“โหวว... ชินจังน่ารักที่สุดเลย...”
คุณแม่ยังสาวได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกประทับใจจนหัวใจพองโต
เธอขยับกายหาท่าที่สบายที่สุด
หน้าอกคู่โตเบียดเสียดกับที่นอนจนเสียรูปทรง
ก่อนที่จิตวิญญาณที่ตึงเครียดจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง
และผลอยหลับไปในที่สุด ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิวภายนอกตึก
เมื่ออากาศค่อยๆเย็นลงนั่นเอง
.
.
.
“อือ… อื้มมม...”
ผ่านไปประมาณสามสี่ชั่วโมง อั้มก็ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
แสงสีแดงสลัวจากท้องฟ้าภายนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีโทนเย็นที่ดูแปลกตา
ชิ้ง… ชิ้ง…
เธอลืมตาขึ้นช้าๆ และลอบสังเกตเด็กหนุ่มผมแดง
ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
ในมือของเขาถือกล้องส่องทางไกลทางทหาร
สอดส่องดูความเคลื่อนไหวรอบๆ ตึกอย่างตั้งใจ
.
วูม…วูมม…
“โอ๊ะ... สวยจัง”
อั้มอุทานออกมาเบาๆ เมื่อมองออกไปนอกผนังที่พังทลาย
ท้องฟ้าในมิติบิดผันยามค่ำคืนมืดสนิท
ทว่ากลับมีละอองแสงของนาโนเมมโมรี่
เรืองแสงพาดผ่านท้องฟ้าคล้ายแสงเหนือหรือออโรร่า
และที่น่าทึ่งที่สุดคือดวงจันทร์ดวงโตมหึมา
ที่ดูใกล้โลกมากกว่าปกติหลายเท่า
มันส่องแสงสีเงินนวลอาบลงบนซากเมือง
จนดูเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวในฝันที่แฝงไปด้วยความลึกลับ
.
“ชินจัง... ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ?”
เธอส่งเสียงหวานทักออกไป
.
“อ๋อ... ผมกำลังศึกษาพฤติกรรม
ของศัตรูตอนกลางคืนน่ะครับพี่อั้ม”
ชินลดกล้องลงพลางหันมาหา
.
“ปกติแล้วทุกปาร์ตี้จะหยุดพักตอนกลางคืน
เพราะความมืดจะทำให้พวกมนุษย์จักรกลอันตรายและดุร้ายขึ้นหลายเท่า
แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ตราบใดที่เราไม่ออกจากเขตรัศมีเซนเซอร์ตรงนี้
เราจะค่อนข้างปลอดภัยครับ”
.
“ฮิฮิ… รู้ไปหมดเลยนะคนเก่งของพี่”
งึ? ฉ่าห์!
คราวนี้ไม่ใช่แค่ชินที่หน้าแดงจนหูร้อน
แต่อั้มเองที่เพิ่งตื่นมาในบรรยากาศสองต่อสอง
กับเด็กหนุ่มรูปหล่อที่พึ่งพาได้ขนาดนี้
ก็เริ่มรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
.
หนุบหนับ…อือ?
อั้มขยับลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกแปลกใหม่
ที่ได้ลองมาสัมผัสโลกมิตินี้ทำให้นิสัยเดิมๆ
ของเธอเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
ความเข้มงวดในฐานะคุณแม่ในโลกจริงค่อยๆ เลือนหาย
แทนที่ด้วยสัญชาตญาณความต้องการบางอย่างภายในใจ?
.
“ชินจัง...”
“ครับพี่?”
“มันเป็นเรื่องจริงเหรอ... ที่สตางค์เคยบอกว่า
ไม่ว่าเราจะทำอะไรกันที่นี่... ร่างกายของเราก็จะ…เอ้อ?
กลับไปเหมือนเดิมทุกอย่างเมื่อกลับไปโลกปกติ?”
.
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของชินอย่างไม่กระพริบ
.
“เอ๋? เอ่อ... ครับพี่ ไม่ต้องห่วงครับ กฎของมิตินี้เป็นแบบนั้น
ต่อให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงหรือตายที่นี่
ร่างกายที่โลกจริงก็จะฟื้นคืนชีพในสภาพเดิม
แต่พี่ไม่ต้องกลัวนะ ผมเลือกจุดที่เหมาะกับระดับของพี่
แล้วด้วยความสามารถของพี่ โอกาสเจ็บตายจะต่ำมาก!”
.
ฉ่าห์!?
“อือ... ไม่ว่าทำอะไร
ร่างกายก็จะกลับเป็นเหมือนเดิมทุกอย่างเลยเหรอจ๊ะ?”
.
คำอธิบายของชินดังก้องอยู่ในหัวของคุณแม่ลูกหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่เธอจับใจความได้กลับมีเพียง
แค่บางส่วนที่ตรงกับความต้องการลึกๆ ในใจเท่านั้น
อั้มเหม่อมองออกไปที่ดวงจันทร์ดวงโต
พลางฉุกคิดถึงเพื่อนรักอย่างครูสตางค์ขึ้นมา
.
‘อา… ยัยสตางค์นะยัยสตางค์ แอบมาทำอะไรที่โลกนี้กันแน่นะ?’
พอยิ่งได้สัมผัสโลกนี้ด้วยตัวเอง อั้มก็เริ่ม "คิดเป็น" ขึ้นมาบ้าง
ถ้าสตางค์เป็นนักสู้และห่วงเธอจริงๆ
ทำไมถึงไม่ตอบตกลงมาสู้เคียงข้างกัน
แต่กลับส่งเด็กหนุ่มไร้พรสวรรค์อย่างชินมาแทน?
หรือว่าความจริงแล้ว...
.
‘หึหึ… ยัยเพื่อนกะหรี่?’
สาวออฟฟิศเหยียดยิ้มในใจอย่างขำๆ
เธอจำได้แม่นตอนที่เคยปรึกษาสตางค์เรื่องปัญหาการเงิน
สตางค์เคยสั่งสอนเธอเป็นชุดว่าการขายตัวมันต่ำต้อย
น่ารังเกียจ และไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง
ทว่านั่นมันคือก่อนที่ประตูมิติเกตบาบิลอนจะเปิดออก
.
ใครจะไปรู้ล่ะว่าในที่ที่ไร้กฎหมายและไร้ร่องรอยแห่งนี้
เพื่อนรักที่รักษาศักดิ์ศรีปานยอดหญิง อาจจะกำลังแอบรี่
มาขายหีแลกแต้มมหาศาลอยู่ก็ได้!
ในเมื่อไม่มีหลักฐานติดตัวกลับไปโลกจริง
ใครจะไปรู้ความลับเน่าๆ นี้ล่ะ?
.
“อ้า? ว่าแต่... แฟนพี่ไม่มาด้วยเหรอครับ?”
เฮือกก? อุ๊ย?!
.
คำถามของชินพุ่งเข้าชนกลางใจจนอั้มสะดุ้งตัวโยน
หน้าอกอวบหยัดกระเพื่อมไหวแรงจนกระดุมเสื้อเชิ้ตแทบจะดีดตัวออก
“อ้า… แหะๆ แฟนพี่ก็ต้องคอยดูลูกให้ที่บ้านน่ะจ้ะ
อีกอย่าง... เขาก็ไม่ได้มีพรสวรรค์นาโนอะไรพวกนั้นด้วย”
.
“ฮะฮะ… นั่นสิครับ”
ชินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจพลางรู้สึกเสียใจแทนสามีของเธอ
ที่ไม่ได้รับเลือกให้มีพรสวรรค์จนต้องปล่อยให้ภรรยา
สาวสวยหุ่นสะบึมต้องข้ามมิติมาเสี่ยงชีวิตในนรกแห่งนี้เพียงลำพัง
.
“แล้วชินจังล่ะ? ทำไมถึงมาทำงานรับใช้แบบนี้?
สตางค์บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน ให้มาถามชินเอง”
.
“หะๆ พอดีแม่ผมป่วยเป็น ‘โรคมิติบิดผัน’ น่ะครับ”
ชินตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าลงเล็กน้อย
คำตอบนั้นทำให้อั้มถึงกับชะงัก
.
“โหว? แย่เลยเนอะ...”
.
ชื่อของโรคมิติบิดผันนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมปัจจุบัน
มันคือฝันร้ายของครอบครัวผู้ที่เป็น ผู้ป่วยจะหลับลึกไม่มีวันตื่น
ร่างกายคล้ายถูกหยุดนิ่งอยู่ในมิติเวลาที่ผันผวน
ไม่ต้องกิน ไม่ต้องถ่าย และร่างกายดูสมบูรณ์ดี
ทว่าจิตวิญญาณกลับติดอยู่ในวังวนความปั่นป่วน
และที่น่ากลัวที่สุดคือผลข้างเคียงที่คาดเดาไม่ได้...
วันดีคืนดีร่างกายอาจจะแก่ชราลงอย่างรวดเร็วจนตาย
หรืออายุย้อนกลับจนกระดูกแหลกเหลวผิดรูปขึ้นมาอย่างสยดสยอง!
.
“เพราะงั้น... ผมเลยต้องหาแต้มให้ได้เยอะๆ
เพื่อซื้อยาและเครื่องมือต่างๆช่วยแม่น่ะครับ”
โอวว?
ชินกำหมัดแน่น แววตามุ่งมั่นของเขา
ช่างดูหล่อเหลาและดึงดูดใจสาวออฟฟิศเป็นอย่างมาก
.
“แล้วคุณพ่อล่ะจ๊ะชินจัง?”
พี่อั้มถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
สายตาที่มองดูเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
.
“อ้า… พ่อผมเสียไปตอนช่วงที่พวกมนุษย์จักรกล
บุกออกมาจากประตูมิติระลอกแรกน่ะครับ
ท่านเป็นทหารหน่วยหน้า”
ชินตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่นลึกๆ
.
“โอวว… พี่เสียใจด้วยนะจ๊ะ”
ยิ่งฟังปูมหลังอันโดดเดี่ยวของชิน พี่อั้มก็ยิ่งรู้สึกสงสารจับใจ
ความเป็นแม่ในตัวเธอมันเรียกร้อง
อยากจะเข้าไปโอบกอดปลอบโยนเด็กหนุ่มคนนี้เหลือเกิน
.
“แล้ว... ชินจังมีพี่น้องอีกไหมจ๊ะ?”
“ครับ... มีพี่สาวกับน้องสาว เป็นลูกติดของแม่เลี้ยงน่ะครับ”
.
“แม่เลี้ยง? เห? งั้นตอนนี้ชินจังก็อาศัยอยู่ในบ้าน
ที่มีผู้หญิงล้อมรอบอยู่ตั้งสามคนเลยเหรอจ๊ะนั่น?”
พี่อั้มอุทานพลางทำตาโต อย่างเกินเบอร์!
.
“แหะๆ… พี่อั้มอย่าพูดให้มันดูแปลกๆ สิครับ ฮะฮะฮะ...”
ชินได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนพลางหลบสายตา
ที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างในใจของเขาได้
มันเหมือนกับว่าพี่อั้มมีเซนส์แรงเกินไป?
ว่าเขาแอบ "กินตับ" ทั้งคุณแม่เลี้ยง
และน้องสาววัยใสที่บ้านไปเรียบร้อยแล้ว!
.
“ง่าา… ก็แบบว่า ผู้หญิงสามคน แม่แท้ๆ ก็หลับไม่ตื่น
แล้วต้องใช้ชีวิตอยู่กับพี่ชายหรือลูกเลี้ยงที่หล่อเหลา
แถมยังดูพึ่งพาได้แบบชินจัง...”
พี่อั้มลากเสียงยาวพลางจ้องเขม็ง
.
“โอยยย เป็นพี่ พี่ก็หวั่นไหวแย่แล้วจ้ะ!”
“ง่าา พี่อั้มอะ แหย่ผมอยู่เรื่อยเลย!”
หนุ่มหล่อเอ่ยบ่น กับสาวสวยเหลือเกิน
แต่มีผัวแล้วที่ช่างชอบเต๊าะ!
.
“อื้ม… พี่ไม่ได้แหย่นะชิน พี่ ‘หวั่นไหว’ จริงๆ...”
อึ้ก?
.
ในตอนนั้นเองที่สาวออฟฟิศจ้องหน้าของเขานิ่ง
แววตาของเธอเปลี่ยนจากความขี้เล่น
เป็นความปรารถนาที่หยาดเยิ้มจนมองออกทางสายตา
แสงจันทร์ดวงโตภายนอกส่องมากระทบเรือนร่างอวบอัด
ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดออฟฟิศสั้นๆรัดๆ
ยิ่งทำให้เธอดูเย้ายวนใจเกินพิกัดเป็นหนักหนา
.
“ชินจัง… เอ่อ... จะไม่มาทางนี้เหรอจ๊ะ?”
“เอ๋? ครับ?”
.
พี่อั้มเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเล็กน้อย
แต่กลับขยับกายแยกขาออกกว้าง
มือเรียวตบลงบนฟูกที่นอนข้างตัวเบาๆ
เป็นการเชื้อเชิญที่ชัดเจนยิ่งกว่า
การเอ่ยคำพูดใดๆออกมา!
.
เอื๊อก?
ชินมองภาพเบื้องหน้าเหมือนคนละเมอ
เขาค่อยๆ คลานขึ้นไปบนฟูกเตียงเก่าๆ ตามคำเรียกขานนั้นทันที
สายตาจับจ้องไปที่หน้าอกคู่โตที่สั่นกระเพื่อม
รัวเร็วตามจังหวะการหายใจ
ของพี่อั้มอันแน่นเนื้อน่าเย็ดจริงๆ!?