ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    60 โดนลอบสังหาร?

            ชายหนุ่มที่แต่งกายซอมซ่อราวกับขอทานผู้นั้นรำพึงกับตนเองเบา ๆ  ด้วยสีหน้าและแววตาที่ยินดีและสมใจยิ่งนัก หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าผู้ที่ตนแค้นสุดชีวิตมีอันต้องไปยังปรโลกเป็นที่เรียบร้อย       หลังจากทำทีแสร้งเล่นละครด้วยการคารวะศพด้วยความเศร้าโศกเป็นที่เรียบร้อย  เขาก็ค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา และหลบเข้าไปเปลี่ยนชุดแต่งกายกลับมาเป็นปกติ จากนั้นจึงเร่งรีบเดินทางเพื่อไปพบกับคนผู้หนึ่ง                “ ท่านทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ท่านหาน  นี่คือรางวัล 20,000 ตำลึงเป็นค่าตอบแทนสำหรับค่าหัวของเสียมหลอหลง”           ชายหนุ่มผู้นั้น ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายกลับมาเป็นคุณชายที่ดูมีฐานะอีกครั้ง เอ่ยชมหัวหน้าโจรที่จัดการสังหารนายอำเภอหนุ่มได้สำเร็จตามที่รับปากไว้  พร้อมทั้งส่งตั๋วแลกเงินปึกใหญ่ให้กับอีกฝ่ายตามสัญญา          “ ฮ่า ๆ คุณชายไม่ต้องเกรงใจ  เสียดายที่ท่านไม่ได้เห็นแววตาของมัน ตอนที่โดนข้าใช้อาวุธปืนของมันเองลั่นไกสังหารจนสิ้นใจอย่างน่าอนาถ ฮ่า ๆ ถือว่าข้าได้ล้างอายให้กับรองหัวหน้า ติงชิวชุนอีกด้วย”         หานซุ่นกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีที่ดูเหมือนยินดียิ่งนักที่ได้จัดการกับนายอำเภอหนุ่มผู้นี้  จากนั้นจึงส่งตั๋วแลกเงินให้ติงชิวชุนนำไปเก็บ  โดยวันนี้พวกเขารับทรัพย์รวมทั้งหมด 50,000 ตำลึง เพราะเมื่อเช้าทางใต้เท้าหลี่จากเมืองหลวงก็ส่งคนนำเงินรางวัล 30,000 ตำลึงมามอบให้ หลังจากที่ทางนั้นทราบข่าวว่าเสียมหลอหลงโดนกำจัดพ้นทางเป็นที่เรียบร้อย        “ อ้อ ท่านหาน ว่าแต่เรื่องที่ข้าเคยเสนอให้ท่านนำไปพิจารณา ไม่ทราบว่าท่านตัดสินใจได้หรือยัง?”       “ คุณชายหลงซาน ท่านช่างใจร้อนสมกับเป็นคนหนุ่มจริง ๆ  อันที่จริงข้าก็อยากจะเข้าสวามิภักดิ์กับท่านเจ้าเมืองเสียนหยิน เพราะรู้ว่าท่านเป็นที่มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่”        หัวหน้าโจรเอ่ยยกย่องอีกฝ่าย โดยคุณชายหลงซานที่หานซุ่นเรียกเมื่อครู่ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากหลงซานผิง ศัตรูคู่อาฆาตซึ่งเป็นผู้จ้างวานให้สังหารเสียมหลอหลงนั่นเอง  จากนั้นหานซุ่นจึงบอกเงื่อนไขการเข้าร่วมทัพของตนกับลูกน้องว่า ถ้าฟ่านเหลยอยากจะให้พวกเขาเข้าร่วมทัพด้วยจริง ๆ   ก็ขอให้ใต้เท้าเจ้าเมืองเสียนหยินให้เกียรติมาเยี่ยมรังโจรของพวกเขาสักครั้ง  และช่วยล้างมลทินในอดีตให้กับพวกเขาได้ พวกเขาก็จะเข้าร่วมกับทัพเมืองเสียนหยินทันที         “ ไม่มีปัญหา ข้าจะกลับไปเรียนท่านน้าให้ทราบ  และจะพาท่านมาพบกับท่านหานภายในเย็นพรุ่งนี้เป็นอย่างไร?”        “ ขอบคุณคุณชายล่วงหน้า  และขอบคุณที่คุณชายช่วยส่งเสริมและแนะนำข้าต่อใต้เท้าฟ่าน ทำให้ข้ากับบรรดาพี่น้องจะได้ลืมตาอ้าปากเสียที”        หานซุ่นกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ลี้ลับ ยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดเช่นไรอยู่   หลังจากสนทนาพาทีกันสักครู่  หลงซานผิงจึงขอตัวกลับไปเมืองเสียนหยินที่อยู่ติดกัน เพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องทัพ 2,000 คนของกลุ่มโจรหานซุ่นจะเข้าร่วมด้วยต่อท่านน้าของตน             จวนเจ้าเมืองเสียนหยิน          “ ผิงเอ๋อ เจ้าว่าอย่างไรนะ  พวกโจรยินยอมที่จะเข้าร่วมทัพกับเราแล้วเช่นนั้นรึ?”        ฟ่านเหลย เจ้าเมืองเสียนหยินเอ่ยถามหลานชายของตน  ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับว่าเป็นเรื่องจริง   โดยเจ้าเมืองผู้นี้ในอดีตเคยเป็นผู้ที่ให้ร้ายหานซุ่น ซึ่งตอนนั้นเป็นแม่ทัพยศเชียนฮู่(นายพัน) จนต้องถูกออกจากราชการ และกลายไปเป็นโจรป่าในที่สุด      “ ขอรับท่านน้า หัวหน้าโจรบอกเงื่อนไขแค่ท่านน้ายอมลดตัวไปพบพวกเขาที่ค่ายสักครั้ง รวมทั้งรับปากที่จะช่วยล้างมลทินให้พวกเขา พวกเขาก็จะนำกำลัง 2,000 คนเข้าร่วมด้วยทันที”     “ เพียงแต่ข้าไม่ค่อยแน่ใจเรื่องความปลอดภัยเท่าไหร่  หรือว่าท่านน้าไม่ควรจะไปเสี่ยงดีกว่า”       หลงซานผิงเอ่ยกับน้องชายมารดาของตนอย่างเป็นห่วง  แต่กลับถูกอีกฝ่ายตำหนิกลับมาว่า ถ้าคิดจะทำการใหญ่ จะมานั่งกลัวนู่นกลัวนี่ไม่ได้       “ เอาเป็นว่า เย็นพรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมรังโจรของพวกมันสักครั้ง  ถ้าข้าได้พวกนั้นมาร่วมทัพ จะทำให้ข้ามีกองกำลังเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการใหญ่ของข้าในอนาคต”       ฟ่านเหล่ยเอ่ยกับหลานชายของตน ก่อนที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องเสียมหลอหลง ซึ่งเป็นคนที่สั่งประหารพี่เขยของตน     “ มันไปพบยมบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วขอรับท่านน้า  ข้าได้แอบปลอมตัวไปงานศพของมันมาแล้ว ในงานมีทั้งพี่น้องร่วมสาบาน กุนซือ และผู้หญิงของมัน ซึ่งแต่ละคนต่างมีท่าทีที่โศกเศร้าตลอดเวลา ดังนั้นข้าเชื่อว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอนขอรับ”         “ เช่นนั้นก็ดี  มันบังอาจสั่งประหารพี่เขย ทำให้เจ้าต้องสูญเสียบิดา แค้นนี้มิอาจอยู่ร่วมโลก สมควรแล้วที่ช่วยให้มันติดตามไปรับใช้พี่เขยในปรโลก เอาล่ะ เจ้าไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าช่วยเตรียมการเรื่องของกำนัลที่ต้องใช้ในการไปเยือนรังโจรแทนข้าด้วย เราจะออกเดินทางตอนเที่ยง จะได้ไปถึงหลงซานช่วงเย็นพอดี”        เจ้าเมืองเสียนหยินสั่งงานหลานชายตนเอง จากนั้นจึงเรียกให้เลขาของตนเข้ามาเพื่อปรึกษาและวางแผนงาน      “ คำนับนายท่าน เรื่องที่ท่านสั่งการ ข้าน้อยได้จัดการเป็นที่เรียบร้อยแล้วขอรับ”      เลขาของฟ่านเหลยเข้ามารายงานเรื่องที่ตนได้รับมอบหมายให้ไปจัดการ  ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยชมเชยที่เลขาของตนทำหน้าที่ได้ดี ไม่เคยทำให้ตนต้องผิดหวังสักครั้ง      “ ผู้น้อยมีหน้าที่รับใช้และถวายชีวิตให้กับนายท่าน ดังนั้นข้าน้อยต้องทำอย่างสุดความสามารถอยู่แล้วขอรับ”        “ เอาล่ะ พรุ่งนี้เช้าเจ้าช่วยจัดเตรียมทหารอารักขาฝีมือดีให้ข้าสัก 1,000 นาย ข้ากับหลานชายจะไปเยี่ยมรังโจรเพื่อเจรจาการค้าที่อำเภอหลงซาน”        “ ฟ่านเหลยสั่งการเลขาคู่ใจ จากนั้นจึงเรียกให้นางระบำจำนวนมาก ออกมาทำการแสดงฟ้อนรำ และปรนนิบัติพัดวีตนที่เอนหลังพิงกายอย่างผ่อนคลายและมีความสุขยิ่ง                             ค่ายโจรของหานซุ่น            “ คำนับใต้เท้าฟ่าน  เป็นเกียรติจริง ๆ ที่ท่านอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนถึงรังโจรเล็ก ๆ ของพวกเรา ใต้เท้า เชิญ”           หานซุ่นกล่าวต้อนรับอีกฝ่ายด้วยท่าทีพินอบพิเทา  แต่แววตาที่เขาจ้องมองช่างดูขัดแย้งต่อท่าทีภายนอกที่แสดงออกอย่างสิ้นเชิง  จากนั้นจึงสั่งให้บรรดาสมุนโจรราว 2 พันคนของตนคุกเข่าคำนับเจ้าเมืองเสียนหยินโดยพร้อมเพรียงกัน ทำราวกับว่ากำลังรับเสด็จองค์ฮ่องเต้ยังไงยังงั้น ทำเอาฟ่านเหลยถึงหน้าบานด้วยความพออกพอใจเป็นอย่างยิ่งต่อการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้         “ ฮ่า ๆ ดี ดีจริง ๆ  สมกับที่ผิงเอ๋อคุยให้ข้าฟังว่าทัพแกร่งของท่าน ช่างเป็นทัพที่น่าเกรงขามทัพหนึ่งจริง ๆ”          “ ใต้เท้าชมเกินไปแล้ว  ทัพ 2 พันของข้าไหนเลยจะสู้ทัพแกร่งเพียง 1,000 นายที่ท่านนำมาได้”        “ ฮ่า ๆ  เมื่อข้าได้ท่านเข้ามาร่วมทัพด้วย ข้าก็เปรียบเหมือนพยัคฆ์ติดปีก  ข้ารับรองว่าท่านจะได้เสพสุขไม่รู้สิ้นอย่างแน่นอน”            “ เชิญใต้เท้าด้านในกระโจม  ข้าได้เตรียมสุราอาหารชั้นดี รวมทั้งหญิงงามไว้คอยปรนนิบัติใต้เท้ากับคุณชายหลงซานเรียบร้อยแล้ว”          หานซุ่นนำสองน้าหลานรวมทั้งองครักษ์ติดตามเข้าไปยังด้านในกระโจม ก่อนจะเชิญฟ่านเหลยนั่งในที่สมควร จากนั้นจึงสั่งให้เริ่มการแสดงของหญิงงาม พร้อมทั้งให้เหล่าหญิงงามเข้ามาปรนนิบัติ        “ ใต้เท้า ในเมื่อท่านมีความจริงใจถึงเพียงนี้ ข้าก็คงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธท่านอีก  อ้อ  ข้ายังมีข่าวดีที่จะแจ้งให้ท่านทราบอีกเรื่อง”        หัวหน้าโจรเอ่ยกับฟ่านเหลยหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างนั่งประจำที่ของตนเรียบร้อย ในขณะที่อีกฝ่ายทำสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่หลงซานผิงจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามแทนท่านน้าของตน                “ ข่าวดีอันใด ท่านหานเชิญกล่าวมาได้เลย ท่านน้าของข้ากำลังล้างหูรอฟังข่าวดีจากท่าน”       “ เรียนใต้เท้า เมื่อวานข้าได้ส่งข่าวถึงสหายของข้าซึ่งได้ซ่องสุมผู้คนนับได้ราว 3 พันคน ให้นำกำลังมาเข้าร่วมกับใต้เท้า  เมื่อครู่ทางนั้นได้ส่งข่าวตอบกลับมา ว่ายินดีที่จะนำทัพมาเข้าร่วมกับท่านตามคำเชิญของข้าแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้ใต้เท้าจะได้กองกำลังเพิ่มขึ้นอีกไม่เพียงแค่ 2 พันคน แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 พันคนเลยทีเดียว  ข้าน้อยขอแสดงความยินดีต่อใต้เท้าด้วย”                  “ ข่าวดี ข่าวดีจริง ๆ ฮ่า ๆ ถือว่าท่านได้สร้างผลงานชิ้นใหญ่จริง ๆ”        ฟ่านเหลยหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจในข่าวดีที่ตนเพิ่งได้รับเมื่อครู่  ก่อนที่เขาจะรับปากอีกฝ่ายว่าจะแต่งตั้งให้เขาเป็นนายทหารยศเชียนฮู่(นายพัน) เช่นเดียวกับสหายของเขาที่จะนำกำลังมาเข้าร่วมด้วย       “ ขอบคุณใต้เท้า  ท่านช่างใจกว้างและรู้จักใช้คนยิ่งนัก ข้อนี้ถือว่าท่านไม่แพ้โจโฉแห่งสามก๊กเลยแม้แต่น้อย”      หานซุ่นคุกเข่าลงคำนับพร้อมทั้งเอ่ยขอบคุณเป็นการใหญ่  จากนั้นเจ้าเมืองเสียนหยินจึงบอกกับเขาว่ามีงานใหญ่จะให้เขาทำหลังจากที่เขานำทัพเข้ามาร่วมแล้ว       “ อะไรนะขอรับ  ท่านจะให้ข้าจัดฉากยัดข้อหาค้าของเถื่อนให้เศรษฐีหลินคุนแห่งเสียนหยิน และให้ส่วนแบ่งพวกข้ามากถึง 100,000 ตำลึง”       หัวหน้าโจรทวนคำสั่งของฟ่านเหลยด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เล็กน้อย สาเหตุที่จอมโจรอย่างเขาจะตระหนกตกใจกับคำสั่งดังกล่าว ก็เพราะตัวเขาเองก็เคยโดนใส่ร้าย ถูกยัดข้อหาว่าค้าของเถื่อน ทำให้เขาต้องออกจากราชการ จนต้องระหกระเหินมาเป็นโจรอย่างเช่นทุกวันนี้  หลังจากได้ยินคำพูดเมื่อครู่เลยเหมือนไปสะกิดแผลในใจของเขาขึ้นมา   ที่สำคัญคนที่ใส่ร้ายเขาก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้นี่เอง   แต่เขาก็ต้องข่มความรู้สึกในใจไว้เพื่อไม่ให้เสียงานใหญ่                          “ เป็นอะไรไป หรือว่าท่านไม่เต็มใจที่จะรับงานนี้?”             ฟ่านเหลยเอ่ยถามอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าอึดอัดและลำบากที่จะรับงานนี้  ก่อนที่หานซุ่นจะรีบปรับสีหน้าและบอกว่าตนเต็มใจที่จะรับงานนี้ และจะทำให้สำเร็จไม่ให้อีกฝ่ายต้องผิดหวัง           “ เช่นนั้นก็ดี  ท่านคงไม่รู้ว่านอกจากเราจะได้ทรัพย์สินมหาศาลของหลินคุนแล้ว  ตาเฒ่าผู้นี้ยังมีบุตรีที่งามหยาดฟ้ามาดิน แถมยังเป็นเลิศด้านการค้าอีกด้วย  ถ้าข้าได้นางมาเป็นอนุอีกคน นอกจากข้าจะมีได้เสพสุขความสาวของนางแล้ว นางยังสามารถช่วยเพิ่มพูนการค้าและทรัพย์สินของข้าได้อีกด้วย  เพียงแค่คิด ข้าแทบจะรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหวจริง ๆ”         ฟ่านเหลยเอ่ยด้วยแววตาและท่าทีที่ชั่วช้าลามก เมื่อพิจารณาจากรูปร่างที่เหมือนตือโป๊ยก่ายของเขา ทำเอาหานซุ่นและติงชิวชุนอดที่จะแอบมองเขาด้วยความสมเพชและเหยียดหยามไม่ได้         “ ใต้เท้า ข้ามีคนผู้หนึ่งที่จะทำให้ใต้เท้ารู้สึกพึงพอใจได้อย่างแน่นอนขอรับ”          หานซุ่นเอ่ยเปลี่ยนประเด็น หลังจากทนเห็นท่าทางลามกของอีกฝ่ายไม่ได้  เมื่อฟ่านเหลยได้ยินดังกล่าวจึงเอ่ยปากถามว่าใช่เป็นหญิงงามล่มเมืองหรือไม่  ก่อนที่ติงชิวชุนจะเป็นคนตอบคำถามแทนหัวหน้าของตน โดยบอกว่าคนผู้นี้ไม่ใช่หญิงงาม หากแต่เป็นหมอดูนิรนาม ฉายาเซียนหยั่งรู้ฟ้าดิน  ซึ่งทั้งตนและหานซุ่นต่างได้ลองทดสอบรับการทำนายมาแล้ว รับรองว่าแม่นราวกับตาเห็น อยากให้ฟ่านเหลยได้ลองทดสอบดู   เมื่อได้ยินดังนั้นอีกฝ่ายจึงอนุญาตให้เบิกตัวเซียนหยั่งรู้ฟ้าดินผู้นี้เข้ามาได้                        “ อะไรกันท่านติง  เซียนหยั่งรู้ฟ้าดิน ใยอายุยังเยาว์เช่นนี้?”         หลงซานผิงที่กำลังนั่งเคลียคลอกับบรรดาสาวงามเอ่ยถามติงชิวชุน เมื่อได้เห็นว่าหมอดูผู้นี้อายุเพิ่งจะ 20 นิด ๆ เท่านั้น         หมอดูหนุ่มผู้นี้หน้าตาคมคาย รูปร่างโปร่ง อยู่ในบัณฑิตสีขาว คำนับฟ่านเหลยและผู้ที่เข้าร่วมงานเลี้ยง  จากนั้นเดินมาหยุดตรงหน้าหลงซานผิง พร้อมทั้งใช้สายตาพิจารณาอีกฝ่ายสักครู่ก่อนจะเอ่ยทำนายทายทักหลานชายใต้เท้าฟ่าน       “ คุณชายท่านนี้เป็นผู้มีวาสนาสูง  ชีวิตเกิดมาไม่เคยต้องพบกับความลำบาก เปรียบได้กับท่านอ๋องที่เป็นโอรสของโอรสสวรรค์  แถมยังมีญาติผู้ใหญ่ที่มีบารมีสูงให้การสนับสนุนอีกด้วย ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ”                  “ เพียงแต่น่าเสียดาย ท่านคงจะเพิ่งสูญเสียบุคคลสำคัญไปใช่หรือไม่  เพียงแต่ท่านก็เพิ่งได้รับข่าวดีที่ท่านรอคอยมาเช่นกัน?”         หมอดูหนุ่มเอ่ยทำนายอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มน้อย ๆ  ไม่มีอาการเกรงกลัวในบารมีของใต้เท้าเจ้าเมืองและหลานชายเลยสักนิด               “ ท่าน ท่าน อายุแค่นี้กลับมีความสามารถถึงเพียงนี้  ช่างน่านับถือจริง ๆ”         หลงซานผิงรู้สึกทึ่งในความหยั่งรู้ของหมอดูหนุ่มผู้นี้  ก่อนที่เขาจะบอกให้อีกฝ่ายลองทำนายให้ท่านน้าของตนดูบ้าง         “ ใต้เท้าท่านนี้ โหงวเฮ้งไม่ธรรมดา ท่านสามารถไต่เต้าจากสามัญชนคนธรรมดา จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจ้าเมืองได้ ต่อไปท่านต้องสำเร็จการใหญ่ได้อย่างแน่นอน”         หมอดูเอ่ยทำนายโชคชะตาของฟ่านเหลย ก่อนที่อีกฝ่ายจะย้อนถามกลับมาว่า แล้วเขาทราบหรือไม่ว่าการใหญ่ที่ว่านั้นหมายถึงอะไร                               “ เอ่อ...ข้าน้อยสามารถพูดออกมาได้รึขอรับ?”                 “ ท่านพูดออกมาได้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวอันใด ทุกอย่างข้ารับผิดชอบเอง”         ฟ่านเหลยอนุญาตให้หมอดูหนุ่มพูดออกมาได้อย่างเต็มที่  ก่อนที่จะหันไปถามสาว ๆ ที่นั่งปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ ให้ลองทายดูบ้าง                         “ ข้าว่าใต้เท้าต้องได้เป็นเสนาบดีใหญ่แน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ”                                       “ ข้าก็คิดเช่นนั้นเช่นกันเจ้าค่ะ”         บรรดาสาวงามต่างพากันพูดประจบเอาใจใต้เท้าเจ้าเมืองผู้นี้กันใหญ่ สร้างความพึงพอใจแก่เขาเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนผู้นี้ชอบให้คนพูดจายกยอหรือชื่นชมตนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว           “ ว่าอย่างไร ท่านอาจารย์น้อย ท่านจะตอบข้าได้หรือยังว่าเป้าหมายสูงสุดของข้าคืออะไรกันแน่?”                                      “ สิ่งที่ใต้เท้ามุ่งหวังในใจก็คือ.......”          อาจารย์น้อยเว้นจังหวะเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปสบตาฟ่านเหลย ก่อนที่จู่ ๆ เขาจะคุกเข่าลงตรงหน้าเจ้าเมืองเสียนหยิน สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก             “ ถวายพระพรฝ่าบาท  ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี”            “ ท่านทำอะไรของท่านอาจารย์น้อย เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้?”        ฟ่านเหล่ยแสร้งเอ่ยทักท้วงอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่ในใจของตนเกิดความยินดีนักหนาที่อีกฝ่ายทำนายตรงกับที่ตนคิดหวังไว้ในใจ                   “ ถวายพระพรฝ่าบาท  ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี”         หานซุ่น ติงชิวชุน และบรรดาสาวงามต่างพากันคุกเข่าถวายพระพรตามอย่างหมอดูหนุ่ม  ในขณะที่หลงซานผิงก็ตามน้ำด้วยการทำตามคนอื่น ๆ เช่นกัน                                “ ทุกท่าน ตามสบาย”                             ฮ่า ๆ เทวดาแท้ ๆ ท่านอาจารย์น้อย”          เจ้าเมืองเสียนหยินผู้มักใหญ่ใฝ่สูงทำราวกับตนเป็นโอรสสวรรค์  ก่อนจะหันไปชมเชยหมอดูหนุ่มที่สามารถล่วงรู้ปณิธานในใจของตนได้                       “ ท่านหาน ท่านคิดว่าฮ่องเต้ต้าองค์ปัจจุบันเป็นเช่นไรบ้าง?”          ฟ่านเหลยเอ่ยถามหัวหน้าโจรที่เพิ่งจะสวามิภักดิ์ตน ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบว่าตอนนี้ราชสำนักกำลังสั่นคลอน และอาจจะมีแค่สองราชกาลตามรอยราชวงศ์ฉินและสุยก็เป็นได้         “ ท่านหาน ท่านกล่าวได้ถูกต้องยิ่ง  ข้าเองก็เพิ่งจะรู้ว่าอริของข้าอย่างเสียมหลอหลง ที่เก่งกล้าและสามารถ มีความดีความชอบ เคยถวายงานช่วยสร้างผลงานให้พระองค์มากมาย แต่พระองค์ยังกล้าแย่งผู้หญิงที่เขารักมาเป็นสนมของตนได้อย่างหน้าตาเฉย  ท่านคิดว่าคนเช่นนี้ยังเหมาะสมที่จะเป็นฮ่องเต้อีกรึ?”          หลงซานผิงกล่าวเสริมขึ้นมา โดยเขาเองเพิ่งจะรู้ว่าเสียมหลอหลงที่เพิ่งจะตายไป เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นอันมาก และเคยถวายงานหยางไท่จงมาก่อน ถึงแม้เขาจะแค้นอีกฝ่ายที่สั่งประหารบิดาของตน แต่เขาก็รู้สึกชื่นชมในความสามารถของอีกฝ่ายไม่น้อย          หลังจากได้ยินหลงซานผิงกล่าวเมื่อครู่ หมอดูหนุ่มถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ราวกับอีกฝ่ายพูดอะไรแทงใจดำและสะกิดแผลในใจของเขา                “ ท่านอาจารย์น้อย ทำไมท่านถึงหน้าซีดเช่นนี้ ท่านไม่สบายหรือเปล่า?” ........................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 60  เพื่อรีดที่น่ารักทุกท่านจะได้อ่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าอาหลงของเราจะโดนหัวหน้าโจรหักหลัง และสังหารในระหว่างที่เขาบุกเดี่ยวเข้าค่ายโจรเพื่อไปเจรจาและเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายกลับใจ และยอมเข้าร่วมทัพทางการอีกครั้ง   ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป เขาตายแล้วจริง ๆ หรือยังไม่ตายกันแน่  รออ่าน รอลุ้นในตอนต่อไปได้เลยครับ         ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ.......................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ปัญหาส่งผลต่อความคิด เหมือนการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ พวกมันทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น”                                                                                                                                                               

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน