23 2-2
ตอนที่ 26 ไสหัวไป!
เหลิงหยุนเจียวพ่นลมหายใจสั้นๆอยู่สองสามจังหวะ จึงค่อยกวาดหางตาปรายมองไปที่เหลิงฉิวหวานอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“หึหึ เป็ดั่งที่คาดคิดไว้จริงๆ สำหรับคุณหนูสามแห่งตระกูลเหลิงแล้ว นางย่อมคิดว่าตนเองมีอำนาจเด็ดขาดเหนือใครๆ”
รังสีจิตสังหารที่เปี่ยมไปด้วยความเหี้ยมอำมหิตฉายผ่านดวงตาสีส้มอ่อนของเหลิงฉิวหวาน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็เย็นะเืขณะกล่าวตอบเหยียดหยันสวนกลับ
“แล้วยังไง? คิดจะเข้ามายุ่มย่ามอีกรึ?”
เหลิงหยุนเจียวกระตุกแส้อสรพิษเพลิงกลับเข้ามือ ใบหน้าเพิ่มความเ็ามากกว่าเดิมหลายส่วน เตรียมจะลงไม้ลงมือต่อในทันที
“จะอย่างไรพวกเราก็นับเป็เครือญาติ เื่บุญคุณความแค้นก็ลืมๆมันไปเสียดีหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนั้น นางถึงกับต้องเลิกคิ้วมองไปทางเหลิงฉิวหวานเจือแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังแสยะยิ้มเย็นกล่าวตอบไปว่า
“ช่างเถิด อย่างไรเสีย วันนี้แส้อสรพิษเพลิงก็ได้เืเ้ามาสังเวยแล้ว ถือว่าเป็ของขวัญที่ข้ามอบให้แก่เ้า”
ก่อนหน้านี้ระหว่างเดินทาง เหลิงเจียวเหนียงเคยพูดราวกับว่า ตนเคยถูกวางยาพิษใส่อาหารมาก่อน ซึ่งั้แ่นั้นเป็ต้นมา ก็เปรียบเสมือนมีหินก้อนใหญ่ั์กำลังกดทับติดอยู่ภายในใจของเหลิงหยุนเจียว
นางจึงย้อนระลึกถึงความทรงจำเก่าๆของเ้าของร่างเดิม จนได้พบว่า ตระกูลเหลิงเคยวางยาพิษลงในอาหารของเหลิงเจียวเหนียงและเ้าของเดิมก็กินเข้าไปมากกว่าหนึ่งครั้ง
ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็ฝีมือของเหลิงฉิวหวานทั้งสิ้น ส่วนเหตุผลและแรงจูงใจนั้นคาดเดาไม่ยาก นางทำไปเพราะ้าตอบสนองตัณหาป่วยๆของตนเองเท่านั้น
บรรดาองครักษ์ยามที่อยู่รอบข้างเห็นว่าท่าไม่ดีแล้ว พวกเขาจึงริเริ่มเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทว่าพริบตานั้น เหลิงหยุนเจียวพลันสะบัดข้อมืออย่างแรงดุจสายฟ้าหนึ่งครั้ง แส้อสรพิษเพลิงพลันกวาดล้างสารทิศตีกระทบกับพื้นดินโดยรอบ จนเศษหญ้าเศษฝุ่นละอองปลิวว่อนแสบตากันไปทั่ว
ก่อเกิดเป็คลื่นแรงอัดอากาศคล้ายวงแหวนพัดกระจายออกไปในทันที ขณะนั้นคือ่เวลาเดียวกับที่แสงจันทรากำลังทอประกายสาดส่องลงมา อาบคลุมทั่วเรือนร่างของเหลิงหยุนเจียว ทำให้นางดูประหนึ่งภูตสีขาวจากปรโลกที่ผุดขึ้นมาลงทัณฑ์เหล่าคนชั่ว
นางหรี่ตาแคบลงเป็เส้นบาง เผยปรากฏรัศมีแรงกดดันอันน่าสะพรึงขุมใหญ่แผ่กระจายออกมาจากเรือนร่าง
ทุกคนที่เหลือล้วนถูกคลื่นแรงกดดันนี้ครอบงำจนไม่กล้าขยับเขยื้อนใดๆอีก
“พวกเ้าสามคน ข้ายังมีเื่ที่ต้องคุยด้วย จงอยู่นี่ก่อน ส่วนที่เหลือไสหัวไปซะ!”
สายตาคู่นั้นของเหลิงฉิวหวานยังคงจ้องเขม็งไปที่แส้อสรพิษเพลิงในมือของเหลิงหยุนเจียวครั้งแล้วครั้งเล่า
ต่อให้จะรู้สึกไม่เต็มใจมากเพียงใด แต่มีหรือที่เหลิงฉิวหวานจะยังกล้ารั้งรออยู่ตรงนี้อีก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่จวบจนตอนนี้ นางก็ยังไม่กล้าปักใจเชื่อ เหลิงหยุนเจียวที่พบเจอในวันนี้คือคนเดียวกับนังสวะที่นางเคยรังแกจริงๆอย่างนั้นรึ?
นางกัดฟันสีขาวดังกรอดด้วยความเจ็บแค้นใจ เปล่งเสียงต่ำสั่งการขึ้นว่า
“กลับ!”
“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนคุณหนูสาม...”
สาวรับใช้ที่ช่วยพยุงช่วยเหลือนางขึ้นมารีบเดินติดตามออกไป แม้ใจอยากจะกล่าวอะไรออกไปสักคำมากเพียงใด แต่ทว่าจำต้องสะดุดเมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นะเืคู่นั้นของเหลิงหยุนเจียว
คล้อยหลังมองดูคนพวกนั้นล่าถอยจากไป เหลิงหยุนเจียวก็กระตุกแส้อสรพิษเพลิงเก็บกลับอีกครา
“พวกเ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
เหลิงหยุนเจียวนำผ้าคลุมสีขาวทึบขึ้นมาปิดบังใบหน้าด้วยท่วงท่าสบายๆ มิได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก
“ขอบพระคุณอย่างยิ่งสำหรับความช่วยเหลือ...”
ชายหนวดเคราเฟื้อมช่วยพยุงร่างอีกสองคนขึ้นมา ทั้งสามแทบจะประคองร่างยืนให้ตรงไม่ไหว แต่ก็ยังพยายามโค้งคำนับเหลิงหยุนเจียวเพื่อแสดงความขอบคุณ
เหลิงหยุนเจียวหยิบยาแก้ปวดกับผ้าพันแผลจากห้วงมิติของระบบห้องสมุดสีดำออกมา และส่งให้พวกเขาทั้งสาม
ชายหนวดเคราเฟื้อมรับมันไว้ และรีบกล่าวขอบคุณซ้ำอีกครั้ง แต่ก่อนจะปริปากพูดอะไรมากไปกว่านั้น จู่ๆก็มีเงาร่างทั้งสองปรากฏกายขึ้นทันควัน ร่างหนึ่งสูงยาว ส่วนอีกร่างสั้นเตี้ย กำลังก้าวย่างผ่านเงามืดออกมา
“แม่จ๋า!”
เหลิงเจียวเหนียงรีบสับขาสั้นคู่นั้นวิ่งไปหาเหลิงหยุนเจียวพร้อมกอดขาของนางไว้แน่น
“แม่จ๋าสุดยอดไปเลย! ทีนี้พวกเราก็ไม่ต้องกลัวคุณหนูสามมารังแกอีกต่อไปแล้ว!”
เหลิงเจียวเหนียงใช้ศีรษะซุกไซ้ไปตามต้นขาของเหลิงหยุนเจียวด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ก้มมองศีรษะน้อยๆที่กำลังส่ายไปมาจาก้า ริมฝีปากบางของนางที่เคยเป็เส้นตรงเรียบ พลันดูผ่อนคลายลงหลายส่วน แอบยิ้มเล็กน้อยและยกมือขึ้นลูบศรีษะน้อยๆของผู้เป็ลูก
“ข้าอยู่นี่แล้ว ต่อจากนี้จะไม่ยอมให้ใครผู้ใดมาข่มเหงรังแกเ้าได้อีก”
โม่เฉินหยวนเดินแช่มตรงเข้ามาอย่างช้าๆ กวาดสายตามองคนทั้งสามคราหนึ่ง น้ำเสียงที่ดังฟังชัดราวกับหยกผสานกับรัศมีความสง่างามอันยากจะต้านทาน
“พวกเ้าสามคน เราเพิ่งช่วยชีวิตพวกเ้าไปแท้ๆ ไม่คิดจะมีสิ่งใดตอบแทนหน่อยรึ?”
ทั้งสามคนรู้สึกตกตะลึงไปชั่วขณะ ฝ่ามือหนาใหญ่ของชายหนวดเคราเฟื้อมที่กำลังถือผ้าพันแผลกับยาแก้ปวดถึงกับสั่นเทารุนแรง
สตรีในกลุ่มนางนั้นรีบหันมากล่าวขอร้องและขอโทษเหลิงหยุนเจียวทั้งน้ำตา น้ำเสียงช่างแหบแห้งสิ้นหวังนัก
“นายหญิง สิ่งของมีค่าทั้งหมดของเราล้วนถูกคุณหนูสามตระกูลเหลิงขโมยไปจนหมดแล้ว ตอนนี้เราไม่มีอะไรติดตัวเหลืออยู่เลย!”
ด้วยมือไม้ที่สั่นเทาคู่นั้น นางหันไปหยิบยาแก้ปวดกับผ้าพันแผลไปจากมือของชายหนวดเคราเฟื้อม และเดินตรงไปหาเหลิงหยุนเจียวทันที