มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 65 เงาราคะ

           ศรีสมรคิดหนักจนจิตตก  เพราะการไปละเมิดสิ่งที่มองไม่เห็น  น่าจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยโสภา

     

    “ ฮ้า…แล้วชั้นจะทำยังไงดี ”


     

              ทว่าอาจารย์หนุ่มกลับไม่แยแส  พร้อมถอนแก่นกายออกไปสะบัด  คล้ายประสงค์จะให้เมือกเหนียวหลุดจากเนื้อหนัง


     

              ศรีสมรชักเริ่มฉุน  เพราะอาจารย์หนุ่มดูไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลย  แต่เจ้าหล่อนก็ไม่กล้าต่อปาก  ด้วยกลัวว่าจะผจญพลังแปลกๆของอีกฝ่าย 


    “ ชิ…ดูสิ  ชั้นกลัวขนาดนี้  ยังทำท่าไม่สนใจ  นี่ชั้นเป็นลูกศิษย์คนโปรดที่เปย์ตังค์ไปให้แกตั้งหลายหมื่นแล้วนะ  เทคแคร์กันบ้างสิ ”


     

                แต่คำด่าในใจของคุณนายสาวดูจะไม่เข้าหูของหมอไสยศาสตร์วัยละอ่อน  เพราะหลังจากแต่งตัวเสร็จ  หนุ่มน้อยก็ทิ้งตัวลงนอนซะอย่างงั้น  ไม่นาน  ก็บังเกิดเสียงกรนที่ดังแผ่วเบา 


    “ ฟรี้……”


     

               ศรีสมรอยากวิ่งเข้าไปตบกะโหลกซักหลายๆฉาด  แต่ก็พยายามสงบใจไว้  ซึ่งก็นับหนึ่งถึงสิบอยู่หลายวาระ  กว่าจะเย็นลง 


    “ ฟู่….ยุบหนอ  พองหนอ ”


     

              และพอหายขุ่นเคืองได้เล็กน้อย  เจ้าหล่อนก็กระแทกเท้าเสียงดัง  พร้อมจรลาออกจากตำหนัก 


    “ ฮึ่ม…หนูไปแล้วนะคะ ” 


    ……………………….

              

              ศรีสมรไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองต้องโมโหขนาดนี้  อาจเป็นเพราะเธอถูกอาจารย์ล่วงเกินอย่างอุกอาจ  ราวกับตัวเองเป็นเพียงนางบำเรอไร้ราคา  หรือไม่ก็โดนหมอไสยศาสตร์หนุ่มปล่อยให้อยาก  แล้วจากไป 


    “ ไม่ใช่  ไม่  เราไม่ได้คิดแบบนั้น  ที่โกรธ  เป็นเพราะถูกตาอาจารย์นั่นย่ำยีต่างหาก ”


     

                ไม่มีใครรู้ว่าศรีสมรโกหกตัวเองหรือพูดความจริง  แต่หมกมุ่นได้ไม่นาน  เธอก็ต้องละทิ้งมันไป  ด้วยรู้สึกว่าตนเองกำลังยืนอยู่หน้าบันไดบ้าน 


    “ เอ๊ะ!  นี่เราออกจากบ้านของท่านอาจารย์แล้วนี่  งั้นก็แปลว่า…..”


     

                สัญชาตญาณระวังภัยวิ่งแล่นไปรอบกาย  เหตุเพราะเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อน  เธอเกือบจะถูกไอ้ยอดข่มขืนแถวๆนี้  โชคดีที่จังหวะสุดท้าย  ดันแทงเข่าเข้ากล่องดวงใจของมัน  เลยรอดพ้นจากมือมาร 


    “ ใช่แล้ว  ที่นี่คือ…โซนอันตราย  ไอ้ยอดมันต้องซุ่มอยู่แน่ๆ ”


     

                แต่ไม่ว่าเหลียวซ้ายแลขวาซักเท่าใด  คุณนายสาวก็พบเจอกับความว่างเปล่า  ราวกับว่าไอ้เดนคนนั้นเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน  กระนั้นศรีสมรก็ยังไม่วางใจ  จึงค่อยๆย่างก้าวอย่างระมัดระวัง  สองมือยกขึ้นมากุมแถวทรวงอก  หวังจะใช้กรงเล็บคมคอยจิกข่วน 


    “ ประมาทไม่ได้  ไอ้เลวนั่นต้องหลบอยู่แถวนี้ ”


     

                ทว่าการคาดการณ์ของคุณนายสาวดูเหมือนจะผิดไป  เพราะตลอดทางจากตำหนักถึงรถเก๋งคันโปรดล้วนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดปรากฏกาย  เธอจึงรีบเปิดประตู  แต่ก็กดปุ่มผิดถูก  ด้วยตื่นตระหนกจนมือไม้สั่น 


    “ เปิดซักทีสิ  ไอ้ประตูรถบ้า ” 


    “ กริ๊ก…..”


     

                ในที่สุด  ประตูเจ้ากรรมก็คลายล็อคซักที  คุณนายสาวจึงรีบพรวดเข้าไปในรถ  จากนั้นก็นั่งนิ่งราวรูปปั้นอยู่เกือบนาที  คล้ายว่ากำลังสงบจิต 


    “ เราอยู่ในรถแล้ว  เราปลอดภัยแล้ว ”


     

               ศรีสมรปลุกปลอบตัวเองด้วยประโยคเดิมๆ  ไม่นาน  สภาพจิตใจก็เริ่มผ่อนคลาย  และมีสติมากพอจะบังคับรถได้  จึงรีบสตาร์ทเครื่อง 


    “ เรารอดแล้ว  ต่อจากนี้ไป  คงไม่มาที่นี่อีก ” ความตึงเครียดเริ่มมลายหายไป  รอยยิ้มผุดขึ้นมาได้  เหตุเพราะเจ้าหล่อนคิดจะเลิกทำของถาวร  ซึ่งนั่นหมายถึงการหลุดพ้นจากฝันร้าย


     

               ทว่าไสยศาสตร์หาใช่สิ่งที่ใครๆจะสลัดได้ง่ายๆ  แม้ความตั้งใจของสาวใหญ่จะเป็นแบบนั้น  แต่อาถรรพ์ต่างๆมักนำพาให้ผู้ที่เคยเกี่ยวข้อง  ต้องเดินทางสู่เส้นทางเสื่อมทราม  ครั้งนี้ก็เหมือนกัน  ด้วยมีใครบางคนนอนเหยียดยาวอยู่บนที่วางเท้าตรงเบาะหลัง  แน่นอนว่าเขาผู้นั้นก็คือ…..นายยอด  และตอนนี้หมอนั่นก็กำลังฉีกยิ้ม 


    “ หึ  หึ  หึ……ในเมื่อเล่นตัวดีนัก  กูก็จะแอบตามไปให้ถึงบ้านของมึง  แล้วอาศัยจังหวะเผลอ  ดอดเข้าไปจัดหนักชนิดข้ามคืนเลยทีเดียว ” 


    ………………………


              ศรีสมรรู้สึกสบายใจ  โดยหารู้ไม่ว่า…เจ้าหล่อนกำลังพกพาเสือร้ายกระหายกามติดตัวไปด้วย  เลยฮัมเพลงเบาๆตามเสียงดนตรีที่แว่วจากวิทยุหน้ารถ 


    “ ขณะที่เราเดินอยู่ในทุ่งทองคำ As we walk in fields of gold  เธอจึงรับความรักของเธอไป So she took her love  เพื่อที่จะได้จ้องมองไปสักระยะหนึ่ง For to gaze a while  บนทุ่งข้าวบาร์เลย์ Upon the fields of barley ” (ชื่อเพลง Fields of Gold ของสติง ดังในยุค 90)


     

              คลื่นเสียงดังกล่าวได้ทำลายโสตประสาทของนายยอดที่หมอบซุ่ม  เพราะกระแสของมันแลสงบ  นุ่มนวล  และถึงอันธพาลร่างยักษ์จะไม่เข้าใจความหมายของเนื้อเพลงฝรั่ง  แต่ก็พอเดาออกว่า….มันต้องเลี่ยนจนแทบอ้วกเป็นแน่ 


    “ ฮึ่ม…เมื่อไหร่จะถึงที่หมายซักทีวะ  กูอยากเอาตอประจำกายอุดปากนังคุณนายคนสวยเหลือเกิน  จะได้ไม่แหกปากร้องเพลงตะบักตะบวยนี้ให้เสียหู ”


     

                และไม่ต้องให้รอนาน  เก๋งญี่ปุ่นขนาดกะทัดรัดก็มาถึงจุดหมาย  ซึ่งก็คือคฤหาสน์ของคุณนายสาว  เธอจึงจอดรถไว้ในโรงเก็บที่ปูพื้นซีเมนต์แบบหยาบๆ  พร้อมติดหลังคากันแดดกันฝน   


    “ เฮ้อ…ถึงซะที ” พอดับเครื่องยนต์  ศรีสมรก็บิดขี้เกียจเบาๆ  บรรยากาศแลคล้ายกับเหตุการณ์ช่วงที่หนังสยองขวัญใกล้จะจบ  ซึ่งดูปลอดโปร่งและผ่อนคลายจนทำให้ลืมเลือนบางสิ่งเสียสนิทใจ  นั่นก็คือ…..คำสั่งของอาจารย์หนุ่ม 


    “ ห้ามสบตากับใครตลอดทั้งวัน ” 


    “ ล้า  ล้า  ล้า……” ศรีสมรยังคงฮัมเพลงไม่เลิก  แต่ไม่นาน  โสตประสาทก็เหมือนจะได้ยินเสียงปิดประตูรถอีกครั้ง 


    “ ปัง…” 


    “ เอ๊ะ!  อะไรกันน่ะ ” คิ้วเรียวเริ่มขมวดนิ่ว  ประมาณว่ากำลังสงสัยและสับสน  เนื่องจากเมื่อกี้  ตนเพิ่งจะปิดประตูรถ  ดังนั้นเสียงดังกล่าวไม่ควรจะดังขึ้นมาอีก  เลยสำรวจรอบคัน  แต่ก็ไม่พบอะไร  นอกเสียจากละอองดินแดงที่เกาะตามพื้นปูน 


    “ เอ…..มันก็ไม่มีอะไรนี่นา  หรือว่าจะเป็น…..บรื้อ….ไม่นะ….” ถึงตรงนี้  ศรีสมรเริ่มห่อกาย  ภายในรู้สึกขนลุก  เพราะสำเหนียกได้ว่า…มันอาจมีอะไรที่มองไม่เห็น  ติดตามเธอมาถึงบ้านก็เป็นได้


     

            แต่ในความเป็นจริงก็คือ…นายยอดอาศัยจังหวะชุลมุน  ดอดออกมาก่อนที่เจ้าหล่อนจะล็อครถ  จากนั้นก็รีบคลานไปหลบหลังต้นเสาใหญ่ที่อยู่ไม่ห่าง 


    “ หึ  หึ  หึ  นังคนสวย  มึงจับไม่ได้หรอก  เพราะกูน่ะชำนาญด้านลอบเร้นชนิดไม่แพ้ใครในหน่วยรบพิเศษที่เคยประจำการ ” ยอดคำรามในลำคอ  ดวงตาจ้องมองร่างอวบอัดที่ชวนขย้ำของหญิงสาว


     

               คุณนายสาวยืนหลอนอยู่นานพอดู  สองเท้าแข็งทื่อ  ความเยือกเย็นวิ่งแล่นไปทั่วไขสันหลัง  เธอรวบรวมกำลังใจอยู่นานสองนาน  ก่อนจะก้าวจากตรงนั้นได้ 


    “ ไม่ไหวแล้ว  น่ากลัวชะมัด  รีบหนีเข้าบ้านดีกว่า  หวังว่าไอ้ภูตผีปีศาจจะไม่ตามเข้ามา ”


     

                เมื่อแลเห็นเหยื่อเริ่มขยับ  ยอดก็เคลื่อนกาย  หวังติดตามสมันน้อยในอุ้งมือ  แต่แล้วอาชาญากรร่างใหญ่ก็ต้องหยุดชะงัก  แล้วกลับไปซ่อนตัวตามเดิม  เพราะเห็นว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาหาคุณนายสาว


     

                คนๆนั้นเป็นชายวัยกลางคนร่างอ้วนใหญ่  ผิวดำปานหมึก  ดวงตากลมโต  รับกับคิ้วดกดำ  ผมสั้นเกรียนติดหนังหัว  ทั่วกายมีแต่กลิ่นเหงื่อ  แถมยังสวมเสื้อยืดและยีนส์สั้นราคาถูก  อันบ่งบอกว่าตานี่น่าจะเป็นชนชั้นแรงงาน  และคนๆนั้นก็คือหัวหน้าคนงานผู้มีนามว่า “อ้วน” 


    “ ว้าย……” ศรีสมรสะดุ้งโหยง  เพราะขวัญเสียตั้งแต่เจอเรื่องประหลาดเมื่อครู่นี้  ชายร่างอ้วนใหญ่จึงรีบไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง 


    “ คะ…คุณนายครับ  เป็นอะไรไป  ดูสิ  หน้าซีดเชียว ” 


    “ เฮอะ  ชั้นก็ตกใจเธอน่ะสิ  จู่ๆก็ดิ่งมาหาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง ” คุณนายสาวเอามือทาบอก  จากนั้นก็เฉ่งชุดใหญ่  ทำให้หัวหน้าคนงานต้องรีบขอโทษขอโพย  แต่พอได้สบตากัน  ชายวัยกลางคนร่างอ้วนก็ชะงักงัน  ราวกับไก่ต้มเจอซอสพริก 


    “ อึก…..” 


    “ เอ๊ะ!  คราวนี้เป็นอะไรอีกล่ะ  ดูสิ  ถึงกับนิ่งไปเลย ” กิริยาของศรีสมรแปรเปลี่ยนเป็นงุนงง  เลยยื่นมือขวาไปโบกใกล้ใบหน้าของหัวหน้าคนงาน  เพื่อเช็คดูว่า…สติยังคงอยู่ในร่างมั้ย  ชายอ้วนใหญ่จึงกลับมาตอบสนอง 


    “ โอ้ว…มะ…ไม่มีอะไรครับ  ผะ…ผมแค่…อ่า…เอ่อ….ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า…ผะ..ผมเป็นอะไร ” นายอ้วนทำตัวไม่ถูก  มือไม้ปาดป่ายไปตามตัว  คล้ายถูกความร้อนรุ่มกระจายเข้าจู่โจม  ใบหน้าอวบอูมก็แดงก่ำจนทำให้ผิวที่ค่อนข้างคล้ำดูผุดผาด


     

                 ศรีสมรพิเคราะห์อยู่ไม่นาน  เธอก็สรุปในใจ  หัวหน้าคนงานน่าจะแค่คันคะเยอเล็กน้อย  อาจเกิดจากการแพ้อาหารจนผื่นขึ้น  เลยไม่ค่อยใส่ใจ  เพราะมันเป็นอาการที่ห่างไกลจากอันตราย  จึงปิดท้ายด้วยการออกคำสั่ง 


    “ เอาล่ะ  ถ้าเธอไม่เป็นไรมาก  ก็ดีแล้ว  ดังนั้นช่วยตามชั้นเข้ามาในบ้าน  จะได้สั่งงานที่ต้องทำพรุ่งนี้ ”


     

               พอศรีสมรพูดจบ  เธอก็หันหลังกลับ  แล้วเดินตรงไปยังที่พัก  โดยไม่สนว่านายอ้วนจะยินยอมพร้อมใจหรือไม่  เพราะถือว่าตัวเองเป็นคนจ่ายค่าจ้าง  จึงมีสิทธิสั่งอย่างไรก็ได้


     

              ทว่า….นายอ้วนเองก็ออกจะยินยอมพร้อมใจ  มือขวาลดต่ำลงมาลูบคลำเป้ากางเกงที่ปูดโปนเป็นรูปลำ  ดวงตาจ้องมองบั้นท้ายงอนงามที่ซ่อนตัวอยู่ในกระโปรงสั้นรัดรูป  ซึ่งตอนนี้  กำลังสะบัดไปมาตามจังหวะเคลื่อนกาย 


    “ อู้ว…..ทำไมจู่ๆ  ถึงอยากเป็นผัวของนายหญิง  แถมความรู้สึกนี้ก็รุนแรงจนแทบห้ามใจไว้ไม่อยู่  หรือว่า…เราควรปล่อยตัวไปตามสัญชาตญาณ ”


     

              ขณะนั้นเอง…สายลมเย็นวาบก็พัดผ่านเข้ามากระทบกาย  ทั้งที่อากาศภายในคฤหาสน์ควรจะอบอ้าวมากกว่านี้ 


    “ วิ้ว…….”


     

               กลิ่นเหม็นเน่าลอยตลบเข้านาสิกประสาท  ความร้อนรุ่มในกายกลับพุ่งขึ้นมาเป็นเท่าทวี  ราวกับมีใครบางคนเอากองไฟมาลนกลางอก  นายอ้วนเลยหอบถี่  ดวงตาพร่ามัว  พร้อมมองเห็นเงาดำที่ยืนประกบหลัง  มันแสยะยิ้มชั่วร้าย  ก่อนจะส่งเสียงกระซิบ 


    “ ไปเถอะ….”


     

                นายอ้วนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  แล้วหัวเราะหึหึ  ดวงตากลมโตที่ดูซื่อสัตย์แปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึง   


    “ หึ…ถ้ามันเป็นโชคชะตา  เราก็ต้องน้อมรับเอาไว้ ”


     

              ศรีสมรไม่รู้เลยว่า…..มีบางสิ่ง…..ที่เธอเผลอล่วงเกินแบบไม่ได้ตั้งใจ  และมันกำลังใช้ร่างของหัวหน้าคนงานเป็นเครื่องมือในการล้างแค้น



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน