ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง

    ตอนที่ 56 ฮั่วหนานอันไม่รู้ความผิดของตนเอง

            การปลดปลาออกจากอวนของฮั่วหนานอันดูคล่องแคล่วกว่าแต่ก่อนมาก และยังสนิทสนมกับคนในหมู่บ้านจนสามารถพูดคุยกันถูกคอ

            “ปีนี้ที่นาของท่านได้ผลผลิตดีหรือไม่ขอรับ”

            “ผลผลิตในแต่ละปีได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น เสียภาษีให้กับทางการก็เหลือแทบไม่พอกิน โชคดีที่หมู่บ้านอยู่ติดทะเล จึงได้เงินจากการออกหาปลามาประทังชีวิตให้อยู่ต่อได้”

            “ในเมื่อเหลือเพียงน้อยนิด เหตุใดพวกท่านถึงยังปลูกข้าวกันอยู่”

            “ถ้าไม่ปลูกข้าว พวกข้าก็ต้องซื้อทุกอย่าง เหลือน้อยยังดีกว่าไม่เหลือ” เงินที่ได้จากการทำประมงมิได้มากแต่อย่างใด ชีวิตของชาวบ้านในแถบนี้มักอยากลำบากเช่นนี้แล

            “ท่านพี่ฮั่ว ท่านดื่มน้ำก่อนเถิด” หลันฮวาแบ่งน้ำที่นางต้มมาให้กับบิดาและพี่ชายให้แก่ฮั่วหนานอันดื่ม

            “ขอบคุณเจ้ามาก แต่ข้าไม่หิว เจ้านำน้ำไปให้พ่อกับพี่ชายของเจ้าเถิด” มือของฮั่วหนานอันยังคงวุ่นอยู่กับการปลดปูทะเลที่ติดอวนมา

            “ท่านดื่มสักหน่อยเถิด ท่านพ่อกับท่านพี่ข้าดื่มแล้วเจ้าค่ะ”

            หลันฮวาเปรียบเสมือนดอกไม้ของหมู่บ้านซานไห่ จึงค่อนข้างเลือกผู้ที่จะมาเป็นคู่ครองให้กับตัวเอง ผ่านมาจนถึงสิบหกปี นางก็ยังเลือกคู่ครองที่เหมาะสมไม่ได้เสียที

            แต่พอพบกับบุรุษรูปงามอย่างฮั่วหนานอัน หัวใจของนางเต้นแรงราวกับว่าจะกระเด็นหลุดออกมานอกร่างกาย แม้ว่าอายุของเขาจะห่างจากนางหลายปี หลันฮวามิได้สนใจ

            เหนือสิ่งอื่นใดคือนางรู้ดีว่าฮั่วหนานอันมีภรรยาและบุตรอยู่แล้ว แต่ห้ามความพึงพอใจที่มีต่อตัวเขาไม่ได้ ยินยอมแม้กระทั่งลดศักดิ์ศรีเข้าไปเป็นอนุภรรยาของเขา

            “พี่ชายฮั่วบอกว่าไม่หิว เจ้าอย่าเซ้าซี้ให้มากความ”

            อวี้เสี่ยวกังตำหนิหลันฮวา แต่ดูเหมือนว่าหลันฮวาจะไม่ใส่ใจ นางวางถ้วยน้ำลงในตะกร้า จากนั้นก็เข้ามาช่วยปลดสัตว์ทะเลออกจากอวน

            “ฝีมือการปลดอวนของท่านพี่ฮั่วคล่องแคล่วขึ้นมากนะเจ้าคะ”

            หลันฮวายังคงพยายามชักชวนฮั่วหนานอันพุดคุย ตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยเห็นบุรุษใดรูปงามเท่าเขามาก่อน เพียงได้เห็นใบหน้าของเขา ความคิดของนางก็เตลิด

            “แน่นอน มีสิ่งใดบ้างที่ข้าทำไม่ได้” ฮั่วหนานอันยกหางตัวเอง ไม่ปฏิเสธคำชมแต่อย่างใด

            “นั่นน่ะสิ ท่านพี่ฮั่วเก่งกาจหลายด้าน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถตั้งโรงงานได้หลายแห่ง แถมยังทำการค้ากับเศรษฐีในตัวอำเภอ”

            หลันฮวาทราบความเคลื่อนไหวของคนบ้านฮั่วเหมือนกับชาวบ้านคนอื่นๆ พวกเขาทำการค้ากับนายน้อยของภัตตาคารฟู่หยวน ต่อให้เป็นอนุภรรยา ชีวิตของนางก็น่าจะดีกว่าชีวิตของสตรีในหมู่บ้าน

            ฮั่วหมิงจูกับฮั่วเจินจูพามารดามาแอบดูบิดาพูดคุยกับสตรีอื่น ทั้งสามซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ในระยะห่างพอสมควร เป็นการยากที่จะได้ยินทั้งสองพูดคุยกัน แต่ฮั่วหมิงจูกลับบอกว่าตนเองอ่านปากคนอื่นได้

            นางถอดคำพูดของหลันฮวาและคนอื่นๆ ตามที่เถียนเถียนบอก ให้มารดาและพี่สาวฟัง หวังซื่อเห็นท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกันของสามีกับสตรีอื่นก็เงียบเฉย มิได้แสดงท่าทีใดออกมา

            “ท่านแม่เห็นหรือยัง ถ้าพวกเรากลับเมืองหลวง พี่สาวหลันฮวาจะต้องฉกท่านพ่อไปอย่างแน่นอน ไม่เอา! ข้าไม่ต้องการท่านแม่เพิ่มอีกคน”

            ทิ้งตัวลงนั่งบนทรายแล้วยันขากับพื้นทรายไปมา เสียงร้องไห้ของฮั่วหมิงจูเรียกความสนใจจากชาวบ้านที่กำลังปลดปลาออกจากอวน

            สามแม่ลูกถูกผู้คนพบเข้าเสียแล้ว ทุกคนมองมาทางพวกตนพร้อมกับสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

            “บุตรสาวคนเล็กของข้านางเอาแต่ใจ พวกท่านอย่าได้ถือสา” หวังซื่อส่งยิ้มแล้วบอกกับทุกคน

            “หมิงเอ๋อร์น้อยของพ่อเป็นอันใดไป” ฮั่วหนานอันได้ยินเสียงร้องไห้ของบุตรสาวคนเล็กจึงรีบวิ่งมาดูทั้งที่ยังไม่ได้ล้างมือ

            “จะให้เป็นอันใด นางเอาแต่ใจก็เพราะมีท่านตามใจอย่างไรล่ะ” หวังซื่ออุ้มบุตรสาวขึ้นจากพื้น แล้วพานางกลับบ้าน

            ฮั่วหนานอันยืนมึนงง สงสัยว่าภรรยาไปหงุดหงิดจากที่ใดมา ถึงได้น้ำเสียงแข็งเหมือนโกรธใครมา

            “เจินเอ๋อร์ แม่ของเจ้าเป็นอันใดไป ก่อนพ่อออกจากบ้านนางยังดีๆ อยู่เลย” ก้มลงถามบุตรสาวคนโต

            “ฮึ” ฮั่วเจินจูแค่นเสียงใส่บิดา ก่อนจะวิ่งตามหลังมารดากับน้องสาวกลับบ้าน

            “เจ้าเด็กคนนี้! ถูกแม่ของเจ้าตามใจจนเสียคน ข้าต้องสั่งสอนเจ้าใหม่เสียแล้ว” ฮั่วหนานอันตะโกนไล่หลังบุตรสาวคนโตที่วิ่งหนี ไม่ยอมตอบคำถามของตน

            หวังซื่อได้ยินสิ่งที่สามีตะโกนไล่หลังบุตรสาว ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผู้ใดกันแน่ที่สั่งสอนบุตรจนเสียคน

            ฮั่วหมิงจูที่ร้องไห้แหกปากในคราแรกเงียบกริบ รีบซุกหน้าลงบนบ่าของมารดา มือทั้งสองข้างของนางเลื่อนไปปิดก้นน้อยๆ เพราะกลัวว่ามันจะถูกฝ่ามือของมารดาฟาดเข้าให้

            ฮั่วหนานอันไม่ได้คิดอันใดมาก คิดเพียงว่าภรรยาโกรธบุตรสาวคนเล็กที่ร้องไห้งอแงจนพาลมาอารมณ์เสียใส่ตน ความสัมพันธ์ของพวกตนเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน หากใส่ใจมากไปคงทำให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา จึงอยู่คัดเลือกสัตว์ทะเลเข้าโรงงานต่อ

            กลับมาถึงบ้าน ฮั่วหนานอันคิดว่าภรรยาคงกลับมาอารมณ์ดีดังเดิม แต่เปล่าเลย บรรยากาศยามทานมื้อค่ำกลับดูเงียบจนน่าอึดอัด

            หรือว่าเป็นเพราะจดหมายจากท่านพ่อ ที่เรียกตัวภรรยาของตนกับบุตรทั้งสองกลับ ต้องเป็นเพราะยัยหนูน้อยแน่ๆ ที่ไม่ยอมกลับจนทำให้มารดาโมโห

            ฮั่วหนานอันคิดเองเออเอง คาดหวังว่าคืนนี้ต้องพูดกับภรรยาให้รู้เรื่อง นางจะได้หายโกรธเสียที

            เวลาผ่านไปจนไฟในตะเกียงเกือบมอดดับ ฮั่วหนานอันยังไม่เห็นภรรยาเข้ามาในห้อง จึงเดินออกไปนอกห้องเพื่อเรียกนางให้กลับมานอน

            “ฮูหยิน ลูกยังไม่หลับอีกหรือ” ฮั่วหนานอันเคาะประตูห้อง คิดว่าบุตรสาวทั้งสองคงยังไม่หลับ ภรรยาของตนจึงยังไม่กลับห้องไปนอน

            ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน ฮั่วหนานอันจึงเรียกต่อ “ฮูหยิน ข้าเข้าไปนะ” มือผลักประตูให้เปิดออก แต่ผลักอย่างไรก็เปิดไม่ได้

            “แปลกแฮะ! จะนอนค้างกับลูกทั้งสอง ไยไม่บอกก่อน” ฮั่วหนานอันขมวดคิ้วกับการแปลกไปของภรรยา หรือว่ามีเรื่องใดให้นางขุ่นเคืองใจ

            ฮั่วหนานอันแนบหูเข้ากับผนัง ได้ยินเหมือนเสียงกระซิบพูดคุยกันอยู่ในห้อง ทว่าจับใจความไม่ได้ว่าคนด้านในพูดอันใดกัน

            ในเมื่อได้ยินไม่ชัด ฮั่วหนานอันจำต้องหาวิธีให้ได้ยินชัดๆ เดินลัดเลาะออกจากบ้านไปยังหน้าต่างห้องนอนของบุตรสาวทั้งสอง

            ฮั่วหนานอันย่องเบาไปหยุดอยู่ใกล้กับหน้าต่าง ย่อตัวลงให้ต่ำกว่าหน้าต่าง แนบหูกับผนังดินเหนียว เพื่อแอบฟังว่าคนในห้องพูดเรื่องอะไรกัน ถึงได้ทำเป็นซุบซิบ

            “นอนได้แล้ว ขืนเจ้ายังคงพูดมาก แม่จะฟาดก้นให้บวมเป่งเหมือนหัวหมู”

            เสียงของภรรยาดุบุตรสาว ดังมาเข้าหูของฮั่วหนานอันที่นั่งยองๆ อยู่ข้างหน้าต่าง

            “ท่านแม่ทำไม่ลงหรอกเจ้าค่ะ ข้าน่ารักขนาดนี้ ท่านจะแม่จะฟาดให้ก้นข้าบวมเบ่งเหมือนหัวหมูได้ลงเชียวหรือ” เสียงสดใสของฮั่วหมิงจูดังขึ้น

            “เจ้าคิดว่าแม่ไม่กล้าหรือ เจินเอ๋อร์! จัดการจับน้องสาวของเจ้าเอาไว้”

            “เจ้าค่ะ” ฮั่วเจินจูลุกขึ้นจับน้องสาวพลิกตัวตามคำสั่ง

            เสียงหัวเราะของคนทั้งสามดังออกมาทางหน้าต่าง ร่างกายของฮั่วหนานอันเปลี่ยนจากนั่งยองเป็นนอนราบกับพื้นดิน หูยังคงแนบกับผนังฟังเสียงของคนด้านในห้อง

            ฟังเสียงหยอกล้อกันของภรรยากับบุตรสาวอย่างเพลิดเพลิน ดวงตาของฮั่วหนานอันจึงปิดลง อากาศเย็นสบายทำให้ฮั่วหนานอันหลับอยู่ในท่านอนเอาหูแนบกำแพงจนถึงเช้า

    คล้ายกับเรื่องท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง ที่คุณอ่าน