สายตาเสือร้ายจ้องจนหลี่อวี้ฝูรู้สึกสะท้านเหลียงป๋อหลอกวางหมากทางทิศเหนือทว่าแอบสะสมเตรียมฮุบหมากนางทางทิศใต้หากชายปริศนาที่นางถูกโฉลกไม่บุกขึ้นมากลางเวทีกระดานนี้นางต้องชนะั้แ่ก้านธูปแรกแน่ ถึงจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขามาที่นี่ทั้งที่ไม่มีเทียบเชิญ ยิ่งคิดก็ยิ่งมีแต่เื่ไม่สมเหตุ
หรือเขาเป็โจรกันหากเป็เช่นนั้นก็ดีสิ แต่งงานกับนางแล้วนางจะเสกเขาเป็ผู้มั่งคั่งเอง
แต่ดูเหมือนเขาจะมีเื่บางอย่างกับเหลียงป๋อแน่นอนไม่อย่างนั้นจะมองชายน่ารังเกียจคนนี้ด้วยสายตาเช่นเดียวกับนางได้อย่างไร
ลูกชายผู้มีอิทธิพลหรือหัวหน้านักเลงกันล่ะ
ไม่สิ หากเป็เช่นนั้นนางต้องรู้จักเขาอย่างน้อยต้องเคยเห็นหน้าบ้างแต่นี่เป็ครั้งแรกที่หลี่อวี้ฝูได้เจอชายที่ถูกชะตาขนาดนี้ เขาเป็ใครกัน
“ชายแห่งโชคชะตา…”หลี่อวี้ฝูพึมพำออกมาขณะจ้องตารางเตรียมหาจุดวางหมากที่จะพลิกเกมกลับมาเป็ผู้เหนือกว่า นี่ทำให้เหลียงป๋อแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าคนเช่นนางจะพูดอะไรแบบนี้
“มองอันใด”นางถลึงตาใส่อีกฝ่าย สายตาที่ดูไม่เชื่อสิ่งที่เห็นทำนางรกตาไม่น้อยไม่เคยเห็นคนเจอว่าที่สามีหรืออย่างไร
“มะ…ไม่มี”เหลียงป๋อรีบหลบสายตาทันควัน สิ้นภาพเสือร้ายเมื่อครู่อย่างน่าเศร้า“วะ…วางหมากเถอะ”
เขาแบมือสองข้างเชิงเชิญอย่างนอบน้อมโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากลัวสายตาหญิงผู้นี้ขนาดไหน
หลี่อวี้ฝูหลับตาเรียกสติอีกคราก่อนพินิจพื้นที่เหมาะสมด้วยความจริงจัง หากเหนือใต้เป็ที่อันตรายแต่แฝงแสงสว่างต้องหลอกมาฮุบทางทิศตะวันตก นางเองเพิ่งเห็นเมื่อครู่ว่ามีชัยแอบอยู่ทางทิศใต้หวังว่าฟ้าจะเข้าข้างให้เขาไม่เห็นสิ่งที่นางเห็น
นางวางหมากข้างหมากขาวทางทิศตะวันตกหมากขาวตรงนี้มีประมาณหกถึงเจ็ดตัว ถึงไม่ใช่ที่ที่สำคัญแต่หากนางวางอีกเพียงหมากสองตัวสิ่งที่ไม่สำคัญจะพลิกกระดานและทำเหลียงป๋ออกแตกได้ ภาวนาว่าเขาจะหลงกลยอมทิ้งทิศใต้มาป้องกันตรงนี้
หลี่อวี้ฝูกุมมือมองท่าทีของเหลียงป๋อเขาดูเหมือนนิ่งสงบแต่ดวงตากลับสั่นไหวดั่งพายุกลางทะเล ซึ่งนี่เป็สัญญาณดีของนางยิ่งเขาเริ่มสติแตก สมาธิย่อมไม่คงที่ แก้กลยุทธ์นางไม่ทันเป็แน่
ตากลมโตละจากชายตรงหน้าไปมองตามหาชายแห่งโชคชะตาเรือนต้าเหวยไจเหมือนจะใหญ่แต่ทุกซอกมุมนางรู้จักดีหากเขาจะซ่อนตัวสักมุมหนึ่งคงไม่รอดสายตานางแน่ทว่าเหตุใดหลี่อวี้ฝูถึงไม่เห็นเขาเลยล่ะ ทั้งที่เสียงเปิดปิดประตูก็ไม่ได้ยินเช่นนั้นเขาต้องยังอยู่ในนี้ นางไม่ยอมให้เขาหลุดไปได้แน่
เสียงวางหมากทำให้หลี่อวี้ฝูกลับมาจดจ่อกับกระดานสีเหลืองไข่ปากแดงอิ่มแอบกระตุกยิ้มด้วยความชอบใจ หมากสีขาววางดักทางทิศตะวันตกนั่นหมายความว่าเหยื่อติดกับแล้วขอเพียงโอกาสให้นางวางล้อมทางทิศใต้อีกเพียงสองตัวเท่านั้น
หลี่อวี้ฝูวางเหยื่อไว้ที่กับดักอีกตัวเพื่อให้แน่ใจว่าเหลียงป๋อถูกนางแก้กลได้หมดแล้ว
เหลียงป๋อจับหมากเลือกที่วางด้วยความลังเลสายตาอีกฝ่ายช่างนิ่งเฉยจนเดาใจไม่ได้ สุดท้ายเขาเลือกวางหมากทางทิศใต้ทั้งที่หากวางทางทิศตะวันตก หมากขาวจะกินหมากดำมากถึงแปดตัว
นี่เป็ปรากฏการณ์ที่หลี่อวี้ฝูถึงกับตากระตุกเหลียงป๋อไม่หลงกลนางอย่างนั้นหรือ กลนี้แยบยลกับคนที่สมาธิไม่เต็มร้อยหรือเขาจะรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอกกินที่
นางหลับตาแน่นก่อนพรูลมหายใจเบาๆมือเรียวหยิบหมากไปวางทิศใต้ตามเหลียงป๋อ โชคดีที่จุดที่นางมองกับเขามองต่างกันทว่าหากนางวางตรงนี้ เขาคงต้องวางดักเฉือนชนะไป เหลือบไปมองก้านธูปที่บอกเวลาก็เหลือน้อยนิดแล้วหากหมดเวลาตอนนี้ จะยืดยาวไปแข่งต่อวันพรุ่งนี้ นางอาจเสียท่าเขาได้และหากหมดเวลาตอนที่เหลียงป๋อกินหมากทิศตะวันตกตามคาดเขาจะชนะโดยที่นางยังไม่ทันลงหมากสำคัญ
ซึ่งนางไม่ยอมลดศักดิ์ศรีคุกเข่าให้เขาแน่ดังนั้นต้องสู้สุดตัวสิ
หลี่อวี้ฝูแสร้งเคาะบนโต๊ะพร้อมมองกลุ่มหมากทางทิศตะวันตกด้วยสายตาหวั่นปากเม้มแน่นแสดงอาการว่าอย่าให้เหลียงป๋อสนใจตรงนั้นเลยและเหลียงป๋อเป็คนที่เชื่อในสิ่งที่เห็นเท่านั้นเหมือนอ่านคนออกแต่ความจริงเขาอ่านออกเพียงสีหน้าแต่เื่อ่านความคิดหญิงที่เขาแข่งด้วยยังเหนือกว่าหลายชั้น
ครั้งนี้ไม่ทำเ้าสำนักเหวยฝูผิดหวังเหลียงป๋อที่สมาธิไม่ค่อยคงที่เพราะเดาใจอีกฝ่ายไม่ออกมองแต่ท่าทางของนางที่ดูกังวลทางทิศตะวันตกเหลือเกิน จึงวางตามที่สายตานางมองกระหยิ่มว่าตนได้หมากเพิ่มอีกเจ็ดตัว หารู้ไม่ว่าเขาติดกับพญาจิ้งจอกสาวเสียแล้ว
เป็ผลให้ทุกคนในต้าเหวยไจต่างใกับสิ่งที่เกิดขึ้นประกอบกับธูปที่ใกล้หมดดอก นี่หมายถึงเหลียงป๋อชนะองค์หญิงผิงอันเช่นนั้นหรือ
ทว่ายังฮือฮากันไม่สาแก่ใจเสียงวางหมากขององค์หญิงผิงอันตัวสุดท้ายดังขึ้นพร้อมเสียงประกาศหมดเวลาของเสี่ยวเหวยครานี้ไม่เพียงผู้ชมใแม้แต่เหลียงป๋อเองก็คาดไม่ถึงว่าตนติดอุบายอันแเีของนาง
สายตาอันหวาดหวั่นของหลี่อวี้ฝูกลายเป็สายตาอันนิ่งเรียบที่อีกฝ่ายกลัวขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึงการเฉือนชนะแบบเส้นยาแดงผ่าแปดนางกำลังเก็บหมากเกือบยี่สิบตัวด้วยความสบายใจ เสี่ยวเหวยขึ้นมาเป็ตัวแทนนับคะแนนด้วยความดีใจแม้ยังไม่รู้ว่าชนะด้วยคะแนนเท่าไหร่ แต่เขารู้ว่าอาจารย์แม่ของเขาเก่งที่สุด
เขาใช้เวลานับพื้นที่และตัวหมากบนกระดานทั้งสองฝั่งประมาณหนึ่งในที่สุดผลก็ออกมาอย่างเป็ทางการบนกระดาษ
“สำนักเหวยฝูหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคะแนนสำนักเหลียงคุนหนึ่งร้อยเจ็ดคะแนน!!!”สิ้นเสียงประกาศที่สั่นเครือด้วยความปลาบปลื้มของเสี่ยวเหวยเหล่าคนของสำนักเหวยฝูต่างร้องดีใจ ศิษย์บางคนที่แม้ไม่ได้ลงแข่งยังกอดกันร้องไห้ถือเป็ประวัติศาสตร์อีกหน้าที่องค์หญิงผิงอันเขียนขึ้นมาโดยทุกชีวิตในต้าเหวยไจเป็พยานความสามารถของนาง
แน่นอนว่าเหลียงป๋อที่แพ้เพราะถูกกับดักนั่นทำเขาเจ็บใจเป็อย่างมากชายร่างใหญ่ลุกขึ้นเดินกระแทกเท้าฟึดฟัดออกไปจากต้าเหวยไจโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
“อาจารย์แม่ท่านเก่งมากเลย!” เสี่ยวเหวยจับมือหลี่อวี้ฝูไปแตะหน้าตัวเองที่คล้ายจะร้องไห้ซึ่งนางก็ยิ้มออกอย่างอ่อนโยน เป็ภาพที่หาได้ยากมาก
“ร้องทำไมกันข้าชนะไม่ใช่หรือ?” นางตบไหล่ลูกบุญธรรมด้วยความเอ็นดูในขณะที่แเื่กำลังทยอยลุกขึ้น นางจึงเชิญพวกเขาอยู่ทานอาหารเย็นที่สำนักก่อนซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีมาก
“บอกให้ห้องเครื่องไปจัดการเื่ล้มหมูสั่งเถ้าแก่ซุนเอาสุรามาลงด้วย ให้พอกับแขกของเรา แล้วมาคิดค่าใช้จ่ายที่ข้า”นางสั่งเสี่ยวเหวยโดยสายตามองแขกที่ทยอยออกอย่างถี่ถ้วนทว่ากลับไปเจอชายปริศนาผู้นั้นเลย
หลังเสี่ยวเหวยตื่นเต้นรีบไปแจ้งห้องเครื่องเื่งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของสำนักหลี่อวี้ฝูเดินวนไปวนมาอยู่แถวต้าเหวยไจหลายสิบรอบหรือไปเฝ้าถามทหารหน้าประตูก็แล้ว แต่กลับไม่มีผู้ใดเห็นเขาเลยเหล่าแขกที่นางจับจ้องตลอดตอนแข่งไม่มีชายใดใส่ชุดสีดำ น่าจะหาได้โดยง่ายแท้ๆกลับมีแต่เื่น่าสงสัยเต็มไปหมด
ตอนนี้เหลือเพียงรอคำรายงานจากคนที่ส่งไปแอบดูเหลียงป๋อเท่านั้นหากนี่ยังไม่เจออีก นางคงต้องจริงจังกับการตามหาเขาแล้ว
หลี่อวี้ฝูเดินกอดอกสำรวจทุกมุมในต้าเหวยไจอย่างถี่ถ้วนว่ามีมุมไหนที่นางไม่ทันสังเกตบ้างซึ่งไปเจอเข้ากับมุมขวาหลังสุดซึ่งเป็มุมอับ ดูไปคล้ายจะไม่มีอะไรเพราะมีแผ่นกลอนวางพาดอยู่ทว่าเมื่อมองให้ดีจะรู้ว่าตรงนี้สามารถยืนแอบมองได้ นางจึงลองสวมบทบาทเป็เขามองไปทางที่นั่งเตรียมขึ้นเวทีแข่งซึ่งก็เห็นอย่างชัดเจนคาดว่าสายตาปริศนาที่นางรู้สึกอาจจะเป็เขา แต่นี่ต่างอะไรจากพวกถ้ำมองการเลือกมุมและการซ่อนตัวมิดชิดเช่นมืออาชีพหรือนางต้องให้หมอหลวงที่เก่งเื่บำบัดจิตใจมาช่วยปรับความคิดเขาก่อนสมรสถึงจะถูกชะตาแต่เป็ถ้ำมองก็ไม่ไหวกระมัง
นางเดินไปนั่งตรงโต๊ะแถวหน้าวิเคราะห์เื่เหตุใดชายผู้นั้นถึงขึ้นเวทีมาได้โดยไม่มีใครใหรือเขาเตรียมการกับแขกของนางอย่างดี หากเป็เช่นนั้นจริงสันนิษฐานที่ว่าเขาเป็คนมีอิทธิพลมากก็คงเป็ไปได้แล้วเหตุใดนางถึงไม่รู้จักเขากันล่ะ
ระหว่างที่กำลังใช้ความคิดสายตาของนางเหลือบไปเห็นแผ่นบางอย่างตกอยู่หลังเสา ข้างหลังที่นั่งของเหลียงป๋อจึงรีบเดินไปหยิบมาดู นางมั่นใจว่าตอนเหลียงป๋อลุกไปไม่ได้ทำอะไรตกไว้
‘ค้ำฟ้ายืนดิน’
สี่อักษรสักลงบนป้ายหยกสีขาวธรรมดาแต่หลี่อวี้ฝูกลับคิดว่ามันไม่ธรรมดา ดูมีบางอย่างที่มากกว่าเพียงป้ายหยกสลักกลอนหรือหากป้ายหยกนี้เป็ของชายคนนั้นก็ยิ่งง่ายเพราะบางทีอาจจะเป็ของสำคัญและเขาต้องตามหาแน่ ระหว่างที่หญิงสาวใช้ความคิดอยู่นั้นเองชายที่นางไม่อยากเสวนาด้วยก็มาอีกครั้ง
“ยินดีด้วยคิดว่าจะแพ้เสียแล้ว” หานหย่งเหลียงยกยิ้ม เดินไพล่หลังมาใกล้คู่สนทนา
นางเหลือกตามองด้วยความรำคาญหากมีอำนาจเหนือบิดาเขาก็อยากสั่งให้คนเอาไปเก็บนัก “ขอบใจ”
ก่อนเก็บป้ายไว้ในสาบเสื้อแล้วจะเดินหนีทว่าเขากลับรั้งนางไว้
“จะรีบไปไหนเสียข้ามีเื่จะคุยด้วย”
“เขียนเื่ใส่กระดาษให้เสี่ยวเหวยหากข้าอยากคุยจะให้คนไปตาม” หลี่อวี้ฝูตอกกลับเสียงเย็น แล้วเดินออกไปจากต้าเหวยไจไม่สนใจฝ่ายชายเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว นางคงใช้เวลาทบทวนเื่ของเขานานอยู่พอตัว
หญิงสาวเดินออกมาจากสำนักเหวยฝูพบว่าคืนนี้มีการจัดงานบางอย่างชาวบ้านถึงได้ขายของกลางคืนและประดับไฟจนทั่วเช่นนี้ปกติหลี่อวี้ฝูไม่ค่อยออกมาเดินตลาดกลางคืนเช่นนี้สักเท่าไหร่เพราะคนเยอะและเสียงดังเอะอะน่ารำคาญ แต่พอลองได้เดินก็คิดว่าสนุกไม่น้อย นางค่อยๆเดินพร้อมมองสิ่งรอบกายอย่างถี่ถ้วน บังเอิญสายตาไปต้องกับแผงขายหน้ากากเข้า
หน้ากากไม้รูปจิ้งจอกช่างสะดุดตารูปลักษณ์ดูน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้แต่หลี่อวี้ฝูกลับมองเห็นเสน่ห์ที่ซ่อนไว้ในความเป็จิ้งจอกของหน้ากากชิ้นนี้นางตัดสินใจซื้อและใส่ทันที ทันใดนั้นเอง นางเห็นชายคนนั้นที่กำลังตามหาอยู่ไกลๆเขากำลังเดินออกไปจากตลาด จึงรีบเดินตามไป ภาวนาให้ไม่คลาดกันเส้นทางที่เขาไปนั้นคล้ายไปโรงเตี๊ยมซานปู้ หากนางคาดไม่ผิดต้องเป็โรงเตี๊ยมที่เหลียงป๋อพักอยู่เป็แน่
“โรงเตี๋ยมซานปู้…”หลี่อวี้ฝูพึมพำพลางแอบเดินตามเขา ในหัวคิดหาทางลัดที่จะสามารถไปดักเจอก่อนได้
ในที่สุด์ก็เป็ใจนางคิดเส้นทางลัดออกแล้ว ก่อนไปถึงโรงเตี๋ยมซานปู้จะต้องเข้าตรอกและตรอกนั้นระหว่างทางเชื่อมกับซอยข้างหน้านี้ สมองคิดและรีบไปทันทีระหว่างทางแม้มีความคิดว่าหากเขาเป็คนไม่ดีและฆ่านางจะทำอย่างไรแต่มีเสียงหนึ่งในหัวบอกว่าถึงเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง
จะตายเพราะชายที่ถูกชะตาคนแรกในชีวิตก็ลองดูสักตั้งอย่างไรวันนี้นางก็สร้างตำนานให้ตนเองแล้ว
หลี่อวี้ฝูเดินตามซอยจนทะลุเข้าตรอกในที่สุดนางก็ได้พบเขาเสียที
“ช้าก่อน”นางยกแขนกัน ไม่ให้ชายที่กำลังจะเดินมาผ่านไปโดยง่าย
“เ้าเป็ใครกันแน่?”ชายคนนั้นเอ่ยถามเสียงฉงน เขาหยุดเท้าในความมืดคราแรกหลี่อวี้ฝูคิดว่าผิดคน แต่หากเขาถามเหมือนที่ถามในต้าเหวยไจแสดงว่านางพบถูกคนแล้ว
“เดินเข้ามาแล้วข้าจะตอบ” นางเอ่ยเสียงเรียบ ที่นางยืนอยู่มีแสงจันทร์ส่องหากเขาเดินมาอีกสักเล็กน้อยให้แสงจันทร์ฉายใบหน้าทุกอย่างต้องเข้าที่ดั่ง์วางแน่
ชายปริศนาไม่ตอบแต่เดินมาที่แสงจันทร์ใกล้กับฝ่ายหญิงมากขึ้นเผยให้เห็นชายหนุ่มรูปงาม ตากลมที่ดูเรียวยาวทำให้หญิงสาวยกยิ้มใต้หน้ากากอาภรณ์สีดำขับให้ผิวขาวดูเด่นขึ้นไปอีก ทว่าใต้เงาจันทร์นั้นกลับไร้เงาเขา“ตอบข้ามา”
เขาถามกลับเสียงเรียบที่แฝงความน่ากลัวไว้“เ้าเป็ใคร”
หลี่อวี้ฝูเอียงหน้าพลางกอดอกชายผู้นี้เป็คนที่นางตามหาจริงด้วย แววตาขึงขังเช่นไม่เหมือนคนอื่นใบหน้านี้ล่ะที่ทำให้นางถูกชะตาอยากแต่งงานด้วยั้แ่แรกเจอ“อยากเป็ผู้มั่งคั่งชั่วข้ามคืนหรือไม่?”
สีหน้าชายผู้โชคดีเต็มไปด้วยความสงสัยคาดว่าไม่เคยเจอเื่พิสดารเช่นนี้ “เ้าหมายความอย่างไร?”
“แต่งงานกับข้าสิ”หลี่อวี้ฝูถอดหน้ากากออกพลางย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ดูประหลาดใจเมื่อเห็นหน้านาง “แล้วเ้าจะร่ำรวย”
นางกระตุกยิ้มสายตามั่นใจดั่งสามารถเนรมิตทุกอย่างได้ ประหนึ่งหากเขาอยากเป็เ้าของวังนางก็จะสร้างคฤหาสน์เทียบวังให้เขาเอง