แทซอนกำลังคิดว่าภารกิจที่วรรณภาเอามานั้น มันช่างดูมืดมนเสียเหลือเกิน ให้ถล่มรังัเหรอเธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ หรือไม่ก็ประชดที่ไม่สามารถตบหน้าอเล็กซ์ได้สักฉาด ซึ่งอันหลังนี่น่าคิดสุด เพราะดูคุณเธอจะรื่นเริงซะเหลือเกิน ที่ได้ภารกิจนี้ แต่ว่าทำไมเขาต้องมาเดินต้อย ๆ ตามหลังเธอไปทำภารกิจนี้ด้วย ใครก็ได้ช่วยบอกที...
“แทซอนรีบ ๆ เดินสิพ้นป่านี้ไปก็เป็ถ้ำมายาแล้ว รังัอยู่ที่นั่นแหละ”
วรรณภาหยุดเท้าตัวเองแล้วหันมาเร่งแทซอน ที่กำลังเดินอืด ๆ เป็หอยหากอยู่ข้างหลัง ตอนนี้พวกเขาอยู่ในป่าชิโดเรนที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองโคเรีย เมืองที่ได้ชื่อว่ารวมศิลปะของจีนเอาไว้
“ทำไมมันทึบอย่างนี้” แทซอนบ่นอย่างเสียไม่ได้ เขากำลังจะประสาทกินเพราะความหนาทึบของป่าดงดิบนี่อยู่แล้ว และพอมาถึงตัวของวรรณภาพวกเขาก็ออกเดินทางบุกป่าอีกครั้ง จนแทซอนนึกเข่าอ่อนแทน
“วรรณภา ทำไมไม่ใช้การ์ดปีกเทวดา หรือไม่ก็ทักษะเสริมอะไรก็ได้ที่ทำให้เคลื่อนที่เร็วล่ะ”
“ไม่ได้หรอก เพราะในภารกิจมันระบุไว้ว่าต้องเข้าไปที่รังัด้วยการเดินเท่านั้น วิธีอื่นน่ะมันเข้าไม่ได้แถมยังไม่เห็นทางเข้ากับถ้ำมายาที่เป็ที่สิงสถิตของัแห่งความมืดด้วย” พูดจบวรรณภาก็เร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้นอีกจนเริ่มทิ้งห่างแทซอนอีกครั้ง
“อ๊ากกก!!”
“เป็อะไรแทซอน”
“อย่ามาสนใจผม” เธอมองเพื่อนร่วมทีมที่กำลังทำท่าประสาทกินอย่างปลงตก แล้วผละความสนใจจากเขา ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ
...30 นาที ผ่านไป...
ใบหน้าของแทซอนตอนนี้ดูซีดเซียวไม่ต่างจากผู้ติดตามไปเสียแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าเขาเดินป่านานหรอกแต่เป็เพราะเขาทำสีหน้าเล่นเหมือนเด็ก ๆ ซะมากกว่า ซึ่งวรรณภาดูแล้วก็ได้แต่สั่นศรีษะตลอดทาง สรุปเธอคิดผิดหรือเปล่าที่ให้หมอนี่มาร่วมทำภารกิจด้วยเนี้ย
“ถึงแล้วแทซอน ทำหน้ายังกะไปวิ่งรอบูเามาแน่ะ ถ้าฉันเป็แฟนคลับนายฉันไม่กล้าขอลายเซ็นแน่ ๆ”
เสียงของวรรณภาราวกับเป็หยาดน้ำจาก์ เพราะใบหน้าของนักร้องดังแห่งเกาหลีผู้นี้ดูสดชื่นขึ้นทันตา แต่ประโยคเหน็บแนมที่เธอกล่าวตอนท้ายก็ทำให้แทซอนยิ้มอย่างเ้าเล่ห์นิดๆ
“อยากได้ก็บอกตรง ๆ สิ เดี๋ยวเซ็นพร้อมรูปถ่ายให้เลยก็ได้”
“ขอบใจย่ะ...แต่เซ็นเยอะๆ หน่อยก็ดีหลังคาบ้านฉันรูรั่วเยอะเหมือนกัน”
พูดจบเ้าของฉายานักบวชลึกลับ ก็เดินจ้ำอ้าวเข้าปากถ้ำมายาไป ทิ้งให้แทซอนต้องมองเธออย่างอ้าปากค้าง ก่อนจะรีบวิ่งตามเข้าไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็ไม่วายหาเื่แขวะอย่างสนุกปากตลอดทาง
“นี่เธอ...ลายเซ็นผมมีค่านะ”
“แลกข้าวกินได้มั๊ยล่ะ”
“โห...พูดแบบนี้ไม่เคยดูทีวีล่ะสิถึงไม่รู้จักความดังของผม”
“พอดีว่าฉันเอาทีวีไปทำขารองตู้กับข้าวน่ะ”
“ประชดกันเห็น ๆ จริง ๆแล้วหาโอกาสใกล้ชิดนักร้องดังอยู่ใช่มั๊ยละ”
“ฉันเอาเวลาไปขัดห้องน้ำจะมีประโยชน์กว่านะ”
“โห...ไม่ใยดีกันเลย”
“งั้นนายก็ช่วยหยุดพูดหน่อย นี่เราเข้าใกล้รังมันแล้วนะ”
วรรณภาตัดบท แล้วหันกลับหลังเอามือมาจุ๊ปากเป็สัญญาณให้แทซอนเงียบ ก่อนจะค่อย ๆ ย่องลึกเข้าไปในถ้ำที่เริ่มมืดขึ้นทุกย่างก้าวและกว้างขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่กระนั้นเธอก็มีไฟฉายที่เป็ไอเทมธรรมดา สามารถหาซื้อได้ตาม NPC ที่ขายของชำ ส่องทางพอให้เดินได้อยู่บ้าง และดูเหมือนคนที่ตามมาข้างหลังจะไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด
“ไม่เอา...เธอก็ช่วยคุยหน่อยสิ ผมเดินในป่าเป็ชั่วโมงแล้วนะ คุยกับเซฟมีแต่นายท่านกับครับทั้งประโยค ผมจะประสาทกินอยู่แล้ว”
“ก็เพราะนายเป็พวกขาดความอบอุ่นน่ะสิ”
“ไม่จริง...แฟนคลับผมเยอะออก”
“งั้นก็เชิญนายไปโผกอดเหล่าบรรดาผู้คลั่งไคล้นายซะ”
“ไม่รวมเธอเหรอ”
“ฝันเองเถอะย่ะ แล้วก็ช่วยเงียบได้แล้ว” วรรณภาหยุดเดินไปชั่วครู่ แล้วหันมาปรามผู้ร่วมทีมเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จากนั้นก็ก้าวเท้าต่อไปตามทางที่เริ่มจะขรุขระขึ้นทุกขณะย่าง
“เดี๋ยวสิ เธอไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมตอนประลองจัดอันดับเมื่อ12 ปีก่อนเธอถึงแพ้ผม”
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่านายมีซาตานนี่ แต่ถ้าตอนนี้ละก็ฉันมั่นใจว่าชนะนายแน่”
“ลองดู....” เสียงของแทซอนขาดหายไป เมื่อจู่ ๆ มือของวรรณภาก็มาอุดปากเขาเสียดื้อ ๆ
“เงียบก่อน แล้วมาดูนี่”
เธอบอกแค่นั้นแล้วปล่อยมือออกจากปากของแทซอน แล้วดึงร่างของนักร้องดังให้มาอยู่หลังโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่งกับเธอ ท่ามกลางแสงสลัว ๆ จากไฟฉายที่เธอเอามือปิดไว้ไม่ให้มันเป็ที่สังเกต ก่อนจะชี้มือข้ามโขดหินนั่นไป เพื่อให้แทซอนยืดตัวดูอะไรบางอย่าง
“แม่เ้าโว้ย! รังแตนหรือรังักันแน่”
แทซอนอุทานเสียงเบาอย่างลืมตัว แม้มันจะมืดไปนิดแต่ดวงตาสีแดงก่ำนับร้อยคู่ที่เกาะอยู่ตามผนังถ้ำเบื้องหน้า ก็บ่งบอกได้โดยไม่ต้องอธิบายว่าพวกมันมีมากแค่ไหน
“พวกมันมีประมาณเท่าไหร่” วรรณภาถามเสียงกระซิบ หลังจากที่แทซอนย่อตัวลงมานั่งข้าง ๆ
“ร้อยกว่าตัว เยอะมาก ๆ”
“ทำเป็กลัวไปได้ กองทัพมอนสเตอร์ยังหนักมือกว่านี้อีก”
“ถึงงั้นก็เถอะแต่พวกมันระดับ12 อัพทั้งนั้นนะ แถมัแห่งความมืดก็ขึ้นชื่อเื่ความเร็วด้วย ยิ่งอยู่ในที่มืดยิ่งเข้าทางมันไปใหญ่”
“ก็ถล่มมันอย่าให้มันตั้งตัวสิ...” วรรณภาผ่อนเสียงลงให้เบากว่าเดิมแล้วพูดต่อไป “ขนาดของมันก็ไม่ใหญ่นะรูปร่างก็ไม่ต่างจากค้างคาวด้วย เพียงแต่มีหัวเป็ัพ่นไฟได้แค่นั้น”
“สรุปเธอจะลุยดะว่างั้นเถอะ” หญิงสาวที่มีดีกรีอดีตอันดับที่ 5 พยักหน้าด้วยดวงตาใสซื่อที่จงใจทำขึ้นมาเพื่อบอกกับเพื่อนร่วมทีมว่า นายพูดถูกแล้ว
“เอาก็เอา...เซฟนายอยู่ข้างๆ ผมนะ คอยบอกว่ามีตัวไหนใกล้ผมบ้างอย่าพยายามสู้ล่ะ นายยังระดับน้อยอยู่” แทซอนหันมาสั่งเป็การเป็งานกับผู้ติดตามที่แฝงตัวเงียบๆ อยู่ข้างหลังเขา
“ครับ” มันตอบรับเสียงเบา
“ถ้างั้นพอฉันนับหนึ่งถึงสาม ก็เริ่มได้เลยนะ กวาดให้เรียบและเร็วที่สุดโอเค”
“โอเค”
“1” แทซอนหายใจเข้าจนสุดปอด
“2” เขาเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมแล้วคว้าเคียวคู่ใจขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“3”
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตกระดูกอสูร
ชั่วพริบตาที่วรรณภานับเลขจบ เคียวของแทซอนก็เรืองแสงสีแดงอ่อน ๆ พลันปรากฏวงแหวนเวทย์สีแดงค่อยๆ ขยายจากใต้ฝ่าเท้าของผู้เรียกใช้ทักษะ จนมีขนาดที่แทซอนคิดว่าคงเพียงพอที่จะแสดงผล เขาจึงเปิดอาณาเขตทันที
วิ้ง!
วงแหวนเวทย์อาณาเขตประกายแสงเจิดจรัส และทันใดนั้นการแตกฮือของัแห่งความมืดก็เกิดขึ้น พวกมันเริ่มร้องเสียงดังกันระงม และบินฉวัดเฉวียนไปมาทั่วถ้ำแต่ที่น่าแปลกคือ การเคลื่อนไหวของพวกมันช้าลงกว่าครึ่ง
“ตอนนี้แหละวรรณภา อาณาเขตของเผ่าพันธุ์ผมจะทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลง50%”
แทซอนบอกกับวรรณภา ซึ่งเธอก็พยักหน้าเข้าใจแล้วรีบะโออกจากโขดหินแล้วใช้ทักษะโจมตีัแห่งความมืดทันที และแน่นอนว่าแทซอนเองก็ตามออกไปเช่นกัน
“ข้าแต่เสียงกระซิบของเทวาผู้ปกปักษ์สายฟ้า ข้ามิอาจโค่นล้มศัตรูได้หากปราศจากสายฟ้าฟาด จงมอบสายฟ้าให้แต่ข้า เหล่าเทวาผู้ปกปักษ์สายฟ้า”
ทักษะมนตราเทพสายฟ้า บทที่ 2 เฟกโตรัมลีดิว (สายฟ้าประทาน)
ทันทีที่วรรณภาร่ายบทสวดจบลง จี้ดวงแก้วแห่งเทพที่เธอใส่อยู่ก็ประกายแสงสีทองจ้า ก่อนจะบังเกิดสายฟ้านับสิบสาย ผ่าลงมาจากกลางอากาศรอบตัวของเธอ แล้วปะทะเข้ากับมอนสเตอร์ัแห่งความมืดอย่างรุนแรง แต่พวกมันกลับอึดกว่าที่คิดแถมยังเริ่มมุ่งโจมตีมาที่วรรณภาแล้วด้วย
ตูม!
จู่ ๆ ัแห่งความมืดตัวหนึ่งก็พ่นไฟเข้าใส่เธอ แต่ดีว่าแสงจากวงแหวนเวทย์อาณาเขตของแทซอน มันส่องสว่างพอให้เห็นการโจมตีนั้น เลยทำให้เธอฉากหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด แล้วสวนกลับด้วยทักษะเพื่อปลิดชีพมันทันที
ทักษะเผ่าพันธุ์ หมื่นลำแสง์
วรรณภาะเิลำแสงเส้นเล็ก ๆ ที่เกิดจากดวงแสงสีทองเท่ากำปั้นนับร้อยลูก ส่งผลให้มันพุ่งกระจายปะทะเข้ากับมอนสเตอร์เคราะห์ร้ายทั้งหลาย จนกลายเป็แสงหายไปในที่สุด ซึ่งนั่นมันก็แค่ 10 กว่าตัวเท่านั้น วรรณภายัง้าให้มันตายเร็วกว่านี้อีกเพราะเธอต้องรีบปิดภารกิจโดยเร็ว
“ระวังหน่อยวรรณภาเกือบโดนผมนะ”
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ เกี่ยวจันทรา
แทซอนบ่นอุบให้กับเพื่อนร่วมทีม แล้วหันไปตวัดเคียวฟาดคลื่นพลังซัดใส่ัแห่งความมืดสองสามตัวที่บินมาใกล้เขา ให้กลายเป็แสงสีขาวหายไป
“อยู่ในปาร์ตี้ย่ะ ผลการโจมตีของฉันไม่มีผลกับนายหรอก” วรรณภาหันมาบอกกับแทซอน ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบัแห่งความมืดตัวหนึ่งที่บนโฉบยิงลูกไฟใส่เธอ
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาแห่งนักรบอัคคีผู้กล้าแกร่ง ข้ามิอาจต่อสู้ได้หากปราศจากพลังอัคคีแผดเผา จงมอบพลังให้แก่ข้า นักรบอัคคี”
ทักษะมนตราเทพอัคคีบทที่ 7 คารีมัลเซโตริน (ร้อยธนูไฟ)
พริบตาที่บทสวดถูกร่ายจบ ก็ปรากฏดวงไฟนับร้อยลูกผุดขึ้นรอบกายของวรรณภา ก่อนมันจะยืดออกกลายเป็รูปธนูที่มีไฟลุกโชติ่ และในชั่วขณะนั้นเองมันก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที
ฟ้าว!
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ธนูนับร้อยทะลุเข้ากลางอกของัแห่งความมืดหลายสิบตัว แต่กระนั้นมันก็ยังไม่เป็แสงหายไป วรรณภาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบร่ายบทสวดโจมตีปิดฉากทันควัน เพื่อไม่ให้พวกมันพิฆาตเธอก่อน
ทักษะคัมภีร์หมื่นกุศล เห็นกลีบบัวเป็ใบมีด
ทันทีที่การเรียกใช้ทักษะจบลง ก็ปรากฏกลีบบัวสีชมพูปลิวว่อนทั่วร่างของวรรณภา ก่อนมันจะพัดหมุนวนไปทั่ว แล้วเฉือนร่างของัแห่งความมืดหลายสิบตัว ที่ถูกธนูไฟปักคาอกอยู่ ให้กลายเป็แสงหายไปในที่สุด และไม่ไกลจากเธอเท่าไหร่นัก แทซอนก็กำลังใช้เคียวฟาดัแห่งความมืดที่ถึงฆาตตัวหนึ่งให้กลายเป็แสงไปเช่นกัน
“ข้างหลังครับนายท่าน” เสียงของเซฟเตือนเขาจากข้างหลัง ซึ่งนั่นทำให้แทซอนต้องหันควับไปจัดการทันใด
ทักษะเผ่าพันธุ์ หอกกระดูกเสือ
เกิดแผ่นดินะเืเล็กน้อย แล้วบังเกิดหอกที่ทำด้วยกระดูกขนาดใหญ่ 2-3อันพุ่งขึ้นจากพื้นดินทะลุร่างของมอนสเตอร์ัแห่งความมืดที่คิดจะลอบโจมตีเขา ให้เป็ฝ่ายถูกโจมตีแล้วกลายเป็แสงหายไปซะก่อน
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ คลื่นจันทราฆาต
แทซอนโจมตีต่อเนื่อง เขาพลิกร่างให้หันกลับไปอีกด้านแล้วเหวี่ยงเคียววาดออกมา จนได้คลื่นพลังสายหนึ่งที่คมกริบ แล้วเฉือนร่างของกลุ่มัแห่งความมืดกลุ่มหนึ่งให้กลายเป็แสงไปทันที จากนั้นการต่อสู้และกำจัดัแห่งความมืดก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งแทซอนใช้เคียวตวัดเกี่ยวร่างของมอนสเตอร์ที่เป็เป้าหมายตัวสุดท้ายให้ขาดเป็สองท่อน และกลายเป็แสงหายไป นั่นแหละทั้งเขาและเธอจึงหยุดถล่มรังัแต่เพียงเท่านี้
“ง่ายไปมั๊ย”
วรรณภาถามขึ้นมา ซึ่งแทซอนก็คิดแบบเธอเพราะดูจากชื่อ และความยากของภารกิจแล้วมันไม่น่าจะจบเท่านี้ แต่ดูเหมือนเสียงระบบที่ดังบอกรายละเอียดอย่างถี่ยิบในหัวของเขาในขณะนี้ ก็เป็สัญญาณอันดีที่บอกว่ามันน่าจะจบลงแล้ว และเซฟก็เลื่อนระดับมาเป็มอนสเตอร์ระดับที่ 5แล้วด้วย
“แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้วนี่”
ทักษะเผ่าพันธุ์ คลื่นเสียงวังเวง
แทซอนพูดยังไม่ทันจบ ก็บังเกิดคลื่นพลังสายหนึ่งพุ่งเข้าหาตัวเขา จากห้วงความมืดมิดที่อยู่เลยพ้นแสงจากวงแหวนเวทย์อาณาเขตไป เป็คลื่นพลังที่ปะปนมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่แสบแก้วหู และเขาก็ได้แต่ยืนอึ้งราวกับต้องมนสะกด ซึ่งวรรณภาเห็นดังนั้นแล้วจึงรีบใช้ทักษะออกต้านการโจมตีนั้นเพื่อช่วยแทซอนทันที
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาราชินีแห่งมวลมนุษย์ ข้ามิอาจปกป้องผู้ใดได้ หากปราศจากพลังแห่งปฐีคุ้มครอง จงมอบพลังให้แก่ข้า ราชินีแห่งมวลมนุษย์”
ทักษะมนตราเทพปฐี บทที่ 2 เมโทมอนทูเล (กำแพงศิลาเทพ)
กำแพงหินผุดจากพื้นดินตรงหน้าของแทซอนพอดิบพอดี มันต้านคลื่นพลังเสียงนั่นจนแตกละเอียดไปในที่สุด ซึ่งเซฟก็ใช้่เวลานั้นคว้าร่างของผู้เป็นาย แล้วพาหลบออกไปอีกด้านนั่นแหละแทซอนจึงได้สติ
‘ผู้เล่นแทซอนและวรรณภา สามารถกำจัดฝูงัแห่งความมืดทั้ง 108ตัวได้สำเร็จ บรรลุเงื่อนไขปรากฏมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์ัแห่งความมืดระดับพิเศษ ชั้นขุนนางค่ะ
เนื่องจากเป็ภารกิจต่อเนื่องไม่สามารถยกเลิกได้ค่ะ ผู้เล่นแทซอนและวรรณภาจำเป็ต้องสังหารมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์ัแห่งความมืดตัวนี้ให้ตาย ภารกิจจึงเสร็จสิ้นค่ะ’
เสียงของระบบที่ย้ำเตือนถึงหายนะอันใหม่ที่กำลังคืบคลานออกมาจากเงามืดข้างหน้า กำลังทำให้แทซอนตกอยู่ในภวังค์ตลึงค้างอีกครั้ง จนเซฟต้องสะกิดและกลายเป็เขย่าในที่สุด นั่นแหละจึงทำให้เขาพาใจที่เตลิดไปไกลกลับมาก่อนจะโดนเชือด โดยมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์ัแห่งความมืดระดับพิเศษ ชั้นขุนนาง ที่กำลังแสยะยิ้มให้แทซอนด้วยหัวที่เป็ั แต่ตัวกลับมีรูปร่างเป็มนุษย์ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำทั่วทั้งตัว
“กะแล้วเชียว ว่ามันต้องไม่ง่ายแต่ไม่นึกว่าจะเจอโบนัสพิเศษ”
ทักษะเผ่าพันธุ์ เสียงคำราม
ไม่มีการทักทายจากมอนสเตอร์ข้างหน้า มันอ้าปากค้างแล้วปล่อยคลื่นเสียงที่ทรงพลังกว่าอันก่อน ให้กระจายไปทั่วถ้ำอย่างแสบแก้วหู จนแทซอน วรรณภาและเซฟต้องเอามือปิดหูอย่างทรมาน มิหนำซ้ำคลื่นเสียงที่มันปล่อยมานี้ยังทำให้พลังชีวิตของพวกเขาลดลงได้อีกด้วย ซึ่งถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปมีหวังได้ไปนับสิวบนหน้าของNPC ที่จุดรอเกิดลูกเดียวแน่นอน
“แทซอนใช้ทักษะที่แรงที่สุดโจมตีใส่มันพร้อมกัน”
วรรณภาะโแข่งกับเสียงคำรามเพื่อบอกกับเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของตัวเอง แทซอนพยักหน้าแล้วพยายามยันตัวเองลุกขึ้นจากนั้นก็วนเคียวในมือหนึ่งรอบ แล้วใช้ออกด้วยทักษะตามที่วรรณภาขอทันที
ทักษะคืนชีพเจ็ดิญญานรก ิญญาตัวที่ 7 ซาตาน
สิ้นการเรียกใช้ทักษะ ก็ปรากฏวงแหวนเวทย์สีแดงขนาดใหญ่ ทับกับวงแหวนเวทย์อาณาเขตอันเดิม ก่อนจะปรากฏร่างของซาตาน ที่ค่อย ๆ โผล่พ้นอวดร่างที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงของมัน ออกมาจากวงแหวนเวทย์นั้น ก่อนจะคำรามก้องเหมือนเช่นเคยที่กระทำทุกครั้งเวลาออกมาได้แค่ครึ่งตัว
“แท...ซอน...”
“อย่าพึ่งบ่นนะ ท่านซาตานที่เคารพ ช่วยกำจัดไอ้มอนสเตอร์เครื่องเสียงตัวนั้นก่อน”
ดูเหมือนครั้งนี้ซาตานจะทำตามที่แทซอนขอ เพราะมันหันกลับไปทางที่มอนสเตอร์ที่กำลังปล่อยคลื่นเสียงอันน่าหนวกหูนั่น ก่อนจะอ้าปากที่โอฬารของตัวเองพ่นไฟใส่ทันที
“ตอนนี้แหละ วรรณภา”
ทักษะคัมภีร์หมื่นกุศล ลำแสงส่องธรรม
ตูม!
เกิดะเิขนาดใหญ่ขึ้นตรงที่ฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่ เป็ผลให้เสียงอันน่าหนวกหูนั่นหายไปในบันดล แต่ควันและฝุ่นที่เกิดจากแรงะเินั้น ก็หนาทึบเกินกว่าจะมองเห็นว่าผลของการโจมตีเป็เช่นไร และครั้งนี้ดูเหมือนซาตานจะไม่จู้จี้กับแทซอนด้วย เพราะทันทีที่โจมตีเสร็จมันก็มุดหายเข้าไปในวงแหวนเวทย์ทันที
‘ผู้เล่นแทซอนและไมร่า สังหารมอนสเตอร์ัแห่งความมืดระดับพิเศษ ชั้นขุนนางสำเร็จ ภารกิจถล่มรังัแห่งความมืดเสร็จสิ้นค่ะ สามารถไปรับของร่างวัลได้ที่สำนักงานล่าค่าหัวมอนสเตอร์ค่ะ’
เสียงระบบที่ดังชัดเจนขึ้นในหัวของทั้งสอง เป็ราวกับข้อความจาก์ที่บอกทั้งคู่ได้ทราบว่าการโจมตีเมื่อครู่มันได้ผล ซึ่งนั่นทำให้แทซอนกับวรรณภาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ก่อนจะมองหน้ากัน
“จะว่าไปถ้าเราร่วมมือกัน มอนสเตอร์ระดับพิเศษ ก็ไม่ใช่คู่มือนะเนี้ย” เป็วรรณภาที่กล่าวออกมาในที่สุด จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็หัวเราะร่วนอย่างไม่มีเหตุผล กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ๆ ภายในถ้ำมายาแห่งนี้ ที่มีเซฟยืนมองกิริยาเ่าั้อย่างไม่เข้าใจ
+++++++++++++++++++++++
“ฉันมารับของรางวัลค่ะ”
วรรณภาพูดเสียงใสเมื่อเดินเข้ามาภายในสำนักงานล่าค่าหัวมอนสเตอร์ แล้วมุ่งหน้ามาที่เค้าน์เตอร์โดยที่ไม่รอการต้อนรับจากพนักงาน
“ภารกิจอะไรครับ” พนักงานชายที่อยู่หน้าเค้าน์เตอร์เงยหน้าจากเอกสารที่กำลังเขียนอยู่ แล้วหันมามองหน้าผู้มาติดต่อ
“ถล่มรังัแห่งความมืด”
พนักงานได้ฟังแล้วก็อ้าปากค้าง แล้วเมื่อมองหน้าของผู้มาติดต่อดี ๆก็พบว่าเธอคือคนเมื่อเช้าที่ดันทุรังเอาภารกิจที่ยากที่สุดไป ซึ่งเขาคิดว่าเธอคงจะทำไม่ได้แน่ ๆเพราะภารกิจที่ว่ามันต้องใช้คนอย่างน้อย 10 กว่าคนถึงจะทำสำเร็จ แต่นี่เธอกลับคว้าไปลุ่น ๆ แล้วบอกว่าไปทำกับเพื่อนสองคนก็พอ
“คุณคงจะล้อเล่นใช่มั๊ยเนี้ย ภารกิจนี่ยากมากนะครับ คุณกับเพื่อนแค่สองคนคงทำไม่สำเร็จเร็วขนาดนี้หรอกมั้ง” วรรณภาเบ้หน้าเมื่อไม่ยินแบบนี้ นี่มันดูถูกลูกผู้หญิงอย่างเธอชัด ๆ
“งั้นคุณก็เช็คดูเองสิคะ” กล่าวจบวรรณภาก็กอดอกนิ่ง ๆ มองดูพนักงานคนนั้นเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาตรงหน้า แล้วเช็คอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็เห็นเขามือสั่นอย่างกับผีเข้า ก่อนจะหันมาพูดกับเธออย่างตะกุกตะกัก
“ป...เป็...ป..ไปไม่ได้” เสียงของพนักงานชายนั่นเหมือนขาด่ “ผม...จะ...โอน ร...รางวัลให้เดี๋ยวนี้ละครับ” พูดจบเขาก็กดอะไรบางอย่างลงไปในหน้าจอ สักพักมันก็ดับลงซึ่งเดาว่าคงจะโอนให้เสร็จแล้ว ที่เหลือเธอก็ไปแบ่งกับแทซอนที่รออยู่ข้างนอก
“เสร็จแล้วครับ” พนักงานชายนั่นบอก
“งั้นภารกิจต่อไปฉันเอาไอ้นั่น”
เธอชี้มือไปที่กระดาษแผ่นหนึ่งที่แปะอยู่บนกระดานที่ห่างออกไปไม่ไกลจากเค้าน์เตอร์ ซึ่งทันทีที่พนักงานชายหันไปดูตามมือของเธอก็ต้องตลึงค้างอีกครั้ง เพราะภารกิจที่สองที่วรรณภาหมายปองนั้น มันเป็ 1 ใน 9ภารกิจที่ไม่มีผู้เล่นคนไหนทำได้
“คุณอย่าบอกนะว่าจะทำภารกิจนั่นกับเพื่อนเพียงสองคน”
“ค่ะ”
เธอตอบอย่างมุ่งมั่น แต่พนักงานชายที่นั่งฟังและรับรู้ได้เป็ลมล้มพับไปเสียแล้ว จะเป็เพราะเขาแกล้งหรือเป็จริงวรรณภาก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ เธอไปทำอะไรให้เขาต้องเป็ลมแบบนี้ จะเป็เพราะเธอเลือกภารกิจที่อยู่บนกระดานนั่นเหรอ ต้องไม่ใช่แน่ ๆ เพราะเธอก็แค่จะทำภารกิจ...
ทำลายเมืองต้องสาป...
@@@@@@@@@@@@@@@@@