บทที่ 10 แบบนี้ก็ได้หรือ?
หลังจากที่เฟิ่งซีหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบเืบนใบหน้าให้สะอาด ก่อนค่อย ๆ เดินออกจากห้องไป
เมื่อเปิดประตูลานบ้านออกดู ก็พบว่ามีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งยืนอยู่
เขาสวมชุดสีขาวสะอาดเรียบร้อย ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย ผมถูกมัดขึ้นสูงด้วยริบบิ้นสีเขียวมรกต ดวงตาเรียวคู่นั้นจ้องมองเฟิ่งซีด้วยความโกรธเคือง เด็กหนุ่มมองสำรวจเฟิ่งซีอยู่หลายครั้ง นอกจากความโกรธแล้วยังมีความรังเกียจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
"เ้าคือเฟิ่งซี ไอ้เด็กไร้ประโยชน์คนนั้นใช่หรือไม่? เ้ารู้หรือไม่ว่าอาจารย์ต้องไปล่าสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งที่ทุ่งน้ำแข็งเพื่อปิดหลุมให้เ้า? หากอาจารย์เป็อะไรไป ข้ากับเ้าจะได้เห็นดีกัน!"
เฟิ่งซีชะงักไปครู่หนึ่ง นางเข้าใจแล้วว่าทำไมเซียวไป่เต้าถึงบอกว่าเขาจะหาทางแก้ไข ที่แท้เขาก็ตั้งใจจะเสี่ยงอันตรายไปล่าสัตว์อสูรน้ำแข็ง
ทุ่งน้ำแข็งไม่เพียงแต่มีสภาพอากาศที่หนาวจัด แต่ยังเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย แม้แต่ผู้ฝึกฝนขอบเขตทะยานเซียนยังมีโอกาสรอดชีวิตเพียงหนึ่งในสิบ
ในขณะที่เฟิ่งซียังอึ้งอยู่นั้น ชายหนุ่มก็พูดต่อว่า "ข้าได้ยินมาว่าศิษย์น้องของทั้งสามสำนักนั้นทั้งงดงามและมีความสามารถ โดยเฉพาะเสินจื่อหลานจากสำนักฮุ่นหยวน เป็ผู้มีรากิญญาน้ำอันหาได้ยากยิ่ง
ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดอาจารย์ถึงได้รับเ้าซึ่งเป็ของไร้ค่า ทั้งขี้เหร่และไร้ประโยชน์เช่นนี้มาเป็ศิษย์
ในเมื่อเ้าโชคดีได้มาเป็ศิษย์น้องของข้า ‘จวินเหวิน’ ก็ควรจะอยู่เฉย ๆ อย่างว่าง่าย ไปหอคัมภีร์ทำไมกัน?! ช่างกินอิ่มแล้วไม่รู้จะทำอะไรจริง ๆ!"
"ต่อไปอย่าได้ก่อเื่วุ่นวายอีก มิเช่นนั้นข้าจะไม่ไว้หน้าเ้าแน่!"
เมื่อกล่าวจบ เด็กหนุ่มก็ไม่รอให้เฟิ่งซีได้พูดอะไร หมุนตัวเดินจากไปทันที แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หวนกลับมายัดผลไม้สีเขียวสดใสลูกหนึ่งใส่มือเฟิ่งซี
"เ้าเด็กไร้ประโยชน์ นี่ของขวัญต้อนรับเ้า!"
เฟิ่งซียิ้มอย่างหวานซึ้ง "ขอบคุณศิษย์พี่ห้า"
เด็กหนุ่มแค่นเสียงอย่างเ็า
"อย่าเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ข้าไม่เคยยอมรับเ้าเป็ศิษย์น้องสักหน่อย เ้าเป็แค่ขยะไร้ค่าที่คอยถ่วงขาพวกเรา!"
"แล้วอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ดินแดนลับเทียนลวี่จะเปิดให้เข้าไปได้ ผู้คนจากสำนักใหญ่ทั้งหลายต่างก็ไปกัน ข้าขอเตือนเ้าให้อยู่ในสำนักอย่างว่าง่าย อย่าได้ไปทำตัวน่าอับอายขายหน้าเชียว!"
กล่าวจบ เขาก็สาวเท้าจากไป
เฟิ่งซีได้แต่มองเงาร่างของเขา จวินเหวิน ศิษย์คนที่ห้าของเซียวไป่เต้า อัจฉริยะแห่งวิถีกระบี่ปากแข็งแต่ใจอ่อน มีอาการโรคกลัวความสกปรกเล็กน้อย ชอบตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก
ในเื่ จวินเหวินตกหลุมรักนางเอกอย่างเสินจื่อหลานั้แ่แรกพบ เขาหลงใหลและคลั่งไคล้นาง ถึงขั้นยอมทำทุกอย่าง
แต่สุดท้ายในระหว่างที่เขากำลังเก็บสมุนไพรให้นางเอก เขาถูกพลังมารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย นางเอกจึงตัดศีรษะของเขาและโยนร่างลงเหว เพื่อตัดพลังมาร ทำให้เขาตายอย่างไม่สมศักดิ์ศรี
สุดท้ายสุนัขเลียเท้าเช่นเขาก็ไม่เหลืออะไรเลย
เฟิ่งซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมาพบเซียวไป่เต้า
"ท่านอาจารย์ ข้าได้ยินศิษย์พี่ห้าบอกว่าท่านจะไปล่าสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งที่ทุ่งน้ำแข็งหรือ?"
เซียวไป่เต้าขมวดคิ้ว "เ้าอย่าไปฟังเขาพูดเหลวไหล ไม่มีเื่แบบนั้นหรอก"
ในใจสบถด่าศิษย์คนที่ห้าว่าเป็เสมือนท้องหมาที่ไม่อาจเก็บน้ำมันได้ ปากเหลวไหลเสียจริง!
เฟิ่งซีได้ยินเช่นนั้นก็รู้ว่าสิ่งที่จวินเหวินพูดเป็ความจริง
"อาจารย์ ทุ่งน้ำแข็งนั้นอันตรายนัก ข้าไม่อยากให้ท่านต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อข้า ท่านจะเอาผลพลัมม่วงที่เหลืออีกเก้าลูกกลับไป หรือไม่ก็ยอมรับแผนทำเงินของข้า"
เซียวไป่เต้าถามอย่างประหลาดใจ "แผนทำเงินของเ้าหรือ? แผนอะไรกัน?"
เฟิ่งซีกะพริบตาปริบ ๆ "อาจารย์ สำนักฮุ่นหยวนไม่ได้จัดพิธีรับศิษย์ใหญ่หรอกหรือ? พวกเราสำนักเสวียนเทียนก็สามารถจัดพิธีแบบนั้นให้ข้าได้นะ!"
"ของขวัญแสดงความยินดีที่ได้รับมาล้วนเป็หินิญญาทั้งนั้น!"
เซียวไป่เต้าส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น "เ้าเด็กน้อยนี่ช่างฉลาดหลักแหลม แต่กลับโง่เขลาในยามนี้ พวกเขาอาจจะมอบของกำนัลให้จริง แต่พวกเราก็ต้องต้อนรับพวกเขาด้วยสุราและอาหารเลิศรสด้วยนะ
การเลี้ยงดูคนและสัตว์นั้นต้องใช้เงินมากเท่าไหร่กัน? หากไม่ระวังให้ดี รายจ่ายอาจมากกว่ารายรับเสียอีก
สำนักฮุ่นหยวนนั้นยอมขาดทุนเพื่อป่าวประกาศ แต่พวกเราไม่ได้โง่เขลาเหมือนพวกเขาหรอกนะ!"
เฟิ่งซีกล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "อาจารย์ ใครบอกว่าพิธีรับศิษย์จำเป็ต้องจัดที่สำนักเสวียนเทียนของพวกเราเท่านั้นเล่า?
อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าดินแดนลับเทียนลวี่จะเปิด ตอนนั้นสำนักใหญ่ทั้งหลายในแดนเหนือจะไปรวมตัวกันที่นั่น พวกเราก็จัดพิธีที่นั่นเสียเลยสิ!
พวกเราจะตั้งค่ายพักแรมกันที่นี่ ไม่ต้องกังวลเื่ที่พักแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่สะดวกที่จะจัดงานเลี้ยงใหญ่โต ดังนั้นเราก็ไม่ต้องจัดหาอาหารและเครื่องดื่มด้วย
อาจกล่าวได้ว่าเป็การค้าที่ไม่ต้องลงทุน รับรองว่าได้กำไรแน่นอน!"
เสี่ยวไป่เต้าจิ๊ปากเบา ๆ แล้วกล่าวว่า
"เื่นี้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไร คงมีแต่คนจะนินทาว่าพวกเราขี้เหนียว"
เฟิ่งซียิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "อาจารย์ หากพิธีรับศิษย์นี้เป็สิ่งที่พวกเราเตรียมการไว้ล่วงหน้า นั่นคงจะเป็ความขี้เหนียวของพวกเราจริง ๆ
แต่ถ้าหากว่าท่านเพิ่งคิดขึ้นมาในชั่วขณะนี้ล่ะเ้าคะ?
เมื่อไปถึงที่นั่น เ้าสำนักไป๋หลี่แห่งสำนักฮุ่นหยวนจะต้องอวดลูกศิษย์คนโปรดของเขาอย่างเสินจื่อหลานแน่นอน ท่านที่รักและปกป้องลูกศิษย์เช่นนี้จะทนได้หรือ?
แน่นอนว่าท่านก็ต้องอวดข้าเช่นกัน!
พวกเราต่างพูดคนละประโยค เพื่อเอาชนะในการโต้เถียง ท่านก็จะเกิดความคิดขึ้นมาทันทีว่าจะจัดพิธีรับศิษย์ใหญ่ให้ข้าบ้าง ทุกอย่างก็จะเป็ไปอย่างราบรื่นไม่ใช่หรือ?
เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราไม่เพียงแต่จะได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ยังเป็ฝ่ายที่ดูมีคุณธรรมอีกด้วย
ท้ายที่สุดแล้วเื่นี้เป็ไป๋หลี่มู่เฉินริเริ่มขึ้นมา พวกคนโง่ที่ส่งของขวัญมาก็ได้แต่ตำหนิว่าเขาปากพล่อย..."
ดวงตาของเซียวไป่เต้าเบิกกว้างอย่างตกตะลึง!
เช่นนี้ก็ได้หรือ?
ดูเหมือนว่า... มันจะใช้ได้จริง ๆ!
การค้าที่ไม่ต้องลงทุน ช่างเป็กำไรมหาศาล!
เขาอดไม่ได้ที่จะพิเคราะห์เฟิ่งซีอย่างละเอียด นางเป็เพียงเด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น แต่กลับคิดวิธีที่... แยบยลเช่นนี้ได้อย่างไร?
แม้ว่าในใจจะรู้สึกว่าวิธีนี้สามารถใช้ได้ แต่เื่ใหญ่เช่นนี้ไม่อาจตัดสินใจอย่างรวดเร็วได้ เขาต้องปรึกษากับคนอื่นก่อน ดังนั้น เซียวไป่เต้าจึงไม่ได้ให้คำตอบที่แน่นอนแก่เฟิ่งซี เพียงแต่บอกว่าจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
เฟิ่งซีกล่าวต่อว่า "อาจารย์ นอกจากวิธีนี้แล้ว ข้ายังมีวิธีหาเงินอีกวิธีหนึ่ง ผลจื่อเฉียวหลิงหลงสองแสนต่อลูกนั้นถูกเกินไป พวกเราต้องขึ้นราคาเสียหน่อย"
เซียวไป่เต้าพูดอย่างลำบากใจว่า "สองแสนก็ไม่ใช่ราคาถูก ๆ หากสูงกว่านี้ ข้าเกรงว่าจะไม่มีผู้ใดซื้อ"
เฟิ่งซียิ้มตาหยีพลางกล่าวว่า "อาจารย์ ในโลกนี้ไม่เคยขาดแคลนคนโง่ที่ยอมจ่ายแพง สิ่งที่ขาดมีเพียงกลเม็ดเด็ดพรายเท่านั้น"
"การขายผลไม้อย่างซื่อสัตย์นั้นย่อมไม่ได้ราคาสูงแน่นอน! หากท่านฟังข้า ข้าขอรับรองว่าอย่างต่ำจะขายได้สามแสนหินิญญาต่อหนึ่งผล"
"เ้าวางแผนจะทำอย่างไร?"
"ประการแรก ประกาศว่าท่านรักและเอ็นดูข้าผู้เป็ศิษย์น้อย ดังนั้นปีนี้จะขายผลจื่อเฉียวหลิงหลงเพียงครึ่งเดียว ที่เหลือจะเก็บไว้ให้ข้าทั้งหมด สิ่งที่หายากย่อมมีค่า ราคาจึงเพิ่มสูงขึ้นตามธรรมชาติ
ส่วนเื่ที่จะเก็บไว้หรือไม่นั้น คนอื่นย่อมไม่รู้ มันขึ้นอยู่กับพวกเราเองที่จะตัดสินใจ
ประการที่สอง ให้ปล่อยข่าวลือออกไปว่า ต้นผลจื่อเฉียวหลิงหลงยิ่งมีอายุมาก ผลที่ออกมาก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพดี ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรมาก ข้าคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด!
ทุกคนต่างรู้ดีว่าตันเถียนของข้าได้รับาเ็สาหัส แต่หลังจากที่ข้าได้ทานผลจื่อเฉียวหลิงหลงแล้ว ข้าก็ะโโลดเต้นได้อย่างคล่องแคล่ว เห็นได้ชัดว่าผลจื่อเฉียวหลิงหลงไม่เพียงแต่สามารถซ่อมแซมจิติญญาเท่านั้น แต่ยังมีผลในการรักษาอาการาเ็ที่ตันเถียนได้อีกด้วย
ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเป็สองเท่า การที่ราคาจะแพงขึ้นบ้างก็เป็เื่ปกติมิใช่หรือ?
ประการที่สาม หากมีผู้ใดมาซื้อผลไม้ ให้บอกว่ามีจำนวนจำกัดและจำกัดการซื้อ โดยแต่ละคนสามารถซื้อได้มากที่สุดเพียงหนึ่งผล ไม่ขายมากกว่านั้น
ด้วยวิธีการเช่นนี้ ข้ากล้ารับรองว่า แม้จะขายในราคาสามแสนต่อผลก็จะถูกแย่งซื้อจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อดำเนินการเช่นนี้ ราคาที่ขายได้จะมากกว่าผลจื่อเฉียวหลิงหลงสิบผลที่ท่านมอบให้ข้ามากนัก”
เซียวไป่เต้าเป็ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์มามาก ปกติแล้วเขาเป็คนที่ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่วันนี้เขาแทบจะแปะคำว่า ‘ตกตะลึงพรึงเพริด’ ไว้บนใบหน้าแล้ว
ยัง... ยังสามารถขายของแบบนี้ได้อีกหรือ?
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็กลเม็ดเด็ดพรายทั้งสิ้น! แม้ศิษย์รักของเขาจะไม่สามารถฝึกวิชาได้ แต่ความคิดสร้างสรรค์นั้นมีมากมายจริง ๆ!
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น เฟิ่งซีก็กล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำว่า
"อาจารย์ ข้าสามารถหาเงินได้ ข้าสามารถชดเชยความเสียหายได้ด้วยตัวเอง ท่านอย่าไปที่ทุ่งน้ำแข็งเลย!"
"ตอนนี้ข้าพึ่งพาได้เพียงท่านเท่านั้น หากท่านเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ข้าคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้..."
เซียวไป่เต้าชอบที่เฟิ่งซีพูดเช่นนี้ยิ่งนัก เขารีบตอบตกลงทันที
ความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากไปทุ่งน้ำแข็ง แต่เขาถูกบีบบังคับจนไม่มีทางเลือก
ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาแล้ว เขาไม่จำเป็ต้องไป ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น จวินเหวินก็มาขอเข้าพบอยู่ด้านนอก
หลังจากที่เขาเข้ามาแล้วเห็นเฟิ่งซี ก็หัวเราะเยาะทันที
"เป็อย่างไร? มาฟ้องอาจารย์หรือ? เ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้เองหรือ?!"
เฟิ่งซีที่ดวงตาแดงก่ำอยู่แล้ว พอได้ยินเช่นนั้น น้ำตาก็ไหลรินออกมาเป็สาย
"ศิษย์พี่ห้าท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้บอกอาจารย์ว่าท่านด่าข้าว่าเป็ไอ้ไร้ประโยชน์ ทั้งไม่ได้พูดว่าท่านไม่ยอมรับว่าข้าเป็ศิษย์น้องร่วมสำนัก และไม่ได้พูดถึงเื่ที่ท่านด่าข้าว่าเป็ตัวประหลาด..."
จวินเหวิน "..."