เริ่มจากมุมมองของริว
“ผมชื่อริวครับ พ่อกับแม่ของผมถูกยิงตายตอนผมอยู่ประถมผมเลยอาศัยอยู่กับพี่สาวและป้า ผมรักพวกเขามาก พวกเขาเป็ทุกอย่างสำหรับผม ปัจจุบันก็ยังจับตัวคนร้ายที่ฆ่าพ่อกับแม่ผมไม่ได้
ผมกับไอ่คิมเนี่ยเป็เพื่อนสนิทกัน ผมเป็เด็กลูกครึ่ง หน้าฝรั่งย้ายมาจากอังกฤษตอนมอต้นเลยไม่ค่อยจะมีเพื่อน ก็มีแต่ไอ่คิมนี้แหล่ะที่เข้ามาคุยด้วยเราสองคนติววิชาที่ตัวเองถนัดให้กัน คิมเก่งเลขมันก็ช่วยติวเลขให้ผมผมเก่งเื่ภาษา ผมก็ติววิชาภาษาอังกฤษให้มันและผมก็ชอบไปเล่นที่บ้านมันบ่อยๆเพราะผมมาเรียนไกลบ้านเลยต้องเช่าหออยู่ ที่บ้านของไอ่คิมถึงจะมีแค่มันกับยายที่อยู่ด้วยกันแต่ก็เป็บ้านที่อบอุ่นมากพวกเราสนิทกันจนสัญญากันว่าจะย้ายไปเรียนมอปลายที่เดียวกันแต่พอวันสอบเข้ามอปลายผมก็ไม่เห็นไอ่คิมอีกเลย มันไม่มาสอบผมเลยไปตามหามันที่บ้านมัน ที่นั้นไม่มีใครอยู่เลย เห็นก็แต่ป้ายประกาศขายบ้านติดอยู่หน้าบ้านมันจากนั้นผมถึงรู้จากคนแถวนั้นว่ายายของคิมเสียคิมเลยต้องย้ายบ้านไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ผมรู้แค่นั้น
แต่ผมก็แปลกใจเพราะไอ่คิมมันเคยบอกผมว่ามันไม่มีญาติที่ไหนนอกจากยายของมันแต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่คิดว่าจะย้ายไปทำไมไม่บอกกันสักคำส่วนผมพอจะขึ้นมอปลายก็ต้องย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านในเมืองเพื่อไปเรียนพอเรียนมอปลายจบผมก็บินไปเรียนต่อปริญญาที่อังกฤษ ผมไม่ได้ข่าวของไอ่คิมเลยจนกระทั้งผมเรียนจบแล้วกลับมารับ่ต่อดูแลบริษัทที่พ่อกับแม่ผมทิ้งไว้ให้ผมจึงตั้งใจทำงานและพัฒนาบริษัทของตัวเองเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะเจอตัวฆาตกรที่มันฆ่าพ่อกับแม่ผม”
เริ่มเื่
วันนี้ก็เหมือนวันอื่นๆที่ริวต้องทำงานแต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปเมื่อริวได้ไปเดินเที่ยวในตลาดแถวบ้านริวเห็นร้านขายหมึกย่างจึงเดินเข้าไปหาพ่อค้าที่กำลังนั่งก้มหน้าคอตกเหมือนวันนี้ไม่มีลูกค้าตกถึงร้านเลย
ริว: หมึกย่างแผ่นหนึ่งครับ
เมื่อพ่อค้าเงยหน้าขึ้นมาริวก็ต้องใ
ริว: เห้ยย ไอ้คิมม!!
ใช่แล้วพ่อค้าขายหมึกก็คือคิมเพื่อนสมัยมัธยมต้นของริวนั้นเอง
คิม: อ้าวไอ่ริว เห้ยยมึงมาได้ไงเนี่ยโห่วววไม่ได้เจอมึงซะนานเลย มึงหายไปไหนมา มึงหล่อขึ้นป้ะเนี่ย
ริว: โห่วววกูสิต้องถามมึงว่ามึงหายไปไหนมา ตอนนั้นกูไปหามึงถึงบ้านก็ไม่เจอมึงจะย้ายบ้านก็ไม่บอกกูสักคำเลยนะ
คิม: กูขอโทษ่นั้นกูมีปัญหาเยอะอ่ะ เลยไม่ได้ไปเจอมึงเลย
ริว: เออหน่า ไม่เป็ไรว่าแต่ไหนๆก็เจอกันล้ะ เราไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยไหม ไม่เจอกันนาน คิดถึงมึงอ่ะ
คิม: ได้ๆมึง เดี๋ยวกูขายของเสร็จปิดร้านก่อนนะ เดี๋ยวไปคุยที่บ้านกู คิดถึงมึงเหมือนกันว่ะ
เพื่อนทั้งสองโผลเข้ากอดกันด้วยความคิดถึงพร้อมกับร้องดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า
หลังจากคิมเก็บรถเข็นหมึกเสร็จก็กลับไปที่บ้านพร้อมกับริวััแรกที่ริวเห็นบ้านของคิม เขาก็นึกสงสารเพื่อนอย่างจับใจเพราะบ้านของคิมนั้นไม่ใช่บ้าน แต่เป็ห้องเช่าเก่าๆ ทรุดโทรม มีราคาถูกและแคบในห้องนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากที่นอนกับพัดลมเก่าๆพังๆ และเศษซองมาม่าริวรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของตนกำลังลำบาก แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรออกไปเพราะกลัวคิมจะเสียใจ
คิม: กูขอโทษนะมึง ห้องกูมันรกไปหน่อยไม่คิดว่าจะมีใครมา เลยยังไม่ได้เก็บห้องเลย
คิมพูดพลางเก็บของในห้องไปด้วย
ริว: ไม่เป็ไรว่าแต่มึงอยู่คนเดียวหรอว้ะ
คิม: ใช่
ริว: แฟนล่ะ
คิม: โอ้ย ไม่มีหรอก แค่ตัวกูเองก็จะไม่รอดอยู่ล้ะจะเอาปัญญาที่ไหนไปเลี้ยงสาว
เมื่อคิมเก็บห้องเสร็จทั้งสองจึงนั่งลงและเริ่มพูดคุยกัน คิมหยิบหมึกย่างที่เหลือมาให้ริว
ริว: ไม่เป็ไรมึง กูเกรงใจอ่ะของซื้อของขาย
คิม: เอาไปเถอะ กูให้นานๆเจอเพื่อนทั้งที กูไม่มีข้าวมาเลี้ยงมึงอ่ะ กินหมึกไปแทนแล้วกันนะ
ริวกำลังจะควักเงินให้คิม
คิม: ไม่เอามึง กินๆไปเถอะ
ริวรับหมึกย่างมากินด้วยความเกรงใจ
ริว: ว่าไงมึง 6 ปีมานี้ที่กูกับมึงไม่ได้เจอกันเนี่ยมึงเป็ยังไงบ้าง มึงย้ายมานี้ั้แ่ตอนไหน
คิม: ย้ายมาได้สองสามปีแล้วอยู่นอกเมืองมันขายของลำบากอ่ะ กูเลยย้ายมาขายในเมือง เห้อ....(คิมถอนหายใจแบบเศร้าๆ)่นี้ไม่ค่อยดีเลยว่ะ ตอนนี้กูก็ตกงาน ออกมาขายของก็ไม่ค่อยดีเงินจะจ่ายค่าเช่ากูยังจะไม่พอเลย หาเช้ากินค่ำไปวันๆั้แ่ยายกูตาย
ริว: แล้วมึงย้ายไปอยู่ไหนว้ะตอนนั้น
คิม: กูไม่ได้ย้ายไปอยู่ไหนหรอกหลังจากบ้านกูถูกยึด กูก็ไม่มีที่จะไป ไม่มีญาติพี่น้องโชคดีที่หลวงพ่อที่วัดแถวบ้านท่านใจดี อาสาจัดพิธีศพเล็กๆให้ยายกูกูเลยไปอยู่ที่วัด
ริว: แล้วทำไมมึงไม่บอกกูอ่ะกูไปถามพวกแถวบ้านมึง เขาก็ว่ามึงย้ายไปอยู่ที่อื่น
คิม:พวกนั้นคงไม่รู้อ่ะว่ากูไปอยู่วัด ่นั้นมึงกำลังจะสอบเข้ามอปลายกูเลยไม่อยากบอกมึงอ่ะ กลัวมึงเสียสมาธิ รู้ตัวอีกทีมึงก็ย้ายไปไหนแล้วก็ไม่รู้กูเลยไม่ได้เจอมึงเลย
ริว:กูก็ย้ายกลับเข้าเมืองไปเรียนโรงเรียนที่มึงกับกูตั้งใจจะเข้าด้วยกันั้แ่แรกนั้นแหล่ะ
คิม: กูขอโทษนะมึงที่ทำตามสัญญาไว้ไม่ได้อ่ะ
ริว: อืม...แล้ว..มึงไม่ได้เรียนต่อเลยหรอว้ะ
ริวรู้สึกอึดอัดใจที่จะถามแต่เขาก็อยากรู้ความเป็อยู่ของเพื่อน
คิม: ไม่ได้เรียนเลยมึงกูไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน พอจบมอต้นกูก็เอาเงินเก็บของยายก้อนสุดท้ายมาลงทุนเข็นรถขายหมึกย่างกับรองเท้ามือสองอย่างที่มึงเห็นนี้แหล่ะ กูอยู่ที่วัด่หนึ่งพอขายของได้เลยออกจากวัดมาเช่าห้องพักถูกๆอยู่ เกรงใจหลวงพ่อท่านไม่กล้าอยู่วัดนานกูรับจ้างทำงานทั่วไปด้วยนะนอกจากขายของ ใครจ้างกูก็ไป แต่ตอนนี้ไม่มีใครจ้างกูเลยของก็ขายไม่ค่อยจะดีไปสมัครงานเขาก็ไม่เอาเพราะกูไม่มีวุฒิ เรียนไม่จบ......ว่าแต่ มึงเรียนจบมอปลายแล้วไปต่อไหนว้ะ
ริว: อ้อ กูไปต่อที่อังกฤษน่ะนี้ก็เพิ่งเรียนจบแล้วก็กลับมาทำงานที่บริษัทเนี่ย
คิม: โห้วว เจ๋งว่ะไอ่ริวมึงนิ่โชคดีจริงๆเลย ได้ไปเรียนเมืองนอกด้วยอ่ะ ไม่ธรรมดานะมึงเนี่ย เก่งโครตว่าแต่มึงทำงานตำแหน่งอะไรอ่ะ
ริว: กูเป็เ้าของบริษัทน่ะรับ่ต่อจากพ่อกับแม่
คิม: เชี้ยย..อย่างนี้มึงก็รวยเละเลยอ่ะดิ่ สาวติดตรึงแน่เลยมึงง่ะ
ริว: เฮ่อๆ(หัวเราะแบบแห้งๆ)ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกมึง ส่วนเื่สาวก็อย่าหวังเล๊ย กูทำงานยุ่งจะตายไม่มีเวลาไปคิดถึงสาวคนไหนหรอก
คิม: งั้นเราก็เหมือนกันอ่ะดิ่เพื่อน
(ริวกับคิมหัวเราะ) คิมยิ้มดีใจที่เพื่อนมีชีวิตที่ดีทั้งสองนั่งคุยสารทุกข์สุกดิบตามประสาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานอยู่ครู่หนึ่งริวก็ขอตัวกลับ
ริว: มึง งั้นกูกลับก่อนนะไม่รบกวนมึงล้ะ ว่างๆจะมาเยี่ยมใหม่
คิม: โอเคมึง ได้ๆ
ริวหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้คิม
ริว: อ่ะ กูให้ถือซะว่าเป็ค่าปลาหมึก
คิม: เห้ย ไม่เป็ไรมึง กูไม่เอาหรอกแค่ได้เจอมึงกูก็ดีใจแล้วเพื่อน
ริว: เอาไปเหอะหน่า กูอยากช่วยมึงมึงจะได้เอาไปซื้อหมึกมาขายต่อไง
คิม: ไม่เอามึง
ทั้งสองต่างยื้อยึงคิมปฏิเสธที่จะไม่เอาเงิน แต่ริวก็พยายามยัดเงินให้ ใส่ในกระเป๋าคิม
ริว: รับไว้เถอะมึง กูอยากให้นานๆทีเจอกัน ให้เป็ของขวัญมึงด้วย ฉลองที่ได้เจอกันไง
คิมกลัวเพื่อนจะเสียน้ำใจจึงจำใจรับเงินนั้นมาแบบเกรงใจ
คิม: เอ่อ..กะ.. ก็ได้มึงขอบใจมึงมากเลยนะไอ่ริว
ริว: ฮ่าๆๆ เออ กลับแล้วนะ โชคดีมึง
คิม: โชคดีเว้ยเพื่อน(ยิ้ม)
คิมมองดูรถของริวที่ขับออกไปจนลับตาในใจรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณริวเป็อย่างมาก
ณ ที่ประชุม
พนักงาน: ประธานครับปีนี้ยอดขายของเราพุ่งขึ้นไปติดอันดับต้นๆของประเทศแล้วนะครับแต่่นี้มีลูกค้ามาร้องเรียนเื่ของปลอมบ่อยๆ ท่านว่าเราควรจะทำอย่างไรดีครับ
ริว:เดี๋ยวจ้างคนให้ไปสืบเื่นี้มาว่าแหล่งก๊อปสินค้าปลอมอยู่ที่ไหนพอหาหลักฐานได้แล้วก็ทำเื่ฟ้องไปเลย
พนักงาน: ได้ครับ
ริวรู้สึกเครียดจากงานจึงเดินทางมาเที่ยวงานวัดที่จัดอยู่แถวนั้นขณะที่เขากำลังยืนกินลูกชิ้นทอดอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
คิม: มาเลยครับ มาเลย ลูกละสิบบาทปาแรงเท่าไหร่ก็ได้ โกรธใครมา แค้นใครมา หรืออยากระบายอารมณ์กรุณาหยิบลูกโป่งตรงหน้าแล้วปาใส่ผมได้เลยครับ ลูกละสิบบาทเท่านั้น มาเลยครับมาเลย อยากโดน อยากโดนปาด้วยลูกโป่งน้ำ
เสียงนั้นคือคิมที่กำลังเปิดบูธปาลูกโป่งน้ำเพื่อหาเงินอยู่นั้นเองริวเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปหาด้วยความประหลาดใจ แล้วก้มลงอ่านที่ป้าย
(ปาลูกโป่งน้ำ ลูกละ10บาท)
คิม: อ้าว ไอ่ริว
ริว: เออว่าไง โห่ว...ธุรกิจอะไรของมึงเนี่ย โครตหาเื่เจ็บตัวเลย
คิม: มึงสนใจสักลูกไหม ลูกละสิบบาทปาแรงแค่ไหนก็ได้ จัดมา
ริว: งั้นกูเหมาหมดเลยล้ะกัน
คิม: เห้ย จริงดิ่มึงจะปาจนดั้งกูหักเลยรึไง
ริวไม่พูดอะไรแต่เดินไปจ่ายเงินค่าลูกโป่งทั้งหมด แล้วลากคิมออกมา
คิม: เอ้ย เดี๋ยว ไอ่ริวมึงจะลากกูไปไหนเนี่ย แล้วลูกโป่งล่ะ มึงไม่ปาหรอ
ริวลากคิมมานั่งที่โต๊ะในงานแล้วหยิบกระดาษทิชชู่มาซับหน้าให้คิม
ริว: โห้ว.. หน้ามึงช้ำหมดแล้วคุ้มกับเงินที่ได้ไหมเนี่ย เจ็บตัวขนาดนี้
คิม: ไม่เป็ไรหน่า แค่ลูกโป่งเองไม่ใช่ก้อนหินสักหน่อย
ริว: อืม เดี๋ยวกูมานะมึงก็เช็ดหน้าไปก่อนแล้วกัน
คิม: เค ขอบใจเพื่อน
ริวเดินไปซื้อของกินมาให้คิม
ริว: อ้ะ กินซะ
คิม: โห้ว.. มึงเลี้ยงกูหรอขอบคุณมากมึง
ริว:คิดยังไงถึงไปยืนให้คนอื่นเขาปาเล่น
คิม: โห่.. ก็เงินกูไม่พอนี้หว่า่นี้ยิ่งช็อดๆอยู่ด้วย ทำอะไรที่พอจะหาเงินมาได้ กูก็ทำหมดแหล่ะถ้ากูเป็ผู้หญิง กูไปเป็สาวน้อยตกน้ำแล้ว ....เออแต่วันนี้โชคดีมากเลยที่เจอมึงอ่ะ เหมาหมด แถมยังเลี้ยงข้าวกูอีกขอบใจมึงมากเลยน้า
ริว: เออ ไม่เป็ไรหรอก กูแค่สงสารอ่ะไม่อยากเห็นคนแถวนี้เจ็บตัวเพิ่ม (เห้อ)
ริวถอนหายใจแล้วส่ายหน้า คิมยิ้มตอบ
ริว: เออ ว่าแต่ มึงว่างไหมอ่ะ
คิม: อืม ว่างดิ่ลูกโป่งขายหมดกูก็ไม่มีอะไรทำแล้ว
ริว: งั้นเดี๋ยวมึงไปเล่นที่บ้านผีสิงเป็เพื่อนกูหน่อยนะ
คิม: โอเค ได้ๆมึง มึงกลัวผีหรอ
ริว: ป่าว (เสียงสูง)
คิมหัวเราะ
จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปเล่นในบ้านผีสิงด้วยกันหลังเล่นเสร็จ ริวเดินออกมาแต่ดันไปชนกับชายคนหนึ่งเขา
ริว: ขอโทษครับ
ชายคนนั้นมองหน้าริวแบบไม่พอใจ
ชายนักเลง: เดินระวังหน่อยไอ่น้อง
แล้วก็เดินจากไปริวทำหน้าเซงคิมที่เพิ่งเดินออกมาเห็นริวทำสีหน้าไม่ดี จึงเดินเข้าไปถาม
คิม: มีไรหรอมึง
ริว: อ๋อ ไม่มีไรหรอกพอดีกูเผลอเดินไปชนกับผู้ชายคนนั้นเข้าน่ะ กูก็ขอโทษไปแล้วนะแต่เขาก็ยังทำหน้าไม่พอใจใส่กู
จากนั้นริวก็ชี้ไปที่ชายคนนั้นให้คิมดู
คิม: อ้อไอ่นั้นน่ะมันป็นนักเลงแถวนี้แหล่ะ เที่ยวหาเื่เขาไปทั่วมันน่ะชอบปลอมสินค้าคนอื่นเขามาขาย แถมยังขายของเถื่อนด้วยนะแต่ก็ยังไม่มีใครจับได้ กูก็ได้แต่หวังว่าสักวันเวรกรรมจะตามสนองมัน
จากข้อมูลที่คิมให้ทำให้ริวสงสัยในตัวนักเลงคนนั้นว่าเป็หนึ่งในคนที่ปลอมสินค้าของบริษัทเขาออกมาขายริวจึงให้คนไปสืบหาต้นตอ จนพบแหล่งปลอมสินค้าขนาดใหญ่ นำไปสู่การจับกุมในที่สุด
ตัดภาพมาที่วิสุที่กำลังอ่านข่าวการฟ้องเอาผิดและจับกุมกลุ่มขายสินค้าเถื่อนวิสุโมโหจนถึงขั้นปาหนังสือพิมพ์ทิ้ง
วิสุ: ไอ่นี้ วอนหาเื่สะแล้ว ล้ะแบบนี้รายได้ของเราก็หายไปบางส่วนน่ะสิ
กำพล:มันรู้แหล่งสินค้าเถื่อนของเราได้ไง
วิสุ: ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ดีนะที่พวกนั้นสักทอดมาไม่ถึงเรา ไม่งั้น ชิปหายกันหมดแน่
กำพล: คุณก็ส่งคนไปสั่งสอนมันสิ
วิสุ: คุณไม่ต้องบอกผมหรอกเพราะผมทำแน่
คืนนี้ฝนกำลังจะตกเม็ดฝนปอยๆเริ่มโปรยลงมา ริวขึ้นรถออกมาจากบริษัท และกำลังจะตรงกลับไปที่บ้านขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่นั้นเขาก็เหลือบไปเห็นคิมที่กำลังก้มเก็บกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เขาทำร่วงหล่นจากมอไซร์คันเก่า ตอนนี้ หนังสือพิมพ์ได้หล่นลงไปกองเต็มพื้นถนนคิมพยายามรีบเก็บให้ทันก่อนที่ฝันจะตก
ริว: พี่ครับ เดี๋ยวผมมานะ ถ้าไฟเขียวพี่ขับไปหาที่จอดก่อนเลยนะครับ
ริวบอกคนขับรถจากนั้นเขาก็เดินลงจากรถคันหรูกลางไฟแดงแล้ววิ่งตรงมาหาคิมที่กำลังก้มเก็บหนังสือพิมพ์อยู่และเริ่มช่วยคิมเก็บหนังสือพิมพ์
คิม: เอ้ยไอ่ริว มาได้ไงเนี่ย
ริว: โห้ว อะไรของมึงเยอะแยะเนี่ย
คิม: ไม่เป็ไรมึงเดี๋ยวกูเก็บเองก็ได้
ริว: เห้ย ไม่เป็ไรเดี๋ยวกูช่วยฝนจะตกแล้วเนี่ย
คิม: แล้วรถมึงอ่ะเดี๋ยวจะไม่ทันไฟเขียวนะมึง
ริว: กูให้คนขับรถ ขับหาที่จอดแล้วถ้าไฟเขียว มึงทำพาร์ทไทม์อีกแล้วหรอ
คิม: เออ กูกำลังจะเอาหนังสือพิมพ์ไปส่งแต่เชือกที่รัดตระกร้ามันขาดอ่ะดิ่ กระดาษแม่ง กระจายเต็มพื้นเลย
ริว: รีบเก็บเร็ว ก่อนที่ฝนจะตก
ริวและคิมรีบช่วยกันเก็บจนครบหมดทุกแผ่น
คิม: โห้ว มึงนิ้ลงทุนออกมาจากรถเพื่อมาช่วยกูเก็บเลยอ่ะ ขอบใจมากนะมึง
ริว: เออ ไม่เป็ไร เดี๋ยวกูไปก่อนนะจะไฟเขียวแล้วเจอกันมึง
คิม: เคๆ ใจมากมึง
ริวโบกมือบ๊ายบายจากนั้นก้รีบวิ่งกลับไปที่รถ ไฟจราจรเปลี่ยนเป็สีเขียวพอดี เนื่องจากรถติดไฟแดงจึงนาน คิมถึงกับยิ้มออกมา เขารู้สึกดีใจมากๆที่ได้เจอริวทั้งยังปลาบปลื้มกับสิ่งที่ริวทำอีกด้วย