ตกกลางคืนลูน่ากับหลินชานนอนห้องเดียว แต่มีหมอนข้างกั้นและนอนหันหลังให้กัน เช้าวันรุ่งขึ้นหลินชานตื่นก่อน เขาเลยลุกขึ้นไปอาบน้ำ พอแต่งตัวเสร็จ ก็พบลูน่านอนละเมอ
“พ่อค่ะ พ่อ พ่ออย่าเป็อะไรไปนะคะพ่อ ไม่…..” ลูน่าใตื่นและมีน้ำตาไหล เธอเห็นหลินชานเข้ามาดูเธอ เลยเผลอร้องไห้และเข้าไปกอดเขาอย่างไม่มีสติ
“ลูน่าครับ คุณเป็อะไร ฝันร้ายหรอครับ ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่แล้ว” หลินชานกล่าว
พอลูน่าได้ยินเสียงของหลินชาน เธอก็ตั้งสติได้ รีบผละออกมาจากเขาทันที “ฉันขอโทษค่ะ ฉันฝันร้ายน่ะ คุณอาบน้ำเสร็จแล้ว คุณไปรอข้างล่างเถอะนะคะ”
“งั้นผมไปอ่านหนังสือพิมพ์รอข้างล่างนะครับ” หลินชานกล่าว เพราะรู้ว่าเธอคงไม่ยอมเล่า
ลูน่าเริ่มกังวลว่าเธอเผลอหลุดปากอะไรไปหรือเปล่า แต่เธอก็ี้เีคิด เลยรีบไปอาบน้ำเพื่อให้ตัวเองสบายใจขึ้น
วันนี้เธอแต่งตัวนานมาก จนทำให้หลินชานและสินิทรานั่งรอทานข้าวอยู่นานแล้ว
ลูน่าแต่งตัวแบบสาวหวาน เดินลงมา แทนที่เธอจะนั่งทานข้าวดีๆ เธอกลับปิดตาของหลินชาน แล้วพูดว่า “ทายซิใครเอ่ย” ลูน่าแกล้งหอมแก้มหลินชานเพื่อให้สินิทราหมั่นไส้
หลินชานก็รู้ทันทีว่าลูน่าดำเนินตามแผนการแล้ว เลยร่วมมือกับเธอ “โถ่ที่รัก ยังไงผมก็รู้ว่าเป็คุณ ทานข้าวเถอะครับ วันนี้ผมต้องไปตลาดเพื่อเก็บค่าเช่าแผง”
ลูน่ารีบไปนั่งทานข้าวแล้วแกล้งยิ้มหวานให้สินิทรา จริงๆ มันก็คือการยิ้มเยาะเย้ยนั่นแหละ
เมื่อทั้งสามทานข้าวเสร็จ สินิทราก็ยังไม่ละความพยายาม เธอขอติดตามไปตลาดด้วย จนกระทั่งลูน่าถึงขั้นมองบน ลูน่านับถือในความอดทนของสินิทราจริงๆ หากไม่ติดเื่ข้อตกลงนั่น เธอก็คงยอมล่าถอยให้สินิทราไปแล้ว
ทั้งสามนั่งรถไปตลาดด้วยกัน ลูน่าต้องแกล้งซบไหล่เพื่อความสมจริง สินิทราก็ไม่ยอมแพ้แม้เธอจะนั่งข้างคนขับ แต่เธอก็หันมาชวนหลินชานคุยตลอดทาง จะว่าไปหลินชานกับสินิทราก็คุยกันถูกคอ
ลูน่าคิดในใจว่า “แล้วจะวางแผนกำจัดสินิทราออกเพื่อ”
พอมาถึงตลาด ลูน่าปล่อยให้สินิทราควงแขนหลินชานเดินไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาด ส่วนเธอก็ขอตัวไปหาทีน่าเพื่อขอความช่วยเหลือ
“อะไรนะ ลูน่า แล้วมันจะไม่แรงไปเหรอ ผู้หญิงเขาคงทนไม่ได้หรอก หากให้คนตลาดมาด่าว่าประณามอะไรอย่างนั้น” ทีน่าใที่เพื่อนขอร้อง
ลูน่าเลยแกล้งบีบน้ำตา “แต่ฉันเป็ภรรยาคุณหลินชานนะทีน่า แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับเดินควงหลินชานอย่างหน้าตาเฉย แล้วเธอจะให้ฉันมองหน้าคนอื่นได้ยังไง หรือต้องถูกนินทาว่าเป็เมียน้อยแทน”
“อะ อะ พวกเรายอมช่วยก็ได้ แต่เธอต้องยอมรับผลของมันนะลูน่า” ทีน่ากล่าว
“อื้อ ขอบใจมากเพื่อน” ลูน่ากล่าว
ดังนั้นพอหลินชานเดินมาเก็บค่าเช่าแผงพร้อมกับสินิทรา คนในตลาดก็เริ่มพูดทันที
“เฮ้ย ผู้หญิงอะไรหน้าไม่อาย คุณหลินชานเขามีภรรยาเป็คุณลูน่าอยู่แล้ว ยังจะยุ่งเกี่ยวกับสามีชาวบ้านอีก พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือยังไง หรือหาผัวไม่ได้แล้วน่ะ” แม่ค้าคนหนึ่งพูด
“ใช่ๆ จริงด้วย มายืนควงแขนสามีคนอื่นอย่างหน้าตาเฉย จิตใจทำด้วยอะไร ทำไมไม่เห็นใจผู้หญิงด้วยกันบ้าง” แม่ค้าอีกคนร่วมด้วย
“ไม่ไหวเลยผู้หญิงสมัยนี้ หน้าตาก็สวย ท่าทางก็ดูดีมีตระกูล ทำไมทำตัวแย่แบบนี้ก็ไม่รู้” แม่ค้าอีกคนร่วมสมทบ
สินิทราได้ยินคนในตลาดพากันรุมว่าเธอ แต่มีหรือที่เธอจะยอมล่าถอย “ใครบอกกันล่ะ ฉันเป็ภรรยาตัวจริงของคุณหลินชานต่างหาก ลูน่าต่างหากมาแย่งสามีฉันไป เห็นมั้ยตอนนี้ลูน่าไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ เพราะสู้หน้าใครไม่ได้ ส่วนฉันซึ่งเป็ภรรยาตัวจริงก็ต้องมายืนควงสามีแบบออกหน้าออกตาแบบนี้ไง”
ลูน่าและทีน่ามองตากัน พวกเธอยอมรับในความแข็งแกร่งของผู้หญิงคนนี้จริงๆ อยากจะตบมือให้
ส่วนทางด้านหลินชาน จริงๆ เขาก็อายคนในตลาด แต่การพูดอะไรออกมาในตอนนี้ มันทำให้ผู้หญิงทั้งสองฝ่ายเสียหายทั้งคู่ เขาเลยสั่งให้ลูกน้องเป็คนเก็บค่าเช่าแผงให้ ส่วนหลินชานก็ดึงลากสินิทรากลับที่รถยนต์ทันที
ลูน่าถอนหายใจที่แผนการนี้ไม่สำเร็จ เพราะนึกไม่ถึงว่าสินิทราจะเป็หญิงแกร่งขนาดนี้
ลูน่านั่งรถกลับพร้อมกับหลินชานและสินิทรา เธอเห็นสายตาดุๆ ของหลินชานก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาสำนึกผิด
เมื่อมาถึงบ้าน หลินชานรีบพาตัวลูน่าขึ้นไปที่ห้องนอนทันทีโดยไม่สนใจสินิทรา
**********************************************************
“คุณทำแบบนี้ทำไมลูน่า ไปให้คนในตลาดรุมว่าสินิทราแบบนั้น นี่คุณอยากออกไปจากชีวิตผมมากขนาดนั้นเลยหรอ ยอมทำทุกอย่างโดยที่ไม่นึกถึงจิตใจผู้ใดเลย คุณใจร้ายมากรู้มั้ย” หลินชานกล่าว
“ฉันขอโทษค่ะ ที่ทำร้ายคนที่คุณรัก แต่เธอก็แข็งแกร่งใช้ได้เลยนะคะ แสดงว่าเธอรักคุณจริงๆ ฉันว่าพวกเรามาเลิกแผนการภรรยาปลอมๆ จะดีกว่านะคะ” ลูน่ากล่าว
“เื่ราวมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดลูน่า” หลินชานกล่าว
“ก็คุณไม่ยอมเล่าให้ฉันฟังเองนี่คะ” ลูน่ากล่าว
“เอาเถอะ ผมจะถือว่าคุณทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ต่อไปคุณจะทำอะไรขอให้นึกถึงความรู้สึกของผู้อื่นบ้าง แม้สินิทราพูดจาโต้ตอบกับคนในตลาดแบบนั้น แต่ใจจริงของเธอก็รู้สึกอายและเสียใจมาก” หลินชานกล่าว
“ไม่เมื่อคุณก็เห็นใจเธอ ทำไมคุณไม่ใจอ่อนให้เธอซะทีล่ะคะ” ลูน่ากล่าว
“คุณกลับไปห้องของคุณเถอะครับ ผมยังไม่อยากเห็นหน้าคุณตอนนี้” หลินชานกล่าว
ลูน่ารีบเปิดประตูเชื่อมระหว่างห้องทันที ในใจเธอก็รู้สึกผิด แต่เธอต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้หนีจากหลินชานให้ได้ ลูน่ายังมีแผนช่วยเหลือเ้าพ่อซานกุ้ยอยู่ ดังนั้นเธอจะใจอ่อนไม่ได้เช่นกัน
ปิ่นเพชรในคราบของลูน่านึกขึ้นได้ว่าการจะกลับเมืองไทยจำเป็จะต้องมี passport ลูน่านึกถึงเพื่อนเก่าที่เป็เ้าของผับอยู่ฮ่องกงชื่อว่ามาร์ค
“เป็ไงปิ่นเพชร ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” นายมาร์คกล่าว
“อื้อ ฉันมีเื่จะขอความช่วยเหลือนะ” ปิ่นเพชรกล่าว
“ว่ามาสิ เพื่อเพื่อน ฉันช่วยได้เสมอแหละ” นายมาร์คกล่าว
“ฉันอยากติดต่อทำ passport ปลอมน่ะ นายช่วยพาไปทำได้มั้ย” ปิ่นเพชรกล่าว
“เฮ้ย ทำไมต้องปลอมด้วย ในเมื่อเธอเองก็ทำใหม่ได้นี่” นายมาร์คแปลกใจ
“หลักฐานติดตัวของฉันหายหมดแล้ว และตอนนี้ก็มีคนสวมรอยเป็ฉันอยู่ ฉันจำเป็ต้องใช้ชื่อคนอื่นเข้าประเทศไทยน่ะ นายช่วยฉันได้มั้ย” ปิ่นเพชรอธิบาย
“เดี๋ยวนี้มันตรวจสอบกันง่าย หากไม่ใช่ตำรวจทำให้เพื่อประโยชน์ในการสืบคดี มันยากมากเลย เอาอย่างนี้ฉันมีตำรวจที่รู้จักคนหนึ่ง ฉันจะให้เขาช่วย” นายมาร์คกล่าว
“หวังว่าจะไม่ใช่นายหลินชานนะ” ปิ่นเพชรรู้ว่ามาร์คกับหลินชานเป็เพื่อนกัน
“อ้าวทำไมหรอ เขาเป็ตำรวจที่ดี ให้เขาช่วยก็ได้นี่” นายมาร์คกล่าว
“มีคนอื่นอีกมั้ย ที่ไม่ใช่เขาน่ะ” ปิ่นเพชรกล่าว
“อื้อก็มี เขาเป็ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และเขาก็เป็เพื่อนกับเ้าพ่อซานกุ้ย พ่อของเธอไง” นายมาร์คกล่าว
“นั่นแหละ นายช่วยฉันหน่อยนะ ฉันจะไม่ลืมบุญคุณนายเลยจริงๆ” ปิ่นเพชรกล่าว
“อะอะ เดี๋ยวฉันติดต่อท่านได้แล้วจะรีบโทรกลับหาเธอนะ” นายมาร์คกล่าว
**********************************************************
นายมาร์คพาปิ่นเพชรไปพบกับท่านผู้กำกับ ผู้ซึ่งเป็เพื่อนเ้าพ่อซานกุ้ย
“ทำไมหนูปิ่นเพชรจะต้องทำ passport ใหม่โดยใช้ชื่อว่าลูน่า เข้าประเทศไทยด้วยล่ะ” ผู้กำกับถาม
“หนูขอเล่าตามตรง ในตอนนี้มีคนสวมรอยเป็หนูอยู่ค่ะ ซึ่งมันมีประโยชน์ต่อหนูตรงที่ศัตรูของพ่อจะได้ไม่ต้องตามตัวหนูอีก และหนูจำเป็ต้องหนีศัตรูของพ่อให้ได้ ไม่เช่นนั้นหนูจะไปช่วยพ่อไม่ทัน เพราะศัตรูมีแผนจะฆ่าพ่อหนูค่ะ” ปิ่นเพชรเล่า
“แล้วทำไมหนูไม่ให้ตำรวจช่วยล่ะ” ผู้กำกับกล่าว
“แผนการของพวกมัน มันไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่อาศัยประโยชน์จากที่พ่อหนูเป็โรคหัวใจค่ะ ตอนนี้หนูเข้าไปเตือนพ่อไม่ได้ เพราะพวกมันมีสายคอยรายงานพฤติกรรมของพ่อทุกฝีก้าว ถ้ามันสืบได้ว่าหนูติดต่อด้วยเื่นี้ มันก็จะเปลี่ยนแผนใหม่ ซึ่งถ้าเป็อย่างนั้น หนูคงรับมือมันไม่ได้แล้ว เพราะเดาแผนของพวกมันไม่ออกค่ะ” ปิ่นเพชรกล่าว
“อาเข้าใจแล้ว อาจะช่วยติดต่อเ้าหน้าที่ปลอม passport เพื่อภารกิจสำคัญก็แล้วกัน แต่มีไว้สำหรับเดินทางกลับไทยแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ เอาไปใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้อีก” ผู้กำกับกล่าว
“รับทราบค่ะ” ปิ่นเพชรรับคำ
“งั้นหนูกลับไปก่อนก็แล้วกัน ส่วน passport ปลอม จะฝากนายมาร์คไปให้” ผู้กำกับกล่าว
“ขอบคุณค่ะอา” ปิ่นเพชรกล่าว
ลูน่ารีบกลับบ้านก็พบว่าทั้งหลินชานและสินิทราไม่อยู่บ้านสักคน เธอเลยเข้าใจว่าทั้งสองคนคงออกไปด้วยกัน
สักพักนายมาร์คก็โทรมานัดไปรับ passport ที่ผับคืนนี้
ลูน่าจึงแต่งตัวเปรี้ยว แล้วออกไปที่ผับทันที
**********************************************************
ความเป็จริงหลินชานกับนายมาร์คเป็เพื่อนกัน วันนี้หลินชานขอความช่วยเหลือจากนายมาร์ค โดยการนัดตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาคุยกันที่ออฟฟิซผับของนายมาร์ค เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย
หลินชานจะต้องคุยกันกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวกับพรรคของเ้าพ่อซานกุ้ย และแผนการของว่าที่เ้าพ่อ อีกทั้งยังต้องปรึกษาหารือ จนกระทั่งตำรวจชั้นผู้ใหญ่กลับไปก่อน
หลินชานกำลังกลับออกไป แต่เขาแอบเห็นลูน่าแต่งตัวเปรี้ยวเดินมาที่ออฟฟิซของนายมาร์ค เขาสงสัยเลยแอบไปหลบข้างในก่อน
ปิ่นเพชรเดินมาที่ออฟฟิซอย่างคุ้นเคย เธอเข้ามานั่งรอที่โซฟา หลังจากนั้นไม่นาน นายมาร์คก็เดินตามขึ้นมา เขามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นหลินชานกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงเข้าใจว่าพวกเขากลับกันหมดแล้ว
นายมาร์ครีบยื่น passport ให้ปิ่นเพชรทันที เธอจึงเปิดดูแล้วรีบเก็บไว้ในกระเป๋าข้างในเสื้อเกาะอก
“ฉันไปก่อนนะ พอดีลูกค้ามีเื่ชกต่อยกัน ฉันต้องออกไปเคลียร์ก่อน” นายมาร์คกล่าว
“อื้อตามสบายเถอะ เดี๋ยวสักพักฉันก็จะออกไปแล้วล่ะ” ปิ่นเพชรกล่าว
นายมาร์คพยักหน้าเลยรีบเดินออกไปทันที
ปิ่นเพชรในคราบของลูน่าเดินมาหยิบปฏิทิน เพราะอีกห้าวันก็จะเป็วันเลือกเ้าพ่อคนใหม่แล้ว หลังจากนั้นเธอก็กำลังจะออกจากออฟฟิซไป แต่แล้วเธอเห็นสินิทรากำลังจะขึ้นมาที่ออฟฟิซ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เธอเลยรีบไปหลบก่อน และเป็การบังเอิญที่ลูน่าดันไปหลบบริเวณเดียวกันกับหลินชานพอดี
ลูน่าใมากที่เห็นหลินชาน แต่เขารีบล็อคตัวลูน่าและปิดปากเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียง
“คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะลูน่า ทำไมคุณรู้จักนายมาร์คด้วย” หลินชานยอมเปิดปากลูน่าเพื่อให้เธอพูด
“ฉันไม่บอกคุณหรอก ทีคุณยังบอกไม่ได้เลยว่าทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่” ลูน่ากล่าว
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะคุยอะไรกันต่อ ประตูออฟฟิซก็เปิด สินิทราเดินก้าวเข้ามาแล้วเดินมองหาอะไรบางอย่างในออฟฟิซแห่งนี้ สักพักนายมาร์คก็รีบเปิดประตูเข้ามาเจอสินิทรา
“หลินชานกลับไปแล้ว เขาไม่อยู่ที่นี่หรอก” นายมาร์คพูดเสียงแข็ง
“ฉันไม่เชื่อคุณหรอก บอกมาว่าหลินชานอยู่ที่ไหน” สินิทรากล่าว
“ถามหาชายอื่นต่อหน้าผัวตัวเองได้ยังไง” นายมาร์คกล่าว
“คุณไม่ใช่สามีฉัน นายมาร์ค” สินิทราพูดกระแทกเสียง
“งั้นมาทบทวนความทรงจำหน่อยเป็ไร” นายมาร์คเดินเข้าไปหาสินิทรา
“นายจะทำอะไรน่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียกให้คนช่วย” สินิทราเดินถอยหลัง
นายมาร์ครีบดึงสินิทราเข้ามาจูบ
ลูน่าใกำลังจะออกไปช่วยสินิทรา แต่ทว่านายหลินชานกลับล็อคตัวแน่นขึ้นและปิดปากเธอไว้
“พวกเขาเป็สามีภรรยากันครับ คุณไม่ต้องไปช่วยพวกเขาหรอก” หลินชานกล่าว
ลูน่าพูดไม่ได้แต่เธอขมวดคิ้วด้วยความงง
“พวกเขามีความสัมพันธ์แบบนี้ลับหลังผมมาหลายครั้งแล้ว เมื่อผมรู้จึงเป็ฝ่ายล่าถอยเสียเอง แล้วผมจะเล่ารายละเอียดให้คุณฟัง” หลินชานกล่าว
สินิทราเคลิบเคลิ้มกับรสสวาทที่นายมาร์คมอบให้ ทำให้สินิทรายินยอมพร้อมใจจนเกิดบทบรรเลงเพลงรักต่อหน้าหลินชานและลูน่า
ลูน่าทนดูไม่ได้ เธอเลยหันหน้าไปกอดและซบอกหลินชาน เธอหลับตาเพราะไม่อยากมองภาพน่าอายนั่น หลินชานเข้าใจเลยกอดเธอไว้
“มันจบเมื่อไหร่ คุณก็รีบบอกนะ ฉันเมื่อยแล้ว” ลูน่ากล่าว
หลินชานยิ้มขำในความไร้เดียงสาของลูน่า พอสินิทราและนายมาร์คนอนหลับไปด้วยกันด้วยความเหนื่อยล้า หลินชานจึงสะกิดบอกลูน่าเพื่อย่องและหลบออกจากออฟฟิซไปด้วยกัน
หลินชานพาลูน่าไปที่บ่อน้ำพุที่มีไฟอันสวยงาม ดูโรแมนติกสำหรับคู่รักที่จะมาชมด้วยกัน แต่ไม่ใช่สำหรับหลินชานกับลูน่า
ในตอนนี้ลูน่างงไปหมดแล้วกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ แต่เธอก็รอฟังที่หลินชานจะเล่าต่อไป