‘นี่เรามาเจอคนดีหรือคนไม่ดีกันล่ะเนี้ย หรือว่าเราจะหนีเสือปะจระเข้’
ศุภิสราเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากัน เหลือบแลสายตาแอบมองร่างแกร่งที่พาเธอมาอยู่ที่ห้องของเขา
เธอไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่เขายื่นคำพูดเด็ดขาดว่าเธอเป็ของเขาแล้ว กลุ่มคนที่หลอกลวงเธอ ก็ล่าถอยไปโดยไม่ติดใจเยื่อแย่งเธอไปอีกเลย เธอจึงอดแปลกใจไม่ได้ แต่ความแปลกใจก็มีความดีใจอยู่มิใช่น้อย
แต่พอมาตอนนี้ เธอชักจะหวาดระแวงผู้ชายตัวโตคนนี้เข้าให้แล้ว เมื่อคิดไปถึงตอนที่กลุ่มคนที่หลอกลวงเธอมา ยอมเขาง่ายๆ หากจะคาดเดาเอาเอง เขากับผู้ที่เป็เ้านายของกลุ่มคนที่หลอกลวงเธอมานั้น พวกเขาต้องรู้จักกันเป็แน่ และคนคนนั้นคงจะหวั่นเกรง ผู้ชายตัวโตคนนี้เอามากๆ จนไม่คิดที่จะต่อกรด้วย
“มีอะไรจะพูดจะถามก็พูดมาสิคนสวย เอาแต่มองอยู่นั่นแหละ”
โดมินิครับรู้ที่ศุภิสราแอบมอง พอสั่งการลูกน้องเสร็จสรรพ ลูกน้องของเขาเดินลับหายออกไปแล้ว เขาก็หมุนตัวกลับมาก้มมองใบหน้าสวยหวานในระยะใกล้ พร้อมกับพูดอย่างรู้ว่า เธอกำลังแอบจ้องมองเขาอยู่นานแล้ว
“ขอบคุณที่ช่วยฉันจากพวกนั้น ฉันจะไม่ลืมบุญคุณที่คุณช่วยฉันในครั้งนี้เลย”
ศุภิสราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ประหม่าทุกครั้งที่มองสบประสานสายตากับดวงตาสีนิลวาวคู่นี้ เธอยอมรับตรงๆ ว่าเธอสู้สายตาคู่นั้นไม่ได้เลยจริงๆ จนต้องแสร้งมองไปทางอื่น ขณะที่พูดขอบคุณเขา ถึงปากบางจิ้มลิ้มจะพูดขอบคุณ แต่ภายในใจดวงน้อยก็ยังหวาดหวั่น เกรงกลัว ว่าจะเป็อย่างที่เธอคิดก่อนหน้านี้
“.........”
โดมินิคหรี่ตามองใบหน้าสวยหวาน ั้แ่หน้าผากนูนเนียนใส ดวงตากลมโตคู่สวยที่มีขนตาเป็แผงหนายาวงอน นี่หากเธอแต่งหน้า เขาจะคิดว่าเป็ขนตาปลอมอย่างแน่นอน
ดวงตาคมกริบเลยลงมาที่จมูกโด่งรั้น ไหนจะปากบางจิ้มลิ้ม ที่เข้าเห็นครั้งแรกก็อยากจะลิ้มลองแล้วนั้น มัน่เป็ที่พึงพอใจเขาซะนี่กระไร หากว่าเขาได้เห็นทั้งหมดในตัวเธอ เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาจะพึงพอใจไปมากกว่านี้หรือเปล่า
“คะ!?”
ศุภิสราเลิกคิ้วโก้งโค้งคู่สวย แล้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางอมยิ้มอย่างมีเลศนัย หัวใจดวงน้อยที่เต้นอยู่ที่หน้าอกด้านซ้าย ก็พลันเต้นแรงคร่อมจังหวะการเต้นปกติ เธอหวาดหวั่นต่อสายตานั้นเหลือเกิน ราวกับมีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้น
“หึหึ!!... ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ที่ฉันช่วยเธอ ฉันก็บอกแล้วว่าพอใจในตัวเธอ และนับแต่วันนี้เป็ต้นไป เธอคือผู้หญิงของฉัน และจะต้องอยู่กับฉันที่นี่”
โดมินิคยื่นมือใหญ่ทั้งสองข้างไปยันพนักโซฟา โดยมีศุภิสราอยู่ตรงกลาง เหมือนเป็การโอบกอดเธอกลายๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มก้มลงมาใกล้ๆ ใบหน้าสวยหวาน จนเธอััได้ถึงลมหายใจร้อนๆ นั่นทำให้เธอยิ่งเกิดความประหม่า แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะออกจากตรงนี้ได้
อ๊ะ!!!!!!......
O_O”
และยิ่งเขาบอกเธอชัดถ้อยชัดคำ ว่าเธอเป็ผู้หญิงของเขา ก็ทำให้ประหม่า ใ หวาดหวั่น จนไม่รู้ว่าความรู้สึกไหนมันมากน้อยกว่ากัน และทำให้เห็นลางๆ แล้วว่า เธอคงจะหนีเสือปะจระเข้เป็แน่แล้วงานนี้
“มะ ไม่นะ ฉันไม่คิดจะขายตัว ไม่คิดจะเป็ผู้หญิงของใครนะ คุณจะมาบังคับให้ฉันเป็ผู้หญิงของคุณ โดยที่ฉันไม่ยอมไม่ได้”
ศุภิสราพูดเสียงแข็งกร้าว ยกมือเรียวเล็กขึ้นไปผลักไหล่แกร่ง ไม่ให้เขาขยับเข้ามาใกล้เธอมากกว่านี้ เธอสู้อุตส่าห์หนีพวกที่หลอกลวงเธอมาขายตัวได้แล้ว ยังจะมาเจอซ้ำเดิมเช่นนี้อีกเหรอ เขาไม่ได้เป็คนดีเลย ที่แท้เขาก็หวังผลในตัวเธอเช่นคนพวกนั้นนั่นแหละ
“ไม่ยอมเป็ผู้หญิงของฉันอย่างงั้นเหรอ?... ได้!!...... งั้นฉันจะส่งตัวเธอกลับไปให้พวกนั้น รับรองว่าเธอจะไม่ได้มีฉันเพียงแค่คนเดียว จะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเลยล่ะ ที่จะเข้ามาแวะเวียนเชยชมตัวเธอ อยากจะให้เป็อย่างนั้นก็ได้ แล้วแต่เธอ”
โดมินิคดึงมือใหญ่กลับ ยืดตัวยืนตรง ดวงตาสีนิลวาวมองใบหน้าสวยหวานเป็ประกาย ด้วยความโกรธกรุ่นไม่พอใจที่เธอไม่ยอมเขาแต่โดยดี อันตัวโดมินิคเองก็ไม่คิดจะขืนใจผู้หญิงซะด้วย เพราะปกติเขาก็ไม่ต้องขืนใจใครอยู่แล้ว เพียงแค่เขากระดิกนิ้ว ผู้หญิงก็วิ่งเข้ามานอนรอท่าบนเตียงแล้ว
โดมินิคพูดจบก็เดินลงส้นหนักๆ ออกไปจากห้อง ไม่สนใจจะรับฟังอะไรจากศุภิสราอีก ปล่อยให้ศุภิสรานั่งทำหน้าตื่นตระหนกใอยู่ตรงนั้นเพียงคนเดียว
ศุภิสราไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี จะหนีไปจากที่นี่รึก็ไม่ได้ เธอจะหนีไปไหนได้ล่ะ เรือวิ่งอยู่กลางทะเลอย่างนี้ ความหนักใจ กลัดกลุ้มใจ จึงบังเกิดขึ้นกับเธออีกแล้ว
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑
เอาแล้วมั้ยล่ะ...... สุจนมุมอีกแล้ว แล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้ มาติดตามลุ้นกันในตอนต่อไปนะคะ................. ^_^ ^_^ ^_^ ^_^