ตอนที่ 6 หลบหนีออกจากหมู่บ้าน
่ค่ำๆ หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
เหลือเพียงแสงดาวและแสงของพระจันทร์ ส่องแสงในท้องฟ้า
สามารถมองเห็นทั้งหมู่บ้านในมืดค่ำของคืน ความสงบที่สำคัญสำหรับทุกคนในหมู่บ้านก็คือเวลานี้
ทุกคนในหมู่บ้านซานทุกคนได้รับการเข้าใจและเปิดใจต่อกันอย่างมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็เื่ของเซียงหยุน กับความคิดที่อยู่ในใจหรือความสับสน ที่มีต่อเ้าซานมิ่งและจี้กุน
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแสดงถึงความท้าทายในตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านซาน
การตัดสินใจที่ต้องทำในสถานการณ์ที่ซับซ้อน
แต่ในที่สุดทุกคนเขาได้ตระหนักถึงความสำคัญของความเป็จริง
ณ ลานประชุมใหญ่ของหมู่บ้านซาน
ปรากฏแสงไฟสาดส่องจากคอปเพลิงนับสิบเกิดขึ้น
มีเด็กหนุ่มเซียงหยุนยืนอยู่ตรงกลางลานกว้าง โดยถูกใส่โซ่ตรวนและมัดผ้าปิดปากดังนักโทษคดีร้ายแรง
ทำให้การประชุมดูเหมือนน่าเป็ห่วงกับเหตุการณ์ที่รุนแรงก่อนหน้านี้
ปรากฏที่นั่งสิบที่เหมือนศาลตัดสินคดี บนที่นั่งมีกรรมการหมู่บ้านสิบคนแบ่งเป็ผู้ชายและผู้หญิงอย่างละห้าคน
กรรมการหมู่บ้านทุกคนกำลังนั่งคุยโต้เถียงกัน เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดถึงบทลงโทษ ที่เด็กหนุ่มนามเซียงหยุนหลานชายของเซียงซื่ออาชีพคนสวน ที่ทำงานอยู่ในบ้านผู้นำภายในหมู่บ้าน เขายังเป็เด็ก อายุเพียง 13 ควรจะได้รับโทษ หรือไม่
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจต้องรับการตัดสินใจจากกรรมการหมู่บ้านที่มีความเป็กลาง และมีความน่าเชื่อถือ
การเผยแพร่ความเป็ธรรม ความสัมพันธ์ที่ดีกันในหมู่บ้าน
"ทุกท่านโปรดคิดดูให้ดีๆ แม้การขโมยจะเป็โทษที่รุนแรง แต่เด็กเซียงหยุนคนนี้ก็ไม่เคยทำความผิดใดๆ มาก่อน"
เสียงกรรมการหมู่บ้านคนหนึ่งออกความเห็น
"ข้าก็คิดเช่นนั้น เขาไม่น่าจะเป็ขโมย พวกเราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะตัดสินความผิด
และข้าก็เคยเห็นเด็กเซียงหยุนคนนี้ถูกรังแกอยู่บ่อยๆ" เสียงกรรมการอีกคนพูดเสริม
ความคิดเห็นกรรมการหมู่บ้านที่รวมถึงการเห็นใจในเด็กคนนี้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
แต่ก็ยังคงมีความสงสัยและความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านซาน
เพื่อให้ความยุติธรรมและการเปิดใจระหว่างคนในหมู่บ้านซาน
การเปิดเผยความจริงอาจทำให้เซียงหยุนได้รับการเชื่อมั่นและความเข้าใจจากคนในหมู่บ้านมากขึ้น
แต่ก็มีการโต้แย้งกรรมการอีกคนได้กล่าวว่า ข้าเคยเห็นเด็กคนนี้ถูกรังแกบ่อยๆ
อาจส่งความหมายว่าเขาอาจเป็เด็กที่มีสภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขที่ยากลำบาก
อาจเป็สาเหตุให้เกิดความเคลื่อนไหวหรือกระทำที่น่าสงสัย
การเปิดใจต่อปัญหาของเด็กคนนี้ อาจช่วยให้คนในหมู่บ้านเข้าใจ และเปิดใจในการตัดสินใจให้ถูกต้อง
เมื่อได้ยินเสียงสนับสนุนจากกรรมการที่มีอายุที่สุดในกลุ่ม
กรรมการที่อยู่ในฐานะนามหนิงฉาง กล่าวว่า "สำหรับข้าคิดว่าเด็กคนนี้ถูกใส่ร้าย เพราะข้ามักจะเห็นเด็กคนนี้ช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ วันก่อนเขายังช่วยหนิงเออหลานสาวของข้า ทำความสะอาดหอสมุดด้วยนะ"
กรรมการอีกคนที่ดูมีอายุที่สุดในกลุ่มนามหนิงฉาง ก็ออกเสียงสนับสนุนละเว้นการลงโทษ
ทำให้ทุกคนเริ่มคิดว่าจริงๆ แล้วเซียงหยุนอาจไม่ใช่คนที่จะขโมยดาบทองของหัวหน้าหมู่บ้าน หรือกระทำความผิดกับคนในหมู่บ้านซาน
"อย่างนั้นก็ถูกเหมือนกัน ข้าก็คิดเช่นนั้น" กรรมการหมู่บ้านอีกคนก็ยกให้เสียงเหตุผลเพิ่มเติมเข้ามา
เมื่อเห็นการสนับสนุนที่แข็งแกร่งมากขึ้น ความสงบ ความเข้าใจก็กลายเป็สิ่งที่พบเจอในลานประชุมใหญ่ของหมู่บ้านซาน
ในขณะที่แสงดาว แสงของพระจันทร์ยังคงส่องสว่างบนฟ้าแห่งค่ำคืน
*****
*****
"แม้กรรมการลงความเห็นด้วยเสียงส่วนใหญ่ว่าจะไม่ลงโทษ แต่ข้าคงไม่อาจจะลดโทษลงได้ นี้เป็คำสั่งของท่านผู้นำซานตง"
หัวหน้ากรรมการนามซือเป่า (禠宝 ซือเป่า แปลว่า ความสุข และ ทรัพย์สมบัติ)
คนที่กำลังจะอ่านประกาศบทลงโทษกระซิบเบาๆ กับเหล่ากรรมการ
กรรมการทุกคนได้แต่ถอนหายใจและแสดงสีหน้าผิดหวังเมื่อรู้ว่าต้องลงโทษเด็กที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย
"ไม่มีผู้ใดคัดค้านสิ่งที่ข้าจะประกาศอีกแล้วนะ ทุกคนที่อยู่ที่แห่งนี้จงฟัง"
หัวหน้ากรรมการซือเป่าเริ่มกล่าวประกาศสำคัญถึงบทลงโทษหนัก
เมื่อหัวหน้ากรรมการนามซือเป่ากล่าวประกาศสำคัญถึงบทลงโทษหนัก
ทั้งหมู่บ้านซานและเซียงหยุนก็รู้สึกเหนื่อยใจและแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์นี้
ไม่คาดคิดว่าคำสั่งลงโทษนั้นจะกลายเป็เื่จริง
เซียงหยุนก็รู้สึกท้อแท้ต่อความไม่ยุติของสถานการณ์นี้
มันคือการเห็นสิทธิและความเป็มนุษย์ของตนเอง
เมื่อประกาศสำคัญเสร็จสิ้น นามซือเป่าออกคำสั่งให้เหล่าทหารนำเด็กหนุ่มเซียงหยุนไปขังคุกมืด
โดยไม่คิดจะฟังข้อแก้ตัว หรือข้อโต้แย้งใดให้เสียเวลาจากเซียงหยุนเลย
ทุกคนในหมู่บ้านทราบดีว่านี้คงเป็บทลงโทษที่กำหนดไว้แล้ว เป็การตัดสินใจหน้าตายที่ตั้งขึ้นอย่างทันที
กรรมการทุกคนรู้กันดีว่าเด็กหนุ่มนั้นไม่ได้กระทำความผิด
แต่ด้วยกฎหมายและระบบในหมู่บ้านซาน ทำให้เขาต้องรับมือกับสถานการณ์ที่แย่นั้น
สิ่งที่พวกเขาจะเจอต่อไปคือสภาพแวดล้อมที่แสดงความเ็ปและความโกรธของคนในหมู่บ้าน
ทำให้ทุกคนเริ่มเสียใจ ตระหนักถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดสิทธิ และความเป็มนุษย์ของเด็กหนุ่มนี้
ความเป็มนุษย์ อาจหายไป เพราะความเกลียดชัง และความโเี้ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็สิ่งที่ไม่สามารถเอาเปรียบกันได้กับความเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านซาน
เื่ราวนี้ก่อให้เกิดการขัดแย้งและความขัดแย้งในใจของเซียงหยุน
ซึ่งกลุ่มกรรมการและคนในหมู่บ้านซานก็รู้และเข้าใจถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
"ข้าขอประกาศบทลงโทษ ตามกฎของหมู่บ้านซาน เด็กเซียงหยุนขโมยดาบของท่านผู้นำหมู่บ้าน และไม่ยอมรับสารภาพ จึงต้องโทษจำคุกและใช้แรงงานในหมู่บ้านเป็เวลายี่สิบห้าปี"
หัวหน้ากรรมการหมู่บ้านกล่าวจบ ก็รีบลุกเดินออกจากลานประชุมทันที โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเื้ัของตน
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในใจของเซียงหยุน กับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจความผิดนี้
ทำให้กลุ่มกรรมการต้องเสริมสร้างเสียงสนับสนุน และความเข้าใจกัน เพื่อค้นหาทางออกในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและอ่อนไหวนี้
เมื่อประกาศบทลงโทษ ประกาศให้เด็กเซียงหยุนถูกโทษจำคุกและใช้แรงงานในหมู่บ้าน
สำหรับเด็กวัย 13 ที่ถูกผู้ใหญ่ใช้กฎหมายรังแก
มันคือเสียงร้องของความยากลำบาก และความโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
ความกลัวและความรู้สึกหดหู่อาจต้องเกิดขึ้นในใจ
"พวกเ้าจงติดประกาศนี้ให้ทั่วหมู่บ้านภายในค่ำคืนนี้"
หนึ่งในกรรมการหมู่บ้านออกคำสั่งกับเหล่าลูกน้องเ้าหน้าที่หมู่บ้าน
ค่ำคืนนั้นเหล่าเ้าหน้าที่นำประกาศมาคัดสำเนา นำไปติดรอบหมู่บ้าน
พร้อมร้องะโแจ้งประกาศของเหล่ากรรมการไปทั่วหมู่บ้าน "..."
สิ้นเสียงประกาศสิ้นสุดการตัดสิน หัวหน้ากรรมการซือเป่าก็เดินลับสายตาไป
เหล่ากรรมการทุกคนได้แต่ส่ายหน้า ถอนหายใจผิดหวังกับคำตัดสินด้วยความรู้สึกสงสารเด็กหนุ่มนามเซียงหยุนคนนี้
ทุกคนมีความเข้าใจว่าการใช้อำนาจ เปลี่ยนแปลงกฎหมายตัดสินคดีนี้ เป็ส่วนหนึ่งของชีวิตในหมู่บ้านซาน
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ กรรมการทุกคนกับเป็ผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อม ที่แสดงความเ็ป ความโกรธของคนในหมู่บ้านในอนาคต
**********
เ้าหน้าที่หน้าใหม่ที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาทำงานประจำที่หมู่บ้านซานคนหนึ่ง ถามกับเพื่อนเ้าหน้าที่าุโที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ทำไมพวกเขารีบปิดคดีทั้งที่ยังไม่ตรวจสอบ หรือถามคำถามคนร้ายเลยละ
" เ้าหน้าที่าุโได้อธิบายเหตุผลที่กรรมการหมู่บ้านเร่งรีบปิดคดี ไม่ตรวจสอบหรือถามคำถามคนร้ายให้เสียเวลาได้ดังนี้
"เพราะกรรมการหมู่บ้านมีอำนาจเพียง ช่วยผู้นำซานฯกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดภายในหมู่บ้านซาน แต่ผู้มีอำนาจสูงสุดคอยดูแลทรัพยากรและปกครองหมู่บ้านคือผู้นำตระกูลซาน
ดังนั้นกรรมการหมู่บ้านจึงต้องอยู่ภายใต้ผู้นำ
เช่น ครั้งก่อนมีประกาศบทลงโทษกลุ่มเด็กอันธพาลสิบคน พอกรรมการหมู่บ้านทราบว่ามีซานมิ่งและจี้กุนอยู่ในกลุ่มก็ละเลยที่จะลงโทษ แต่เปลี่ยนวิธีมาปรับเงินเป็กรณีพิเศษแทน
ซึ่งคำตอบนี้สอดคล้องกับระบบ ที่มีอยู่ในหมู่บ้านซาน อธิบายเหตุผล เพื่อให้เ้าหน้าที่หน้าใหม่เข้าใจ เชื่อถือในกระบวนการตัดสินใจของกรรมการหมู่บ้านซาน และผู้นำตระกูลซาน
***
เ้าหน้าที่หน้าใหม่บ่นขึ้น "เป็การปกครองหมู่บ้านที่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย"
***
เมื่อเ้าหน้าที่าุโได้อธิบายรูปแบบการปกครองหมู่บ้าน ลำดับชั้นปกครองของหมู่บ้านให้กับเ้าคนใหม่
"เ้าคงมาจากต่างถิ่น เมื่อย้ายเข้ามาอยู่หมู่บ้านนี้แล้วเ้าต้องรู้ลำดับชนชั้นปกครองของหมู่บ้าน"
เ้าหน้าที่าุโจึงอธิบายว่า ***รูปแบบการปกครองหมู่บ้าน ลำดับชั้นสูงสุดคือกลุ่มตระกูลซาน เหนือสุดคือ ผู้นำตระกูล ลำดับชั้นต่อมาคือรองหัวหน้าหมู่บ้านมีด้วยกันสามคนคอยเป็ที่ปรึกษา และลำดับชั้นสุดท้ายคือกรรมการหมู่บ้านสิบคน
เ้าหน้าที่าุโจึงอธิบายเสริมต่อ นอกจากตัดสินคดีแล้วกรรมการแต่ละคนมีหน้าที่ต่างกันในการช่วยผู้นำดูแลหมู่บ้าน บางคนรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัย บางคนรับผิดชอบด้านอาหารและยา และอาจจะมีบทบาทอื่นๆ ที่เป็ประโยชน์ต่อการดูแลและพัฒนาหมู่บ้านซานอีกมากมาย
***
เ้าคนใหม่จึงเกิดความเข้าใจและความรู้สึกที่น่าสนใจในใจของเขา ั้แ่ที่เขาเดินทางมาจากต่างถิ่นและมาอยู่ในหมู่บ้านนี้
เ้าคนใหม่เขารู้ว่าตนเองต้องประพฤติตามระบบที่มีอยู่ในหมู่บ้านซาน เป็เวลานาน จึงต้องเข้าใจลำดับชั้นของการปกครองในหมู่บ้านนี้
เ้าคนใหม่เริ่มรู้สึกทึกทักว่าถ้าตัวเองได้มีโอกาสอยู่รับใช้ตระกูลซาน ในอนาคตคงเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด อาจจะมียศตำแหน่งและเงินมหาศาลอยู่ในมือ
....................................................................................
่เวลาดึกหลังจากเกิดเหตุการณ์จับโจรขโมยดาบ
ณ บ้านหลังใหญ่กลางหมู่บ้านของผู้นำหมู่บ้านตระกูลซาน
"ซานมิ่ง จี้กุน เล่าทุกอย่างที่เ้าได้กระทำต่อเ้าเด็กนั้น มาเดียวนี้"
ร่างอ้วนๆ ของซานตงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้นำหมู่บ้าน
ะโถามลูกชายตัวอ้วนของมันว่าไปก่อเื่อะไรมาอีก
******
ซานมิ่งเล่าเื่ราวอย่างจริงจัง "ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยท่านพ่อ"
"ข้าเห็นเพียงเ้านั้นหยุดทำสวนแล้วเดินเข้ามาในบ้านเรา"
"ข้าจึงแอบติดตามจนพบว่ามันเข้ามาขโมยดาบของท่าน"
"ข้าไม่กล้าเข้าไปขัดขวางเพราะมันถือดาบไว้ในมือ จึงรีบมารายงานท่านพ่อก่อน"
ซานมิ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มันก้มหน้าลงและไม่ยอมสบสายตากับพ่อของมัน
แม้ซานตงหัวหน้าตระกูลซานตั้งใจฟังคำบอกเล่าของซานมิ่งลูกชายของตนอย่างตั้งใจ
หลังจากซานมิ่งเสร็จสิ้น
*
ชายแก่ตัวอ้วนของหมู่บ้านซานก้มหน้าลงด้วยความกังวลและความเมตตาต่อลูกชายของเขา
ซึ่งภาพลักษณ์นี้กล่าวถึงความห่วงใยและความเป็พ่อของเขา "ซานมิ่ง
ฉันขอบคุณที่ได้แจ้งให้ฉันทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้"
หัวหน้าตระกูลซานพูดอย่าง เอื้อนๆ แสดงให้เห็นว่าเขาเคารพและเข้าใจสถานการณ์ของซานมิ่ง
ซานตงคิดให้ตัวเองนั้นควรทำอะไรในสถานการณ์นี้
"แต่ ซานมิ่งลูกรัก เ้าไม่ต้องมาโกหกพ่อ ซานมิ่งเ้าลองหันไปดูจี้กุนเพื่อนหัวโล้นของเ้าก่อน"
ซานตงะโใส่ลูกของมันพร้อมชี้นิ้วไปทางจี้กุน
****
****
ซานมิ่งจึงหันไปมองทางเพื่อนของมันก็พบว่า จี้กุนหน้าซีดน้ำตาไหลน้ำมูกไหล
จี้กุนอยู่ในอาการสั่นกลัวความผิดที่ได้กระทำไว้
***
“จี้กุน เ้าจงเล่าทุกอย่างออกมา แม้ข้าจะสั่งฆ่าเ้าไม่ได้
แต่ ไม่อย่างนั้นข้าก็จะสั่งทหารให้ตัดลิ้นเ้าทิ้ง”
จี้กุนใด้วยความกลัวจึงรีบคุกเข่าลงกับพื้น และเล่าเื่ทุกอย่างที่เป็แผนการของซานมิ่งให้ซานตงได้รับรู้
"...""...""...""...""...""...""...""..." "ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว จี้กุน" ซานตงพูดอย่างเสียใจและแสดงความเมตตา
*จี้กุน มักจะได้ฟังความลับเื่ความน่ากลัวและอำมหิตของซานตง มาจากพ่อของมันนามจี้เตียว ที่เป็รองหัวหน้าหมู่บ้านอยู่เสมอ.
ความกลัวที่ก่อเกิดขึ้นภายในใจของจี้กุน
เช่น การสังหารพี่ชายตนเองนามซานตวนด้วยยาพิษในสุราเพื่อชิงเอาตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านมาเป็ของตนเอง ฯลฯ .
จี้เตียวจึงสั่งให้จี้กุนทำดีกับซานมิ่งและอยู่ให้ห่างจากซานตง
เพราะจี้เตียวเองก็ยังเป็ข้ารับใช้ซานตง นั้นจึงเป็เหตุทำให้จี้กุนนั้นกลัวซานตงมากที่สุด***
"ซานมิ่ง ลูกรัก เ้าจะให้ข้าตามแก้ปัญหาไปอีกนานแค่ไหน และเมื่อไหร่เ้าจะโตสักที"
ซานตงกล่าวขึ้นพร้อมถอนหายใจยาวๆ ในสายตาของมันมองว่าเป็แค่การทะเลาะกันของเด็กๆ
มีอีกหลายวิธีที่จะรังแกเ้าเด็กเซียงหยุน ไม่สมควรเอาสมบัติล้ำค่าประจำตระกูลมาเล่นแบบนี้
"แย่ๆ จริงๆ ข้าควรจะลงโทษปะาชีวิตเ้าเด็กนั้นมากกว่าการกักขังจำคุกเพียง 25 ปี หรือสังหารมันภายในคุกเสียให้สิ้น"
ซานตงบ่นกับตัวเองเบาๆ "ข้าอาจจะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเื่นี้"
ซานตงระลึกถึงคำพูดที่ตนเองกล่าวมา ความโกรธและความขัดแย้งในใจกำลังส่งผลให้เขาพูดออกมาอย่างที่ไม่ควร
"ซานมิ่งและจี้กุน ฟังนะ ภายใน 25 ปีนี้
พวกเ้าสองคนต้องหาวิธีกำจัดเ้าเด็กเซียงหยุนในคุก
-อย่าให้มันมีชีวิตรอด-
เพราะเมื่อมันพ้นโทษ มันคงนำความแค้นมาลงที่ตระกูลซานของเรา"
ซานตงออกคำสั่งกับซานมิ่งและจี้กุน
***************************
"แค่เด็กคนสวนอายุ 13 ท่านจะกลัวอะไร ท่านพ่อ" ซานมิ่งตอบกลับ
*****************************
ซานตงแสดงความกังวล "อย่างที่เ้าบอก แววตาของเ้าเด็กนั้นไม่ธรรมดา"
ข้าคิดว่าเ้าเด็กเซี่ยงหยุ่น มันคงต้องหาทางระบายความโกรธที่อยู่ในใจ
"แถมเ้าเด็กเซี่ยงหยุ่นนั้น คำพูดที่โต้ตอบก็ไม่ธรรมดาผิดกับเด็กอายุ 13 ทั่วไป
หากตอนนั้นข้าเปิดโอกาสให้เ้าเด็กนั้นพูดมากขึ้น คนผิดอาจจะเป็พวกเ้า"
หลังจากที่ซานตงได้กล่าวถึงความกังวลและความสำคัญในการเอาใจใส่เ้าเด็กเซียงหยุนอีกครั้ง
สิ้นเสียงซานตงก็ลุกเดินออกไป
***************************
ซานมิ่งรู้ว่าเด็กเซียงหยุนคือศัตรูที่ต้องกำจัด เขาตระหนักถึงความสำคัญ
"เมื่อเป็ศัตรูก็จงกำจัดทิ้งอย่าให้เหลือทางรอด ข้าจะจำไว้"
"ฉันต้องหาวิธีกำจัดเ้าเด็กเซียงหยุนในคุกให้มั่นใจว่าเขาจะไม่มีทางรอด"
ซานมิ่งกำลังคิดอย่างใจจดใจจ่อในการวางแผนและดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของตระกูลซาน
ซานมิ่งบ่นกับตนเองเบาๆ "จี้กุน ถ้าเ้าติดตามข้ายังไงตำแหน่งรองหัวหน้าหมู่บ้านก็เป็ของเ้า"
"จงอย่าทรยศข้า" พร้อมจับไหล่จี้กุนที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ
***/*
***/*
จี้กุนกล่าวตอบ"ขอบคุณนายน้อย"
ในความคิดของจี้กุนนั้น "ข้าจะมีทางเลือกอะไรนอกจากติดตามรับใช้เ้า -เ้าหมูอ้วน-
ความยากลำบากอยู่ที่มุมในความตัดสินใจของจี้กุน อย่างน้อยวันนี้ข้าก็ยังไม่ถูกตัดลิ้น"
จี้กุนทำได้เพียงแค่คิด
แต่วิธีกำจัดเ้าเด็กเซียงหยุนในคุกมันก็ยังคงเป็เื่ที่สำคัญที่จี้กุนต้องคิดให้ดีก่อน
และเข้าใจว่าความตัดสินใจอาจจะมีผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของตัวเองเช่นกัน
จากนั้นจี้กุนก็ขอตัวกลับบ้านทันที
............................................................................
ภายในคุกมืดใต้ดินของหมู่บ้านซาน
บริเวณภายในคุกล้วนมืดสนิทไร้แสงไฟ
มองไม่เห็นแม้แสงจันทร์หรือแสงดาวเป็บรรยากาศยามค่ำคืนที่ค่อนข้างจะน่ากลัว
ประสานกับเสียงร้องเห่าหอนของสุนัขและแมว
ขณะนี้เวลาเกือบจะเที่ยงคืน
ทุกคนในหมู่บ้านล้วนหลับอยู่บนเตียงที่นุ่ม หนุนหมอน และซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มที่นุ่มนิ่ม
ฝนก็เริ่มตกลงมา นอกจากเสียงเห่าหอนและเสียงฝน กับมีเสียงหนึ่งในคุกมืดใต้ดินดังขึ้นเรื่อยๆ
เสียงนั้นคือเสียงของเซียงหยุนที่กำลังอยู่ในคุก
ขณะที่เสียงเซียงหยุนกำลังต่อสู้และแสดงความคิดของตนออกมาที่คุกแห่งนี้
คำพูดอย่างเบาๆ ที่เซียงหยุนกำลังสะกดคิด
ความหวังและความกลัวปนกันอยู่ในใจของเขา
"ข้าไม่ผิด จับข้ามาขังทำไม ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย"
เสียงะโของเซียงหยุนดังขึ้นภายในห้องขังเดียวใต้ดิน
ผ่านไปนานหลายชั่วโมง ความปรารถนาของเซียงหยุนค่อยๆ เปลี่ยนไป
เขาเห็นความคิดของเขาที่้าจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต
หากเขาจะต้องหาทางออกจากคุกนี้เขาจำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงในตัวเอง
เสียงฝนที่ตกลงมากับความรู้สึกที่สงบ
ในความคิดทำให้เซียงหยุนมีความมั่นใจในตัวเอง
แม้เด็กหนุ่มจะปรับลมหายใจตามวิชาเซียนในตำราเพื่อเพิ่มพลังกาย
แต่ก็ไม่สามารถจะหลุดออกจากโซ่ตรวนเหล็กที่ล่ามขาและแขนได้
ในความมืดที่คุกมืดและความหิวความหนาวรบเร้าทรมานในใจของเหล่านักโทษที่ถูกกักขังอยู่
คำพูดและหัวเราะคล้ายกับคนบ้าบรรยากาศที่ยามค่ำคืนที่ไม่เคยสิ้นสุด
อาการที่ขาดแคลนอาหารและความอบอุ่น
มีแต่ความกลัวทำให้ใจสั่นะเื
ทับถมเข้ามาในร่างและจิตใจของเหล่านักโทษ
*
เสียงหัวเราะของเหล่านักโทษในคุกใต้ดินดังขึ้นเรื่อยๆ "อยู่ไปนานๆ เดียวก็ชิน เมื่อชินแล้วจะได้มาอยู่ขังรวมร่วมกับพวกข้า 555"
บางเสียงก็ะโข่มขู่ "หุบปากข้าจะนอน"
*
ทำให้เซียงหยุ่นเขามั่นใจว่าเขาไม่สามารถหลุดออกจากโซ่ของความกลัวนี้ได้ในทันที
แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ยอมที่จะยอมแพ้กับความมืดที่อยู่ในใจของเขา
เวลาผ่านไปไม่นานเสียงทุกเสียงเริ่มเงียบลงเข้าสู่่เวลาหลับ
เหล่านักโทษใช้แรงงานบางคน้าพักผ่อนอย่างจริงจัง
ส่วนเซียงหยุนหมดเรี่ยวแรงจะะโหรือแกะโซ่ตรวน จึงหลับลึกด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ก่อนที่จะหลับตาลงสู่ห้วงความหนาวของความมืด
เซี่ยวหยุ่นคิดเองในใจ "จะต้องหาทางทำให้ออกมาจากที่นี่ให้ได้
(นักโทษแรงงานจะถูกนำไปใช้เป็แรงงานทาส เช่น การก่อสร้าง การขุดดิน ไปจนถึงนักโทษแรงงานชั้นดีจะได้ไปเป็คนใช้แรงงานในบ้านของเหล่าคนตระกูลซาน)
ในสภาพแวดล้อมที่คุกมืดทำให้เซียงหยุน">เขาต้องคิดอย่างเต็มที่ รวมถึงความขัดแย้ง กับความแค้นที่ค้างอยู่ในใจของเซียวหยุ่น
ความรุนแรงควบคุมสถานการณ์ เพื่อหาทางออกจากความมืด และความหวานน้อยนิดนี้
สามารถควบคุมตัวเอง ใช้ความฉลาดของเขาในการเผชิญหน้ากับตระกูลซาน
ซึ่งเป็ภารกิจที่ยากลำบาก และท้าทายที่คุกมืดซึ่งไม่สิ้นสุดนี้
..............................
ในความมืดที่คุกมืดที่ทำให้เซียวหยุ่นหลับสนิท
ด้วยความเศร้าและมีน้ำตา
เขาฝันถึงวิชาเทพเซียนที่เขาได้อ่าน
ตัวเขาส่องแสงในแบบของอริยสัจที่มากกว่ามนุษย์ทั่วไป
แสงของจิตใจเขากล่าวเื่ราวอันยิ่งใหญ่
ในฝันของเขา เซียวหยุ่นกลายเป็ผู้นำเหล่าเทพเซียนที่มีความสามารถเหนือผู้ใด
เป็ผู้นำเหล่าทวยเทพออกสู้รบกับเผ่าปีศาจ
เป็เทพเ้าที่ปรากฏตัวช่วยเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่เสมอ
จิติญญาเทพของเขา้ากลับมาทำภารกิจที่ยากลำบากในแดนโลกใบนี้
จิติญญาพูดกับเขาในฝันว่า "เซียวหยุ่น เ้าจะต้องสืบค้นความคิดของตนเองและหาสายธารเวลาในความหมายที่แท้จริง.
หาเหตุผลการกำเนิดของเ้า"
จงฝึกวิชาเซียนเต่า - ดำ มี 9 ขั้น (ป้องกัน) ให้บรรลุ
จากนั้นก็มีท่วงท่าของวิชาเซียนเต่า-ดำที่ขาดหายไป ก็ไหลเข้ามาในสมองของเขา
.....................................
ภายในความมืดของคุกในหมู่บ้านซาน
ร่างกายของเซียงหยุนเติบโตกว่าเดิม ความแข็งแกร่ง และความทะเยอทะยานของเขาทำให้เขาเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนที่เคยเป็
อย่างไรก็ตามมีส่วนหนึ่งในใจของเขาที่ไม่เชื่อในความฝัน
แม้ในสมองเขาจะมีวิชาไหลเวียนอยู่
แม้ความรู้สึกและััในสภาพแวดล้อมคุกมืด และความหิวความหนาวก็ยังคงอยู่
เซียงหยุนเขาเริ่มได้ยินเสียงกรนของเหล่านักโทษที่นอนหลับ สอดประสานกับเสียงฝนที่ตก และเสียงฟ้าที่ร้อง
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งออกมาจากศูนย์กลางความมืด เริ่มดังขึ้น
"เซียงหยุนเ้าอยู่ที่ไหน" "ตาเซียงซื่อมาช่วยเ้าแล้ว"
เสียงเซียงซื่อะโขึ้นจากในความมืดต่อเนื่องซ้ำไปซ้ำมา
********************
เซียงหยุนตอบโต้ด้วยความรู้สึกที่มั่นใจในเสียงที่ได้ยิน
"ข้าฝันว่าได้ยินเสียงท่านตา ไม่นี่ไม่ใช่ความฝัน"
เซียงหยุนสะดุ้งตื่นจากการนอนหลับ และลุกขึ้นยืนทันที
ความคิดของเขาไม่แคร์ความมืด ความหิว ความหนาวอีกต่อไป สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือพบท่านตา
"ท่านตาข้าอยู่ตรงนี้ ห้องขังเดี่ยวชั้นใต้ดิน ข้างในสุด" เซียงหยุนะโตอบ
************
ตาแก่เซี่ยงซื่อก้าวเข้ามาในห้องขังเดี่ยวใต้ดินที่มืดมน
"ดีมาก เซียงหยุน ข้ามาเพื่อคุ้มครองเ้าและพาเ้าออกจากที่นี่"
ความเยือกเย็นอันน่าขนลุกขณะที่ความมืดกับความเงียบสงัด
เสียงของตาหลานทั้งคู่ได้ปลุกเหล่านักโทษจากการนอนหลับ
เหล่านักโทษส่งเสียงโวยวาย
"ช่วยพวกข้าด้วย พวกข้า้าหนีไปกับพวกท่านด้วย"
เสียงของเหล่าคนคุกะโขึ้นพร้อมๆ กัน
"ถ้าท่านช่วยข้าออกจากคุกข้าจะยกเหรียญทอง 50 เหรียญให้กับท่าน พร้อมทองคำ 1 แท่ง"
(เหรียญทอง 100 เหรียญ เท่ากับทองคำ 1 แท่ง)
นักโทษหนุ่มวัย 30 ท่าทางดูน่ากลัวได้พูดเสริมขึ้นมา
เซียงซื่อไม่ใส่ใจกับเสียงอื่นๆ ยกเว้นเสียงของหลานตัวเองเท่านั้น
จากนั้นขว้างเข็มเคลือบยานอนหลับ ปาใส่เหล่านักโทษ โดนเพียงครั้งเดียวหลับสนิท
เซียงซื่อรีบวิ่งตรงเข้าไปหาเซียงหยุนที่อยู่ข้างในสุดโดยทันที
ทันทีที่เซียงซื่อตรงเข้ามาถึงห้องขัง
เขายิ้มและบอกว่า "หลานตัวน้อย น้ำตาได้ไหลออกมาจากใบหน้าด้วยความเป็ห่วงหลานชาย
"ขอบคุณพระเ้าที่หลานยังปลอดภัย าเ็ตรงไหนบ้างไหม
ตอนนี้ตาสามารถมาช่วยเ้าหลบหนีออกจากหมู่บ้านซานได้แล้วหลานรัก"
เซียงซื่อรีบให้กิ้งก่าน้อยแปลงจิตเป็พวงกุญแจออกมาจากภายในเสื้อ
เขาใช้เปิดประตูกับถอดโซ่ตรวนให้กับเซียงหยุน
************
เซียงหยุนเข้ากอดเซียงซื่อพร้อมตั้งคำถาม "ท่านตาท่านหายไปไหนมา?
ข้าไม่ใช่ขโมย ข้าถูกใส่ร้าย ท่านจะเชื่อข้าได้ไหม?"
************
"ตาเชื่อในตัวเ้าเซียงหยุน และตาก็ไม่ได้ไปไหนเพียงซ่อนตัวอยู่ในบ้านของนายพรานหยู่ฉาง"
เซียงซื่อกล่าวอย่างหนักแน่น
"หลังจากที่ทหารไปหมดแล้ว ข้ากับนายพรานหยู่ฉางก็ออกไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้ากรรมการหมู่บ้านซือเป่า ทั้งตัวอย่างกุญแจ ทั้ง่เวลาเฝ้ายาม"
เซียงซื่อแสดงสีหน้าจริงจัง
"พวกเราจึงวางแผนพาเ้าหลบหนีออกจากหมู่บ้านซาน และ่เวลานี้เป็่เวลาที่ดีที่สุดในการหลบหนี"
เซียงซื่ออธิบายให้เซียงหยุนเข้าใจว่า หมู่บ้านนี้การรักษาความปลอดภัยยังไม่ดี เรามีโอกาสหลบหนีได้ง่าย
แม้แต่ทหารเฝ้าหน้าคุกสองคนยังกลับไปนอนหลับที่บ้าน
****************
****************
เซียงหยุนฟังคำอธิบายของเซียงซื่อ รับรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่หมู่บ้านซานในขณะนั้น
ความเป็จริงที่เซียงหยุนต้องหนีออกนอกหมู่บ้านเพื่อรอดตามที่เซียงซื่ออธิบาย
ทำให้เซียงหยุนเข้าใจถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
พวกเขา้าหนีออกจากหมู่บ้านซานใน่ที่ทหารไม่ได้ระวังเฝ้าหน้าคุก
นอกจากนี้การมีสัตว์จิติญญาช่วยเปิดประตู และถอดโซ่ตรวน เป็สิ่งที่ช่วยให้การหนีหายไปได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงในการถูกจับกุมได้
เซียงซื่อประคองเซียงหยุน พวกเขาเริ่มวิ่งหนีออกมาจากคุกใต้ดินของหมู่บ้านซาน
ความมืดและความหิวความหนาวยังคงมีอยู่ในความทรมาน
การวิ่งของพวกเขาก็เพิ่มความอันตรายให้กับเส้นทางที่แคบและมืดมิด
***********
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนหลายคนเดินเข้ามาในทิศที่ทั้งคู่ยืนอยู่
เซียงหยุนใและรีบบอกเซียงซื่อ
"มีคนมา ท่านตารีบหนีไป"
***********
เมื่อร่างเงาสามร่างเข้ามาใกล้ในความมืด
เซียงซื่อรีบบอกเซียงหยุน "ไม่ต้องใกลัวเพราะพวกเขาคือ หยู่ฉาง หยู่ฉางฮูหยิน และหยู่หนิง"
***************
หยู่หนิงร้องไห้และวิ่งเข้ามากอดเด็กหนุ่ม "เซียงหยุน เ้าเป็ยังไงบ้าง"
ความอุ่นจากตัวหยู่หนิงทำให้เซียงหยุนรู้สึกอบอุ่นและมีอารมณ์แปรปรวนชวนสับสน
******************
เซียงซื่อทำเสียงเข้ม "อย่าเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน เราต้องพาเซียงหยุนหลบหนีออกนอกหมู่บ้านก่อน"
ทำให้หยู่หนิงและเซียงหยุนรีบแยกตัวออกจากกันทันที
**********************
นายพรานหยู่ฉางกล่าวขึ้น "ทุกคนตามข้ามา ข้ามีทางลัดออกนอกหมู่บ้าน"
พร้อมกับเรียกสัตว์จิติญญา ออกมาช่วยนำทางในความมืด
นายพรานหยู่ฉางนำทางเซียงหยุนและเซียงซื่อ ออกมาจากคุกใต้ดิน
โดยใช้สัตว์จิติญญาหมาป่าเป็แหล่งแสงสว่างในความมืด
พวกเขาวิ่งหนีออกมาสู่ช่องทางอิสระที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ
-------------------------
สรุป
เซียงหยุนในตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่น่ากลัวและอันตราย
เซียงหยุนเขาต้องหนีออกจากคุกใต้ดินของหมู่บ้านซาน เพื่อหาเสรีภาพและปลอดภัยให้กับตัวเอง
เซียงหยุนที่ชอบชีวิตที่สงบสุข กับกลายเป็ตัวร้ายที่ถูกกักขังในคุกมืดใต้ดินของหมู่บ้านซาน
หลังจากที่โดนซานมิ่งใส่ร้าย การพบกับเซียงซื่อที่อยู่ข้างในสุดทำให้เซียงหยุนมีความหวังในชีวิตอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เซียงหยุนเป็ตัวละครที่มีอารมณ์แปรปรวน ระหว่างความหวังและความกลัว
ซึ่งอาจทำให้เซียงหยุนมีความสับสน หรือไม่แน่ใจในการตัดสินใจ หรือกระทำต่อไป
อีกทั้งตอนต่อไปหลังจากพบกับหยู่หนิง ที่แสดงความรักและความห่วงใยอย่างใกล้ชิด เซียงหยุนรู้สึกอบอุ่นใจ
แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความกังวลและกลัวในการตัดสินใจในการหนี
ขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าของหน่วยทหารจากหมู่บ้านซาน และเปลี่ยนแปลงชีวิตที่อาจไม่เหมือนที่เคยคิดฝันไว้
อย่างไรก็ตามเขาต้องเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นใหม่เพื่อหาเสรีภาพ และเรียกหาความปลอดภัยที่เสียหายก่อนหน้านี้กลับคืนมา ....