Rada Part
"คุณหนูครับ"
"หยุดก่อน”
“แฮก ๆ ไม่มีทางซะหรอก”
ฉัน.. ผู้ที่กำลังวิ่งหนีชายชุดดำอย่างเอาเป็เอาตายและรีบพาตัวเองหลบเข้าไปในซอกหลืบของตึกร้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ชะโงกหน้ามองดูว่าพวกนั้นยังตามฉันอยู่อีกหรือไม่
“คุณหนูครับ อยู่ไหนครับ ออกมาหาพวกเราเถอะ.. ผมขอร้อง”
หนึ่งในชายชุดดำในกลุ่มได้ะโเรียกเสียงดังลั่นพลางเดินมาแถวที่ฉันกำลังแอบซ่อนตัวอยู่ ใครออกไปก็โง่แล้ว ฉันอุตส่าห์หนีออกจากบ้านได้สำเร็จใครจะยอมกลับไปง่าย ๆ กันล่ะ
ใช่! ทุกคนอ่านไม่ผิดหรอก ฉันตั้งใจที่จะหนีออกจากบ้านมา แต่ไม่ใช่เหตุผลแบบเด็ก ๆ ที่หาข้ออ้างสำหรับการหนีในครั้งนี้หรอกนะ ฉันพยายามหนีออกจากบ้านที่เปรียบเสมือนอยู่ในคุกที่ยึดอิสรภาพของฉันมาั้แ่จำความได้ การออกเดินทางครั้งนี้ (ก็หนีออกจากบ้านแหละ) ฉันแค่้าออกมาดูโลกภายนอกที่ไม่เคยได้เห็นั้แ่จำความได้ ฉันแค่้าเพื่อนที่ฉันไม่เคยมี ้าความรักที่ฉันไม่เคยได้รับสักครั้งในชีวิต ก่อนที่ฉันจะไม่ได้รับมันอีกไปตลอดกาล
เสียงของชายชุดดำเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ และนั่นเป็การแสดงถึงการจากไปของคนพวกนั้น ฉันผู้ที่แอบซ่อนตัวอยู่จึงค่อย ๆ เดินออกมาอย่างระแวดระวังกลัวว่าพวกนั้นจะกลับมาอีก
“ฮึ ๆ ฮ่า ๆ”
ฉันหัวเราะชอบใจราวกับคนบ้าเมื่อเห็นว่าในบริเวณที่อยู่ปราศจากชายชุดดำที่วิ่งไล่ฉันอย่างเอาเป็เอาตายั้แ่เห็นฉันปีนกำแพงบ้าน
"ฉึก!"
“โอ๊ย…”
ฉันยกมือแตะที่หน้าอกข้างซ้ายตรงหัวใจอย่างทรมานราวกับถูกไฟเผา ก่อนจะพาตัวเองนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นนานราวสามสิบนาที อาการเจ็บป่วยของฉันถึงเริ่มที่จะทุเลาลงบ้างจากนั้นจึงประคองตัวเองเดินหาที่พักสำหรับคืนนี้
“ป้าครับ รบกวนป้าช่วยลดค่าห้องให้ผมลงอีกหน่อยไม่ได้เหรอครับ ผมมีเงินติดตัวมาแค่นี้จริง ๆ”
ฉันเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ภายในใจเริ่มมีความกังวลเพราะยังหาห้องพักไม่ได้สักที ในที่สุดฉันได้มองเห็นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจึงตัดสินใจเดินเข้าไปแต่ต้องชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างกำลังดี หน้าตาหล่อ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน กำลังเจรจาต่อรองและแสดงสีหน้าอ้อนวอนคนที่อายุมากกว่า จะว่าฉันเสียมารยาทก็ได้นะเพราะยืนฟังอยู่สักพักทำให้จับใจความได้ว่าเขากำลังต่อรองเื่ค่าห้องพักอยู่
“ไม่ได้หรอกพ่อหนุ่ม ที่นี่ต้องจ่ายค่ามัดจำห้องก่อนเข้าอยู่อย่างน้อยสองเดือนขึ้นไป นี่ป้าอุตส่าห์ลดให้เหลือเดือนเดียวแล้วนะ"
หญิงวัยกลางคนเอ่ยพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับส่ายหน้าไปมา บนใบหน้าฉายแววไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก
“โธ่.. ป้าครับแต่ผมมีเงินไม่พอจริง ๆ”
“ไม่พอ ก็ไปนอนที่อื่น”
ดูเหมือนว่าความอดทนของคนดูแลอพาร์ตเมนต์จะหมดลง ผู้หญิงคนนั้นได้เดินหนีเข้าไปในอพาร์ตเมนต์และดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะตอบสนองเร็วกว่าความคิด ฉันไม่รอช้ารีบเดินไปดักหน้าป้าไว้ก่อน
“ป้าคะ เดี๋ยวหนูจ่ายเงินให้ป้าล่วงหน้าสองเดือนเลย หากให้หนูกับผู้ชายคนนั้นได้อยู่ที่นี่”
ฉันพูดจบไม่รอช้ารีบควักเงินจากกระเป๋ากางเกงออกมาส่วนหนึ่งและเงินจำนวนนี้ก็น่าจะพอสำหรับค่าห้อง บางทีอาจจะเหลือเสียด้วยซ้ำ ป้าที่เห็นฉันหยิบเงินออกมาถึงกับทำตาโตจากสีหน้าบึ้งตึงแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่แสนใจดี (ราวกับเสแสร้ง)
“แต่ห้องเหลือเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้นนะหนู”
“ไม่เป็ไรค่ะป้า หนูกับพี่ชายพักห้องเดียวกันได้ค่ะ”
“อ้าว.. ผู้ชายคนนั้นเป็พี่ชายของหนูเองเหรอ” คุณป้าหันไปมองผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็พี่ชาย แต่เขายังงงกับเื่ที่เกิดขึ้นถึงกับทำหน้าเหวอเมื่อป้าเอ่ยถาม
“ใช่ค่ะป้า เราเป็พี่น้องกัน”
ฉันเดินไปควงแขนคนที่คนที่ถูกอ้างว่าเป็พี่ชายด้วยท่าทางสนิทสนมกันมานานเป็ชาติ ทั้ง ๆ ที่จริงเราเจอกันไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะน่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วอีกอย่างฉันรู้สึกเหมือนถูกชะตากับผู้ชายคนนี้เอามาก ๆ ซะด้วยสิ ฉันถึงกับอดขำไม่ได้เมื่อได้ััเขาและดูเหมือนว่าจะทำตัวไม่ถูกถึงกับตัวแข็งทื่อเลยทีเดียว
อันที่จริงฉันก็เขินเป็นะ ั้แ่ฉันจำความได้นอกจากพ่อยังไม่มีผู้ชายคนไหนได้แตะตัวฉันสักคน ถือว่าเขาเป็คนแรกเลยนะเนี่ย..
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ป้าจะได้สบายใจ นี่จ๊ะ กุญแจห้อง”