สายลับ ศูนย์ หนึ่ง สี่ก้มศีรษะมองร่างกายของตนเองในขณะนี้
“ว่าแต่ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย เอ๊ะ แล้วนี่ฉันสวมเสื้อผ้าอะไรกัน ไม่ใช่ละ” เธอทำหน้าประหลาดใจจากนั้นเธอสำรวจดูเสื้อผ้าสีซีดๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นสีเก่าของมันบนร่างของเธอมองทุกสิ่งรอบตัวอีกครั้ง ทุกอย่างแปลกตา รอบตัวแปลกใหม่หมดเลย ต้นไม้รอบๆเขียวชอุ่ม เธอค่อยๆ สำรวจตัวเองทีละส่วน เมื่อคลำไปที่ศีรษะก็รู้สึกแสบและเจ็บแปลบทันที “อูย”
แล้วจู่ๆ เธอก็ชะงัก เมื่อตระหนักได้ว่าร่างกายนี้มีขนาดเล็กกว่าร่างกายของเธอแขนขาสั้นกว่าเดิม รูปร่างผอมบางกว่าเดิม เธอใจนหน้าซีด “ระ หรือว่าฉันจะตายแล้ว”
เธอรีบเหยียดแขน มองขาด้วยใจที่เต้นระรัว
“เฮ้อ” เธอถอนหายใจยาวเมื่อสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ร่างของเธอจริงๆ
“ฉันคงตายไปแล้วจริงๆ สินะพอตายแล้วิญญาฉันก็คงมาอาศัยอยู่ในร่างนี้” เธอกล่าวขึ้นเหมือนคนปลงตก
“แล้วร่างนี้เป็ใครกันล่ะเนี่ย สงสัยเพราะหัวแตกนี่เองกระมังร่างนี้ถึงได้ตาย”เธอตั้งสติก่อนที่จะััมือไปที่แขนตนเองบริเวณรอยรูปพยัคฆ์ทมิฬแล้วลองนึกถึงกระจก เธอก็ได้เห็นกระจกอย่างใจนึก เธอคิดว่าเธออยากได้ ้านำมาส่องดูแผลที่ศีรษะเธอสักหน่อยว่ามันสาหัสเพียงใด
ทันใดนั้น กระจกก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ สายลับ ศูนย์หนึ่ง สี่ ถึงกับตกตะลึงอย่างกับถูก นะ จังงัง เธออุทาน “ว๊าว ว๊าว ว๊าวอย่างกับนิยายแน่ะ”
“นี่มันโลกอะไรกัน หรือว่าฉันตายแล้วอยู่ในโลกิญญา เอหรือว่าฉันเข้ามาในนิยายเื่ใดเื่หนึ่ง หรือฉันย้อนยุคไปในอดีตหรือฉันเข้าไปในมิติคู่ขนานที่เหมือนกันกับโลกที่ฉันเคยอยู่จริงๆ เื่นี้มีจริงๆเหมือนนิยายที่ฉันเคยอ่านหรือ เื่แบบนี้มีได้ด้วยเหรอ โอ้ว ชักตื่นเต้นแล้วสิ”เธอทำหน้าตื่นตะลึงสุดขีด
นอกจากเธอจะมองเห็นสิ่งของในมโนสำนึกหลังจากััรอยรูปพยัคฆ์ทมิฬที่แขนแล้วเพียงแค่เธอนึกว่าเธออยากได้สิ่งของนั้นๆ มันก็จะปรากฏขึ้นที่ภายนอก แล้วเธอก็สามารถนำมันมาใช้ได้จริงๆ สายลับศูนย์ หนึ่ง สี่ถึงกับยิ้มกว้างกล่าวกับตนเองอย่างตื่นเต้น “ฉันรู้แล้ว นี่คือมิติมันคือพื้นที่มิตินั่นเอง”
ทำไมเธอจึงรู้ว่ามันคือพื้นที่มิติน่ะหรือนั่นก็เพราะว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยแทรกซึม ปลอมตัว เป็สายลับเข้าไปเป็ผู้ช่วยบรรณารักษ์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเพื่อสืบค้นเกี่ยวกับการทำอาชีพสุจริตบังหน้าของพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่เธอต้องทำตัวให้เนียนไปกับที่นั่นหลายเดือนทีเดียว กว่าจะทำงานสำเร็จและ่ระหว่างที่อยู่ที่นั่น เธอก็ทำตัวเหมือนว่าง อ่านนิยายมั่ง หนังสือมีสาระบ้างไร้สาระบ้างไปเรื่อย เธอรู้สึกว่าดีจริงๆ บางทีก็ดูเหมือนจะว่างงานรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไปบ้างจนอยากจะลาออกจากการเป็สายลับเลยทีเดียวอยากจะเป็ผู้ช่วยบรรณารักษ์เต็มตัวเสียจริงๆ แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่เมื่อหมดวาระของภาระกิจผู้ช่วยบรรณารักษ์ เธอก็ได้พักนิดหน่อย และได้รับมอบหมายภาระกิจให้ไปแทรกซึมที่อื่นอีกซึ่งมีทั้งอันตรายและไม่อันตราย แต่ส่วนมากจะอันตรายเสียมากกว่า แต่ยังดีที่มีทีมงานเก่งทำให้เธอรอดมาได้ทุกครั้ง แม้บางครั้งเธอจะได้รับาเ็บ้างก็ตาม มากบ้างน้อยมากมีครั้งสุดท้ายนี่แหละที่คงพลาดสุดๆ จนถึงขั้นเสียชีวิต
“ไม่รู้ว่าหัวหน้าและศูนย์ หนึ่ง ห้า จะเป็อย่างไรบ้างหวังว่าพวกเขาจะรอดกันนะ” สายลับศูนย์ หนึ่ง สี่ พึมพำแล้วย่นคิ้วด้วยความเป็ห่วงต่อทีมงานของเธอที่ออกปฏิบัติการด้วยกันในครั้งนี้
จากนั้นเธอสลัดศีรษะพยายามเลิกคิด “เฮ้อ คิดไปก็เท่านั้นถึงอย่างไรเราก็ตายเสียแล้ว ห่วงพวกเขาแล้วเราจะช่วยอะไรได้เล่า”
เมื่อดึงสติกลับมาสู่ตนเองอีกครั้งหลังจากนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อยทั้งเื่นิยายมิติลี้ลับอะไรของเธอสมัยแฝงตัวเป็ผู้ช่วยบรรณารักษ์และอดีตทีมงานของเธอได้แล้ว เธอจึงหันมาเอาใจใส่กับกระจกตรงหน้าอีกครั้งเธอสำรวจสภาพของตนเองในกระจก พบว่า เธอมองใบหน้าของตนเองได้ไม่ชัด เพราะมีเืปกคลุมครึ่งหน้าศีรษะแตกตรงบริเวณเหนือขมับซ้าย
“หัวแตกอย่างนี้ สงสัยคงจะตกจากหน้าผา’เธอคิดในใจขณะที่แหงนหน้าจนคอตั้งบ่า ดููเาสูงตรงหน้า จากนั้นเธอจึงลูบมือไปที่พยัคฆ์ทมิฬที่แขนอีกครั้งแล้วหยิบยากิน ยาทา สำลี ผ้าพันแผล และน้ำออกมา ล้างหน้าที่เปรอะเปื้อนเืที่เหมือนจะเริ่มแห้งบ้างแล้วจากนั้นเธอจัดการกับาแที่ศีรษะของตนเองแล้วใช้ผ้าพันแผลพันไว้ กินยาแก้ปวดและแก้อักเสบ แล้วสำรวจาแอื่นๆ บนร่างกายอีกครั้ง พบว่ามีรอยถลอกเล็กน้อยแต่รอยฟกช้ำดำเขียวมีหลายแห่งเลยทีเดียว เธอจัดการกับร่องรอยต่างๆ ตามร่างกายเสร็จแล้วจึงมีเวลาสำรวจหน้าตาของร่างนี้จริงๆ สักที
หลังจากเช็ดหน้า และพันผ้าพันแผลรอบศีรษะแล้ว คราวนี้เธอจึงสามารถเห็นหน้าตาของร่างนี้ชัดเต็มตาแล้ว
“แน่แล้ว นี่ไม่ใช่ร่างของฉันจริงๆ ด้วยฉันคงตายแล้วจริง แล้วนี่เป็ใครก็ไม่รู้ ไม่ได้คุ้นหน้าฉันเลย”สิ่งที่ปรากฏในกระจกต่อหน้าเธอคือ เด็กหญิงที่กำลังจะเข้าสู่วัยสาวอายุประมาณสิบสามถึงสิบสี่ปีคนหนึ่ง แม้จะมีเรือนร่างผอม ดูบอบบางมากแต่ก็มีเค้าโครงความงามอยู่ไม่น้อยเลยองค์ประกอบทั้งห้าบนใบหน้าดูคมเข้มระคนอ่อนหวานในคนเดียวกัน ใบหน้าเรียวรูปไข่แก้มตอบเล็กน้อย อาจเป็เพราะความอดอยาก หน้าผากนูนสวยคิ้วดกดำเข้มได้รูปดังคิ้วหงส์ ดวงตาเมล็ดอัลมอนด์ ขนตางอนยาวเรียงตัวสวยยามกะพริบตาอย่างกับผีเสื้อขยับปีก จมูกโด่งปลายรั้นเล็กน้อยปากกระจับสวยสีชมพูระเรื่อ ติดจะซีดๆ หน่อย เธอเดาว่า เพราะร่างนี้เืใกล้จะหมดตัวแล้วเนื่องจากศีรษะแตก จึงได้ซีดขนาดนี้
ผิวพรรณของร่างนี้ขาวผ่องอมชมพูเนียนละเอียดแต่เปรอะเปื้อนดิน มีรอยถลอกและฟกช้ำเป็จ้ำสีเขียวม่วง เป็บางแห่งนี่ถ้าได้บำรุงจนมีน้ำมีเนื้อมากกว่านี้สักหน่อยต้องสวยล่มจมเมืองเหมือนที่เคยมีคนมักจะเปรียบเทียบคนที่หน้าตาดีมากๆแน่ๆ อยากรู้จริง พ่อแม่เด็กคนนี้เป็ใคร หน้าตาผิวพรรณดูดีมากแต่เสื้อผ้าที่ใช้ซีดแล้วซีดอีก ขาดกะรุ่งกะรุ่ง สงสัยจะขาดตอนตกหน้าผา อนาถแท้ๆเอ หรือว่าเด็กคนนี้จะโดนโจรลักพาตัวมา’
สมองเธอคิดอะไรเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อย แล้วก็ต้องถอนหายใจให้กับตนเองรู้สึกเสียดายร่างเดิมของตัวเองเล็กน้อย เพราะแม้ว่าร่างนี้จะงดงามน่ารักแต่ร่างเดิมของเธอก็ใช่ว่าจะงดงามน้อยกว่าร่างนี้ร่างเดิมของเธอจัดว่าเป็คนสวยมากคนหนึ่ง รูปร่างสูงเพรียวระหง และแข็งแรงบุคลิกคล่องแคล่วว่องไว
“เฮ้อ” หลังจากนั่งถอนหายใจทิ้งและพยายามยอมรับความจริงได้แล้วเธอก็รู้สึกหิวจึงเก็บยาและอุปกรณ์ต่างๆ แล้วนึกคำว่าเก็บ ของบนพื้นก็หายไป เธอพูดพึมพำ“สะดวกดีแฮะ ใครสร้างของพรรค์นี้ขึ้นมานะ”
“โครกกกกกก”เสียงท้องของเธอร้องดังประท้วงออกมาให้ได้ยิน พอได้ยินปุ๊บเธอก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที เธอจึงลูบแขนไปบนรูปพยัคฆ์ทมิฬ หยิบกล้วยหอมหนึ่งผลนมหนึ่งกล่อง และน้ำแร่หนึ่งขวด แล้วลงมือรับประทาน
“แปลกจริงๆ อาหารในนี้ไม่บูดไม่เน่าหรือไงนะกลิ่นและรสชาติเหมือนสดใหม่อยู่เสมอเลย” เธอพูดพึมพำ งึมงำ อยู่คนเดียวเมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินสำรวจไปรอบๆ แม้จะยังรู้สึกมึนๆเล็กน้อย เจ็บศีรษะหน่อยๆ แต่เธอคิดว่า ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างเธออาจจะต้องนอนที่นี่คืนนี้แน่ๆ แล้วเ้าของร่างเป็ใครก็ไม่รู้เธอไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับร่างนี้ “ช่างเถอะ ช่างเถอะ ลองๆหาทางเดินออกจากป่านี้ก่อนก็แล้วกัน”