บทที่55
ปิดฉาก
“ ตูม!!! ”เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวการโจมตีอัดกระแทกเข้าใส่ร่างกายของโทมัสอย่างเต็มๆ
เวทย์แห่งเปลวเพลิงที่ถูกปล่อยออกไปโดนส่งเสริมภูตแห่งเปลวเพลิงเมื่อมันพุ่งทะยานมุ่งตรงไปอัดกระแทกใส่ร่างกายของโทมัสก่อกำเนิดกลายเป็นการโจมตีอันรุนแรง
ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆดวงตาเบิกกว้างขึ้นการโจมตีนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ
สายลมร้อนขนาดใหญ่ปลดปล่อยออกมากระจายไปทั่วพื้นที่
เดย์เองก็ไม่เคยเห็นแบบนี้เช่นเดียวกันนี่เป็นครั้งแรกที่เขาลองใช้วิธีนี้
แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลมากกว่าที่คิดเพราะว่าโจมตีเขาปล่อยพุ่งตรงออกไปมันรุนแรงกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก
แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณก่อนที่เปลวเพลิงขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นด้านหน้าลุกไหม้ร่างของโทมัส
เปลวเพลิงนั้นกำลังลุกไหม้ก่อนที่มันจะสงบลงในเวลาต่อมา
เมื่อเปลวเพลิงนั้นค่อยๆสงบลงเผยให้เห็นร่างกายของโทมัสที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
ร่างกายของมันโดนเปลวเพลิงเผาไหม้ผิวหนังจนผิวหนังของมันนั้นไม่เกรียม
ร่างกายโดนการโจมตีอันรุนแรงอัดเข้าไปจนตอนนี้ไม่สามารถขยับร่างกายได้
การโจมตีจากเวทย์มนตร์รุนแรงกว่าที่คิดมันพุ่งทะยานซ้ายล่างของโทมัสความรุนแรงของการโจมตีทำให้ร่างกายของโทมัสรับบาดเจ็บ
โทมัสยังคงไม่ได้สิ้นใจตายไปในทันทีดวงตาของมันยังคงมีสติอยู่แม้ว่าร่างกายจะไม่สามารถขยับได้
มันใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังฮิลเลอร์พร้อมกับส่งเสียงขึ้นมา“ ช่วยฉันซะ!!! ”
ฮิลเลอร์คนนั้นกำลังจะลงมือมันยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมากำลังจะใช้พลังเวทย์ของตนเองส่งผ่านไปใส่ร่างกายของโทมัสที่ได้รับบาดเจ็บ
แต่ในขณะที่มันกำลังจะลงมือนั่นเองร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังฮิลเลอร์ชายผมทองที่ถือดาบเหล็กภายในมือปรากฏกายอยู่ด้านหลัง
มันใช้ดาบเหล็กของตนเองฟันศีรษะของฮิลเลอร์ครั้งเดียวหลุดกระเด็นออกจากลำตัวปิดชีพคนผู้นั้นในทันที
ซิลเวอร์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“ การปะทะกับมนุษย์ด้วยกันเองตัดกำลังทางด้านการฟื้นฟูถือว่าเป็นกฎข้อแรก ”
โทมัสมองเห็นพวกของมันโดนตัดศีรษะกระเด็นในพริบตาดวงตาของมันเบิกกว้าง
แน่นอนว่ามันรู้ได้ในทันทีว่าถ้ามันสูญเสียฮิลเลอร์ไปมันก็จะไม่สามารถพลิกสถานการณ์ในตอนนี้ได้อีกอย่างแน่นอน
“ บ้าเอ้ย!!! ” โทมัสส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธ
แต่ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าเดย์ก็ย่างกายเข้ามาเรื่อยๆเขาเดินมาหยุดลงตรงบริเวณด้านหน้าของมันยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
“ คราวนี้เกมส์โอเวอร์ของจริงแล้ว ”
“ ลาก่อน ” เดย์ยกดาบของตนเองขึ้นมาแทงเข้าไปที่ร่างกายของโทมัส “ ฉึก!!! ”
[ เงื่อนไขเควส สังหารโทมัส สำเร็จ ]
[ ของรางวัล ได้รับค่าSP 300 หน่วย ]
[ ของรางวัล ได้รับแพ็คเกจสุ่มสกิล 1 อัน ]
[ ถ้าทำไม่สำเร็จ ตาย!!! ]
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าเป็นตัวสั่นแดงให้เขาล่วงรู้ได้ว่าอีกฝ่ายสิ้นใจตายไปเรียบร้อยแล้ว
โทมัสโดนสังหารตายไปผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆแสดงใบหน้าหวาดกลัวต่อเดย์
เดย์แสดงใบหน้าเรียบเฉยเขาแสดงใบหน้าราวกับว่าไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อยที่ได้สังหารผู้ที่อยู่ด้านหน้าไป
เลือดของโทมัสกระเด็นมาติดใบหน้าของเขา
เดย์ค่อยๆดึงดาบของตนเองออกจากร่างกายของโทมัสแล้วก็กวาดสายตาไปมองรอบๆ
เดย์พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ นายจะขัดขวางฉันอีกหรือเปล่า ”
เขากำลังถามมาร์คที่น่าจะเป็นรองหัวหน้าที่ยังคงหลงเหลืออยู่
มาร์คพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ นายสังหารโทมัสไปแล้วแล้วจะทำยังไงต่อจะขึ้นเป็นผู้นำค่ายแห่งนี้อย่างงั้นหรอ? ”
เดย์ยิ้ม“ ผิดแล้วค่ายแห่งนี้ใครจะเอาก็เอาไปเถอะตัวของฉันไม่ได้ต้องการ ”
“ ฉันบอกไปแล้วยังไงว่าฉันต้องการจะออกจากสถานที่แห่งนี้ ”
“ สิ่งที่พวกนายตั้งใจจะทำและวางแผนเอาไว้ในตอนนี้มันล่มสลายไปเรียบร้อยแล้วฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกนายตั้งใจจะสร้างหมู่บ้านหรือว่าสร้างเมืองแบบไหนขึ้นมา”
“ แต่ว่ามองดูจากกฎทุกอย่างที่ถูกตั้งขึ้นมามันก็คงจะไม่ใช่เมืองที่ดีนักกฏที่พวกนายตั้งขึ้นมาไม่แตกต่างจากการลิดรอนอิสรภาพของคนอื่น ”
“ นี่คือการเตือนด้วยความหวังดีภายในสถานที่ค่ายนี้ล่มสลายแล้ว ”
เดย์เขาพูดจบก็ค่อยๆเดินออกจากจุดนี้ตะโกนเรียกคิวที่อยู่บริเวณนั้น“ ไปกันเถอะ.. ”
ในตอนนี้เรื่องราวทุกอย่างมันจบลงเรียบร้อยแล้วเขามีจุดประสงค์เพียงแค่สังหารโทมัสเท่านั้น
พวกที่เหลือเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่ามันอยู่แล้วในตอนนี้เมื่อสังหารเป้าหมายของตนเองได้เรียบร้อยเขาก็ต้องออกเดินทางจากสถานที่อย่างนี้
สัญญาที่เคยให้เอาไว้ช่วยเหลือพรรคพวกของซิลเวอร์
ในตอนนี้ยื่นมือช่วยเหลือคนที่ยังคงมีชีวิตรอดออกมาจากภายในนั้น
ค่ายแห่งนี้ล่มสลายไปเรียบร้อยแล้วหลังจากสูญเสียผู้นำอย่างโทมัสไปทุกอย่างเองก็เริ่มเปลี่ยนแปลง
มีคนหลายคนที่อยากจะหลุดพ้นจากสถานที่แห่งนี้นานแล้วแต่ว่าพวกเขากลับไม่มีกำลัง
ในตอนนี้เมื่อผู้นำอย่างโทมัสตายไปก็มีโอกาสให้พวกเขานั้นได้หนีออกจากสถานที่แห่งนี้
ผู้คนมากมายกระจัดกระจายเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆพวกเขาส่วนใหญ่รวมตัวกันเป็นกลุ่มแยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง
เดย์เองก็เช่นเดียวกัน
เดย์คิวคินและเวนดี้พวกเขาออกเดินทางมาจากค่ายแห่งนั้นพร้อมกับกลุ่มคนหลายสิบคนที่เขาช่วยเอาไว้
ยามวิกาลทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยความหนาวเหน็บท้องนภาถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด กลางป่าใหญ่กองไฟขนาดใหญ่ถูกจุดขึ้น
เดย์นั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากองไฟพร้อมกับผู้คนอีกมากมายที่อยู่บริเวณรอบๆ
ข้างกายของเดย์คือซิลเวอร์ชายผมทองผู้นี้นั่งอยู่ข้างกายของเดย์ ทั้งสองใช้ดวงตามองเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้
ซิลเวอร์ถามขึ้นมา“ เจ้าจะไปไหนต่อ ”
“ ไปไหนอย่างงั้นหรอไม่รู้สิตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากจะรู้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ”
“ คงจะเดินทางไปที่ไหนสักทีและก็ลองสำรวจดูละมั้ง ”
“ อยากจะพบเจอกลุ่มคนที่รอดชีวิตด้วยและก็อยากจะพบเจออีกหลายๆอย่าง ”
เดย์จะสำรวจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในตอนนี้โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างไรบ้างแล้วก็ผู้คนที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ละใช้ชีวิตแบบไหนบ้าง
จุดประสงค์ใหม่และเป้าหมายของเขายังคงมีไม่แน่ชัดเพียงแค่อยากจะออกเดินทางและดูโลกที่เปลี่ยนแปลงไปแห่งนี้เท่านั้น
ซิลเวอร์หันไปมองที่เดย์แล้วพูดขึ้น“ นายเป็นคนที่มีความสามารถ ”
“ ความสามารถของนายสามารถพัฒนาไปได้อีกไกลตอนนี้จากที่ตัวของฉันมองดูด้วยสายตานายน่าจะสามารถพัฒนาความสามารถของตนเองอาจจะขึ้นไปถึงนักผจญภัยระดับเอสหรือมากกว่านั้น”
“ นักผจญภัยอย่างงั้นหรอ? ”
“ ผู้ที่มีความแข็งแกร่งมีสกิลติดตัวเป็นสายต่อสู้ตั้งแต่กำเนิดส่วนใหญ่พวกเขาก็จะทำงานเป็นนักผจญภัย”
“ นักผจญภัยถือว่าเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ภายในดินแดนของข้า ”
“ ยิ่งเป็นนักผจญภัยระดับสูงที่มีความสามารถอยู่ในระดับ S หรือมากกว่านั้นถูกยกย่องให้กลายเป็นสมบัติแห่งดินแดน ”
“ นายนักบุญไม่ใช่หรือ? ในตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นนักผจญภัยอย่างเรา”
“ นักบุญคือผู้มีความสามารถของวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้คนที่เข้าร่วมวิหารศักดิ์สิทธิ์จะถูกจัดลำดับตามนั้น”
“ แต่ว่าพวกนักบุญเองก็มีตำแหน่งเป็นนักผจญภัยเช่นเดียวกัน ”
“ ในตอนนี้พวกฉันกำลังจะเดินทางออกจากป่าโบราณมุ่งตรงไปที่เมืองเวย์ด้านหน้า”
“ นายจะเดินทางไปด้วยกันไหมบางทีเดินทางไปที่นั่นมันอาจจะทำให้ตัวของนายได้เจอหลายๆอย่างก็ได้” ซิลเวอร์ทำการเอ่ยชักชวนออกมา
“ เมืองเวย์อย่างงั้นหรอ ” เดย์ก้มใบหน้าของตนเองคุณคิดอย่างจริงจังอยู่สักพักก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วตอบกลับ
“ ได้!!! ”
จบบท