“เฮ้อ! พี่ใหญ่คะเมื่อไหร่เราจะได้เลิกเล่นละครคู่รักหวานแหววนี่ซะที”เธอหันรีหันขวางมองหาบอดี้การ์ดสองคนที่หายไปได้สักพัก
“ไม่ต้องมองหาหรอกเราตีบทแตกกันขนาดนี้ เขาคงวางใจไม่ค่อยตามติดแล้วล่ะ” คุณใหญ่นั่งเจาะๆ จิ้มๆเนื้อปลาที่ยังมีไอร้อนกรุ่น
“เนยอยากเที่ยวเล่นแบบไม่ต้องมามัวห่วงแสดงบทรักบ้างอ่ะ”เธอเดินเที่ยวไม่ค่อยสนุกเพราะต้องคอยสังเกตสัญญาณที่คุณใหญ่ส่งมา
“ไหนว่าอยากได้สี่หมื่นไงแค่นี้ก็ท้อซะแล้ว” เขาทำหน้าเคร่งขรึม
เนยมองนายจ้างแล้วต้องรีบปรับสีหน้า“เงินก็อยากได้ค่ะ แต่มันก็ทั้งวันเกินไป ตามติดไม่ปล่อยยังกับรายการเกมโชว์”
คุณใหญ่เห็นอาการละเหี่ยใจของเธอแล้วก็สงสารมันก็จริงอย่างเธอว่า เขาเองก็พลอยเดินเที่ยวอย่างไม่มีความสุข “เอางี้ดีกว่าเรามาเล่นบทหนีตามกัน”
“หือ!?...”
“ก็แล้วพรุ่งนี้เช้าพี่จะพาเธอหนีไปกันแค่สองคน จะได้ไม่ต้องมีขบวนติดตามรุงรังขนาดนี้”
“แต่ว่าค่าจ้างต้องราคาเดิมนะคะ”
คุณใหญ่อึ้งภรรยาตัวน้อยช่างมีเื่ที่เกินคาดให้เขาทึ่งอยู่หลายหน ‘ท่าทางจะไม่ระแวงอะไรเลยสินะห่วงแต่เื่เงิน’ ครั้งก่อนแต่งงานต่างก็เมากันทั้งคู่ทำลงไปไม่รู้ตัว เขารู้ว่าไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการนัวเนียจนเกิดคิสมาร์กแต่ครั้งที่สองเธอเมาส่วนเขาก็แค่กรึ่มๆที่เธอโผเข้าหาจนฝากรอยจูบไว้ใต้กระดูกไหปลาร้าทำเอาเขาสติแตกข่มใจยกแขนเธอมาทำคิสมาร์กสองรอยเพื่อแก้แค้นเธอยังเอาหน้าอกมาบดเบียดกับเขาไม่ลดละ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในเืมีพอสมควรทำเอาความเป็ชายเขาคึกคักจนเขาใจแทบเตลิด ต้องท่องแม่สูตรคูณอยู่หลายบทกว่าจะสงบใจลงได้ เมื่อเธอบ่นรำคาญผู้ติดตามเขาก็ได้โอกาสเสนอการหนีไปเที่ยวสองคนน่าจะพอลดภาวะอึดอัดของเขาได้บ้างหากไม่ต้องนอนร่วมเตียงกันแบบนี้
“ได้คืนนี้เราต้องรีบเข้านอน พรุ่งนี้ย่องออกแต่เช้าตรู่ เดี๋ยวพี่จะนัดรถมารับ”
“ยอดไปเลยค่ะ”เธอยิ้มจนตาหยีอีกครั้ง คุณใหญ่เผลอยิ้มตอบด้วยความเอ็นดู“พอกินเสร็จขอไปดูร้านขายของที่ระลึกก่อนนะคะ ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย มีแต่ขนม”
“เนยตะกละเอง”
“มันน่ากินทุกอย่างเลยนี่คะ”เธอเอียงคอเถียง
“อิ่มหรือยังล่ะเดินเที่ยวให้ทั่ว นี่ถ้าไม่ใช่ฮันนีมูนพี่คงไม่มีโอกาสมาเที่ยวได้นานขนาดนี้หรอกนะ”เขานึกถึงภารกิจงานที่กองเต็มฐานทัพห้องลับท้ายปราสาท
“อิ่มแล้วค่ะรีบไปดูของกัน” เื่ที่กังวลทั้งหลายเธอวางมันทิ้งไปก่อนโอกาสที่จะได้เที่ยวแบบนี้ ชีวิตของเธอก็หาได้ยากยิ่ง ปัญหาอะไรก็ไว้ว่ากันทีหลังเนยดื่มน้ำขวดอึกๆ น้ำหยดเป็ทาง
“รีบเกินไปมั้งเลอะหมดแล้ว” คุณใหญ่หยิบทิชชู่มาซับมุมปากให้เธอ เนยเงอะงะกับความอ่อนโยนของเขา“เศษปลาก็ติดแก้ม กินยังไง”
“ขอบคุณค่ะ”เธอไม่กล้าสบตา ได้แต่กระตุกชายเสื้อโค้ต “ไปกันเถอะค่ะ”
เนยเดินนำหน้าเธอตรงไปร้านขายของที่ระลึกที่แอบเล็งไว้ตอนที่หทัยชี้ให้ดูสมกับเป็สินค้าญี่ปุ่นที่มีทั้งความน่ารักและปราณีตเธอพิจารณาข้าวของในร้านไปทีละแถบ
หทัยกับเปรมเดินตามมาสมทบคุณใหญ่เหลือบไปเห็นก่อน จึงเดินไปประชิดตัวเนย “มาแล้ว” เขาก้มลงบอก
ภรรยาตัวน้อยรีบหันเอากาน้ำชาสีน้ำตาลมาอวดเขาใกล้ๆ“พี่ใหญ่ขา กาน้ำน่ารักจังค่ะ”
“อยากได้ไหมล่ะ? เลือกไปใช้สักอันก็ได้”
“ถ้าซื้อกาน้ำแล้วต้องซื้อชาเขียวไปด้วยนะคะ”เธอชี้ไปที่ห่อชาเขียวหลากแบบที่เรียงอยู่ใกล้
“ตามใจสิจ๊ะ”เขาลูบผมที่ท้ายทอยเธอ แล้วเอื้อมมาจับบ่า
หทัยเดินตามหลังสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับแฝงอาการครุ่นคิด ‘คืนนี้น่าจะลงมือได้’
“ซื้อแล้วฝากหทัยขนกลับนะคะกระเป๋าเนยขนาดเล็กแถมเสื้อผ้าก็เต็มแล้ว”
“ดิฉันเตรียมกระเป๋ามาใส่ของให้อีกใบแล้วค่ะคุณเนย”
“โอ้....”เธออุทานเบาๆ เงยหน้ามองสามีเป็เชิงว่าบอดี้การ์ดสาวช่างน่าทึ่งเตรียมมาพร้อมทุกอย่าง
“อืมเขาทำงานแบบมืออาชีพ” คุณใหญ่ยืนยัน
จนล่วงเข้าบ่ายเขาจึงชวนเธอกลับ “วันนี้ไปนอนพักรอบบ่ายสักวันเถอะ เริ่มรู้สึกเพลียแล้ว”
เธอมองเห็นใบหน้าเขาดูอิดโรยจึงรับคำโดยดีสองสามีภรรยาและผู้ติดตามจึงพากันกลับที่พักก่อน ปล่อยให้ขบวนส่วนเกินเที่ยวกันไป
“เจอกันตอนอาหารเย็นก็แล้วกัน”คุณใหญ่บอกกับน้องชายทั้งสาม
เมื่อกลับถึงห้องพักทั้งคู่เพิ่งรู้ว่าการเดินทางติดกันหลายวัน แท้ที่จริงทำให้เกิดความเพลียสะสมจึงยึดเตียงคนละข้างนอนกลางวันอย่างสงบ บ่ายสามโมงเย็นเนยงัวเงียตื่นขึ้น “โอ๊ะ!”ร่างเธอมุดอยู่ใต้ผ้าห่มกอด่เอวเขาแน่น ท่อนแขนแข็งแรงพาดอยู่ส่วนคอของเธอส่วนมือสองข้างแปะอยู่ที่หลัง แต่ขานี่สิ!พาดทับ่เอวของเธอไว้ ‘หนักจัง’เธอค่อยๆ ถอดแขนที่ลอดเอวเขาออกมา แล้วยกแขนของเขาออกจากคอจากนั้นก็ใช้สองมือช้อนขาของเขาออกจากเอวของเธอ
‘เฮ้อ!ไม่เป็ไรแค่กอดเฉยๆ’ เธอเริ่มชินกับการถึงเนื้อถึงตัวกับเขาทั้งครั้งแรกและครั้งที่สองเธอเมาเละไม่รู้เื่แม้จะรู้ว่าตัวเองคือคนทำคิสมาร์กบนตัวเขา พอเห็นหลักฐานก็รู้สึกอายแต่ไม่มีอารมณ์ร่วมในการกระทำนั้นเธอจึงพยายามลืมๆ ไปซะ แต่ครั้งที่เธอเคืองจริงๆ กลับเป็ตอนที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเขาจูบไม่บอกไม่กล่าว ทำลายเฟิร์สคิสเธออย่างแท้จริง ‘ช่างเถอะนี่มันก็แค่นิยาย’ เธอเอามือขึ้นถูริมฝีปาก ส่ายหัวให้ตัวเองเลิกสนใจเื่นี้ฉวยโอกาสไปแช่ออนเซ็นในตอนคนน้อยจะดีกว่า่นี้เป็เวลาที่นักท่องเที่ยวออกไปข้างนอกยังไม่กลับมาที่พักเธอจะได้อายเวลาเปลือยกายน้อยๆ หน่อย
หลังจากแช่ออนเซ็นชื่นมื่นเธอก็ออกมาเดินถ่ายรูปรอบโรงแรมอีกครั้ง แดดอ่อนตอนสี่โมงเย็น ทำให้ได้ภาพสวยๆ แสงนุ่มๆเธอกดชัตเตอร์จนเริ่มปวดนิ้ว
“พี่ใหญ่อย่าเพิ่งดื่มสิเพิ่งแช่ออนเซ็นมา เขาไม่ให้ดื่มนะพี่”คุณสามแวะระเบียงกว้างด้านข้างที่มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับคนที่อยากรับประทานอาหารดื่มด่ำบรรยากาศนอกอาคาร
“วางไว้ล่อเหยื่อเฉยๆ”พี่ชายคนโตยักคิ้วให้อย่างกวนโอ๊ย เมื่อเห็นน้องชายอีกสองเดินตามกันมาข้างหลัง
“แสดงว่าซื้อไว้ล่อพวกผม” คุณสองหย่อนตัวลงนั่งชิดคุณใหญ่ “แต่...ดูแล้วไม่ได้ตั้งใจจะมารอเหยื่อหรอก มาเฝ้าเหยื่อต่างหาก”คุณชายคนรองของตระกูลมองไปยังสาวน้อยในชุดยูกาตะสีขาวลายน้ำเงินที่ยืนเล็งวิวด้านหน้า
คุณสามกับคุณสี่มองตามไป
“อย่ามองนั่นของฉัน”
“แหม……..” สามหนุ่มอุทานพร้อมกัน
คุณสามยื่นมือไปผลักใบหน้าคุณสี่ให้หันมาหาพี่ชาย“เ้าสี่ อย่าทำหน้าเสียดาย ไม่รู้หรือไง เ้าของดุมาก”
“พี่ก็เสียดายแต่ไม่ทันแล้ว” คุณสองหยิบขวดเบียร์ที่แช่อยู่ในถังน้ำแข็งเล็กๆ ขึ้นมาเปิด
หน้าตาคุณใหญ่ตึงขึ้นมาทันที
“เฝ้าดีๆล่ะกันตัวแค่นั้น เผลอไประวังจะมีคนหนีบไปซ่อน” คุณสามอดแซวไม่ได้
“วอนซะแล้ว”น้ำเสียงที่ดุดัน ทำเอาสามชายสะดุ้ง
“ล้อเล่นน่าใครจะกล้ายุ่งกับพี่สะใภ้” คุณสี่ที่นั่งติดกัน รีบตบต้นขาพี่ชายเขากลัวตัวเองจะหงายก่อนคนอื่น เพราะเท้าขวาที่คุณใหญ่ถนัดอยู่ด้านเขา
คุณใหญ่เขม็งมองภรรยาไม่วางตา ่ที่มาถึงเธอหลับก่อนเขาสักพักแล้วเขาก็ช้อนอุ้มเธอเข้ามาใกล้ ‘ยายแสบขี้เซา ถ้าเธอโวยวายฉันก็จะโทษว่าเธอดิ้นมากอดฉันเอง’ กอดเธอนอนได้สักพัก เธอกลับดิ้นลงไปกอดอยู่แถวเอว เขาจึงเอาขาพาดเธอไว้ไม่ให้เธอดิ้นออกไปหรือดิ้นต่ำลง เขาแกล้งหลับตาตอนเธอยุกยิกจะตื่นเธอลุกไปเลือกอุปกรณ์ใส่กระเป๋าผ้า คงคิดว่าเขาหลับสนิทจึงไม่ระวังตัว ถอดเสื้อออกจนเหลือแต่บราตัวจิ๋วแล้วสวมยูกาตะทับเขาแอบมองผิวนวลเนียนด้านหลังขณะเธอปัดผมยาวไปด้านหน้าแทบจะลืมหายใจ ‘บ้าชะมัด ทำแบบนี้ฉันก็ตะบะแตกพอดี’
คุณอินและสาวๆที่แยกย้ายกันไปแช่ออนเซ็นโผล่มาร่วมโต๊ะในตอนหัวค่ำคุณใหญ่ให้ทุกคนย้ายเข้าไปโต๊ะในอาคาร วันนี้เขาจองห้องวีไอพีที่เป็โต๊ะญี่ปุ่นนั่งพื้นมีเบาะนุ่มสำหรับทุกคน
“คืนนี้เรามาฟังเื่ผีกันดีไหมคะ?” แยมชวนทุกคน
คุณสามที่กำลังยกแก้วเบียร์ขึ้นถึงกับวางลง “นั่นสิ ก็น่าตื่นเต้นดีนะ”
เนยไม่กล้าดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์คุณใหญ่จึงสั่งซอฟท์ดริ๊งมาให้เธอดื่ม เธอเอียงหน้ากระซิบถามสามี “ไม่เมาแน่นะคะ”
“ไม่หรอกแค่สามเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง”เขาจัดแจงเปิดฝากระป๋องให้เธอ
แยมเริ่มต้นก่อนเธอเล่าเื่ผีญี่ปุ่นที่อ่านก่อนมาเที่ยว “ป่าอาถรรพณ์ หรือป่าฆ่าตัวตายอยู่เชิงูเาไฟฟูจินี่เองค่ะ อยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมักจะมีคนเดินทางมาเพื่อฆ่าตัวตาย....” น้ำเสียงของแยมเพิ่มความสยองขวัญ หนุ่มๆจิบเบียร์ฟังอย่างออกรส ส่วนสาวๆ เริ่มขยับเข้ามาชิดกันคุณอินเริ่มเอียงตัวเข้าหาทุกคนเล็กน้อย
“คนตายเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” แอมมี่ซึ่งขี้ขลาดตาขาวกว่าใครรีบเบียดตัวเข้าชิดกับแยม
“เขาก็ว่าที่ผ่านๆมาก็หลายร้อยคนเลยค่ะ ขนาดต้องติดป้ายเชิญชวนให้เปลี่ยนใจก็แล้วก็ยังมีคนตั้งใจมาจนได้ ตอนนี้ก็หยุดเผยแพร่เื่คนตายแล้วนะคะ”
“เราไม่ได้ผ่านป่าตรงนั้นใช่ไหมคะ? ตอนขึ้นไปดููเาไฟ”เนยแอบหันไปกระซิบถามสามี
“ไม่ใช่จะผ่านอยู่เหรอ?” เขาก้มลงใกล้หู ลากเสียงชวนสยองเนยสะดุ้งรีบกระถดตัวเข้าใกล้คุณใหญ่ ด้านข้างของเธอเป็หน้าต่างกระจกบานกว้างมองออกไปเห็นสวนต้นไม้ด้านนอก เธอไม่กล้ามองออกไป
“อีกเื่ค่ะฮานาโกะซัง ผีในห้องน้ำ” แยมจิบซอฟท์ดริ๊ง เธอมองไปรอบโต๊ะเมื่อทุกคนตั้งใจฟังเธอจึงคึกคักอย่างจะเล่าอีกหลายๆ เื่
น้ำค้างรีบยกมือขึ้นเบรก“อย่าเพิ่งเล่า ขอไปห้องน้ำก่อนได้ไหม?” เจนนิสกับแอมมี่พยักหน้าเห็นด้วยสามสาวรีบลุกขึ้นยืนให้แยมรู้ว่า พวกเธอไม่ไหวแล้ว
“ได้ค่ะเดี๋ยวแยมรอ”
คุณสองอมยิ้มนั่งฟังอยู่ท้ายสุดของโต๊ะ‘ยายโก๊ะอุตส่าห์มีเื่แสดงความสามารถกับเขาเหมือนกันแฮะแม้ว่าจะแปลกประหลาดสักหน่อยก็เถอะ’
********************************
