บทที่ 43 ความเป็คน
เล่อเวยทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป เธอยกเท้าขึ้นเตะประตูลานบ้านให้เปิดออก
เสียงดังโครมใหญ่ทำให้ทุกคนในลานบ้านใ การเคลื่อนไหวทั้งหมดหยุดชะงักลงในทันที
เล่อเวยมองไปรอบๆ นอกจากต่งเซียงที่ยืนอยู่กลางลานบ้านแล้ว เธอไม่รู้จักใครในนั้น
หญิงชราที่ดูเหมือนผู้นำกลุ่มเป็แม่สามีของต่งเซียงอย่างแน่นอน และมีชายอีกสี่คน หญิงสองคนยืนอยู่ทางซ้าย เมื่อมองผ่านหน้าต่างบ้านเข้าไป จะเห็นเด็กๆ ที่ดูไม่เล็กนัก
“เวยเวย” ต่งเซียงไม่คิดว่าเล่อเวยจะมาปรากฏตัว เธอะโออกมาด้วยความประหลาดใจ “ทำไมมาอยู่ที่นี่”
“ฉันรอพี่อยู่ คิดว่ามีเื่ ก็เลยรีบมาดู” เล่อเวยประเมินกลุ่มคนเ่าั้ แม้จะมีจำนวนมากกว่า แต่ไม่น่าจะมีใครสู้เธอได้!
“แกเป็ใคร เข้ามาในบ้านของคนอื่นหน้าตาเฉย!”
“ออกไปเร็วๆ เลย อย่าให้พวกเราต้องลงมือ!”
เล่อเวยทำหูทวนลม ให้พวกนั้นลงมือก่อนสิดี
เธอถามต่งเซียง “ลูกชายพี่อยู่ที่ไหน”
ทันทีที่ได้ยินคำว่าลูกชาย ดวงตาของต่งเซียงก็เปลี่ยนเป็สีแดงก่ำเพราะความโกรธ “พวกมันเอาตัวหยางหยางไปซ่อน! ลูกชายฉัน ลูกฉัน!”
“เด็กเป็ลูกของพี่” เล่อเวยบอก ขณะที่มองสถานการณ์ในลานบ้าน “ผู้ชายคนนั้นทำผิดกฎหมาย การแต่งงานโดยพฤตินัยของพี่กับเขาสามารถเพิกถอนได้ในทันที และเด็กคนนี้เป็สิทธิ์ของพี่เพียงคนเดียว”
มีบ้านหลังใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของลานกว้างแห่งนี้ มองดูจากภายนอกน่าจะมีประมาณสามถึงสี่ห้อง และมีบ้านใหญ่อีกหลังอยู่ทางทิศตะวันออก น่าจะมีอย่างน้อยสามห้อง
เล่อเวยวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อตอนเที่ยง ตำรวจเพิ่งรับแจ้งความ ยังไม่ได้เริ่มสอบสวน บ้านสกุลเติ้งรู้เื่นี้ได้ยังไง
มีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว เล่อเวยจำได้ว่าเธอเห็นชายแซ่เติ้งซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์ ร้านอาหารในเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ โดยทั่วไปจะมีโทรศัพท์ติดตั้งอยู่ เขาคงโทรกลับมาที่หมู่บ้านแล้วแจ้งให้ครอบครัวทราบล่วงหน้า
เล่อเวยยิ้มเยาะ ครอบครัวนี้น่ารังเกียจจริงๆ เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แทนที่จะสงสารลูกสะใภ้ทั้งสองคน กลับรีบเอาตัวหลานชายไปซ่อน
เป็บ้าอะไรกันไปหมด นี่เป็สิ่งที่มนุษย์เขาทำกันอย่างนั้นเหรอ
อย่างไรก็ตาม ่เวลาหลังได้รับโทรศัพท์จนถึงตอนที่ต่งเซียงมานั้นห่างกันไม่มาก เล่อเวยไม่เชื่อว่าครอบครัวนี้จะไหวตัวทัน เอาเด็กไปซ่อนทันทีที่รับสาย พวกเขาน่าจะเรียกญาติๆ มาหารือกัน แปลว่าเด็กน้อยเติ้งหยางยังอยู่ในหมู่บ้านนี้แน่นอน
นอกจากนี้ เติ้งหยางเป็หลานชายของยายเฒ่าเติ้ง ตามที่เล่อเวยได้ยินจากต่งเซียงเมื่อชาติก่อน อย่างน้อยในปีนี้ เติ้งหยางก็เป็ผู้ชายเพียงคนเดียวในรุ่นที่สามของตระกูล นางเติ้งรักเขามาก ไม่มีทางที่ยายเฒ่าจะจับเขาปิดปากแล้วมัดเอาไว้อย่างแน่นอน
สาเหตุที่ต่งเซียงะโโวยวายเสียงดังอยู่ในลานบ้าน แต่ไม่มีเสียงเด็กน้อยร้องไห้เรียกหาแม่ดังมาจากห้องไหนเลย อย่างน้อยๆ หูที่ไวต่อเสียงของเล่อเวยก็ยังไม่ได้ยิน แสดงว่าตอนนี้เติ้งหยางไม่ได้อยู่ที่บ้านสกุลเติ้ง
หากเป็ตอนกลางวัน เด็กน้อยอาจจะถูกพาตัวไปที่ทุ่งนาหรือซ่อนไว้บนูเา แต่ตอนนี้เป็เวลาห้าทุ่มแล้ว ถ้าพาไปซ่อนบนูเา พวกเขาคงจะกลัวไปเจอพวกหมาป่าอย่างแน่นอน
เล่อเวยตัดตัวเลือกที่ไม่น่าจะเป็ไปได้ออกอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเหลือเพียงสองทาง ฝากไว้กับชาวบ้านหรือญาติสกุลเติ้ง ความน่าจะเป็ของชาวบ้านนั้นมีน้อย การฝากเด็กไว้ในยามวิกาลทั้งที่มีผู้ใหญ่อยู่บ้านถือเป็เื่แปลกมาก หากมีคนสงสัยแล้วถามเื่นี้ เื่อื้อฉาวของสกุลเติ้งจะกลายเป็ขี้ปากของคนทั้งหมู่บ้านในทันที
จึงมีความเป็ไปได้สูงว่าเติ้งหยางน่าจะอยู่ที่บ้านญาติคนใดคนหนึ่ง!
ใช่แน่ๆ ต้องเป็หนึ่งในชายสี่หญิงสองที่ยืนอยู่ในลานบ้านแห่งนี้!
“ผู้หญิงคนนี้มีสิทธิ์อะไร หยางหยางของเราแซ่เติ้ง เขาเป็ลูกหลานสกุลเติ้ง!”
“ต่งเซียง เธอยังมีความเป็คนอยู่หรือเปล่า มาร้องแรกแหกกระเชอยามวิกาลแบบนี้ เธอกำลังทรมานคนแก่ให้ตายทั้งเป็อยู่นะ!”
“เธอมันใจจืดใจดำ! ทำร้ายทั้งหยางหยาง ทั้งแม่แล้วก็น้องชายของฉัน!”
“พวกคุณมีเหตุผลกันบ้างหรือเปล่า!” หลิ่วไถเฉิงทนฟังต่อไปไม่ไหว คิ้วของเขาขมวดแน่น รูปร่างที่สูงใหญ่ แถมยังมีกลิ่นอายของทหาร บวกกับเสื้อผ้าที่บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา เพราะเมื่อครู่เขาอยู่ในมุมมืด แสงจันทร์สลัวจึงไม่มีใครทันสังเกตเห็น แต่พอเขาก้าวออกมา หลิ่วไถเฉิงจึงดูน่าเกรงขามจนทำให้ชายสองสามคน ณ ที่แห่งนั้นต้องถอยร่นไป
คนสกุลเติ้งะโด่าเล่อเวย แค่เพราะเธอสวมเสื้อผ้าเก่าขาด สภาพเหมือนคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าและดูกลั่นแกล้งได้ง่าย
แต่ตอนนี้พอหลิ่วไถเฉิงก้าวขึ้นมา กลับไม่มีใครกล้าปริปากดูถูกเธอเลยสักคนเดียว!
“พี่ไถเฉิงคะ” เล่อเวยพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ช่วยแกล้งทำเป็ไม่เห็นได้ไหมคะ”
บทที่ 44 ความเกลียดชัง
หลิ่วไถเฉิงตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “คืนนี้มืดมาก ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“ดีค่ะ ตามนั้น”
เล่อเวยละทิ้งความลังเลใจ และเข้าช่วยต่งเซียงในทันที “พี่ต่งไปอยู่กับพี่ไถเฉิงก่อนนะ”
ต่งเซียงไม่รู้ว่าเล่อเวยตั้งใจจะทำอะไร แต่เธอก็เชื่อใจในตัวของเล่อเวยเป็อย่างมาก จึงเดินไปยืนด้านหลังหลิ่วไถเฉิงตามที่เล่อเวยบอก พวกเขาสองคนยืนอยู่ใกล้ประตูทางออกพอสมควร
“แกมาจากไหน นังคนชั้นต่ำ เื่ในบ้านเรา ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแก!”
“ถ้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันหักขาแกแน่!”
ผู้ชายหลายคนะโอย่างเกรี้ยวกราด แต่เพราะหลิ่วไถเฉิงดูเป็คนมีฐานะและมีเกียรติ พวกเขาจึงทำได้แค่ะโ แต่ไม่กล้าก้าวออกมา
ตอนแรก ต่งเซียงอยากด่ากลับไปให้เปิดเปิง แต่พอนึกถึงคำของเล่อเวย เธอจึงทำได้แค่กัดฟัน กำมือแน่นจนปลายนิ้วจิกฝ่ามือ
เธอรอส่งคนทั้งบ้านนั้นเข้าคุกแทบไม่ไหว! ไอ้พวกปลิ้นปล้อน! โจรลักพาตัว!
เล่อเวยสูดลมหายใจเข้าลึก และไม่รีบเคลื่อนไหว การมองเห็นในเวลากลางคืนของเธอดีมาก ถึงแม้แสงไฟในลานบ้านจะค่อนข้างสลัว แต่เธอก็สามารถเห็นตำแหน่งของทุกคนได้อย่างชัดเจน
วินาทีถัดมา เธอก็พุ่งตัวออกไปเร็วดั่งสายฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตอบโต้ เธอก็ทำให้ไหล่ของชายคนที่อยู่ใกล้เธอที่สุดหลุดจากข้อต่อ!
“อ๊าก!” เสียงกรีดร้องของชายคนนั้นดังแหวกผ่านท้องฟ้าที่มืดมิดยามราตรี
เล่อเวยรู้ดีว่า ถึงแม้ฝ่ายนั้นจะกรีดร้องทุรนทุราย แต่สุดท้ายก็แค่แขนหลุด ข้อเท้าแพลง ถึงไปแจ้งตำรวจ ก็ไม่ถึงขั้นาเ็เล็กน้อยเลยด้วยซ้ำ แต่การาเ็แบบนี้กลับสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของคนทั้งลานบ้านได้!
การเคลื่อนไหวของเธอนั้นเร็วมาก จนต่งเซียงเห็นเพียงแค่มือขาวนวลคู่หนึ่งพลิ้วไหวไปมาอยู่ใต้แสงไฟ พร้อมกับเสียงกรีดร้อง และผู้คนในลานกว้างที่ล้มลงไปทีละคน
ยายเฒ่าเติ้งใกลัวจนปากสั่นพูดไม่ออก ได้แต่มองร่างนั้นลอยตรงมาหาเธอ!
เล่อเวยไม่คิดจะข้ามเส้นที่ตัวเองขีดไว้ ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะไม่ทำร้ายคนชราและเด็ก
แต่เธอมีเื่จะถามนางเติ้ง เธออยากถามบรรดาแม่สามีทั้งหลาย!
“คนพวกนั้นเป็ลูกคุณหรือเปล่า”
พอได้ยินคำถามของเล่อเวย ใบหน้าของนางเติ้งก็ซีดเผือด หญิงชราพยักหน้าจนหัวสั่นงันงก
“ถ้าฉันพาพวกเขาไปจนหมด แล้วไม่ให้คุณได้เจอกับพวกเขาอีก คุณจะรู้สึกยังไง”
สมองของนางเติ้งว่างเปล่า จะรู้สึกยังไงน่ะเหรอ ตอนนี้เธอแค่รู้สึกกลัวเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้เป็บ้า ไม่สิ...ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่มนุษย์!
“พรากลูกจากอกแม่ก็เหมือนควักหัวใจคนเป็แม่ออกมา ไม่คิดว่าเขาจะเจ็บบ้างเหรอ”
หลิ่วไถเฉิงขมวดคิ้ว เขารู้สึกประหลาดใจมากตอนที่ได้เห็นเล่อเวยลงมือ และสงสัยว่าเธอเรียนทักษะอันเก่งกาจนี้มาจากไหน บัดนี้ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
เห็นได้ชัดว่า มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเธอ
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเ็ป ชิงชังและเดือดดาลด้วยความโกรธ!
เธอกำลังเดือดดาลเื่อะไร เด็กสาวอายุแค่สิบหก ยังไม่ได้เป็แม่คนด้วยซ้ำ และไม่มีใครพรากเธอไปจากจี่เฟิ่งเสียหน่อย
แต่ความเ็ปที่เธอเปิดเผยออกมานั้นจริงแท้เสียจนหัวใจของหลิ่วไถเฉิงกระตุก!
เขาอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไป กดไหล่ของเธอจากด้านหลัง และยื่นมือออกไปปิดตาของเล่อเวยไว้ “ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรแล้ว”
ร่างกายของเล่อเวยแข็งทื่อ เธอรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมละมุนลอยมาแตะที่ปลายจมูก กลิ่นนั้นทำให้ไหล่ของเธอผ่อนคลาย ความมีเหตุมีผลกลับคืนสู่หัวใจอีกครั้ง
“...ขอบคุณค่ะ” เธอกระซิบ จากนั้นก็คว้าข้อมือของหลิ่วไถเฉิงแล้วะโ “ไปกันเถอะ!”
ทันทีที่ต่งเซียงได้ยินคำนั้น เธอก็รีบะโและวิ่งออกจากประตูหน้าลานบ้านโดยไม่ลังเล พริบตานั้น เล่อเวยวิ่งรุดไปข้างหน้าแล้วคว้ามือเธอเอาไว้ด้วยมืออีกข้าง
เร็วเกินไปแล้ว!
เธอทรงตัวขณะวิ่งไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
โชคยังดีที่ก่อนจะวิ่งไปไกลกว่านี้ เล่อเวยก็หยุดฝีเท้าแล้วหันมาถามว่า “รู้ไหมว่าญาติของสกุลเติ้งอยู่ที่ไหนกันบ้าง”
ต่งเซียงพยักหน้า “พวกเขาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันหมด ฉันรู้จักทุกที่”
“เอาละ” เล่อเวยบอก “ไปพาตัวลูกชายของพี่กลับมากันเถอะ!”