ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 49 : ข้าจนเกินไป

    ...


    วันต่อมา


    "พี่สาวอีซิน ซีหานได้เงินเท่าไหร่เหรอขอรับในเดือนนี้" เซี่ยซีหานพูดอย่างร้อนรนแม้จะอยู่ในช่วงกลางเดือนเท่านั้น


    "พี่สาวแลกเป็นเงินบูลนี่ให้เจ้าหมดแล้ว ทั้งหมดที่เจ้าได้คือ 130 บูลนี่ นายป้อมถางขึ้นค่าจ้างให้เจ้าเป็นพิเศษเลยนะ"


    เซี่ยซีหานยิ้ม ก่อนจะรีบหอบเงินบูลนี่เดินกลับไป


    ...


    ในบ้านของเจียตัว บนบ้านปล่องไฟระอุ


    ตอนนี้เจียตัวนั่งอยู่นิ่งๆ ข้างหน้าต่าง สีหน้ามีความเศร้าแฝงอยู่ ร่างกายเจียตัวผอมลงไปมาก ในมือของเขามีสุรา ด้านข้างเจียตัวตอนนี้มีบุรุษใส่ชุดหรูหราของดินแดนนี้อยู่ใกล้ๆ มือของชายผู้นี้สัมผัสไปกับหน้าอกของเจียตัว ก่อนจะยกไปประคบที่ด้านข้างศีรษะทั้งสอง ในระหว่างที่มือสัมผัสเจียตัว ด้วยดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณ เซี่ยซีหานเห็นการไหลของพลังโอน่าอันนุ่มนวลที่เข้าไปเยียวยาร่างกายของเจียตัว


    "ท่านหมออาการของท่านพ่อเจียตัวของข้าเป็นอย่างไรบ้างขอรับ" เซี่ยซีหานถามอย่างร้อนรน


    "มันแย่กว่าที่ข้าคิด เส้นประสาทภายในเขา เกิดการอักเสบและมันกำลังจะแข็งตัวเป็นก้อนเนื้อเน่ามีพิษ (มะเร็ง) ข้าอาจจะจำเป็นต้องควักลูกตาของเขาทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของเขาในอนาคต แต่ถ้าทำเช่นนั้นตลอดชีวิตของเขาจะไม่มีโอกาสมองเห็นอีกตลอดไป"


    เซี่ยซีหานร่างสั่นเทา


    "ข้า... ข้ามีเงินบูลนี่จำนวนมาก ข้ามีมันห้าร้อยบูลนี่ ท่านหมอ!!! ท่าน..." เซี่ยซีหานยังพูดไม่จบ ท่านหมอผู้มีทักษะผู้วิเศษระดับต่ำก็พูดแทรกทันที


    "เด็กน้อยเงินไม่มีความหมาย นี่คือขีดจำกัดของการแพทย์ของข้า ข้าไม่ใช่ผู้วิเศษที่แท้จริง เป็นแค่นายแพทย์และผู้วิเศษระดับฝึกหัด ที่มีทักษะที่ช่วยรักษา ข้าทำได้ดีที่สุดเพียงแค่นี่ นั่นคือประคองและรักษาอาการของนายช่างเจียไม่ให้แย่ไปกว่านี่ วิธีที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้อย่างที่ข้าเคยบอกไว้ ให้เจ้าเก็บเงินและเดินทางไปหาผู้วิเศษที่แท้จริงช่วยรักษา นายช่างเจียตัวจึงอาจจะมีโอกาสมองเห็นได้อีกครั้งและหายอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้น ก็ต้องไปหาโอสถวิเศษจากนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูง ซึ่งข้าไม่มีศักยภาพเช่นนั้นจริงๆ"


    เจียตัวหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น


    ก่อนจะพูดปลอบใจเซี่ยซีหานที่ทำงานหนักตลอดสองปี


    "เด็กดีอย่างได้กังวลทุกอย่างคือโชคชะตา"


    "ไม่ท่านพ่อ ท่านเหมือนพ่อแท้ๆ ของข้า ข้าปล่อยให้ตาของท่านบอดไม่ได้ หากข้ารู้ว่ามีทางรักษา" เซี่ยซีหานพูดไปก็เอามือเช็ดน้ำตาของตัวเองไป ก่อนเขาจะลุกขึ้นและเดินไปส่งท่านหมอ


    ...


    เมื่อท่านหมอจากไป เซี่ยซีหานมันก็เริ่มคิดกับตัวเอง


    'หรือข้าต้องออกไปเผชิญโลกด้วยตัวเองแล้ว'


    กลับบ้านหลังน้อยของตัวเอง เซี่ยซีหานรีบไปนั่งที่โต๊ะ เขาหยิบหนังสือสำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุขึ้นมา บนโต๊ะนั้นตลอดสองปีเซี่ยซีหานไม่เคยหยุดฝึกฝนการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเลยในช่วงค่ำ แต่เขากลับติดปัญหาหนึ่งที่สำคัญ


    "ข้าจนเกินไป" เซี่ยซีหานคล้ายอยากจะร่ำไห้ แม้มันจะทำงานหนักมาก และหาเงินได้ต่อเดือนมากกว่า 100 บูลนี่ แต่นั้นก็ไม่พอที่จะโถมทับหลุมดำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า 'นักเล่นแร่แปรธาตุ' ได้


    หากจะให้เซี่ยซีหานให้นิยามคำว่า นักเล่นแร่แปรธาตุว่าอะไร สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ 'นักเคมีปรุงยา' หากเซี่ยซีหานทะลุมิติไปในโลกของเทพเซียน ที่ฝึกลมปราณมียอดจอมยุทธ์ในนวนิยายอะไรพวกนั้น 'นักเล่นแร่แปรธาตุ' คงนับเป็นเส้นทางของเหล่าเทพโอสถอะไรประมาณนี้


    แต่ที่โลกใบนี้เขาเรียกสาขาอาชีพนี้ว่า 'นักเล่นแร่แปรธาตุ' มันมีอะไรให้เรียนรู้มากกว่าที่เซี่ยซีหานคิด นี่ไม่ใช่การเอาสารสกัด เอ บี ซี ดี มาผสมกันแล้วก็จบๆ ไป แต่มันยังมีท่วงทำนองของการกลั่นสกัด ผ่านอุปกรณ์ที่หลายหลาก มันหลากหลายจนเซี่ยซีหานปวดหัว


    โต๊ะของเซี่ยซีหานเต็มไปด้วยเครื่องแก้ว ที่ชั่ง สกัด กลั่นมากมายหลากประเภท


    เซี่ยซีหานมันเอามือลูบหน้าตัวเองและบ่นอย่างน่าสังเวช "ทำไมมันถึงไม่เหมือนในนิยายที่ข้าเคยอ่านเลยวะ พระเอกพวกนั้นแค่มันมีหม้อหลอมโอสถห่าเหวสุดเทพอะไรสักอย่าง เพียงแค่อันเดียว อันเดียวจริงๆ แมร่งก็หลอมโอสถกันสำเร็จแล้ว แต่ทำไมตัวข้า"


    ซ่าาาาาาาาาาาาาาาา


    เสียงไหม้และกลิ่นที่คุ้นเคยปรากฏ


    เซี่ยซีหานเอาลูบหน้าอีกครั้ง มันเสียเงินไป 5 บูลนี่ กับความล้มเหลวในการหลอมกลั่นน้ำยาบำรุงร่างกาย


    แต่สิ่งที่น่าดีใจ ในความล้มเหลว


    - [ทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 1 : 10.11% ฝึกหัดแปรธาตุ + 0.3%] -

    - ["จงเรียนรู้จากความล้มเหลว นักเล่นแร่แปรธาตุที่แท้จริง ผ่านความล้มเหลวมานับร้อยนับพันครั้ง บางครั้งสูตรน้ำยาง่ายๆ แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด นักเล่นแร่แปรธาตุที่แท้จริง จะสามารถกะส่วนผสมที่สมบูรณ์จากพืชสมุนไพรต่างๆ ได้เพียงแค่ใช้ดวงตา การสัมผัส ดมกลิ่น หรือการใช้ลิ้นแตะเบาๆ เด็กน้อยเจ้ายังเยาว์วัยกับศาสตร์นี้ และจงอย่าเศร้าใจไป เจ้าพึ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น เป็นที่รู้กัน แม้แต่ในขั้นผู้ฝึกหัดก็ใช้เวลาหลายปีกว่าจะบรรลุ"] -


    "0.3% แลกกับห้าบูลนี่ นี่ขนาดตอนนี้ข้านับเป็นอัจฉริยะ สมองเหมือนมี 8 คอร์ 16 เทรน์ จะคิดอะไรก็ไวฉิบหาย แต่ข้าก็ยังล้มเหลวบ่อยถึงขนาดนี้ เชี่ยแมร่งยากกว่าที่คิด" โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ ตัวมันนั้น นับว่าเร็วมากแล้วในการเรียนรู้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ


    ปัญหาของเซี่ยซีหานคือ ความยากจน ทำให้การเตรียมวัตถุดิบในการทำซ้ำทำได้น้อย ต่างกับนักเล่นแร่แปรธาตุจากตระกูลใหญ่ พวกเขามักให้การสนับสนุนสิ่งนี้แก่คนในตระกูลอย่างเต็มที่ พวกเขาสามารถล้มเหลวเป็นสิบครั้งหรือร้อยครั้งได้ในวันเดียว แต่เซี่ยซีหานผู้ยากจนกับไม่ใช่


    นอกจากนั้นอีกปัญหาหนึ่งนั่นคือ เซี่ยซีหานขาดครูที่ดี


    ในบันทึกของเด็กชายเสี่ยวหรุ่ยขนมเปี๊ยะทองคำของเซี่ยซีหานนั้น บทต้นของทักษะการเล่นแร่แปรธาตุเขียนไว้อย่างผิวเผิน โดยเฉพาะในส่วนของขั้นตอนการเล่นแร่แปรธาตุ


    คล้ายกับว่าสิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่คุณควรรู้ หรือควรได้รับคำแนะนำ ก่อนจะเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้


    แต่ส่วนที่น่าอัศจรรย์ของหนังสือเล่มนี้คือ มันมีสูตรและวิธีหลอมน้ำยาหรือโอสถคุณภาพสูงต่างๆ มากมาย และยังได้ระบุข้อมูลสมุนไพรที่จำเป็นอย่างละเอียด เอาไว้เกือบจะทั้งหมดของโลกใบนี้ หรือแม้แต่โลกปีศาจ นรก ดินแดนใต้สมุทร


    ถ้าหากมีนักเล่นแร่แปรธาตุคนใดเห็นหนังสือเล่มนี้ แม้แต่ 'นักเล่นแร่แปรธาตุเก้าขวดยา' พวกเขาก็ยังปรารถนาจะแย่งชิงมัน


    และนักเล่นแร่แปรธาตุเก้าขวดยาคืออะไร ในวงการนักเล่นแร่แปรธาตุก็เหมือนกับวงการอื่นๆ พวกเขามีการวัดระดับความสามารถของนักเล่นแร่แปรธาตุเอาไว้ เช่นระดับ 1 คือ นักเล่นแร่แปรธาตุฝึกหัด ส่วนระดับ 9 คือ นักเล่นแร่แปรธาตุระดับปรมาจารย์


    ในหนังสือนักเล่นแร่แปรธาตุระบุไว้ ตำนานแห่งนักเล่นแร่แปรธาตุนั้นคือ นักเล่นแร่แปรธาตุสิบสองขวดยา


    ซึ่งไม่ต่างจากช่างตีเหล็ก ที่เมื่อเจ้าแข็งแกร่งและไปจนถึงระดับสูงสุด เจ้าจะเป็นช่างตีเหล็กที่มีรูปค้อนตีเหล็กสิบสองอัน


    ตรงข้ามกับเหล่านักรบหรือนักสู้ ที่มีวรยุทธ์หรือทักษะศิลปะการต่อสู้ จำนวนดาบของพวกเขาไม่ได้ถูกจำกัดไว้ที่สิบสองดาบ แต่มีถึงยี่สิบสี่ดาบ ซึ่งนักรบยี่สิบสี่ดาบคือ นักรบระดับตำนาน ว่ากันว่า พวกเขาฆ่าได้แม้แต่เทพเจ้าหรือราชาปีศาจจากนรกโลกันตร์ เซี่ยซีหานได้ยินเรื่อง 'นักรบยี่สิบสี่ดาบ' นี้ จากเหอหมิ่นนักรบอาวุโสผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะการต่อสู้ แน่นอนว่านี่คือเรื่องเล่าและตำนานเล่าขาน


    ...


    ครู่หนึ่งเซี่ยซีหานมีสีหน้าเศร้า มันนึกถึงเจียตัวที่อาจจะต้องควักลูกตา


    "ข้าอยู่เฉยไม่ได้ ข้าต้องช่วยพ่อของข้า ข้าจำต้องออกจากที่นี่เพื่อเสาะหาวิธีช่วยเจียตัว"

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน