บทที่ : 14
“...”
หลังจากที่กลับมาจากเรือนของบุตรสาวแท้ๆ ที่เขาปล่อยนางเอาไว้อย่างนั้นมานานแสนนาน โดยที่ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลืออะไรมากมายนัก จางเผิงไห่ก็นั่งเงียบๆ บนโต๊ะทำงานของเขา พลางหยิบสร้อยประคำหยกขึ้นมาถือในมือด้วยความเคยชิน
‘ไม่ใช่เพราะนางไม่รู้ ไม่ใช่เพราะนางอ่อนแอ...’
นี่เป็ครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ชายวัยกลางคนกลับมานักนึกทบทวนความทรงจำเก่าๆ ั้แ่ตอนที่เขายังไม่ใช่คหบดีจางอย่างทุกวันนี้
‘แต่เป็เพราะนางรักข้ามากเกินไป’
และนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินได้ฟังอะไรแบบนี้
และเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกเสียใจมากขนาดนี้ในชีวิต!
ย้อนกลับไปในวันที่เขายังเป็แค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะยกระดับความเป็อยู่ของตัวเองและครอบครัวให้ดีขึ้น ในวันนั้นหลังจากที่ได้ผ่านอะไรมามากมายจนอายุล่วงเลยไปยี่สิบตอนปลาย เขาก็ได้เลือกที่จะทำการค้าเล็กๆ
ซึ่งการเริ่มต้นของเขานั้นก็ไม่ได้สวยหรูอะไรนัก เพราะเขาเองก็เป็แค่ชาวบ้านที่พอจะมีเงินเก็บแค่เพียงเล็กน้อย เพียงพอที่จะสามารถทำการค้าเล็กๆ ได้
แต่ด้วยความสามารถที่โดดเด่นและการตัดสินใจที่เฉียบขาด รวมไปถึงความสงบนิ่งที่เป็นิสัยติดตัวมาั้แ่เกิด ก็ทำให้เขาไปเข้าตาท่านคหบดีใหญ่ท่านหนึ่งเขา ซึ่งในเวลาไม่นานนัก เขาก็ได้เป็หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มการค้าแห่งสกุลถาน ที่ต้องเข้าออกจวนสกุลถานอยู่บ่อยครั้ง
และนั่นเองก็คือในตอนที่เขาได้พบกับนางเป็ครั้งแรก
รักแรกพบ...
มันคือคำอธิบายทั้งหมดที่เขาเป็ในตอนนั้น และดูเหมือนว่านางเองก็มีใจให้เขาไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนเองก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ แม้กระทั่งคหบดีถานเองก็ดูจะชอบใจตัวเขาไม่น้อย ทำให้อะไรหลายๆ อย่างในเวลาต่อมานั้นง่ายขึ้นมาก
แต่ด้วยนางนั้นเป็บุตรสาวคนเล็กของบ้าน ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะสืบทอดกิจการของสกุลถานั้แ่แรกอยู่แล้ว คหบดีถานจึงมอบบททดสอบสำคัญให้แก่เขา นั่นก็คือการสร้างกลุ่มการค้าเป็ของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าเขานั้นคู่ควรต่อการเกี่ยวดองกับพ่อค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้หนึ่ง
ด้วยแรงผลักดันหลายๆ อย่าง รวมไปถึงความขยันและรอบคอบของเขาเอง ใช้เวลาเพียงแค่ปีเศษๆ ก็สามารถสร้างกลุ่มการค้าเล็กๆ ขึ้นมาได้สำเร็จ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นชีวิตแต่งงานครั้งแรกของเขากับหญิงสาวที่เขารักมากที่สุดในชีวิต
แต่ไหนเลยความสุขนั้นจะสามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน เพราะเมื่อกลางวันที่เต็มไปด้วยแสงสว่างผ่านพ้นไป ค่ำคืนที่มืดมิดก็ย่อมมาถึงเสมอ ซึ่งเขาเองก็พยายามเป็อย่างมากเพื่อที่จะให้ทั้งครอบครัวและการค้าของเขาดีขึ้น เพื่อที่จะเชิดหน้าชูตาแก่ภรรยาของเขา
แต่กลับกลายเป็ว่าแม้จะผ่านไปสามปี แต่ฮูหยินของเขาก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้สักที แม้เขาเองจะพยายามไม่น้อยแล้วก็ตาม จนวันนั้นเองที่มารดาของเขาก็พาฮูหยินรองเข้ามา ประจวบเหมาะกับการค้าที่กำลังเข้าสู่่สำคัญ ทำให้เขาไม่ค่อยที่จะมีเวลามากเท่าไรนัก
ซึ่งเขาไม่เคยรู้เลยว่าที่จริงฮูหยิงของเขาได้ท้องมาก่อนแล้วถึงสองครั้ง แต่นางไม่เคยที่จะบอกเขาเลยว่านางโดนวางยาจนกระทั่งแท้งเด็กออกไป จนเป็เหตุให้ฮูหยินรองหรือก็คือหลานสาวของมารดาของเขาถูกรับเข้ามา
ในทุกๆ ครั้งที่เขากลับมาที่บ้าน นางก็มักจะยิ้มรับอยู่เสมอ นางไม่เคยบอกเล่าเื่ที่นางโดนกระทำมาเลยสักครั้ง และเลือกที่จะรับฟังเขาอยู่เสมอ จนกระทั่ง...
ในวันที่เขาเสียนางไป
‘กลับเป็ว่าทั้งหมดก็คือแผนการของท่านแม่กับฮูหยินรองสินะ’
อย่างที่ว่ากันว่าสิ่งที่อยู่ใกล้เกินไปมักจะมองไม่เห็น เหมือนกับเส้นผมที่สามารถบดบังูเาทั้งลูกได้ เขาเองก็มัวแต่ทำตามความฝันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าทำมันไปเผื่ออะไร
จนเขาพลาดสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปโดยไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลย!!
มิหนำซ้ำเมื่อนางตายจากไปแล้ว เขาก็กลายมาเป็คนเ็ามากขึ้น และจมอยู่กับการค้ามากขึ้น และปล่อยให้ลูกสาวของเขากับนางนั้นใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากไปโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้เขาก็แทบทำอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะสำหรับเขาที่อยู่ในโลกที่โหดร้ายอย่างการค้าขาย ทำให้เขาเรียนรู้ได้ว่าความอ่อนแอและความใจดีนั้นเป็อะไรที่ยาก ยากที่จะอยู่รอดต่อไปได้
ลึกๆ ในใจเขาก็หวังที่จะให้นางเข้าใจโลกและแข็งแกร่งขึ้นในสักวัน
หรือไม่ก็จากไปโดยที่ไม่ต้องมาทรมานอยู่ในโลกที่โหดร้ายแบบนี้...
แต่เขากลับลืมที่จะคิดไป ว่านางไม่เคยมีใครคอยบอกคอยสอนั้แ่แปดขวบ แล้วจะให้นางเติบโตขึ้นได้อย่างไร เขาพลาดจนปล่อยให้นางถูกกระทำต่างๆ นางๆ จนกระทั่ง...
นางถูกลอบวางแผนจนเกือบตาย
และปรากฏว่าที่ผ่านมานางนั้นใช่ไม่รู้ แต่นางพยายามที่จะปกป้องตัวเองมาโดยตลอด เพราะไม่มีใครปกป้องนางเลย
แม้แต่บิดาอย่างเขา...
ยิ่งคิดชายวัยกลางคนก็ราวกับแก่ตัวลงไปอีกหลายปี ถึงจะพยายามนับประคำในมือเรื่อยๆ เพื่อสงบใจเหมือนทุกครั้ง แต่ราวนี้มันกลับแตกต่างออกไป ความร้อนรุ่มที่กำลังลามอยู่ในอกนั้นมันไม่สามารถที่จะดับลงได้อีก
ไม่ว่าจะเป็เพราะความรู้สึกผิด ความโกรธ หรืออะไรก็ตามที แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเดือดดาลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!!
“ชิน...” ชายวัยจางเผิงไห่กล่าวออกมาเป็คำแรก หลังจากที่เงียบไปเกือบสองชั่วยาม
“ขอรับ” เสียงดังออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนที่ร่างในชุดรัดรูปมิดชิดสีดำสนิทจะปรากฏตัวออกมา แล้วคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าผู้นำตระกูลจาง
“ไปสืบเื่ราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับฮูหยินใหญ่และคุณหนูมา ไปขุดมาให้มากที่สุดเท่าที่เ้าจะทำได้”
“ขอรับ”
“ไปได้...อ้อ” เขากำลังจะสั่งให้อีกฝ่ายเริ่มงาน แต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน “ส่งคนไปบอกซินด้วยว่าเดือนนี้ข้าจะอยู่บ้าน มีอะไรที่จัดการเองได้ทำไปเลย อะไรที่เกินความสามารถให้ปล่อยไปให้หมดหรือรอให้ข้ากลับไป”
“รับทราบขอรับ”
สิ้นคำร่างนั้นก็จางหายไปท่ามกลางความมืด ทิ้งให้ชายวัยกลางคนนั่งนิ่งมองออกไปยังท้องฟ้าที่เว้งว้าง โดยมีหยดน้ำใสๆ ไหลซึมออกมาเป็สาย
“ที่ผ่านมานั้นข้าเข้าใจทุกอย่างผิดไปจนหมด แต่จากนี้ไปเ้าจงวางใจ หากนาง้าสิ่งใดข้าจะทำให้นางสมปรารถนา...”
ต่อให้สิ่งที่นาง้าคือชีวิตของข้าก็ตามที...
..............................................