ชายทั้งสามคนนั้นอยู่ใกล้กับตำแหน่งของเซียวเยี่ยมากเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเข้ามาจากทางเข้าสุสานด้านเดียวกัน
และก็เป็ไปตามคาดเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าก็ดังแว่วมาจากด้านหลังปรากฏร่างของคนสามคนที่สวมเครื่องแบบเหมือนกันและบนหน้าอกของพวกเขาทั้งหมดมีสัญลักษณ์พิเศษประดับอยู่... นั่นคือสมาคมสมุทรคลั่ง
ทั้งสามคนนี้มาจากสมาคมเดียวกัน!
และพวกเขาก็สังเกตเห็นเซียวเยี่ยที่อยู่ตรงหน้าเช่นกันแววตาของทั้งสามพลันฉายแววระแวดระวัง
โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มสวมแว่นที่เป็หัวหน้ากลุ่มเหลือบไปเห็นกล่องสมบัติที่ส่องประกายเจิดจรัสอยู่สุดทางเดินด้านโน้น!
มนุษย์ยอมตายเพื่อทรัพย์สินสกุณายอมม้วยเพื่ออาหาร
ทั้งสามสบตากันครู่หนึ่งก่อนจะชักอาวุธออกมาแล้วค่อยๆ ล้อมเซียวเยี่ยไว้อย่างเงียบเชียบ
“น้องชาย กล่องนั่นไม่ใช่ของที่นายจะแตะต้องได้ ถ้าฉลาดพอก็ถอยไปห่างๆเสีย!”
“กล่องสมบัตินี้ พวกฉันสามคนจองแล้ว!”
ชายสวมแว่นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยเสียงเหี้ยมพร้อมกับชูมีดสั้นที่ทอประกายเย็นเยียบในมือชี้หน้าเซียวเยี่ย
อาชีพของคนคนนี้น่าจะเป็มือสังหาร
ส่วนอีกสองคนที่ขนาบข้างชายสวมแว่นคนหนึ่งเป็จอมเวท อีกคนเป็นักรบที่ถือกระบี่และโล่
เซียวเยี่ยยิ้มเ็าอยู่ในใจสิ่งของในดันเจี้ยนเดิมทีเป็สิ่งของไร้เ้าของกฎเกณฑ์ที่ยึดถือกันมาล้วนไม่พ้นใครมาก่อนได้ก่อนหรือไม่ก็ใครหมัดหนักกว่าคนนั้นก็ได้ไป
ทว่ากล่องสมบัติที่วางอยู่สุดระเบียงทางเดินที่เด่นสะดุดตาขนาดนี้เกรงว่าคงไม่ใช่ของที่จะได้มาง่ายๆ นัก
ดันเจี้ยนนี้มีชื่อว่าสุสานแม่ทัพโหลวหลันของมีค่าที่ฝังร่วมกับแม่ทัพ จะยอมให้คนแย่งชิงเอาไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
เซียวเยี่ยเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างทันทีเปิดทางไปสู่กล่องสมบัติพลางทำมือส่งสัญญาณเป็เชิงว่า เขายกมันให้อีกฝ่ายแล้ว
แต่ชายสวมแว่นคนนั้นยังคงถลึงตาเฝ้าระวังเซียวเยี่ยพร้อมตวาดเสียงก้อง“จะไปไหนก็ไป อย่ามาเกะกะอยู่แถวนี้!”
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากลัวตอนที่กำลังเปิดกล่องสมบัติเซียวเยี่ยจะแอบลอบโจมตีจากด้านหลัง
เซียวเยี่ยยักไหล่ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดที่มุ่งไปอีกทิศทางหนึ่งในทันที
เมื่อครู่ตอนที่เขาใช้ทักษะคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงเขาได้สำรวจภูมิประเทศโดยรอบจนทะลุปรุโปร่งแล้ว
เพียงเดินผ่านบันไดหัวมุมนี้ไปก็จะสามารถขึ้นไปสู่ชั้นสองของแท่นยกระดับได้
และจากชั้นสองนั้นเองเขาจะสามารถมองเห็นสถานการณ์บนระเบียงทางเดินด้านล่างได้อย่างชัดเจนโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว!
เมื่อเห็นเซียวเยี่ยลับสายตาไปชายสวมแว่นและพวกอีกสองคนจึงเริ่มลงมือ
หารู้ไม่ว่าเซียวเยี่ยไม่ได้ไปไหนไกลเลยเขาเพียงแอบขึ้นมาอยู่เหนือหัวของพวกเขา และเฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบ
ดูเหมือนว่าพวกของชายสวมแว่นทั้งสามคนจะไม่ได้บุ่มบ่ามพุ่งเข้าไปแต่พวกเขากลับมีประสบการณ์พอตัวโดยการให้นักรบที่เป็แนวหน้าเพียงคนเดียวชูโล่เดินนำไปก่อนชายผู้นี้นอกจากจะถือโล่ั์ที่ใหญ่และหนักอึ้งแล้ว เขายังสวมเกราะหนักทั้งตัวเรียกได้ว่าติดอาวุธั้แ่หัวจรดเท้า
ส่วนอีกสองคนหลบอยู่ด้านหลังก่อตัวเป็รูปขบวนคล้ายการละเล่นงูกินหาง เดินเลียบไปตามกำแพงข้างทางเดินแล้วค่อยๆ คืบคลานไปทีละก้าว
ถือว่ายังมีความรอบคอบอยู่บ้าง!
ทว่าชายสวมแว่นที่เป็หัวหน้ากลุ่มผู้มีอาชีพมือสังหารสายความคล่องตัวซึ่งควรจะเป็คนเดินนำหน้าเพื่อปลดกับดักกลับเลือกเดินรั้งท้ายเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ตัวเอง
ทันใดนั้นเองนักรบที่ถือโล่ใหญ่เดินนำหน้าพลันรู้สึกว่าเท้าจมลงไปด้านล่างตามมาด้วยเสียงกลไกดีดตัวดังคลิกลูกศรอาบยาพิษจำนวนมากพุ่งทะยานมาจากสองฟากของทางเดินนักรบผู้นั้นรีบยกโล่ขึ้นต้านทานอย่างลนลาน แต่จอมเวทด้านหลังกลับหลบไม่พ้นถูกศรปักเข้าที่ขาจนร้องลั่นด้วยความเ็ป!
“จะโวยวายทำไม?!”
ชายสวมแว่นด้านหลังเตะเขาไปทีหนึ่งพลางออกคำสั่ง “รีบดื่มยาถอนพิษสิ!”
จอมเวทหนุ่มมองดูแถบพลังชีวิตที่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องรีบหยิบยาถอนพิษออกมาจากกระเป๋าสัมภาระแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวจึงหยุดผลของพิษไว้ได้ทันท่วงที
ทว่าในวินาทีนั้นเองแผ่นหินอ่อนบนระเบียงทางเดินด้านหน้าพลันหลุดร่วงลงทีละแผ่น!
นักรบที่เดินนำหน้าสุดก้าวพลาดจนเสียหลักร่วงหล่นลงไป
และเมื่อมองลงไปด้านล่างก็จะเห็นกับดักหนามแหลมคมเรียงรายเคราะห์ดีที่นักรบคนนั้นปฏิกิริยาไวมากพอเขาใช้สองมือคว้าขอบพื้นด้านหลังไว้ได้ทัน
“หลี่เซี่ยง! ระวัง!”
จอมเวทหนุ่มด้านหลังรีบยื่นมือไปคว้าแขนของนักรบไว้ในตอนนั้นพวกเขาอยู่ห่างจากกล่องสมบัติสุดทางเดินเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น!
แต่กลับกลายเป็ว่าชายสวมแว่นที่เดิมทีเดินรั้งท้ายอยู่กลับไม่คิดจะยื่นมือช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มเลยแม้แต่น้อยเขากลับะโข้ามกับดักนั้นไปเพียงลำพังแล้วพุ่งตรงไปยังกล่องสมบัติสุดทางเดินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
“พวกนายรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันจะไปดูให้ก่อนว่าข้างในกล่องมีอะไรบ้าง!”
กล่องสมบัติสุดทางเดินนั้นดูอย่างไรก็ไม่ใช่ของธรรมดามีความเป็ไปได้สูงที่จะได้รับอุปกรณ์หรืออาวุธระดับทองคำขึ้นไป
ต่อหน้าสิ่งล่อใจอันล้ำค่าเช่นนี้ชายสวมแว่นจึงสลัดมิตรภาพและเพื่อนร่วมกลุ่มทิ้งไปอย่างไม่ใยดี!
“ไอ้ชั่วหวังทง! แกกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
จอมเวทหนุ่มแผดเสียงด่าทอทันทีลำพังแรงของเขาเพียงคนเดียวแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะดึงร่างของหลี่เซี่ยงที่สวมชุดเกราะหนักขึ้นมาได้
ขณะที่หลี่เซี่ยงซึ่งใช้สองมือเกาะขอบทางเดินอยู่เริ่มจะหมดแรงแววตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและหวาดกลัวแต่เกราะหนักที่สวมอยู่กลับกลายเป็ภาระที่กำลังถ่วงรั้งให้เขาจมดิ่งลงสู่ความตาย!
ในขณะนั้นเองเชือกเส้นหนึ่งพลันหย่อนลงมาจาก้าระเบียงหย่อนลงมาข้างมือของนักรบหลี่เซี่ยงพอดี ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึงและพบว่าเป็เซียวเยี่ยที่แสร้งทำเป็จากไปก่อนหน้านี้นั่นเอง
เซียวเยี่ยผูกเชือกไว้กับราวกันตกบนแท่นยกระดับพลางเอ่ยด้วยเสียงเ็า “ถอดโล่กับชุดเกราะออกเสียเถอะนายจะเอาชีวิตรอดหรือเก็บอุปกรณ์พวกนั้นไว้ก็เลือกเอาเอง!”
นักรบหลี่เซี่ยงได้ยินดังนั้นก็ก้มมองกับดักหนามแหลมใต้เท้าเขาข่มความกลัวพลางรีบปล่อยมือจากโล่หนักหลายสิบกิโลกรัมทิ้งไปและถอดอุปกรณ์สวมใส่บนตัวออกครึ่งหนึ่งในทันที
เขาใช้มือข้างหนึ่งคว้าเชือกไว้และด้วยการช่วยเหลือจากจางเว่ยจอมเวทหนุ่มกลุ่มเดียวกันในที่สุดเขาก็ปีนกลับขึ้นมาได้สำเร็จ
อีกด้านหนึ่งหวังทงชายสวมแว่นที่ะโข้ามกับดักไปก่อนหน้ากำลังยืนอยู่หน้ากล่องสมบัติด้วยความยินดีปรีดาเขาหยิบชุดเครื่องมือสะเดาะกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วเริ่มทำการปลดล็อกอย่างชำนาญซึ่งการสะเดาะกุญแจนั้นเป็ความสามารถเฉพาะทางของอาชีพมือสังหาร
“ไอ้เศษเดนหวังทง แกต้องไม่ตายดีแน่!”
หลี่เซี่ยงที่เพิ่งรอดพ้นความตายมาได้ะโด่าทอหวังทงอย่างสุดเสียง“ฉันมันตาถั่วเองที่หลงมาเข้ากลุ่มกับแก!”
จางเว่ยจอมเวทหนุ่มก็ด่าสาปแช่งด้วยความแค้นเคืองเช่นกันทว่าการหักหลังเพื่อนร่วมกลุ่มเพื่อผลประโยชน์อันมหาศาลเช่นนี้กลับเป็เื่ที่พบเห็นได้จนชินตาในโลกใบนี้
“วางใจเถอะ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก”
เซียวเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจากมุมมองบนชั้นสอง เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าด้านหลังกล่องสมบัติสุดทางเดินนั้นมีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแเี
หากเขาคาดเดาไม่ผิดเงื่อนไขในการกระตุ้นค่ายกลนี้ก็คือการเปิดกล่องสมบัตินั่นเอง!
แต่หวังทงที่นั่งยองๆอยู่ด้านหน้ากล่องสมบัติด้วยความโลภกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดเขาตั้งหน้าตั้งตาใช้เครื่องมือสะเดาะกุญแจงัดแงะจนเหงื่อผุดพรายไปทั่วใบหน้าเพื่อที่จะเปิดกล่องสมบัติใบนั้นให้ได้...