"ไม่! ปานไม่ทำตามคำสั่งคุณ!"
เสียงหวานที่สั่นเครือะโสวนกลับไป แม้ขาจะสั่นพั่บๆ จนแทบยืนไม่อยู่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้ปานชีวาต้องสู้ เธอถอยกรูดไปจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังไม้เย็นเฉียบ ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลอเบิกกว้างจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น
รามสูรชะงักมือที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม"เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?"
"ปานบอกว่าปานไม่ทำ!" ปานชีวากัดฟันพูด "ปานไม่ได้ขายตัว ปานมาใช้หนี้แรงงาน ไม่ได้มาเป็นางบำเรอของคุณ ถ้าคุณจะให้ปานแบกหาม ทำสวน ล้างคอกม้า ปานยอมทำทุกอย่าง แต่เื่นี้... ปานไม่ยอม!"
"เก่งดีนี่..." รามสูรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเสียดแทงลึกเข้าไปในกระดูกดำ "แต่เธอคงลืมไปว่า ในสัญญาที่พ่อเธอเซ็น มันระบุชัดเจนว่าฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอ 'ทุกอย่าง' เพื่อแลกกับดอกเบี้ยมหาโหดที่พ่อเธอค้างไว้"
เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่มั่นคงเหมือนเสือที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม"และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้ขอร้อง แต่ฉัน 'สั่ง'!"
"อย่าเข้ามานะ!"
ไวเท่าความคิด ปานชีวาตัดสินใจวิ่งฝ่าวงล้อมของเขา พุ่งตัวเข้าไปยังประตูห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดปัง!เสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่นตามด้วยเสียงกดล็อคอย่างรวดเร็ว หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งพิงประตู หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวจับใจ
"เปิดเดี๋ยวนี้ปานชีวา!"เสียงะโของรามสูรดังลั่นมาจากอีกฝั่ง พร้อมกับแรงทุบประตูที่หนักหน่วงจนบานไม้สั่นะเืปึง! ปึง!"คิดว่าประตูไม้อัดโง่ๆ นี่จะกันฉันได้เหรอ! นับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอไม่เปิด ฉันพังมันเข้าไปแน่ และถ้าถึงตอนนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
"ไม่... ฮือ... อย่าทำอะไรปานเลย" ปานชีวาร้องไห้โฮ สายตากวาดมองไปรอบห้องน้ำแคบๆ เพื่อหาทางหนี มีเพียงช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่อยู่สูงเกินเอื้อม ไม่มีทางออกอื่นอีกแล้ว
"หนึ่ง!"เสียงนับเลขดังขึ้นเหมือนคำประกาศิตมรณะ
"สอง!"แรงกระแทกที่ประตูแรงขึ้นจนกลอนเริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ปานชีวาผวาเฮือก ขยับตัวหนีไปซุกที่มุมห้องน้ำ กอดเข่าแน่น
"สาม!!"
โครม!!!
สิ้นเสียงนับ ประตูห้องน้ำก็ถูกถีบจนพังยับเยิน เศษไม้กระเด็นว่อน ร่างสูงใหญ่ของรามสูรปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝุ่นคลุ้ง ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้แดงก่ำด้วยความโกรธจัด เส้นเืที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว
"ฤทธิ์มากนักนะ!"
เขาพุ่งเข้ามาคว้าต้นแขนเธอแล้วกระชากให้ลุกขึ้นอย่างแรงจนร่างบางตัวลอย"กรี๊ดด! ปานเจ็บ! ปล่อยนะ!"
"เจ็บสิดี! ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอต้องเจอแบบนี้!" รามสูรไม่ฟังเสียงร้องอุทธรณ์ใดๆ เขาลากกึ่งจูงปานชีวาออกมาจากห้องน้ำ เหวี่ยงร่างบางลงไปบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างไม่ปรานี
ตุบ!
ปานชีวาจุกจนพูดไม่ออก พยายามตะเกียกตะกายจะหนีลงจากเตียง แต่รามสูรก็ตามขึ้นมาคร่อมทับร่างเธอไว้อย่างรวดเร็วเหมือนกรงขังมนุษย์ เขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างบีบปลายคางมนแน่น บังคับให้เธอเงยหน้าสบตาเขา
"หมดเวลาเล่นละครแล้วแม่คุณ..." รามสูรคำรามชิดใบหน้าสวย แววตาของเขาตอนนี้ไม่มีแววของความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกับความแค้น
"ในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่รู้เื่... ก็ต้องใช้ภาษา 'ร่างกาย' คุยกันซะหน่อย!"
"ไม่นะคุณราม... อย่า... อื้อออ!"
คำขอร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวฉกวูบลงมาปิดปากเธออย่างรุนแรงและรวดเร็ว ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงการบดขยี้เพื่อลงทัณฑ์และตีตราจองจำให้เธอรู้สำนึกว่า... ใครคือเ้าชีวิตของเธอ!
จบตอนที่ 4