บทที่16
หลักการเดินทางข้ามมิติ:
พิธีกรรมและกระบวนการโดยละเอียด
เมื่อตอนกลางวัน เรากินหัวไป่เหอผัดกุ้งเนื้อเด้งและเห็ดหูหนูทานกับข้าวสวยแล้วอร่อยจนหยุดกินไม่ได้ และยังตบท้ายด้วยหัวไป่เหอต้มแปะก๊วยหวานอร่อยที่เข้ากับฤดูนี้พอดี
ฉันกินมากไปจนหนังตาหย่อนถิงถิงหนักยิ่งกว่าเพราะเธอนอนหลับครอกบนเบาะในห้องสมุด เด็กหญิงไม่มีไข้ท่าจะแค่เพลียเฉยๆ
“...”
ฉันยังคาใจว่าในห้องทำงานของหนิงหลงจะมีหนังสือเื่การข้ามมิติอยู่หรือไม่แต่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะใช้ห้องทำงานเมื่อไหร่ หากเขาพบว่าฉันไปป้วนเปี้ยนในนั้นเขาอาจไม่ชอบใจ
ทางที่ง่ายที่สุดคือการขอให้หนิงหลงช่วยแต่เขากำลังยุ่ง
เขาอุตส่าห์เขียนหนังสือเื่เวทมนตร์มาให้ฉันอ่านทั้งเล่ม(ซึ่งฉันอ่านจบแล้วเนื้อหาแน่นมากและมีประโยชน์มากเช่นกัน ฉันยังเก็บไว้อย่างดีในห้องนอน) ถ้าฉันขออะไรอีกจะกลายเป็การเสียเวลาเขาหรือเปล่า?
ความดื้อรั้นผลักดันให้ฉันอยากลองหาคำตอบด้วยตัวเองก่อนจะหวังพึ่งชายหนุ่มไปเสียทุกเื่
ฉันหาผ้าห่มมาห่อร่างเด็กหญิงก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของหนิงหลงซึ่งอยู่ข้างๆ
ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากห้องและในนั้นก็ไม่มีใครอยู่ตามคาด ฉันถือพจนานุกรมเข้าไปและเริ่มไล่ดูหนังสือที่เขียนด้วยอักษรดั้งเดิม
หนังสือบางเล่มเป็หนังสือประวัติศาสตร์หลายเล่มเป็ตำราการปกครองและตำราเรียนบ้างเป็วารสารรวมงานวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์รวมเล่มไม่นานฉันหยิบมาเปิดก็ปิดแทบไม่ทันเพราะเนื้อหาน่ากลัวเหลือเกิน ไม่รู้เื่เลยสักนิดเดียว
โลกนี้คล้ายกับยุโรปสมัยก่อน งานวิจัยในยุคนั้นถูกเขียนเป็ภาษาละตินซึ่งถือเป็ภาษาของนักวิชาการแต่นั่นทำให้คนที่ไม่ใช่นักวิชาการเข้าถึงงานเ่าั้ไม่ได้เลย
นี่ก็เหมือนกันเพราะเขียนรายงานในอักษรดั้งเดิม ปุถุชนอย่างฉันจึงไม่อาจเข้าถึงเนื้อหา
“...?”
มีช่องว่างบนชั้นหนังสือ ถ้าหนิงหลงดึงหนังสือที่ฉัน้าไปอ่านเขาอาจจะวางมันทิ้งไว้แถวนี้ ฉันอยากแอบดูก่อนจะได้ขอถูกว่าอยากได้เล่มไหน
ไม่มีหนังสืออยู่บนโต๊ะทำงานหรือเขาจะเอาไปไว้ในห้องนอน? ฉันจำได้ว่าโต๊ะเขามีลิ้นชักเก็บของแต่ไม่กล้าเปิดดูมันไม่สุภาพ และร่างกายฉันต่อต้านการกระทำเสียมารยาทอย่างนั้น ฉันเลยไปเปิดลิ้นชักอื่นแทน
ลิ้นชักที่อยู่ข้างหน้าต่างเป็จุดที่หนิงหลงมักใช้วางชาที่ชงไว้ลิ้นชักเลื่อนเปิดอย่างง่ายดาย ส่วนมากเป็เอกสารเก่าและของจิปาถะอย่างผ้าเช็ดโต๊ะขวดหมึกสำรอง หัวปากกาสำรอง ที่ทับกระดาษทำจากแก้ว และกระดาษเปล่าทว่าเมื่อเปิดไปชั้นล่างสุด ฉันเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ท่ามกลางกองกระดาษ
มันเป็หนังสือเล่มหนา สภาพเก่าโทรมดูทรงแล้วน่าจะอายุอย่างน้อยสี่หรือห้าสิบปี กระดาษเหลืองอ๋อยและหมึกจางแต่ยังพออ่านรู้เื่ฉันััตัวหนังสือบนหน้าปกที่หลุดร่อน
พจนานุกรมไม่ได้ช่วยอะไรมากเมื่อฉันไม่รู้คำอ่านแต่ฉันใช้อีกวิธีคือค้นหาตามลักษณะของอักษร
อักษรจีนและคันจิของญี่ปุ่นที่ซับซ้อนสามารถแยกส่วนประกอบออกมาได้[เช่น 休 สามารถแยกออกมาได้เป็人 (亻) และ 木]มันจะถูกเรียกว่าหมวดคำอักษร ฉันเคยเรียนมาบ้างตอนเรียนภาษาจีนสมัยเด็ก
อย่างเช่นหมวดคำต้นไม้ (木) อักษรในหมวดคำนี้ก็จะมีตัวอักษรของต้นไม้เป็ส่วนประกอบและความหมายจะออกไปในทางเดียวกันคือเกี่ยวกับต้นไม้ ป่า หรือธรรมชาติ
ถ้าฉันสามารถหยิบส่วนประกอบหนึ่งและหาหมวดอักษรของคำที่กำลังหาความหมายอยู่เจอการหาความหมายและคำอ่านของอักษรดั้งเดิมก็ไม่ใช่ปัญหา ถึงมันจะกินเวลาก็เถอะ
เพราะฉะนั้นเวลาฉันเจอความหมายของตัวอักษรไหนฉันจะจดรวมกันไว้ในสมุด คำศัพท์ที่เกี่ยวกับเวทมนตร์และการย้ายมิติถูกฉันจดเอาไว้เยอะแล้วจึงใช้เวลาแปลชื่อหนังสือไม่นานมาก
ไหนดูซิ...หลักการเดินทางข้ามมิติ จากนั้นก็อักษรนี้...พิธีกรรม กระบวนการ โดยละเอียด
“หลักการเดินทางข้ามมิติ:พิธีกรรมและกระบวนการโดยละเอียด”
ฉันจ้องหน้าปกหนังสือเล่มนั้นไม่วางตา
ฉันไม่ได้แปลผิดไปตรงไหนเพราะอักษรมันจางใช่ไหม?
พอเปิดเข้าไปเจอหน้าแรกก็พบว่าฉันไม่ได้อ่านผิดมันเขียนไว้อย่างนั้นจริงๆ และเมื่อเปิดเนื้อหาบทเกริ่นผ่านๆยังพบว่ามีการกล่าวถึงพิธีกรรมที่ถูกใช้ในเหยากวงซึ่งเป็ตัวอย่างการใช้เวทมนตร์ข้ามมิติที่โด่งดังที่สุดด้วย
หนิงหลง้าส่งถิงถิงกลับบ้านสินะถึงได้อ่านมัน...
ฉันเปิดผ่านๆ ดูภาพประกอบ และไปพบหน้าที่มีรอยดินสอเขียนไว้ด้วยอักษรดั้งเดิมใช้เวลาอ่านอยู่พักหนึ่งก็พบว่าเขียนเกี่ยวกับการอัญเชิญเป้าหมายกลับมาจากอีกโลกพร้อมรายละเอียดของวงเวทและการทำพิธี
เส้นดินสอที่ใช้เขียนยังดูใหม่อีกทั้งยังมีที่คั่นหนังสือใหม่กริบอยู่อีกหน้าหนึ่งด้วยแสดงว่าหนิงหลงหรือใครสักคนเพิ่งจะใช้หนังสือเล่มนี้ไปเมื่อเร็วๆ นี้ลายมือหวัดเกินกว่าที่ฉันจะอ่านออก ฉันจึงอ่านทวนหัวข้อซึ่งเป็ตัวพิมพ์ใหม่อีกรอบเผื่อตัวเองจะอ่านผิด
แต่ไม่...ฉันไม่คิดว่าตัวเองอ่านผิดมันไม่ใช่การส่งคนกลับไปอีกโลก แต่เป็การเรียกคนกลับมาจากต่างโลก
คำพูดของหนิงหลงย้อนกลับเข้ามาในหัว
“นางมีใบหน้าละม้ายคล้ายเ้านิสัยเ้าไม่เหมือนกับนาง เพียงแต่... เมื่อเห็นหน้าเ้า ข้าอดไม่ได้ที่จะคิดถึงนาง”
“ข้าอยากคิดว่าเ้าเป็นางข้าจะได้เลิกคิดถึงนางเสียที”
...คนคนนั้นของหนิงหลงเสียชีวิตด้วยเวทมนตร์ประเภทเดียวกับที่ทำให้เหยากวงจม
เหยากวงจมไปเพราะผู้คนใช้เวทะเิตัวเอง
โลกนี้เป็โลกคู่ขนานที่เวทมนตร์มีตัวตนมีประเทศที่คล้ายกับประเทศในโลกของฉัน
มีแค่ประเทศเท่านั้นหรือที่มีคู่ขนานของตัวเองในโลกนี้?ผู้คนล่ะ?
...ฉันรีบหยุดความคิดตัวเองไว้ตรงนั้น
ไม่ใช่หรอกการที่ฉันมาอยู่ที่นี่เป็เื่บังเอิญ เทพเ้าที่คอยส่งผู้คนในนิยายไปต่างโลกได้สังเกตเห็นฉันและส่งฉันไปต่างโลกเพื่อช่วยให้ฉันหนี
หนิงหลงเรียกฉันมา?มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? แล้วทำไมที่ผ่านมาเขาไม่พูดอะไรเลย?
พิธีกรรมในการส่งคนไปโลกอื่นเป็พิธีใหญ่ขนาดที่เหยากวงยังต้องทำกันใหญ่โต ใช้คนมากมายเลยไม่ใช่รึ? คาถานั้นต้องใช้คนอย่างน้อยสองคน
เดี๋ยวนะคนที่คอยดูแลเขตแดนรอบบ้านนี้คือหนิงหลงกับซูเหลียง หากทั้งสองคนออกจากบ้านเขตแดนจะอ่อนแอลง แสดงว่าเขตแดนอยู่ได้เพราะพลังเวทของทั้งสองและทั้งสองคนสามารถใช้เวทมนตร์ได้...
ไม่สิ...ฉันคิดอะไรอยู่?พยายามจะพิสูจน์อะไร? คิดไปเองใหญ่โตและหาเื่ให้ผิดใจกันทั้งที่พวกเขาดีกับฉันมามากมายอย่างนั้นหรือ?ฉันปิดหนังสือและสอดกลับที่เดิม
ฉันทำตัวเองเสียเวลาอีกแล้ว... ฉันไม่ควรขุดคุ้ยอะไรที่ทำให้ตัวเองไม่สบายใจและคิดไปเองจนเสียความรู้สึกฉันควรขอให้หนิงหลงเล่าให้ฟังมากกว่า ถ้าเขาไม่ยอมเล่าก็อีกเื่
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด
หนิงหลงเอาหนังสือเล่มนี้มาเก็บซ่อนในลิ้นชักทำไม?ฉันไม่คิดจะถามเพราะใครจะเก็บหนังสือไว้ตรงไหนมันไม่ใช่เื่ของฉันที่ฉันสงสัยคือ...
เขาพยายามเรียกตัวคนสำคัญของเขากลับมาจากต่างโลกแต่ดันผิดพลาดจนไปเรียกฉันมาแทนหรือเปล่า?
และทำไมเขาถึงคิดว่าคนสำคัญของเขาจะไปอยู่โลกที่ไม่มีเวทมนตร์?มีหลักฐานอย่างนั้นหรือว่าคนที่ถูกใช้เป็ะเิมนุษย์ในาเหยากวงหลุดไปอยู่ต่างโลก?
ฉันจดข้อสงสัยเ่าั้ไว้ในสมุดเป็ภาษาไทยส่วนหนึ่งเพราะความสะดวกในการเขียน แต่อีกส่วนเพราะไม่อยากให้ทั้งสองต้องมาไม่สบายใจกับข้อสงสัยของฉัน...ไม่อยากให้พวกเขารู้ว่าฉันสงสัยคนในบ้าน
ถ้าหนิงหลงตั้งใจเชิญคนสำคัญของเขาแต่ดันได้ฉันมาแทนฉันก็อยากให้เขาบอกตรงๆ มากกว่ามันต้องมีสาเหตุอะไรสักอย่างที่เขาอยากปิดมันเป็ความลับ ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลย?หรือเขาไม่ใช่คนอัญเชิญฉันมา?
...เอาเป็ว่าตอนนี้ ฉันจะรอจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แน่ชัด
ฉันออกจากห้องทำงานและปิดประตูตามหลังจะถามเขาก่อนว่ารู้เื่อะไรเกี่ยวกับการข้ามมิติบ้างและพอได้ยินคำตอบค่อยคิดว่าจะเอายังไงต่อดี
ถิงถิงยังหลับอยู่ ฉันปล่อยเด็กหญิงนอนต่อและหยิบพจนานุกรมมานั่งดูเทียบกับหนังสือประวัติศาสตร์ของเหยากวงโดยละเอียด
เื่ที่เขียนในหนังสือเล่มนั้นยังวนเวียนในหัว
ฉันอยากให้หนิงหลงคุยงานเสร็จเร็วๆ...