ตอนที่ 1: เมนูแรก... แด่คนหลงทาง
เวลา 00:15 น.
สายฝนโปรยปรายลงมาบางๆ ทั่วกรุงเทพฯ ค่ำคืนนี้ช่างเหน็บหนาวกว่าคืนไหนๆ ในความรู้สึกของ ‘พรีม’ ดีไซเนอร์สาวไฟแรงที่ใช้ชีวิตพุ่งทะยานด้วยความเร็วและความสมบูรณ์แบบมาโดยตลอด ทว่าในตอนนี้ สภาพของเธอไม่ต่างจากนกปีกหัก ชุดทำงานดีไซน์เก๋ที่เธอเคยภูมิใจเปียกชื้นเล็กน้อย รองเท้าส้นสูงคู่โปรดกัดจนเจ็บแปลบ แต่าแที่เท้ายังไม่เจ็บเท่าแผลในใจ
งานออกแบบคอลเลกชันใหม่ที่เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจทำมาทั้งเดือน ถูกผู้ใหญ่ในสายงานปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย พร้อมคำพูดดึงสติเชิงดูถูกที่บดขยี้ความมั่นใจจนพังทลาย เธอเดินร้องไห้เงียบๆ ออกมาจากตึกสำนักงานอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลปนไปกับสายฝน
ขาที่เริ่มหมดแรงพาร่างกายอันบอบช้ำเลี้ยวเข้าสู่ซอกตึกเก่าแห่งหนึ่งแถบชานเมืองที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน และท่ามกลางความมืดมิดนั้น สายตาของเธอ ก็ไปสะดุดเข้ากับแสงไฟนีออนดัดสีอบอุ่นเป็ข้อความภาษาอังกฤษตัวเล็กๆ
"Midnight Cafe"
ร้านคาเฟ่ลับๆ ตกแต่งด้วยไม้เก่าสไตล์วินเทจ แฝงตัวอยู่เงียบเชียบราวกับตัดขาดจากความเร่งรีบของโลกภายนอก พรีมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนความอุ่นจางๆ ที่แผ่ออกมาจะดึงดูดให้เธอยื่นมืออันสั่นเทาไปผลักประตูเข้าไป
กรุ๊งกริ๊ง...
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นแ่เบา ััแรกที่ต้อนรับเธอไม่ใช่ความหรูหรา แต่เป็กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วอันเป็เอกลักษณ์ ผสมผสานกับกลิ่นเนยและอบเชยโฮมเมดจางๆ ที่ลอยอบอวลชวนให้รู้สึกปลอดภัย เพลงบลูส์คลาสสิกเปิดคลอเบาๆ ขับเน้นให้บรรยากาศในร้านสลัวและลึกลับ ทว่ากลับโอบอุ้มความโดดเดี่ยวได้อย่างประหลาด
หลังเคาน์เตอร์บาร์ไม้สีเข้ม ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดเรียบง่ายทับด้วยผ้ากันเปื้อนยีนส์สีเข้มกำลังเช็ดแก้วกาแฟอย่างใจเย็น เขาคือ ‘กวิน’ เ้าของคาเฟ่ลับแห่งนี้ ั์ตาเรียวคมทว่านิ่งสงบกวาดมองมายังผู้มาเยือนยามวิกาล เขานิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคราบน้ำตาและหยดน้ำฝนบนใบหน้าของหญิงสาว แต่แทนที่จะเอ่ยปากถามไถ่ให้เธออึดอัด กวินกลับจุดรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างเป็มิตร
"ยินดีต้อนรับครับ... ร้านเราไม่มีเล่มเมนูตายตัวนะคับ" กวินเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มทว่ากังวาน "สำหรับคุณผู้หญิงที่เพิ่งตากฝน... และตากน้ำตามาเหนื่อยๆ ผมขอแนะนำเป็เครื่องดื่มพิเศษสำหรับคืนนี้ก็แล้วกัน"
พรีมยังไม่ทันได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มลึกลับก็หันไปจัดการหยิบส่วนผสมอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างของเขาดูมั่นคงในยามที่ลงมือทำเครื่องดื่ม ไม่กี่นาทีต่อมา แก้วเซรามิกสีเอิร์ธโทนก็ถูกวางลงบนบาร์ตรงหน้าเธอ พร้อมกับควันฉุยที่ส่งกลิ่นหอมหวานละมุน
"ช็อกโกแลตร้อนสูตรเข้มข้น ท็อปด้วยมาร์ชแมลโลว์เผาไฟจนผิวเกรียมหอม แล้วโรยผงอบเชย (Cinnamon) นิดหน่อยครับ" กวินผายมือ
พรีมก้มมองแก้วเครื่องดื่ม ความอุ่นจากแก้วแผ่ผ่านฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเธอ เธอประคองมันขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้วจิบเข้าไปคำแรก... รสชาติช็อกโกแลตที่เข้มข้นจนติดขมจางๆ ปลายลิ้น ก่อนจะตามด้วยความหวานนุ่มละมุนของมาร์ชแมลโลว์ที่ละลายในปาก และความหอมอุ่นของอบเชยที่แล่นปราดเข้าสู่ร่างกาย มันอบอุ่น... อบอุ่นเสียจนกำแพงความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างมาทั้งวันพังทลายลง น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงเผาะลงในแก้วช็อกโกแลตทันที
เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยน ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายคนแปลกหน้า
กวินไม่ได้แสดงอาการใ เขาเพียงแต่วางผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดไว้ข้างๆ แก้ว แล้วเท้าคางมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจอันนุ่มลึก
"บอส— เอ๊ย คุณผู้หญิงรู้ไหมครับ... ตรรกะของช็อกโกแลตแก้วนี้มันก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ ความขมที่แท้จริงมันมีหน้าที่ของมันนะคับ" กวินขยับยิ้มกวนๆ แต่อ่อนโยน "ถ้าชีวิตเราไม่เจอเื่ขมๆ ซะบ้าง เราคงไม่มีวันรู้หรอกว่ารสชาติความหวานและความสุขที่แท้จริงมันวิเศษแค่ไหน... ร้องออกมาให้พอครับ คาเฟ่ลับๆ แห่งนี้ยินดีรับฟังและซับน้ำตาความขมของคุณเอง"
คำพูดที่ดูเหมือนจะกวนประสาทแต่กลับแฝงคำคมปลอบประโลมใจอันลึกซึ้งของบาริสต้าหนุ่ม ทำเอาพรีมชะงักงัน เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมคู่นั้นผ่านม่านน้ำตา หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวและหนาวเหน็บจนชาชิน บัดนี้กลับรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นบางอย่างที่แล่นพล่าน และะเิจังหวะการเต้นแปลกๆ ขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!