เถียนปี้ซาเดินไปหยิบกระบี่ไม้พลางกวัดแกว่งไปมา เขาได้แต่ส่ายหน้า
" กระบี่ไม้เช่นนี้ จะส่งพลังปราณไปสังหารไอ้สาระเลวนี่ได้เช่นใด " เถียนปี้ซาพึมพำ
ชิงหยางเก็บกระบี่สนิมเขรอะของตนแลหยิบกระบี่ไม้ออกมา พลางกวัดแกว่ง
" ดี " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
ใน่เวลาที่ฝึกฝนสองเพลงกระบี่ บางคราก็ใช้กระบี่สนิมเขรอะบางทีก็ใช้กระบี่ไม้ ทำให้เขาคุ้นชินกับกระบี่ไม้อยู่พอควร
" ไอ้สาระเลว รับมือ " เถียนปี้ซาร้องออกสุดเสียง พลางทะยานร่างเข้าหา
เถียนปี้ซาทะยานร่างเข้ามาพลางแทงกระบี่ไม้ออกสุดแรงแลปล่อยมือ กระบี่ไม้ไร้ควบคุมพุ่งทะยานออก
ชิงหยางถึงกับหน้านิ่วพลางเหยียดร่างถอย ร่ายรำกระบี่ใบหลิว
" ใบหลิวเล่นลม " ชิงหยางร้องออกสุดเสียง พลางวาดกระบี่ไม้ตัดขวาง
" ฝึด " คมกระบี่ไม้พุ่งทะยานออกเป็รูปรอยจันทร์เสี้ยว
" แกรก " กระบี่ไม้ของเถียนปีซาขาดครึ่งแยกออกเป็สอง
" ตายยย " เถียนปี้ซาเหวี่ยงหมัดออกสุดแรง
" แคร่ก " คมกระบี่ใบหลิวตัดมวลอากาศเข้าปะทะกับหมัดของเถียนปี้ซา
" อ้ากกก " เถียนปี้ซาร้องลั่น เมื่อหมัดของตนถูกใบหลิวเล่นลมตัดผ่าส่งให้หมัดของตนแตกหัก
" อา " เหล่าเด็กหนุ่มทั้งหลายถึงกับอ้าปากค้าง สองตาเบิกกว้าง
" ยอดเยี่ยม "
" แม้นเป็กระบี่ไม้กลับส่งพลังปราณออกได้ "
" ไอ้หนุ่มผู้นี้มาจากที่ใดกัน "
เสียงของฝูงชนต่างร้องะโอย่างบ้าคลั่ง เมื่อมวยพลิกล็อก
" ไอ้สาระเลว เ้าถึงกับกล้าทำร้ายข้า " เถียนปี้ซาร้องออกสุดเสียง
ชิงหยางชี้กระบี่ไม้ไปยังเถียนปี้ซา " เ้าต่างหากที่คิดสังหารข้า โดยใช้การทดสอบเป็ข้ออ้าง " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" อะไรกัน ไอ้เด็กคนนี้ มีความบาดหมางกับตระกูลเถียนเช่นนั้นรึ "
" เช่นนั้นแล้ว ชีวิตของมันคงตายไปแล้วครึ่งตัว "
" ฮื่อห์ " เหล่าผู้าุโของสำนักได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
ในเขตห้าหัวเมืองของเมืองชายแดน ตระกูลเถียนเป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่แลสืบสายโลหิตมายาวนาน ยอดยุทธมากมายเพียงได้ยินชื่อตระกูลเถียนต่างพากันเร่งลี้หนีหาย
เห็นได้ชัดว่าตระกูลเถียนทรงอิทธิพลมากเพียงใด ในห้าหัวเมืองชายแดน
" กระบวนท่าที่สาม ป้องกันได้สมบูรณ์แบบ ผ่าน " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" ทั้งการป้องกันยังกลายเป็การโจมตีกลับ ทำให้เ้าได้รับคะแนนพิเศษ " เ้าสำนักเอ่ย
ชิงหยางผินกายไปยังเ้าสำนัก " ขอบพระคุณขอรับ " ชิงหยางประสานสองมือ
" ศิษย์น้อง นี่ป้ายไม้ของเ้า " ศิษย์พี่ผู้หนึ่งยื่นป้ายไม้ให้แแลเร่งทะยานร่างหนี
ชิงหยางมองยังเถียนปี้ซาพลางแสยะยิ้ม แลเดินไปวางกระบี่ไม้ไว้ที่เดิม
ผู้าุโผู้หนึ่งเดินไปยังกระบี่ไม้ของชิงหยางพลางหยิบขึ้นมาดู แลลองกวัดแกว่ง
" ก็มิเห็นมีสิ่งใด " ผู้าุโพึมพำ
เหล่าผู้าุโต่างครุ่นคิด " ชิงหยางผู้นี้ มากด้วยพร์แต่กลับถูกอำนาจมืดบีบบังคับ "
" หากผ่านด่านทดสอบไปได้ ก็มิต้องกลัวสิ่งใดแล้ว " ชิงหยางพึมพำ
" ผู้าุโ ด่านต่อไปคือด่านใดขอรับ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" ด่านต่อไปคือด่านทดสอบแรงกาย " ผู้าุโเอ่ย
" เ้าจงไปยังเนินดินนั่น แลรับเอาแรงกดดัน " ผู้าุโเอ่ย
" ขอบพระคุณขอรับ " ชิงหยางประสานสองมือแลเดินจากไป
" ศิษย์พี่ " ชิงหยางยื่นแผ่นป้ายของตนออกไป
" ชิงหยาง " ศิษย์พี่พึมพำ
" เ้าไปนั่งที่ด้านหน้าของแถว แลอยู่รอดให้ได้หนึ่งชั่วยามแค่นี้ก็ถือว่าผ่านแล้ว " ศิษย์พี่เอ่ยออกมา
" ขอบคุณศิษย์พี่ " ชิงหยางเอ่ยออกมา แลเดินไปยังด้านหน้าของแถว
เพียงหย่อนร่างลงนั่ง " อือ " ชิงหยางถึงกัดกรามแน่น เมื่อถูกแรงกดดันพื้นที่บีบรัดทั่วร่าง
" ยังได้อยู่ " ชิงหยางพึมพำ
" ต้องรักษาอาการาเ็ภายใน มิรู้ว่าเคล็ดวิชาชิง์จะช่วยได้รึไม่ " ชิงหยางพึมพำ
" เริ่ม " ชิงหยางเปิดใช้งานเคล็ดวิชาชิง์
เคล็ดวิชาชิง์พุ่งทะยานหมุนวนไปตามจุดชีพจรต่างๆที่อยู่ทั่วร่างเมื่อครบเก้ารอบ
เคล็ดวิชาชิง์ไหลหลั่งไปยังบริเวณหน้าอก และเิพลังออก
" อั้ก " โลหิตสีคล้ำที่เกิดจากการช้ำในพ่นพรวดออกในทันใด
" ดี " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ แลเข้าสู่การกรรมฐาน
ชิงหยางอดทึ่งในเคล็ดวิชาชิง์มิได้ สามอย่างแล้วที่เคล็ดวิชาชิง์เปิดเผยออกมา
แต่ละอย่างนั้นล้วนแล้วแต่เป็สิ่งที่ยอดเยี่ยมแลสำคัญต่อการฝึกตน
ร่างของชิงหยางนิ่งสงบมิไหวติงราวกับรูปสลัก ยินเพียงลมหายใจแ่เบา
แม้นภายนอกแรงกดดันพื้นที่จะหนักหนาเพียงใด แต่ด้วยระดับพลังของชิงหยางแล้วย่อมสามารถรับมือกับแรงกดดันพื้นที่ได้
" แรงกดดันพื้นที่ระดับหนึ่งพันห้าร้อยจินมิมีผลใดเลยรึ " ผู้าุโมองจ้องยังร่างของชิงหยาง
" รึว่าจะลองเพิ่มแรงกดดันพื้นที่เป็สองพันจิน " ชายชราพึมพำ
" ผุ้าุโ หากเพิ่มมากกว่านี้ ศิษย์ผู้อื่นจะลำบากเอาขอรับ " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ย
" ก็จริง แต่ข้ายังอยากทดสอบไอ้หนูนี่อยู่ว่าแท้จริงแล้ว มันสามารถรับแรงกดดันพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด " ชายชราเอ่ย
" ช่างเถอะ " ชายชราเลิกล้มความตั้งใจที่จะทดสอบชิงหยาง
" ชิงหยางครบหนึ่งชั่วยามแล้ว " เสียงของศิษย์พี่ดังขึ้น
" อืม " ชิงหยางเปิดเปลือกตาขึ้น พลางหยัดกายลุกยืน
ชิงหยางเดินออกจากด่านทดสอบแรงกดดันพื้นที่โดยที่มิมีบุบสลายแต่อย่างใด แต่ต่างจากเหล่าคุณชายคุณหนูทั้งหลายที่แต่ละคนสภาพดูมิได้
" ต่อไปด่านสุดท้าย ด่านเจตจำนง " ผู้าุโผู้หนึ่งเอ่ยออกมา แลยื่นป้ายไม้ให้
" ขอรับ " ชิงหยางรับเอาป้ายไม้ของตน
" ข้าต้องไปที่ใด " ชิงหยางเอ่ยถาม
" หอแห่งเจตจำนง " ผู้าุโเอ่ยออกมา แลชี้นิ้วไปยังหอสูงเก้าชั้น
" ขอบพระคุณขอรับ " ชิงหยางประสานสองมือ แลทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
" ไอ้หนุ่ม ข้าต้องขอโทษด้วย " ชายชราพึมพำ
" เ้าเลือกเป็ศัตรูผิดคน " ชายชราได้แต่ถอนหายใจ
" ผู้าุโ มิใช่การทดสอบจบที่ด่านแรงกดดันพื้นที่รึขอรับ แต่เหตุใดจึงให้ชิงหยางไปยังหอแห่งเจตจำนง " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" เ้ามิรู้อะไร เพราะชิงหยางทำให้นายน้อยเถียนปี้เหลาโกรธเคือง ตระกูลเถียนจึงมิไว้หน้าสำนัก " ชายชราเอ่ย
" ฮื่อห์ " ศิษย์ผู้นั้นถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" มิน่าเลย " หลายคนที่รู้เื่นี้ได้แต่ส่ายหน้า
" หากชิงหยางผู้นี้ ผ่านด่านเจตจำนงไปยังชั้นที่สองได้ ก็ถือว่าชิงหยางได้เป็ศิษย์สายนอกของสำนักเต็มตัวแล้ว " ชายชราเอ่ย
" ข้าว่าอย่างน้อยท่านเ้าสำนักยังเจรจาเหลือทางรอดให้กับชิงหยางได้บ้าง " ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" ท่านเ้าสำนักช่วยเจรจาไว้รึ มิเช่นนั้นข้าคงรับศึกหนักมากกว่านี้ " ชิงหยางพึมพำ
เมื่อมาถึงหอแห่งเจตจำนง ร่างของชิงหยางถึงกับสะท้าน แรงกดดันจิตใจมากมายถาโถมเข้าใส่
" นี่เพียงรอบนอก ยังหนักหน่วงถึงขนาดนี้ " ชิงหยางพึมพำ
" ผู้าุโ ข้าชิงหยาง ขอเข้าทดสอบด่านเจตจำนงขอรับ " ชิงหยางยื่นป้ายไม้ให้กับผู้ชราที่นั่งอยู่หน้าหอแห่งเจตจำนง
" ชิงหยาง เ้าเพียงเดินฝ่าเจตจำนงไปยังชั้นที่สองก็เพียงพอแล้ว " ชายชราเอ่ย
" ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า
" นี่คือเหรียญตราสถานะของเ้า หากเ้ามิไหวให้รีบบีบมัน มันจะนำเ้าออกมา " ชายชราเอ่ย
" ขอรับ " ชิงหยางรับเอาเหรียญตราสถานะ แลเดินเข้าไปในหอแห่งเจตจำนง
" อือ " เพียงเข้ามา ร่างทั้งร่างสะท้าน เหงื่อกาฬพลันรินไหลอาบย้อมทั่วร่าง
" มีเพียงจิตพิสุทธิ์เท่านั้นจึงจะฝ่าไปได้ " เสียงลึกลับดังขึ้น
" จิตพิสุทธิ์ " ชิงหยางพึมพำ
" เรามิค่อยพิสุทธิ์เท่าใด แต่ก็น่าจะผ่านไปได้ " ชิงหยางพึมพำ
" ไป " สองเท้าก้าวเดินไปตามทางลาดชันวนเวียนขึ้นไปยังชั้นสอง