ท่านอ๋องอย่าคิดหนี(จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 5 ในที่สุดก็พบหน้า

    ระหว่างการก่อสร้างร้านอาหารใหม่แม่ทัพหมิงแวะเวียนไปดูความก้าวหน้าของกิจการทุกวันลูกค้าของร้านยังคงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ร้านของนางปิดเร็วขึ้นกว่าเดิมนางจึงเปลี่ยนเวลาเปิดร้านโดยเริ่มจากยามซื่อ (09.00-10.59) ไปถึงเที่ยงวันเท่านั้นจวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอต้องส่งทหารออกมาจองโต๊ะตั้งแต่ต้นยามซื่อเพราะเถ้าแก่เหออ้างว่าลูกค้ามาตลอดเวลาเขาไม่สามารถห้ามลูกค้าไม่ให้นั่งโต๊ะที่บอกว่า ท่านแม่ทัพจองได้

                    จวิ้นอ๋องรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงแห่งนี้“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ ทำไมคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาถึงที่นี่ได้”

                    “ชื่อเสียงของร้านนี้เป็นที่รู้จักของคนในเมืองแล้วท่านบรรดาคุณชายเอาไปสนทนากันจนต้องอยากลิ้มลอง เมื่อมาแล้วก็อดจะชื่นชมไม่ได้ทำให้ชวนกันมาจนเต็มร้านแบบนี้” รองแม่ทัพมู่สอบถามมาจากเหล่าพลทหาร

                    “อีกไม่นานที่นี่คงกลายเป็นแหล่งนัดพบของเหล่าผู้มีฐานะแห่งใหม่เป็นแน่ยิ่งร้านใหม่ใหญ่โตแบบนี้” รองแม่ทัพฉิน หันไปมองคนงานที่กำลังก่อสร้างอย่างแข็งขัน

                    “หากสร้างร้านใหญ่เงินที่ข้าให้ยืมไปคงไม่พอ” หมิงจิ้นเหอคำนวณในใจคร่าวๆเงินที่เถ้าแก่เหอหยิบยืมเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะพอสำหรับการก่อสร้างครั้งนี้‘หรือว่า     เถ้าแก่เหอยืมเงินของหนึ่งในเหล่าคุณชายด้วย’

                    ค่ายทหารอยู่นอกตัวเมืองพยัคฆ์เหินพอประมาณ โดยปกติเหล่าคุณชายมักจะนิยมปรากฏตัวตามภัตตาคารหรือโรงเตี๊ยมซึ่งมีไม่กี่แห่งในเมืองเมื่อเห็นพวกเขาเวียนหน้ามาถึงร้านเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้ผู้คนล้วนแตกตื่น

                    รถม้าหรูหราหลายคันตรงเข้ามาจอดก่อนเวลาร้านเปิดแม่นางเหอแม่ครัวที่  ไม่เคยออกมาปรากฏตัวฝากเถ้าแก่ออกมาแจ้งว่านางจะทำอาหารเท่าจำนวนโต๊ะที่มีอยู่เท่านั้นจนกว่าร้านใหม่จะสร้างเสร็จ ผู้ที่คิดจะเอาโต๊ะและเก้าอี้มาเองจึงต้องระงับความตั้งใจนั้นเสีย

                     สิบวันต่อจากนั้นแม่ทัพหมิงต้องเตรียมการฝึกทหารระลอกใหม่เขาจึงไม่ได้ออกมาที่ร้านอาหารของเถ้าแก่เหอได้แต่สั่งให้ทหารมารับอาหารเข้าไปในค่ายแต่กลับได้ยินทหารรายงานให้รองแม่ทัพมู่ทราบเรื่องที่น่าตื่นเต้น

                    “รองแม่ทัพมู่ช่วงนี้มีข่าวว่า เหล่าคุณชายมาเฝ้าแม่ครัวร้านเถ้าแก่เหอ เพราะเสียงเล่าลือกันว่านางรูปโฉมงดงามมาก” มู่หลี่เฉียงถึงกับขมวดคิ้ว หันไปมองแม่ทัพหมิง

                    “ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน?” รองแม่ทัพมู่ “เห็นทีจะต้องออกไปดูให้เห็นด้วยตาตนเองเสียแล้ว”ความชื่นชอบในตัวสาวงามทำให้หนุ่มวัยฉกรรจ์ผู้เอะอะโผงผางและยังไม่ได้ตบแต่งภรรยามีความคึกคัก “ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยขออนุญาตออกไป  สืบข่าวได้หรือไม่?”

                    หมิงจิ้นเหอพยักหน้า“ลองไปดูสิว่า เป็นความจริงหรือไม่?”

                    ไม่ถึงครึ่งชั่วยามมู่หลี่เจียงก็กลับมาด้วยสีหน้าแตกตื่น รองแม่ทัพบรรยายให้ให้หมิงจิ้นเหอฟังถึงรูปร่างหน้าตาของนางที่สวยงามโดดเด่นใบหน้างดงามแช่มช้อย ผิวพรรณสะอาดสะอ้านผุดผาดตา “ข้าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเห็นเถ้าแก่เหอแบบนั้น กลับมีลูกสาวสวยเหมือนนางฟ้าภรรยาที่อยู่หลังครัวก็งามราวกับฮูหยินตระกูลใหญ่ในเมือง ท่านแม่ทัพ เราพลาดไปแล้วจริงๆที่ไม่ได้เห็นนางตั้งแต่ทีแรก”

                    “ทำไมนางถึงยอมออกจากครัวมาได้?”

                    “ตอนนี้นางรับคนครัวมาเพิ่มและสอนแม่ครัวใหม่ทำอาหาร ทำให้มีเวลาออกมาพูดคุยกับลูกค้าขนาดคุณชายกังจอมเจ้าชู้ก็ยังมานั่งเฝ้านางจนร้านปิด”

                    จวิ้นอ๋องได้ยินมู่หลี่เจียงพรรณาความงามของนางถึงเพียงนั้นนึกอยากจะเห็นหน้านางขึ้นมาทันใด“พรุ่งนี้ข้าจะออกไปดูด้วยตาข้าเอง”

                                                                                

                    คุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมเหอเจียอีถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นรองแม่ทัพมู่ควบม้ากลับค่ายจนฝุ่นตลบ ‘ถ้าท่านไม่มา ข้าก็ต้องบีบจนได้หมิงจิ้นเหอได้เวลามาตามตื้อข้าแล้ว’

                    เหอจางลี่เถ้าแก่เนี้ยเดินชดช้อยมายืนยิ้มอยู่ด้านหลัง“เป็นอย่างไรบ้าง?”

                    “เป็นจริงดังคาดท่านแม่รองแม่ทัพมู่มาดูตัวข้าแล้ว”

                    “ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้เตรียมอาหารพิเศษไว้ให้ท่านแม่ทัพเถิด”

                    นางอุตส่าห์ส่งคนไปปล่อยข่าวหน้าบ้านคหบดีหนุ่มแล้วแต่งกายสวยงามออกมาต้อนรับทำเอาข่าวลือเรื่องรูปโฉมลามเร็วยิ่งกว่าฝีมือการทำอาหารความงามของสองแม่ลูกร้านตระกูลเหอ ดึงดูดผู้คนได้ดียิ่ง คุณชายทั้งหลายต่างหมายมั่นปั้นมืออยากได้เหอเจียอีมาเป็นภรรยาต่างอาสาส่งคนงานมาช่วยก่อสร้างร้านอาหาร

                    “ทั้งคุณชายกังคุณชายหวัง คุณชายเถียน ต่างส่งคนงานมาช่วยอีกไม่นานร้านของท่านพี่ก็จะเสร็จเรียบร้อย” เหอหงเซ่อยิ้มหวานให้พี่สาวจอมปลอม

                    “ในเมื่อข้าสร้างข่าวลือปลอมได้ข่าวลือจริงนั้นยิ่งไม่ยาก คราวนี้หมิงจิ้นเหอจะได้รู้ว่าการต้องไปตื้อคนอื่นเป็นเรื่องคับข้องใจเพียงใด”

                   

                    จวิ้นอ๋องมองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่าดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ

                    “หลี่เจียงข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก”

                    มู่หลี่เจียงที่คันปากอยากจะเล่ารีบบรรยายความกระตือรือร้นของเหล่าคุณชายที่ส่งคนงานมาเอาอกเอาใจแม่นางเหอจนทำให้การก่อสร้างเสร็จอย่างรวดเร็วยิ่งทำให้จวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอรู้สึกร้อนรุ่มอยากจะเห็นหน้านางทันทีรองแม่ทัพมู่เดินนำเขาไปยังโต๊ะด้านในของร้านใหม่ แม่ทัพหนุ่มรูปงามพยายามรักษากริยาไม่ให้ใครจับสังเกตว่าเขาพยายามมองหานาง

                    เถ้าแก่เนี้ยเหอจางลี่แต่งกายสวยงามออกมาต้อนรับท่านแม่ทัพด้วยกริยาแช่มช้อยใบหน้ามีเค้าความงามในวัยสาวฉายชัด “คารวะท่านแม่ทัพข้าน้อยเหอจางลี่ภรรยาเถ้าแก่เหอ ท่านแม่ทัพอยากรับประทานอันใดบ้างเจ้าคะ?”นางหันไปรับกาน้ำชาจากเสี่ยวเอ้อที่ยืนรอด้านหลัง หันมาวางตรงหน้าจวิ้นอ๋อง

                    “ขออาหารที่ท่านคิดว่ารสชาติดีและที่ข้าไม่เคยชิมมาสักสองอย่าง เจ้าล่ะหลี่เจียงอยากกินอันใด?”

                    มู่หลี่เจียงอยากกินเป็ดอบที่เล่าลือกันว่าเป็นเมนูใหม่ รสชาติอร่อย

                    “ได้เจ้าค่ะ” นางหันมายิ้มหวานให้กับรองแม่ทัพมู่

                    “เถ้าแก่เนี้ยท่านสวยสมคำร่ำลือจริงๆ” คราก่อนที่เขามาชมโฉมแม่นางเหอไม่มีโอกาสได้สนทนากับสองแม่ลูกเพราะบรรดาคุณชายคอยล้อมหน้าล้อมหลัง

                    “ขอบคุณนายท่าน”นางย่อตัวค้อมศีรษะน้อมรับคำชมด้วยท่าทีอ่อนหวานยิ่ง ทำให้จวิ้นอ๋องประหลาดใจ ‘หญิงหัวเมืองนางรู้กริยามารยาทผู้ดีเช่นนี้ด้วย’

                    เสียงคุยกันของชายหลายคนดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ นั่นมันคุณชายกังจอมเจ้าชู้นี่”

                    จวิ้นอ๋องเหลือบแลไปยังกลุ่มคนมาใหม่คุณชายกังที่ชื่อเสียงฉาวโฉ่เดินนำหน้าชายฉกรรจ์อีกสามคนมาจับจองโต๊ะ

                    อาหารถูกลำเลียงมาวางต่อหน้าจวิ้นอ๋องเป็ดอบน้ำผึ้งส่งกลิ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอ เขาหยิบตะเกียบขึ้นเตรียมตัวจะชิมทันใดเสียงหวานใสพลันดัง

                    “รอสักครู่สิเจ้าคะท่านแม่ทัพ”

                    เหอเจียอีในชุดสีแดงใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มเดินถือผัดผักตรงเข้ามา หมิงจิ้นเหอเงยหน้าขึ้นสบตาหวานคู่นั้นหัวใจเขาสั่นระริก รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นหยุดในระยะประชิด“ท่านต้องรอผัดผักจานโปรดเสียก่อน”

                    จวิ้นอ๋องรู้สึกคล้ายลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะแม้จะเจอหญิงคณิกาและบรรดาคุณหนูผู้เลอโฉมมามาก กลับไม่เคยรู้สึกสั่นไหวรุนแรงเช่นนี้

     ---------------------------------------------