บทที่ 10 กลายสภาพเป็ปีศาจครั้งที่สอง
ซูเฉินเล่นเป็จอมเวทมาสามปี อสูรที่เขาเคยฆ่ามานั้นหากนำมากองซ้อนกันคงสูงทะลุฟ้าไปแล้ว
แม้ระยะเวลาคูลดาวน์ของลูกแก้วพลังงานจะตายตัว แต่เขาก็สามารถใช้การย่นระยะทางเพื่อประหยัดเวลาในส่วนนี้ได้
เขาใช้การเคลื่อนที่อันรวดเร็วของตนเองเพื่อลดระยะห่างลง แม้ว่าระยะทางที่ลดลงนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการเคลื่อนที่ของลูกแก้วพลังงานได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
แต่ตราบใดที่ลูกแก้วพลังงานยังต้องใช้เวลาในการเคลื่อนที่ การกระทำเช่นนี้ย่อมช่วยประหยัดเวลาได้อย่างแน่นอน
หากเป็การต่อสู้ตัวต่อตัว เวลาที่ประหยัดได้จะเห็นผลชัดเจนมาก
แต่ในการต่อสู้แบบกลุ่มจะประหยัดเวลาได้น้อยลง เพราะมันใช้ได้ผลกับอสูรตัวแรกเท่านั้น หลังจากนั้นเพราะคูลดาวน์ที่ตายตัวและไม่มีทักษะอื่นให้ใช้สลับ จึงไม่สามารถใช้เทคนิคนี้ได้อีก
แต่ถึงจะช่วยได้เพียงเล็กน้อย ก็ยังถือว่าเป็การประหยัดเวลาอยู่ดี
ในชาติก่อน ประสิทธิภาพในการล่าอสูรนั้นคำนวณกันเป็มิลลิวินาที
ทุกการลองผิดลองถูกที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าล้วนคุ้มค่าที่จะทำ
ซูเฉินอยู่ท่ามกลางฝูงหมูป่าเหล็กกล้า
ไม่จำเป็ต้องเล็ง ไม่จำเป็ต้องขยับตำแหน่ง
เมื่อคูลดาวน์สิ้นสุดลง ก็แค่ปล่อยลูกแก้วพลังงานออกไป
ติ๊ง! ได้รับค่าประสบการณ์ 102 แต้ม
.....
ติ๊ง! เลเวลเพิ่มขึ้นเป็ Lv5! ได้รับค่าสถานะอิสระ x5!
...
ติ๊ง! เลเวลเพิ่มขึ้นเป็ Lv6! ได้รับค่าสถานะอิสระ x5!
...
ติ๊ง! เลเวลเพิ่มขึ้นเป็ Lv7! ได้รับค่าสถานะอิสระ x5!
หลังจากสังหารอสูรในป่ามาครึ่งค่อนวัน เลเวลของเขาก็เพิ่มขึ้นถึงสามระดับรวด
ฟู่ว
ซูเฉินถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ยังดีที่เป็การยืนนิ่งๆ โจมตี เลยไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่”
“ถ้าเป็แบบที่ต้องคอยขยับตำแหน่งเหมือนเมื่อก่อนล่ะก็ ร่างกายนี้คงทนฝึกครึ่งวันไม่ไหวแน่”
ซูเฉินกวาดตามองสภาพแวดล้อมโดยรอบ
เพราะตั้งใจจะล่าแต่หมูป่าเหล็กกล้า ตลอดครึ่งวันที่ผ่านมาเขาจึงวนเวียนอยู่แค่บริเวณนี้ ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปลึกกว่าเดิม
ตอนนี้เมื่อเลื่อนระดับแล้ว ก็สามารถเข้าไปสำรวจด้านในได้ ลองดูว่าประสิทธิภาพจะดีกว่าหรือไม่
ถ้าไม่ดี ก็คงต้องกลับมาล่าหมูป่าเหล็กกล้าต่อจนถึงเลเวล 10
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ไม่รอช้า
ซูเฉินหันหลังแล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าทันที
หลังจากวิ่งมาได้ครู่หนึ่ง
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าก็พลันเปิดโล่ง ที่แท้ในป่าแห่งนี้กลับมีหุบเขาหินปรากฏขึ้น ที่นี่ไม่มีต้นไม้ขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว แสงแดดจึงสาดส่องลงมาอย่างเต็มที่
โฮกกก
ทันใดนั้น เสียงหมาป่าหอนก็ดังกึกก้องไปทั่วหุบเขาหิน
ซูเฉินเงยหน้าขึ้นมอง บนยอดหินั์ที่ไม่ไกลออกไป หมาป่าขนาดมหึมาที่ปกคลุมด้วยขนหลากสีตัวหนึ่งกำลังแหงนหน้าหอนอยู่
หมาป่าปีศาจแห่งพงไพร อสูรระดับสูงสุดของหมู่บ้านมือใหม่ทางตอนใต้
เลเวล 10 พลังชีวิต 500 เกราะป้องกัน 50 หลบหลีก 100 มีความต้านทานเวทมนตร์ประมาณ 15% พลังโจมตีค่อนข้างสูง การโจมตีปกติสร้างความเสียหายได้อย่างน้อย 60 หน่วย ส่วนทักษะเขี้ยวพิฆาต แม้ไม่ติดคริติคอลก็สามารถสร้างความเสียหายทะลุ 100 หน่วยได้อย่างสบายๆ
เมื่อเทียบกับหมูป่าเหล็กกล้าแล้ว ค่าสถานะโดยรวมของเ้าตัวนี้ได้เปรียบกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะความเร็วเคลื่อนที่ที่สูงและการเคลื่อนไหวที่ปราดเปรียว
การโจมตีกายภาพก็โดนตัวได้ยาก การโจมตีเวทมนตร์ก็โดนตัวได้ยากเช่นกัน แถมยังมีความต้านทานเวทมนตร์อีก สำหรับผู้เล่นมือใหม่แล้วถือว่ารับมือได้ไม่ง่ายเลย
“เลิกหอนได้แล้วน่า รำคาญโว้ย!?”
ซูเฉินสบถออกมาคำหนึ่ง ลูกแก้วพลังงานในมือปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ก่อนจะพุ่งหายวับไปในพริบตา
หมาป่าปีศาจบนหินั์คาดว่าคงจะหอนจนเหนื่อยแล้ว มันจึงก้มหัวลงเตรียมจะสูดลมหายใจเข้า แล้วอ้าปากเตรียมจะหอนต่ออีกสักรอบ
โฮก เอ๋งงงง
ลูกแก้วพลังงานพุ่งเข้าปากของหมาป่าปีศาจอย่างพอดิบพอดี
-413!
โจมตีจุดอ่อน! ติดคริติคอล!
สถานะเยือกแข็งทำงาน!
หลอดเืหายไปกว่าครึ่งในพริบตา หมาป่าทั้งตัวถูกผนึกอยู่ในแท่งน้ำแข็ง
“ใช้ได้ ความแม่นยำยังไม่ตก!”
ซูเฉินสะบัดแขนเล็กน้อย ค่อนข้างพอใจกับผลงานของตนเอง
พรึ่บ พรึ่บ
ร่างของหมาป่าปีศาจอีกสองตัวกระโจนขึ้นไปบนหินั์ จ้องมองซูเฉินจากมุมสูง ในดวงตาสีเขียวมรกตของพวกมันสะท้อนภาพของเขาอย่างชัดเจน
หมาป่าปีศาจก็เป็อสูรที่อยู่รวมกันเป็ฝูง เมื่อปรากฏตัวหนึ่ง ย่อมหมายความว่ามีอยู่อีกทั้งฝูง
ซูเฉินไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
พลังโจมตีของเ้าพวกนี้ไม่เลวก็จริง แต่ก็ต้องโจมตีให้โดนเขาก่อน
เขาไม่สนใจพรรคพวกที่อีกฝ่ายเรียกมาเสริมทัพ ก่อนจะขว้างลูกแก้วพลังงานออกไปอีกลูก
ฉัวะ!
หมาป่าปีศาจที่อยู่ด้านซ้ายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ในพริบตามันก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าหมาป่าที่ถูกแช่แข็ง
ปัง!
-185
ลูกแก้วพลังงานพุ่งเข้าใส่ร่างของหมาป่าตัวนี้ แต่กลับไม่สามารถโจมตีหมาป่าที่าเ็สาหัสและถูกแช่แข็งซึ่งอยู่ด้านหลังมันได้
“เหอะ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี พวกแกยังรับมือยากเหมือนเดิมเลยนะ!”
ซูเฉินเห็นดังนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
ชาติก่อนหมาป่าปีศาจพวกนี้สอนบทเรียนให้ผู้เล่นมานับไม่ถ้วน
ระเบียบวินัยในทีมของพวกมันเรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุด พูดตามตรง ต่อให้ผ่านไปอีกครึ่งปี ทีมผู้เล่นหลายๆ ทีมก็ยังไม่มีระเบียบวินัยเท่าหมาป่าพวกนี้เลย
“ชอบรับความเสียหายแทนสินะ มาสิ เอาอีก!”
ว่าแล้วซูเฉินก็ขว้างลูกแก้วพลังงานออกไปติดๆ
ความเสียหายประมาณ 200 หน่วย การโจมตีสองครั้งยังไม่เพียงพอที่จะสังหารหมาป่าปีศาจได้ แต่ถ้ามีสถานะไฟฟ้าช็อตล่ะก็ เื่ราวจะเปลี่ยนไป
หมาป่าที่รับหน้าที่ป้องกัน แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดร่างกายของตนถึงมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ แต่ก็ยังถอยหลังไปสองก้าวตามสัญชาตญาณ
ขณะเดียวกัน หมาป่าที่อยู่ด้านขวาก็ไม่ต้องรอให้เพื่อนส่งสัญญาณ เมื่อเห็นเพื่อนถอย มันก็พุ่งเข้ามาแทนที่โดยไม่แม้แต่จะคิด
ปัง!
ลูกแก้วพลังงานพุ่งเข้าเป้าอีกครั้ง
-180
“บ้าเอ๊ย นี่มันสลับกันรับความเสียหาย นี่แกกำลังลงดันเจี้ยนกันอยู่รึไง!”
ซูเฉินบ่นไปอย่างนั้น
แต่ถึงจะพูดไปก็ต้องสู้ต่ออยู่ดี
ตอนนี้พลังโจมตีของเขาสูงกว่าชาติก่อนมากนัก เมื่อก่อนยังสู้ได้ ตอนนี้ย่อมต้องสู้ได้อย่างแน่นอน มันเป็แค่เื่ของประสิทธิภาพเท่านั้น
และถึงจะไม่มีประสิทธิภาพ ตอนนี้ก็ถอยไม่ได้แล้ว
หมาป่าปีศาจแห่งพงไพรเป็พวกเ้าคิดเ้าแค้น หากหันหลังให้ พวกมันจะตามกัดไม่ปล่อยทันที
ซูเฉินไม่ใช่นักธนูหรือนักฆ่า ไม่ได้เพิ่มค่าความว่องไว และไม่มีทักษะเพิ่มความเร็ว ในป่าแห่งนี้เขาไม่มีทางวิ่งเร็วกว่าหมาป่าปีศาจได้แน่นอน
หากพวกมันยอมแลกชีวิตโดยรับความเสียหายเพื่อพุ่งเข้ามาโจมตี ก็อาจจะอันตรายอยู่บ้าง
และในขณะนั้นเอง
มีเสียงดังแคร็กๆ สองครั้ง เวลาสามวินาทีสิ้นสุดลง สถานะเยือกแข็งคลายออก
หมาป่าสองตัวหันหลังวิ่งหนีทันที หนึ่งในนั้นยังไม่ลืมที่จะคาบหางของเพื่อนที่ถูกแช่แข็งลากไปด้วย
เมื่อมองอีกครั้ง บนหินั์ก็ไม่มีเงาของหมาป่าปีศาจอีกต่อไป
“หนี?”
“นี่มันไม่ใช่นิสัยของพวกแกนี่!”
แววตาของซูเฉินฉายแววสงสัยออกมาเล็กน้อย
เขาลองสำรวจดูรอบๆ แล้วเดินอ้อมไปครึ่งวงกลม ก่อนจะเลือกะโขึ้นไปบนหินที่ไม่สูงนักจากอีกด้านหนึ่ง
เมื่อไม่มีหินั์บดบัง
ทั้งหุบเขาก็ปรากฏสู่สายตาของเขาอย่างเต็มที่
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
ดวงตาของหมาป่าปีศาจแห่งพงไพรเจ็ดแปดตัวหันมาจับจ้องที่ซูเฉินพร้อมกัน
และในขณะเดียวกัน
ซูเฉินก็ค้นพบสาเหตุที่หมาป่าฝูงนี้ไม่เรียกพวกมารุมล้อม แต่กลับเลือกที่จะถอยหนีในทันที
ท่ามกลางหมาป่าทั้งเจ็ดแปดตัวนั้น มีหมาป่าตัวหนึ่งที่ขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด ขนของมันส่องประกายสีน้ำเงินจางๆ ท่ามกลางแสงแดด กำลังหลับตาหมอบอยู่บนพื้น
“จะคลอดลูกเหรอ?”
“ไม่ใช่สิ!”
ซูเฉินเพ่งมองอย่างละเอียด ก่อนจะอุทานออกมา
“กลายสภาพเป็ปีศาจครั้งที่สอง!!”
หมาป่าปีศาจ ที่เรียกว่าปีศาจก็เพราะเป็อสูรที่ถูกความมืดมิดกัดกร่อนและกลายเป็มารไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ตอนนี้มันกำลังจะเข้าสู่กลายสภาพเป็ปีศาจครั้งที่สองอีกครั้ง
สถานการณ์เช่นนี้ซูเฉินไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็น เพียงแต่ไม่เคยเห็นในหมู่บ้านมือใหม่มาก่อน
เพราะนั่นเป็สิ่งที่อสูรระดับสูงในอนาคตถึงจะทำได้
บริเวณรอบหมู่บ้านมือใหม่มีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด ตามหลักแล้ว หมาป่าปีศาจไม่น่าจะหาทรัพยากรมาใช้ในการเข้าสู่กลายสภาพเป็ปีศาจครั้งที่สองได้
แต่ในตอนนี้ ซูเฉินไม่มีเวลามาครุ่นคิดเื่เหล่านี้
หากกลายสภาพเป็ปีศาจครั้งที่สองสำเร็จ หมาป่าตัวนี้จะกลายเป็บอสระดับหายาก
ในโลกนิรันดร์ ระดับของอสูรเองก็ถูกแบ่งออกเช่นเดียวกับอุปกรณ์
ธรรมดา, เวทมนตร์, หายาก, ตำนาน, และเทวตำนาน
ค่าสถานะของอสูรระดับหายากจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และหากเป็อสูรที่อยู่รวมกันเป็ฝูงอย่างหมาป่าปีศาจ ในฐานะจ่าฝูงมันจะกลายเป็บอสโดยอัตโนมัติ และได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้นเป็พิเศษอีกด้วย
หากสู้กันตัวต่อตัว ซูเฉินก็พอจะลองดูได้
แต่ถ้ามีลูกน้องอยู่ข้างๆ ด้วย ความยากก็จะเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ การจะเข้าไปสู้คงต้องคิดให้ดีว่าคุ้มค่าหรือไม่
“เดิมทีว่าจะมารำลึกความหลังเสียหน่อย แต่วันนี้ดูท่าจะไม่เหมาะ งั้นไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”
ซูเฉินกล่าวพลางยิ้ม แต่ในมือขวาที่ซ่อนอยู่ด้านหลังนั้น เขาได้ร่ายลูกแก้วพลังงานเตรียมพร้อมไว้แล้ว
เขายืดตัวไปข้างหน้า ก้าวเท้าเฉียงไปครึ่งก้าว
บดบังมือขวาที่กำลังจะขว้างลูกแก้วพลังงานไว้อย่างพอดิบพอดี
ฉัวะ!
จากนั้นลูกแก้วพลังงานก็พุ่งออกไปในมุมที่หมาป่าปีศาจเบื้องล่างคาดไม่ถึง