ราชสีห์ปีศาจคำรามกึกก้อง แรงกดดันจากพลังเวทอันมหาศาลทำให้พื้นดินสั่นะเื เฉินฟูฟู่กระชับดาบแน่น เตรียมเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่อาจถึงชีวิต ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้ปะทะกันจริง เงาหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางตรงกลาง
เสียงที่หนักแน่นและเย็นเยียบทำให้เฉินฟูฟู่ต้องชะงัก ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของชายผู้มาใหม่ ผู้สวมเกราะดำลวดลายัทอง สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและบารมี เขาคือ องครักษ์พิทักษ์ั—ผู้เป็นายของราชสีห์ปีศาจ
ราชสีห์ปีศาจคำรามต่ำ ราวกับยังไม่พอใจที่ถูกขัดขวาง แต่องครักษ์พิทักษ์ัเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย สัตว์อสูรคู่กายของเขาก็สงบนิ่งทันที
“เ้ามาทำอะไรที่นี่?” เฉินฟูฟู่ถาม ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวง
องครักษ์พิทักษ์ัไม่ได้ตอบในทันที เขากวาดสายตามองเฉินฟูฟู่ก่อนจะกล่าว “ข้ามีข้อเสนอให้เ้า—จงกลับแคว้นกงเหว่ยกับข้าโดยสมัครใจ”
“ข้าไม่มีเหตุผลที่จะกลับไป” เฉินฟูฟู่ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นไม่แพ้กัน
องครักษ์พิทักษ์ัหัวเราะเบา ๆ “จริงหรือ? แล้วถ้าข้าบอกว่า... มีบางสิ่งเกี่ยวกับอดีตของเ้าที่เ้าควรรู้ล่ะ?”
เฉินฟูฟู่ขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะไม่ไว้ใจ แต่คำพูดนั้นก็สะกิดบางสิ่งในใจของเขา อดีตของเขาเต็มไปด้วยเงามืดและความลับที่เขายังไม่เข้าใจทั้งหมด
“เ้ากำลังเล่นตลกอะไร?”
“ข้าไม่มีเวลามาเล่นตลก” องครักษ์พิทักษ์ักล่าว “ถ้าเ้าอยากรู้ว่าเหตุใดแคว้นกงเหว่ยถึง้าตัวเ้าจริง ๆ จงมากับข้า มิฉะนั้น เ้าจะไม่มีวันได้รู้ความจริง”
เฉินฟูฟู่เงียบไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าองครักษ์พิทักษ์ัไม่ใช่คนที่พูดไร้สาระ และสิ่งที่อีกฝ่ายพูดถึง... อาจเป็เงื่อนงำสำคัญเกี่ยวกับอดีตของเขา
องครักษ์พิทักษ์ัยิ้มบาง ๆ “ข้าก็จะให้ราชสีห์ปีศาจของข้าฆ่าเ้าเสียตรงนี้”
ราชสีห์ปีศาจส่งเสียงคำรามสนับสนุน ดวงตาสีเพลิงจับจ้องเฉินฟูฟู่ราวกับพร้อมจะขย้ำเขาได้ทุกเมื่อ
เฉินฟูฟู่กำดาบแน่น
“เ้าจะให้ข้ากลับไปในฐานะเชลยหรือ?”
“หาไม่” องครักษ์พิทักษ์ักล่าว “เ้าจะกลับไปในฐานะผู้ที่คู่ควรกับความจริง”
ความเงียบปกคลุมพื้นที่ ทั้งสองต่างประสานสายตากันโดยไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้กันง่าย ๆ จนกระทั่งเฉินฟูฟู่ถอนหายใจเบา ๆ
“ก็ได้ ข้าจะไป”
องครักษ์พิทักษ์ัพยักหน้า “เ้าจะไม่เสียใจที่ตัดสินใจเช่นนี้”
แต่ในใจเฉินฟูฟู่ เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และแคว้นกงเหว่ยอาจเป็เพียงจุดเริ่มต้นของเื่ราวที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น...
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบงัน มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านป่ารอบข้าง เฉินฟูฟู่ก้าวขึ้นไปบนหลังราชสีห์ปีศาจอย่างระแวดระวัง ขนสีดำสนิทของมันส่งพลังอสูรรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่เขาก็ไม่สะทกสะท้าน
องครักษ์พิทักษ์ัขึ้นขี่บนหลังสัตว์อสูรของตนเอง มองเฉินฟูฟู่ด้วยสายตานิ่งสงบ “เราจะมุ่งหน้ากลับแคว้นกงเหว่ยทันที”
เฉินฟูฟู่ไม่ตอบ เขาเพียงมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้า แม้ว่าภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความคิดมากมาย
"ข้ากำลังเข้าไปในถ้ำเสือ... หรือบางที นี่อาจเป็โอกาสเดียวที่จะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่"
"ข้าจะเดินทางไปแคว้นกงเหว่ยด้วยตัวข้าเอง แต่ตอนนี้ข้าต้องตามหาชิงเหลียนและเซียวหูหลี่รวมถึงส่งข่าวบอกราชสีห์ขนทองและค้างคาวน้ำแข็งก่อน ส่วนเ้ามุ่งหน้าไปรอข้าที่ชายแดนระหว่างแค้วนก่อนจะดีกว่ารับรองข้าไปแน่ ด้วยเกียรติของนายน้อยพรรคมารอย่างข้า"
องครักษ์พิทักษ์ัมองเฉินฟูฟู่ด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อมั่น
"เช่นนั้นข้าจะรอเ้าที่ชายแดน หากเ้าไม่มาปรากฏตัวตามที่ว่า ข้าจะถือว่าเ้าผิดคำพูด และข้าจะมาตามเ้าเอง"
เฉินฟูฟู่ยิ้มบาง ๆ "ข้าย่อมรักษาคำพูด... แต่ตอนนี้ ข้ามีภารกิจต้องทำ"
เขาหันหลังกลับ มุ่งหน้าสู่เงามืดของค่ำคืน ก่อนที่ร่างของเขาจะละลายหายไปท่ามกลางสายลม ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและสายตาที่เฝ้ามองขององครักษ์พิทักษ์ั…
เฉินฟูฟู่ยืนอยู่บนยอดเขา มองลงไปยังค่ายกองโจรไม้แดงที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าทึบ ไฟจากคบเพลิงริบหรี่ในยามค่ำคืนบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวภายในค่าย
"ก่อนจะไปกงเหว่ย ข้าต้องให้พวกเขารู้ข่าวก่อน" เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาควักตราสัญลักษณ์ของกองโจรไม้แดงออกมา นิ้วลูบมันเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวกระโจนลงจากยอดเขา หายเข้าไปในเงามืด เป้าหมายของเขาคือพบหัวหน้ากองโจรเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ หากกองโจรไม้แดงได้รับข่าวนี้ บางทีเขาอาจไม่ได้เดินทางไปกงเหว่ยเพียงลำพัง…
เฉินฟูฟู่เคลื่อนกายผ่านเงามืดอย่างไร้สุ้มเสียง เมื่อเข้าใกล้ค่ายกองโจรไม้แดง เขาก็ใช้วิธีส่งสัญญาณลับ นิ้วเคาะจังหวะบนต้นไม้สามครั้ง หยุด แล้วเคาะอีกสองครั้ง ไม่นานนัก เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากหลังพุ่มไม้
"นายน้อย? ท่านกลับมาได้อย่างไร?" ชายผู้นั้นถามเสียงแ่ เขาคือ อู๋ซาน รองหัวหน้ากองโจรไม้แดง ผู้รับผิดชอบข่าวกรองและการเคลื่อนไหวในเงามืด
เฉินฟูฟู่พยักหน้าเบา ๆ "ข้ามีเื่สำคัญจะบอก พาข้าไปพบหัวหน้ากองโจร"
อู๋ซานไม่รอช้า รีบพาเฉินฟูฟู่แทรกตัวผ่านแนวป้องกันของค่าย ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงกระโจมใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางค่าย ไฟจากตะเกียงส่องสว่าง เผยให้เห็นชายร่างกำยำในชุดเกราะหนังนั่งอยู่เบื้องหน้า
"ท่านรัชทายาท?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น "ท่านหายไปนานมาก... แล้วนี่กลับมาพร้อมข่าวอะไร?" เฉินฟูฟู่สบตากับหัวหน้ากองโจรไม้แดง ก่อนจะกล่าวเสียงหนักแน่น
"ข้ากำลังจะไปแคว้นกงเหว่ย... และข้า้าให้พวกเ้าช่วยข้าในศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น"
เฉินฟูฟู่พยักหน้า ดวงตาฉายแววครุ่นคิด “การสุ่มโจมตีอาจเป็ทางเลือกที่ดีหาก้าสร้างความปั่นป่วน แต่ข้า้าให้มันเป็มากกว่านั้น... เราต้องทำให้แคว้นกงเหว่ยตื่นตระหนกโดยไม่รู้ว่าศัตรูคือใครและมาจากที่ใด”หัวหน้ากองโจรไม้แดงยิ้มบาง
“ท่านจะให้พวกเราทำสิ่งใด?”เฉินฟูฟู่หยิบแผนที่ออกมา ก่อนใช้มีดสั้นกรีดลงไปเป็สัญลักษณ์
“เราไม่เพียงแค่โจมตี แต่ต้องแบ่งกำลังกันปิดกั้นเส้นทางหลัก ส่งสัญญาณลวงให้พวกมันคิดว่าถูกล้อม ข้าจะเดินทางเข้าไปในฐานะ ‘แขก’ อย่างที่วางแผนไว้ ส่วนพวกเ้าจะเป็เงาอยู่ด้านนอก”รองหัวหน้าอู๋ซานขมวดคิ้ว
“แล้วเมื่อถึงเวลาล่ะ?”
เฉินฟูฟู่ยิ้มเย็น “เมื่อถึงเวลาข้าจะส่งสัญญาณ พวกเ้าจะเริ่มโจมตีเป้าหมายสำคัญของแคว้นกงเหว่ย แต่ไม่ใช่เพื่อทำลาย... แต่เพื่อกดดันและสร้างโอกาส”
หัวหน้ากองโจรพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “เช่นนั้น กองโจรไม้แดงจะร่วมมือกับท่านรัชทายาท! เราจะเริ่มจากการส่งสายลับเข้าไปในแคว้นกงเหว่ยก่อน แล้วรอให้เ้าส่งสัญญาณมา”
เฉินฟูฟู่พยักหน้ารับ มือกำถ้วยสุราแน่นขึ้นเล็กน้อย "ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของพวกเ้า และข้าขอสาบานว่า ศึกนี้จะไม่นำหายนะมาสู่กองโจรไม้แดง ข้าจะนำชัยชนะมาให้"
หัวหน้ากองโจรหัวเราะเสียงต่ำ "ชัยชนะหรือหายนะ มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านแล้ว ท่านรัชทายาท"
เฉินฟูฟู่ยกถ้วยขึ้นเป็เชิงตอบรับ ก่อนจะกระดกสุราเข้าปาก ลมหายใจของเขาเยือกเย็นดั่งคมดาบ ดวงตาสะท้อนเปลวไฟที่เตรียมเผาผลาญทุกสิ่ง"ไปเตรียมการได้" เขากล่าวเสียงเข้ม "ศึกครั้งนี้... เป็เพียงจุดเริ่มต้น"
หัวหน้ากองโจรไม้แดงแสยะยิ้มก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้พรรคพวกเตรียมตัว "พวกเ้าคงได้ยินกันแล้ว! ศึกใหญ่กำลังจะมา!"
เสียงโห่ร้องของเหล่าโจรดังก้องไปทั่วค่าย ไฟจากคบเพลิงส่องสว่างสะท้อนใบหน้าหิวกระหายของนักสู้ใต้เงามืด พวกเขาไม่ได้เกรงกลัวา ตรงกันข้าม มันคือโอกาสของพวกเขาที่จะเขียนชื่อกองโจรไม้แดงลงในหน้าประวัติศาสตร์
เฉินฟูฟู่ยืนขึ้น หมุนตัวเดินออกไปช้า ๆ ก่อนจะหยุดที่หน้าประตูค่าย เขาเหลือบมองท้องฟ้ายามราตรี มืดสนิทและไร้ดาว
"แคว้นกงเหว่ย...ข้ากำลังจะกลับไป"
ลมกลางคืนพัดผ่าน เสียงฝีเท้าของเขาแ่เบา แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่แม้แต่หัวหน้ากองโจรยังต้องมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาครุ่นคิดนี่คือก้าวแรกของพายุที่กำลังจะถาโถมเข้าสู่ยุทธภพ!
หัวหน้ากองโจรไม้แดงแสยะยิ้มอย่างมั่นใจ ร่างสูงโปร่งของเขาพลันหันไปส่งสัญญาณให้สมาชิกทุกคนในกองโจรไม้แดงเตรียมตัวออกศึก ท่ามกลางความมืดนั้น เสียงฝีเท้าของโจรที่เริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีระเบียบเริ่มก้องกังวาน พวกเขาต่างสวมหน้ากากและพร้อมที่จะลุยไปด้วยกัน
“เราจะออกไปทำให้แคว้นกงเหว่ยรู้ว่ากองโจรไม้แดงไม่เคยหวาดกลัว!” หัวหน้ากองโจรกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
สมาชิกแต่ละคนเริ่มรวบรวมอาวุธและจัดระเบียบเสบียง ร่างที่สวมชุดลายพรางและเกราะเบาสมรรถภาพพร้อมออกทำภารกิจตามคำสั่งของหัวหน้า พวกเขามีทั้งนักธนูมือฉมังและนักฆ่าที่มีความชำนาญในการหลบหลีกในที่มืด
การเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว หัวหน้ากองโจรไม้แดงหันไปมองเฉินฟูฟู่ และกล่าวเสียงต่ำ “ศึกครั้งนี้... เราจะทำให้แคว้นกงเหว่ยตกตะลึง!”
เฉินฟูฟู่พยักหน้าและกล่าวเสียงเข้ม “ข้าพร้อมแล้ว ถึงเวลาที่เราจะเคลื่อนพล”
ทั้งสองมองไปที่ท้องฟ้าที่มืดมิด ก่อนจะนำกำลังออกจากที่หลบซ่อน เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการที่ท้าทายครั้งนี้!
เสียงฝีเท้าของพวกเขาค่อยๆ หายไปในความมืด ขณะที่กองโจรไม้แดงมุ่งหน้าตรงไปยังแคว้นกงเหว่ย...
เสียงฝีเท้าของกองโจรไม้แดงที่เงียบสงบ ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์อ่อนๆ สาดส่องลงมา ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวังและแม่นยำ ทุกย่างก้าวนับเป็การเตรียมพร้อมสำหรับการทำภารกิจที่ไม่อาจพลาดได้
เฉินฟูฟู่เดินนำหน้าไปพร้อมกับหัวหน้ากองโจรไม้แดง ด้วยท่าทางสงบและมั่นคง เขารู้ว่าในขณะนี้ ทั่วทั้งแคว้นกงเหว่ยอาจกำลังอยู่ใน่เวลาของความสงบ แต่ความมืดที่แฝงตัวในแคว้นนั้นก็พร้อมที่จะะเิขึ้นเมื่อเขากับพันธมิตรของเขาก้าวเข้าสู่สนามรบ
“เราจะเข้าถึงจุดยุทธศาสตร์ของแคว้นกงเหว่ยให้เร็วที่สุด” หัวหน้ากองโจรพูดเสียงต่ำ พวกเขาจะใช้จังหวะนี้ให้เป็ประโยชน์ การเดินทางนี้จะไม่มีการถอยหลัง และทุกย่างก้าวคือการเตรียมตัวสู่การต่อสู้ครั้งสำคัญ
เฉินฟูฟู่เตรียมตัวพร้อมเดินทางไปแคว้นกงเหว่ยกับองครักษ์พิทักษ์ั ขณะที่กองโจรไม้แดงจะคอยอยู่ในที่ลับเพื่อรอคำสั่ง หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เขาจะส่งสัญญาณให้กองโจรโจมตีทันที เพื่อรักษาความลับและความได้เปรียบในการดำเนินการครั้งนี้
องครักษ์พิทักษ์ัเดินมาพร้อมกับกำลังทหารที่เตรียมพร้อมและรถม้าหรูหรา เพื่อให้เฉินฟูฟู่เดินทางไปแคว้นกงเหว่ยได้สะดวกสบาย ทหารที่ติดตามอยู่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบ พร้อมป้องกันอันตรายจากศัตรูที่อาจจะเข้ามาในระหว่างการเดินทาง
"ท่านรัชทายาท โปรดระมัดระวัง" องครักษ์พิทักษ์ักล่าว ก่อนจะขึ้นไปยืนบนรถม้าข้างๆ และเตรียมการเดินทางอย่างเป็ทางการ
เฉินฟูฟู่พยักหน้าช้าๆ ขณะขึ้นรถม้า เขารู้ดีว่าแม้จะมีการเดินทางอย่างราบรื่น แต่การรอคอย่เวลาที่สำคัญนั้นไม่เคยง่าย เขาจึงตั้งสมาธิเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า
สายลับจากโจรป่าไม้แดงซึ่งคอยสะกดรอยตามการเดินทางของเฉินฟูฟู่และองครักษ์พิทักษ์ัอยู่ตลอด พวกเขามีการติดต่ออย่างลับๆ โดยใช้สัญญาณที่เป็รหัสเฉพาะ เพื่อให้สามารถรายงานสถานการณ์และรับคำสั่งได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
ในระหว่างการเดินทาง ผ่านไปหลายวัน สายลับคอยประสานงานและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการแอบซ่อนหรือการลอบโจมตีจากศัตรูที่อาจตามมาจากแคว้นกงเหว่ยหรือฝ่ายตรงข้าม
การเดินทางเริ่มมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น เมื่อเฉินฟูฟู่รู้สึกถึงการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา การที่กองโจรไม้แดงคอยช่วยดูแลด้านหลัง ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้นในการเดินทาง แต่ในใจลึกๆ เขาก็รู้ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน..
หญิงสาวสวยที่แฝงตัวเข้ามาในขบวนของเฉินฟูฟู่ก้มหน้าต่ำ ดูเหมือนจะเป็แค่ผู้ติดตามธรรมดา แต่ภายในนั้นกลับซ่อนแผนการอันลึกซึ้งไว้ หลังจากที่แฝงตัวอยู่ในขบวนได้สักพัก เธอก็ใช้เวลา่ที่เงียบสงบในการจับตาดูเฉินฟูฟู่และกำลังทหารรอบข้าง ก่อนจะหาทางแอบเข้าใกล้ตัวเขาได้สำเร็จ
ในตอนนั้นเองที่เธอเคลื่อนตัวเข้าใกล้และจับตัวเฉินฟูฟู่ได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยความเชี่ยวชาญในการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ เธอสามารถทำให้เขาลงไปในความมืดได้ในทันที
"ข้าไม่สามารถปล่อยให้เ้าหนีไปได้ง่ายๆ" หญิงสาวพูดในขณะที่เธอจับตัวเขาไว้อย่างมั่นคง ก่อนจะพาเขาไปยังสถานที่ลับที่ไม่คุ้นเคย
ในขณะเดียวกัน สายลับของกองโจรไม้แดงที่ติดตามอยู่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติและกำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าไปช่วยเหลือเฉินฟูฟู่ แต่จะทันหรือไม่... นั่นคือสิ่งที่ยังไม่แน่ชัด
หญิงสาวพาเฉินฟูฟู่มาถึงสถานที่ลับ ซึ่งเป็จวนของตระกูลเสี่ยวในแคว้นกงเหว่ย เฉินฟูฟู่ถูกนำตัวเข้าสู่ห้องลับภายในจวนที่มืดมิด และเมื่อเขามองขึ้นไป ก็เห็นแม่นางเสี่ยวเหลียน คู่มั่นของรัชทายาทแคว้นกงเหว่ยยืนอยู่ในห้องนั้น
เสี่ยวเหลียนมองไปที่เฉินฟูฟู่ด้วยแววตาที่คาดคั้นและท่าทางที่ไม่ค่อยจะเป็มิตร "ท่านรัชทายาทแคว้นกงเหว่ย ดูเหมือนว่าจะไม่เคยคิดถึงการที่ท่านจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้"
เฉินฟูฟู่ยิ้มบาง ๆ ไม่ยอมให้ความใแสดงออกมา
"แม่นางเสี่ยวเหลียน... ข้าไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบกับท่านในสถานการณ์เช่นนี้"
เสี่ยวเหลียนไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญอะไร เธอก้าวเข้ามาใกล้เฉินฟูฟู่ และเสียงของเธอก็ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
"ข้ากำลังให้โอกาสท่านเปิดใจพูดคุยกับข้า ตอนนี้การเลือกข้างยังไม่สายเกินไป ท่านสามารถกลับไปหาแคว้นกงเหว่ยและเลือกที่จะยอมร่วมมือกับข้า"
เฉินฟูฟู่รู้สึกถึงแรงกดดันจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ แต่เขายังคงรักษาความสงบในใจไว้
"ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครมาควบคุมการตัดสินใจของข้า แม้แต่ท่าน"
เสี่ยวเหลียนมองเขาด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็า
"หากท่านคิดว่าแค่การขัดขืนจะช่วยให้ท่านรอดพ้นไปได้ ข้าคงต้องบอกท่านว่า...ท่านคิดผิด"
การต่อสู้ทั้งทางคำพูดและแผนการกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ในขณะที่เสี่ยวเหลียนพยายามสร้างความกดดันให้เฉินฟูฟู่ยอมจำนน แต่เขาก็รู้ดีว่าความมืดที่ซ่อนอยู่ในแคว้นกงเหว่ยนั้นยังไม่สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด
เฉินฟูฟู่รู้ดีว่าถ้าเขายอมจำนนต่อความกดดันในตอนนี้ อาจจะไม่สามารถกลับมาได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ว่าถ้าจะเอาชนะสถานการณ์นี้ เขาต้องใช้ทั้งสติปัญญาและความกล้าในการเผชิญหน้ากับเสี่ยวเหลียนและแผนการที่ซับซ้อน
เขายืนตรงและมองตรงไปที่เสี่ยวเหลียน “ข้าไม่เคยคิดจะยอมแพ้ เพราะข้าเชื่อว่าแคว้นกงเหว่ยจะไม่สามารถสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยการบังคับคนอื่นให้ยอมรับสิ่งที่ไม่เป็ธรรม”
เสี่ยวเหลียนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบ “ท่านคิดว่าแค่คำพูดของท่านจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือ? ข้าไม่ใช่คนที่ฟังแค่คำพูดเท่านั้น”
“ข้าไม่เคยคิดว่าแค่คำพูดจะเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ข้ากลับคิดว่าการกระทำของข้าจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่าใครคือผู้ที่สามารถควบคุมอนาคตของแคว้นกงเหว่ยได้” เฉินฟูฟู่ตอบกลับด้วยความมั่นใจและมองไปที่เสี่ยวเหลียนอย่างท้าทาย
เสียงของเสี่ยวเหลียนขาดหายไปในชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะหันหลังให้เฉินฟูฟู่และเดินออกจากห้องไป "หากท่านยืนยันเช่นนั้น ข้าจะให้เวลาท่านคิดใหม่... แต่ท่านคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะตามมาได้" ทิ้งไว้เพียงเฉินฟูฟู่ที่ยืนอยู่ในห้องลับ รู้ดีว่าการต่อสู้ที่แท้จริงยังคงรอเขาอยู่ข้างหน้า และเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต..
ตระกูลเสี่ยว (เสี่ยวตระกูล) ของแคว้นกงเหว่ยเป็หนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนักกงเหว่ย โดยมีประวัติยาวนานในการสนับสนุนการปกครองของราชสำนักและมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน
ตระกูลเสี่ยวเริ่มต้นจากการเป็ขุนนางระดับกลางในสมัยก่อนได้รับการยอมรับในราชสำนักของแคว้นกงเหว่ย ซึ่งใน่แรกๆ ตระกูลเสี่ยวไม่ได้รับการสนใจมากนัก จนกระทั่งมีการปรากฏตัวของบรรพบุรุษของเสี่ยวเหลียน ผู้มีความสามารถด้านการทูตและการปกครองที่ยอดเยี่ยมในยุคนั้น
เสี่ยวตระกูลสามารถแทรกซึมเข้าสู่ราชสำนักและได้รับการสนับสนุนจากพระาาในยุคนั้น เมื่อบรรพบุรุษของเสี่ยวเหลียนสามารถแก้ปัญหาภายในแคว้นและควบคุมอำนาจของเหล่าขุนนางอื่น ๆ ได้สำเร็จ ตระกูลเสี่ยวจึงเริ่มเติบโตขึ้นจากการได้รับตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก รวมถึงตำแหน่งสูงสุดในแผนกการทูตและการต่างประเทศ
ตระกูลเสี่ยวมีอำนาจในการบริหารจัดการการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นกงเหว่ยกับแคว้นอื่น ๆ อย่างแข็งแกร่ง พวกเขาไม่เพียงแต่จัดการกับการค้าและเศรษฐกิจ แต่ยังได้เข้าไปมีบทบาทในการเจรจาทางการทูตกับแคว้นอื่น ๆ ที่สำคัญ ทำให้ตระกูลเสี่ยวสามารถสร้างพันธมิตรสำคัญที่คอยหนุนหลังในเวลาที่จำเป็
ตระกูลเสี่ยวในปัจจุบันถือเป็หนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในแคว้นกงเหว่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในราชสำนัก พวกเขายังเป็ผู้ควบคุมองค์กรลับ ๆ ที่ทำหน้าที่ในการบังคับควบคุมแคว้นกงเหว่ยจากเงามืด ตระกูลนี้ยังมีเครือข่ายอิทธิพลทั้งในและนอกแคว้น ซึ่งทำให้พวกเขาเป็ผู้นำในการดำเนินการทางการเมือง การทูต และแม้แต่การจัดการกับความขัดแย้งภายในแคว้น
ตระกูลเสี่ยวมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับราชสำนักของแคว้นกงเหว่ย เพราะมีการสนับสนุนจากพระาาและขุนนางสูงสุดอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเป็ที่ปรึกษาสำคัญให้แก่ราชสำนักในการตัดสินใจทางการเมือง การทูต และการา
ในรุ่นปัจจุบัน เสี่ยวเหลียนเป็บุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในตระกูลเสี่ยว เธอเป็ทั้งผู้จัดการด้านการทูตและการเมืองในราชสำนัก แต่อีกด้านหนึ่ง เธอยังควบคุมองค์กรลับในแคว้นที่ทำการจัดการกับศัตรูทางการเมืองและการทหาร ตระกูลเสี่ยวได้เตรียมทายาทเพื่อให้สามารถปกครองแคว้นและรักษาอำนาจของพวกเขาไว้ตลอดไป
ตระกูลเสี่ยวมีความทะเยอทะยานที่จะขยายอำนาจของตนไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ทั้งในแคว้นกงเหว่ยและในแคว้นข้างเคียง ในขณะที่เสี่ยวเหลียนกำลังพยายามควบคุมการปกครองแคว้นกงเหว่ยด้วยมือของตนเอง แต่เธอก็ต้องเผชิญกับการคุกคามจากหลายฝ่าย รวมถึงการต่อต้านจากกลุ่มที่ไม่พอใจการครอบงำของตระกูลเสี่ยว ตระกูลเสี่ยวจะยังคงเป็ผู้กำหนดทิศทางของแคว้นกงเหว่ยในอนาคตและเป็ศูนย์กลางของอำนาจในการเมืองและการทูตของแคว้นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
แม่นางเสี่ยวเหลียนเดินเข้ามาหาเฉินฟูฟู่อีกครั้งในห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบ เธอสวมชุดสีเข้มที่สะท้อนถึงอำนาจและความเข้มแข็งของตระกูลเสี่ยว ริมฝีปากของเธอขยับขึ้นเป็รอยยิ้มที่มีเลศนัย
"เฉินฟูฟู่..." เสี่ยวเหลียนเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น "ข้ารู้ว่าเ้ามีจิตใจแข็งแกร่ง และไม่ยอมให้ใครมาควบคุมชีวิตของเ้า แต่ข้า้าเสนอข้อตกลงที่สามารถทำให้เ้าขึ้นมามีอำนาจในแคว้นกงเหว่ยอย่างเต็มที่"
เฉินฟูฟู่ยืนนิ่ง รู้สึกถึงแรงกดดันจากคำพูดของเธอ เขารู้ดีว่าตระกูลเสี่ยวมีอิทธิพลในราชสำนักกงเหว่ย แต่คำขอของเธอนั้นดูจะเป็การบีบบังคับ
"ข้ากำลังฟัง..." เขาตอบอย่างระมัดระวัง
เสี่ยวเหลียนยิ้มบาง ๆ ก่อนที่จะพูดต่อ "ข้า้าให้เ้ารับข้อเสนอของข้า—แต่งงานกับข้า เพื่อที่เ้าจะได้ขึ้นเป็รัชทายาทอย่างเป็ทางการ และเพื่อให้แคว้นกงเหว่ยมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น"
คำพูดของเธอดังเข้าหูเฉินฟูฟู่ เขาสบตากับเสี่ยวเหลียนอย่างตรงไปตรงมา รู้สึกถึงน้ำหนักของคำขอที่เธอเพิ่งกล่าวออกมา
"เ้า้าให้ข้าแต่งงานกับเ้า เพื่อแลกกับอำนาจและตำแหน่งรัชทายาทของแคว้นกงเหว่ย?" เขาถามกลับอย่างตรงไปตรงมา
เสี่ยวเหลียนพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่... ข้ารู้ดีว่าเ้ามีความสามารถพอที่จะเป็ผู้นำแคว้นกงเหว่ย แต่เพื่อให้แผนการของเราเป็จริง ข้า้าให้เ้ารับข้อเสนอของข้า หากเ้าตกลง ข้าจะทำให้ทุกอย่างเป็ไปตามที่เ้า้า"
เฉินฟูฟู่เงียบไปสักครู่ คิดทบทวนถึงสิ่งที่เธอเสนอ ข้อเสนอของเสี่ยวเหลียนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เขาก็รู้ดีว่าถ้าเขาตอบปฏิเสธ การเข้าไปในแคว้นกงเหว่ยและการขึ้นเป็รัชทายาทจะยิ่งยากขึ้น
ในที่สุด เขาเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวเหลียนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด
"ตกลง ข้าจะยอมแต่งงานกับเ้า... แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ข้าเป็เครื่องมือได้"
เสี่ยวเหลียนยิ้มกว้างขึ้นทันที ดวงตาของเธอเปล่งประกายแห่งความพึงพอใจ
"ดีมาก เฉินฟูฟู่... ข้าไม่เคยคิดว่าเ้าจะยอมตกลงข้อตกลงนี้ได้ง่ายขนาดนี้ แต่ข้าเข้าใจดีว่าเ้าไม่ได้ทำไปเพราะถูกบังคับ แต่เพราะมีความคิดและจุดมุ่งหมายของตัวเอง"
นางเธอก้าวไปข้างหน้าใกล้ๆ เขา ริมฝีปากเผยยิ้มบางๆ ขณะที่พูดต่อ
"ตอนนี้แผนการของเราก็เริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว ข้าจะทำให้แน่ใจว่าเ้าได้รับตำแหน่งที่สมควรแก่การเป็ผู้นำแคว้นกงเหว่ย"
เฉินฟูฟู่พยักหน้าเบา ๆ แม้เขาจะตกลงในข้อเสนอ แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงหนักแน่น "เ้าต้องจำไว้ว่า ข้าไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ข้าทำเพื่อแคว้นกงเหว่ย เพื่อประชาชน และเพื่ออนาคตที่ดีกว่า"
เสี่ยวเหลียนมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคารพในความคิดของเขา "ข้าจะยึดมั่นในคำพูดของเ้า เฉินฟูฟู่ เราจะสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน"
ทั้งสองยืนนิ่งอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็ทั้งการผูกมัดและความท้าทาย เสี่ยวเหลียนและเฉินฟูฟู่รู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำมาซึ่งทั้งความกดดันและอุปสรรคที่ต้องเผชิญ แต่ก็เป็เส้นทางที่ไม่มีทางย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
"ตอนนี้แผนการของเราต้องเริ่มต้น ข้าจะให้เ้าพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น" เสี่ยวเหลียนกล่าว
"แต่ข้าจะไม่ยอมมีรัชทายาทสืบต่อกับเ้านะเสี่ยวเหลียน"
เสี่ยวเหลียนหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ก่อนจะหันกลับมามองเฉินฟูฟู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและคำถาม
"เ้า... หมายความว่าอย่างไร?" เสี่ยวเหลียนถามเสียงเ็า สังเกตเห็นท่าทางจริงจังของเขา
เฉินฟูฟู่ยืนนิ่ง ดวงตาของเขามีแววของความหนักแน่นและการตัดสินใจที่ชัดเจน "ข้าจะไม่ยอมให้เ้าใช้ข้าเป็เครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ข้า้าสิ่งที่มากกว่านั้น ถ้าเ้า้าข้าจริง ๆ เ้าต้องยอมรับเงื่อนไขของข้า"
เสี่ยวเหลียนขมวดคิ้ว แต่ในดวงตาของเธอ ก็แฝงไปด้วยความเข้าใจบางอย่าง เธอรู้ดีว่าเฉินฟูฟู่ไม่ได้เป็คนที่สามารถถูกบังคับหรือควบคุมได้ง่าย ๆ แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอเริ่มทบทวนความสัมพันธ์และแผนการที่เธอได้วางไว้
"หมายความว่าเ้าจะไม่ยอมให้เรามีทายาทร่วมกัน?" เสี่ยวเหลียนถามเสียงต่ำ แม้จะยังคงแววตาที่เ็า แต่ก็แฝงไปด้วยความลังเล
"ข้าไม่ใช่เครื่องมือที่เ้าจะใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ข้าเป็ผู้ที่มีอุดมการณ์และเป้าหมายของตัวเอง ข้าจะอยู่ข้างเ้าเพียงถ้าเ้าพร้อมที่จะยอมรับข้าตามเงื่อนไขของข้า" เฉินฟูฟู่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เสี่ยวเหลียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มขึ้นมาบาง ๆ "เ้าเป็คนที่ท้าทายยิ่งนักเฉินฟูฟู่... ข้าชอบในความมุ่งมั่นของเ้าจริง ๆ"
แต่ในใจของเธอ ก็คงต้องทบทวนว่าแผนการทั้งหมดที่เคยวางไว้จะต้องเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน...
ในใจลึก ๆ ของเสี่ยวเหลียน ความรู้สึกที่ไม่คาดคิดเริ่มก่อตัวขึ้น เธอรู้ดีว่าเฉินฟูฟู่ไม่ได้เป็แค่เครื่องมือที่จะใช้เพื่อผลประโยชน์ แต่เป็บุรุษที่มีความมุ่งมั่นและแน่วแน่ในเส้นทางของตนเอง ไม่เหมือนกับคนอื่นที่เธอเคยพบเจอในชีวิตนี้
เธอรู้สึกว่าเฉินฟูฟู่เป็คนที่มีความเป็ผู้นำ และในบาง่เวลาที่เธอเฝ้ามองเขา มันเหมือนกับเธอเริ่มเห็นสิ่งที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่ผู้ชายที่สามารถเป็เครื่องมือของแคว้นกงเหว่ยเท่านั้น เธอเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวเขาที่ดึงดูดให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้
"ข้าเข้าใจแล้ว..." เสี่ยวเหลียนพูดเสียงเบา ขณะมองไปที่เฉินฟูฟู่ด้วยแววตาที่อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย "ข้าจะยอมรับเงื่อนไขของเ้าถ้าเ้ามั่นใจในสิ่งที่เ้า้า แต่ข้าจะต้องหาทางประนีประนอม เพื่อที่จะให้แคว้นกงเหว่ยไม่สูญเสียไปจากความขัดแย้งนี้"
เฉินฟูฟู่มองเธอด้วยแววตาที่เยือกเย็นแต่ก็ซ่อนความเข้าใจไว้ในสายตา "หากเ้าพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า โดยไม่มองแค่ผลประโยชน์ของตัวเอง ข้าก็พร้อมที่จะไปกับเ้า"
ใน่เวลานั้น เสี่ยวเหลียนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในใจของตัวเอง มันไม่ใช่แค่แผนการทางการเมืองอีกต่อไป แต่เป็การเดินทางที่เธอจะต้องตัดสินใจด้วยหัวใจของตนเองว่าจะยอมรับความสัมพันธ์นี้อย่างไร
ทั้งสองเงียบไปสักพัก เสี่ยวเหลียนจ้องไปที่เฉินฟูฟู่ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจ "ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่ข้าจะต้องตัดสินใจเช่นนี้... แต่นี่คงเป็เส้นทางที่เราต้องก้าวไปด้วยกัน"
เฉินฟูฟู่พยักหน้าช้า ๆ "ถ้าเ้าพร้อม เราก็จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน..."
เฉินฟูฟู่ถูกพาตัวกลับไปยังจวนตระกูลเสี่ยวในแคว้นกงเหว่ย เขารู้ดีว่าเขายังคงติดอยู่ในแผนการที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ขณะที่ใจของเขาคิดหาทางหนี หรือการแยกตัวจากการควบคุมของเสี่ยวเหลียน ซึ่งดูเหมือนจะมีอำนาจเหนือกว่าในสถานการณ์นี้
ในขณะที่การเดินทางไปยังจวนตระกูลเสี่ยว เฉินฟูฟู่ไม่สามารถละสายตาจากแผนการที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง การที่เขาตัดสินใจอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะเขา้าให้ตนเองเป็เครื่องมือ แต่เขา้าข้อมูล ความจริงบางอย่างที่ยังคงซ่อนอยู่ในความมืดของแคว้นกงเหว่ย
"เ้าคงไม่คิดว่า ข้าจะยอมตกอยู่ในกรงทองของเ้าสินะ?" เฉินฟูฟู่พูดกับตัวเองในใจ ขณะเดินไปข้างหน้าภายใต้การควบคุมของทหารของเสี่ยวเหลียน
เสี่ยวเหลียนรู้ดีว่าเธอต้องคุมสถานการณ์นี้ให้ได้และควบคุมเฉินฟูฟู่ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การวางแผนของเธออาจจะเริ่มเปลี่ยนไปจากที่คิดไว้ แต่ความแน่วแน่ของเฉินฟูฟู่ทำให้เธอรู้สึกยากที่จะคาดเดาเขา
"หากเ้า้าความจริง... ข้าจะช่วยเ้าหามัน แต่ไม่ใช่ในลักษณะที่เ้าคิด" เสี่ยวเหลียนพูดกับตนเองในใจ ขณะที่ตัดสินใจพาเฉินฟูฟู่ไปยังที่แห่งหนึ่งที่เธอเชื่อว่าจะเปิดเผยความลับบางอย่างให้กับเขา
"ข้าแค่้าความมั่นคงในแคว้นกงเหว่ย และบางที... เ้าก็อาจเป็ส่วนหนึ่งของมัน" เธอคิดเงียบ ๆ ขณะพามีทหารยามรักษาความปลอดภัยไปในทางที่ปลอดภัย
เฉินฟูฟู่เงียบไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าคำพูดของเสี่ยวเหลียนนั้นมีความหมายลึกซึ้ง และสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้ว่าเขาจะถูกควบคุมตัวอยู่ในตอนนี้ แต่ใจของเขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาเริ่มคิดหาวิธีหลบหนีจากกรงทองนี้ โดยยังคงแอบมองหาช่องทางที่อาจจะเป็หนทางรอด
"ความมั่นคงในแคว้นกงเหว่ย?" เฉินฟูฟู่พึมพำในใจ "หรือเป็แค่การควบคุมผู้คนให้เชื่อฟังในอำนาจของตระกูลเสี่ยวกันแน่?"
เสี่ยวเหลียนเดินนำหน้าไปพร้อมกับทหารรักษาความปลอดภัยที่คอยติดตาม ความมั่นคงที่เธอกล่าวถึงดูเหมือนจะเป็เื่ที่สำคัญยิ่ง แต่ในใจของเฉินฟูฟู่ เขารู้ว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การควบคุมประชาชน หรือแม้แต่การบังคับใช้คำสั่ง แต่คือความสามารถในการเผชิญหน้ากับความจริงที่ยากจะยอมรับ
"บางที ข้าอาจจะต้องใช้วิธีของตัวเองในการหาทางออกจากสถานการณ์นี้..." เฉินฟูฟู่คิด พร้อมเตรียมการในใจที่จะหาทางหลบหนีและค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
ระหว่างทางที่เดินไปยังที่มืดและลึกลับ เฉินฟูฟู่รู้สึกถึงความกดดันในอากาศ ความเงียบงันที่ล้อมรอบเขาทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันจากทุกทิศทาง อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงตั้งมั่นในเส้นทางของตัวเอง
“ไม่ว่าเสี่ยวเหลียนจะมีแผนการใด แต่ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ความจริงถูกเปิดเผย และเพื่อให้แคว้นกงเหว่ยได้เห็นเส้นทางที่แท้จริงของมัน” เขาเงียบๆ สะกดอารมณ์ตัวเองและก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมกับคำนึงถึงแผนการที่ยังซ่อนอยู่ในใจ
อ๋องสามและแม่ทัพหลินฟู่เดินมาพร้อมกับทหารองครักษ์พิทักษ์ั ท่าทางของพวกเขาหนักแน่นและมีอำนาจ แต่ใบหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและความไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“เฉินฟูฟู่…” อ๋องสามกล่าวเสียงเ็า ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังรัชทายาทที่ถูกพามาในที่นี้ “เ้าเป็คนที่ชอบแสวงหาอำนาจไปทั่วแคว้นกงเหว่ย แต่ดูเหมือนตอนนี้เ้าจะตกอยู่ในกรงทองของตัวเองแล้วสินะ?”
แม่ทัพหลินฟู่ยืนข้างอ๋องสาม สายตาของเขาดูทระนงและแข็งแกร่ง ทหารที่อยู่เื้ัก็เตรียมพร้อมรอคำสั่งจากท่านแม่ทัพ
“ความสามารถของเ้าไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เ้ากลับเลือกทำลายความสงบของแคว้นกงเหว่ยด้วยการวางแผนหนีมาอีกครั้งหรือ?” แม่ทัพหลินฟู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
เฉินฟูฟู่ยืนนิ่งและมองไปที่ทั้งสองด้วยสายตาที่มั่นคง แม้ในใจจะรู้สึกถึงความกดดันจากสถานการณ์ที่ยากจะหนีไปได้ แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
"ข้าไม่เคยตั้งใจที่จะทำลายแคว้นกงเหว่ย" เขาตอบเสียงแข็ง แต่คำพูดของเขากลับมีความแน่วแน่ "ข้าทำเพื่อหาความจริงและความยุติธรรม เพื่อแคว้นกงเหว่ยที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่เพื่ออำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง"
อ๋องสามยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเ็าและคลุมเครือ “หากเ้าไม่ยอมรับความจริง ข้าจะต้องแสดงให้เ้ารู้ว่าเส้นทางของเ้าคือทางตันแล้ว”
ในขณะที่อ๋องสามและแม่ทัพหลินฟู่พยายามหาทางควบคุมเฉินฟูฟู่ให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นกงเหว่ย แต่อยู่ดี ๆ ตระกูลเสี่ยวกลับทำให้สถานการณ์พลิกผัน ตระกูลเสี่ยวได้ตัดสินใจที่จะขัดขวางแผนของอ๋องสามและแม่ทัพหลินฟู่ เพราะพวกเขามีแผนที่จะให้เสี่ยวเหลียนและเฉินฟูฟู่ได้เข้าพิธีสมรสตามที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้
เสี่ยวเหลียนซึ่งตอนนี้เป็ผู้นำหลักของตระกูลเสี่ยว รู้ดีว่าเฉินฟูฟู่เป็ส่วนสำคัญของการจัดการแคว้นกงเหว่ยในอนาคต และการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเมือง แต่ยังเป็การสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับตระกูลเสี่ยว
"ท่านอ๋องสาม ข้าไม่เห็นด้วยกับการบังคับให้รัชทายาทต้องยอมรับท่านเป็ผู้ปกครองเด็ดขาด" เสี่ยวเหลียนกล่าวด้วยเสียงหนักแน่นขณะที่ยืนอยู่ในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลเสี่ยว ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความมั่นใจ “เฉินฟูฟู่จะต้องเป็คู่สมรสของข้า เพื่อร่วมกันปกครองแคว้นกงเหว่ยไปในทิศทางที่ดีขึ้น เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายแผนนี้”
อ๋องสามและแม่ทัพหลินฟู่มองหน้ากันด้วยความไม่พอใจ ความตึงเครียดเริ่มแผ่ขยายในห้องประชุม เมื่อเสี่ยวเหลียนยืนหยัดและยืนยันจุดยืนของตระกูลเสี่ยว
"เ้าเชื่อว่าทางเลือกนี้จะนำแสงสว่างมาสู่แคว้นกงเหว่ยหรือ?" แม่ทัพหลินฟู่ถามเสียงเย็น
"ไม่ใช่แค่เพื่อแสงสว่าง แต่เป็เพื่ออนาคตที่แข็งแกร่งกว่าการปกครองในมือใครบางคนที่แอบซ่อนความทะเยอทะยานเอาไว้" เสี่ยวเหลียนตอบกลับเสียงหนักแน่น
ในขณะที่การเจรจายังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสี่ยวเหลียนได้ส่งสัญญาณให้กับเครือข่ายพันธมิตรของตระกูลเสี่ยวให้พร้อม ซึ่งมีความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
"หากท่านอ๋องและแม่ทัพหลินฟู่อยากจะมีอำนาจเหนือแคว้นกงเหว่ย พวกท่านจะต้องทำให้เห็นว่าพวกท่านสามารถพึ่งพาตระกูลเสี่ยวได้ในทุกๆ เื่ รวมถึงการสนับสนุนจากรัชทายาทใหม่ของแคว้น"
เสี่ยวเหลียนพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ การเมืองในแคว้นกงเหว่ยกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และการสมรสกับเฉินฟูฟู่อาจเป็กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การปฏิวัติที่ท้าทายทุกความคิดเก่าแก่ในแคว้นนี้
การต่อสู้เพื่ออำนาจระหว่างอ๋องสาม แม่ทัพหลินฟู่ และตระกูลเสี่ยวกำลังเข้าสู่่เวลาสำคัญและเสี่ยงที่สุดในการเผชิญหน้าครั้งนี้!
Wisan-Mars