"เป็เช่นไรบ้างขอรับพี่ซิน พี่หลิง" หลี่หวังฟางนั่งอยู่ข้างเตียงถามไถ่คนเจ็บทั้งสอง ที่เพิ่งรักษาตัวยังไม่หายดีก็ได้แผลเพิ่มอีกรอบ ในห้องพักตอนนี้มีเพียงหลี่หวังฟาง ซ่านฉิงที่นั่งอยู่ข้างกัน จินเฉิงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ และซิ่นซินกับเลี่ยงหลิงที่นอนอยู่บนเตียง
"มิเป็อันใดมาก ข้าเผลอประมาทไปหน่อย" ซิ่นซินกล่าว
"ข้าด้วย พลาดท่าให้ฟางเอ๋อร์จนได้"
"ไม่หรอกขอรับ ข้าเองก็ผิดที่เผลอโจมตีแรงไป ทำให้พี่หลิงเจ็บหนัก"
"อย่าคิดมากเลย"
"ว่าแต่ว่านะ แม่นางผมขาวนางน่าใจริง ๆ เหมือนมิใช่มนุษย์แหนะ" ซ่านฉิงว่าแล้วนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่าย
"นางชื่ออะไร"
"นางชื่อลู่ฟางขอรับพี่ซิน ว่าแต่ถามไปทำไมรึ" หลี่หวังฟางถามกลับ ซิ่นซินส่ายหัวก่อนเปลี่ยนไปคุยเื่อื่น
"ดีใจกับพวกเ้าด้วยนะที่เข้ารอบสิบคน ทำให้เต็มที่นะ พรุ่งนี้เดี๋ยวข้าจะไปเชียร์"
"ขอบคุณขอรับ"
"ไปกันเถอะฟางเอ๋อร์ พี่ซินกับเลี่ยงหลิงจะได้พักผ่อน" เมื่อเห็นว่าเริ่มค่ำมากแล้วซ่านฉิงจึงชวนคนน้องให้กลับ โดยมีเลี่ยงหลิงและซิ่นซินพยักหน้ารับ
"เช่นนั้นข้าพวกขอตัวนะขอรับ" ทั้งสาวเอ่ยคำร่ำลาก่อนเดินออกไป
พรึบ ซิ่นซินลุกขึ้นอย่างเงียบเฉียบ เขาหันมองเลี่ยงหลิงที่หลับใหลก่อนเดินออกไปข้างนอก ตรงทางเดินไร้ผู้คนแสงจันทร์ก็โดนบดบังจากเมฆหมอก ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้หินข้างทางพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น
"เหตุใดเ้าต้องหลบซ่อนตัว" เขาพูดถึงใครบางคน
ไม่นานหญิงสาวที่เดิมใส่ผ้าคลุมใบหน้าทั้งบนและล่าง แต่บัดนี้ไม่ได้ใส่เผยให้เห็นความงดงามเหมือนภูตพาย ผมสีขาวสะท้อนแสงจันทร์เลือนราง เดินออกมาจากความมืด นางยืนห่างจากเด็กชายไปหลาย่ตัว หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยืนอยู่เฉย ๆ ซิ่นซินมองหญิงสาวที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยแต่ไม่คุ้นหน้า เขานึกไม่ออกว่าเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า
ที่ซิ่นซินเดินออกมาในเวลานี้เขาแค่อยากทำให้แน่ใจว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นรู้จักตน แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหลบซ่อนตัวด้วย คราแรกนางมายืนอยู่หน้าห้องไม่ยอมเข้ามา เขาจึงเป็ฝ่ายออกมาหานางเอง
"เ้าเป็ใครกันแน่ ลู่ฟาง"
"..."
"เ้า้าอะไรจากข้า" ยังคงไร้ซึ่งการตอบกลับ หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามของซิ่นซิน นางหันไปมองที่หน้าประตูก่อนที่จะะโหายไป ซิ่นซินที่มองตามไม่ทันได้ทักท้วงอะไรเลยต้องปล่อยไปก่อน เลี่ยงหลิงที่สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกพบว่าซิ่นซินที่นอนอยู่ข้างตนหายไปจึงออกมาดูข้างนอก พบว่าเด็กชายยืนมองพระจันทร์อยู่ นางจึงชวนกลับเข้าไปนอนข้างในกลัวว่าจะเป็ไข้เอา ยิ่งอากาศหนาว ๆ อยู่
เช้าวันรุ่งขึ้นการประลองในรอบสิบคนก็ได้เริ่มขึ้น รอบข้างสนามยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่จับจองที่นั่งเช่นเดิม รวมทั้งเลี่ยงหลิงและซิ่นซินเช่นกัน
"อรุณสวัสดีทุกท่าน ข้าน้อยโยวฉินฉางคนเดิม ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบคนเดินออกมาจับคู่เพื่อเริ่มการประลองได้เลย"
"ในระหว่างนี้ ข้าจะขออธิบายกติกาในรอบนี้ สนามจัดการประลองของเรายังคงเป็ห้าสนามเช่นเดิม ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งพร้อมกัน โดยผู้แพ้ในแต่ละคู่จะได้มาจับฉลากเพื่อเลือกผู้โชคดีเพียงหนึ่งคนที่จะได้ไปชิงแชมป์กับผู้ชนะทั้งห้า เมื่อได้ผู้เข้ารอบทั้งหกแล้วจะทำการจับฉลากเลือกคู่ต่อสู้ต่อไป"
"เช่นนั้นขอเริ่มการประลอง ณ บัดนี้"
เสียงโห่ร้องจากผู้ชมเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เลี่ยงหลิงและซิ่นซินที่นั่งอยู่ข้างกันมองไปที่การแข่งขัน
"โชคดีที่ทั้งสามไม่ต้องมาเจอกันในรอบนี้" เลี่ยงหลิงพยักหน้าเห็นด้วยพลางเอ่ยต่อ
"ข้าว่าพี่เฉิงกับฟางเอ๋อร์น่าจะผ่านไปได้สบาย ๆ แต่ซ่านฉิงนี้สิ..."
"ไม่น่าเชื่อที่คู่ต่อสู้ของเขาจะเป็ เต๋ออี้จง"
"ถึงว่าทำไมดูอวดดี ที่แท้พอมีฝีมืออยู่บ้างนี้เอง"
"แต่ข้าว่าซ่านฉิงต้องชนะได้แน่ ๆ" ซิ่นซินมั่นใจในวิชาที่คนน้องมี แค่หวังว่าซ่านฉิงจะไม่ประมาทคู่ต่อสู้จนพลาดท่าเอาเสียก่อน
"เหอะ คุณชายเต๋ออี้เก่งกว่าไอเด็กบ้านนอกนั้นอีก" เสียงคุ้นหูไม่ใช่ใครที่ไหนผู้ติดตามทั้งสองของเต๋ออี้จงที่บังเอิญมานั่งข้างกันนี้แหละ
"รอบนี้ไม่ต้องแข่งก็รู้ว่าใครชนะ" อีกคนเสริม
"ถ้าคิดว่าพื้นฐานครอบครัวดี ก็ไม่ควรเหยียบใครให้ดูสูงนะ "เลี่ยงหลิงที่ก่อนหน้านี้เงียบอยู่นานเอ่ยตอบ ซิ่นซินที่ได้ยินก็ใไม่คิดว่าเลี่ยงหลิงที่เงียบ ๆ จะเอ่ยปากว่าได้เจ็บแสบเช่นนี้
"นี้ แก! ปากดีนักนะ!!"
"ถึงข้าจะปากดีแต่ไม่ได้มีดีแค่ปาก แล้วพวกเ้าละ? นอกจากปากแล้ว พวกเ้าก็ไม่มีอะไรดีเลยนะ ไม่เห็นเหมือนเต๋ออี้จงถึงเขาจะชอบโอ้อวดไปหน่อยแต่ก็ยังมีฝีมือ อยากรู้จริงเชียวว่าทำไมเขาต้องไปคลุกคลีกับพวกเ้า" การโต้เถียงของทั้งคู่เริ่มทำให้คนสนใจ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" เมื่อสู้ไม่ได้จะอยู่ให้อับอายไปไย ทั้งสองลุกขึ้นหนีทันทีโดยมีเลี่ยงหลิงและซิ่นซินมองตาม
"เหตุใดต้องพูดรุนแรงเช่นนั้นด้วยละ"
"พี่ซินอย่าได้ไปห่วงคนแบบพวกนั้นเลย แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าทำได้มากกว่าพูดข้าทำไปแล้ว " เหมือนเลี่ยงหลิงอารมณ์ไม่ดีเท่าไร เด็กชายจึงเลือกที่จะเงียบดีกว่าหาเื่ให้โดนว่าไปด้วยอีกคน
กลับมาที่สนามประลองในสนามที่ห้า ซ่านฉิงเจอกับเต๋ออี้จง เมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู้คือใครซ่านฉิงก็รู้สึกดีใจหน่อย ๆ เขาอยากจัดการเต๋ออี้จงมานานแล้ว ไหนจะเื่ที่ดูถูกพวกเขาไหนจะตอนมาหาเื่หลี่หวังฟางตอนที่พวกเราไม่ได้อยู่กับคนน้องอีก แต่ก็แอบแปลกในไม่น้อยที่เต๋ออี้จงสามารถมาถึงรอบนี้ได้ แปลว่ายังมีฝีมือเพราะฉะนั้นเขาจะประมาทไม่ได้
เมื่อทั้งคู่คำนับกันเรียบร้อยซ่านฉิงเป็ฝ่ายเปิดการโจมตีก่อน เด็กชายไร้ซึ่งอาวุธแต่เต็มไปด้วยวิชา เขาเล็งหมัดไปที่ไปหน้าของเต๋ออี้จงอย่างตั้งใจ แต่คู่ต่อสู้ใช่ว่าจะอ่อนหัด โยกตัวหลบได้สบาย ๆ เมื่อหลบได้เต๋ออี้จงก็สวนเข่าใส่ท้องซ่านฉิง เด็กชายดึงปราณมาเป็โล่ได้ทันจึงไม่ได้รับาเ็ แค่กระเด็นออกไปหลายจิ้ง
เต๋ออี้จงบุตรชายคนโตของเ้าเมืองเต๋ออี้ ชายหนุ่มอายุสิบสามมีเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ เด็กชายมีพลังปราณปฐีระดับกลาง เขากลายเป็คุณชายเอาแต่ใจเพราะถูกผู้เป็บิดากดดันให้ร่ำเรียนวิชามาั้แ่ยังเด็ก
เต๋ออี้จงถูกตีกรอบการใช้ชีวิตมาตลอดจนกระทั่งมีโอกาสที่จะได้ออกมาจากตระกูลเพื่อมาศึกษาต่อที่สำนักเหินฟ้า เป็ครั้งแรกที่เขาได้ออกมาพบเจอผู้คนโดยที่ไม่มีคนของบิดาคอยติดตาม เพราะแบบนั้นทำให้เด็กชายไม่รู้จักการพูดจาที่ดี เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเข้าหาผู้คนแบบไหน บางครั้งที่เขาพูดไปเขาก็รู้สึกผิดแต่นั้นเป็สิ่งที่บิดาเคยสอนมา ทั้งยังถูกยกยอจากบุคคลที่เพิ่งรู้จักไม่นานทั้งสอง ทำให้เด็กชายคิดว่าการพูด'ดูถูกคนอื่น'คือสิ่งที่ถูกต้อง
ในการประลองครั้งนี้เขาตั้งมั่นไว้ว่าจะต้องชนะให้ได้ เพราะในวันนี้ผู้เป็บิดาของเขามาดูการแข่งขันในวันนี้ด้วย
เต๋ออี้จงที่ใช้แส้เป็อาวุธ ยามที่เขาสะบัดแซ่ก่อให้เกิดคลื่นพลังขนาดเล็กในอากาศ คลื่นพลังนั้นพุ่งตรงไปที่ศัตรู ซ่านฉิงะโหลบการโจมตีอย่างว่องไว แต่ไม่สามารถเข้าไปชิดตัวคู่ต่อสู้ได้
เต๋ออี้จงที่เห็นดังนั้นคิดว่าซ่านฉิงคงไม่ได้เก่งอย่างที่ตนเคยดูถูกไป เขาเร่งความเร็วในการสะบัดแซ่ขึ้นหวังจบการแข่งขันโดยเร็ว ทำให้ซ่านฉิงไม่สามารถหลบการโจมตีของเต๋ออี้จงทัน
ทั่วร่างของเด็กชายเกิดแผลคล้ายมีดฟันจำนวนมาก ในเมื่อหลบไม่ได้เขาก็จะไม่หลบ ไม่ต้องคิดอะไรมากซ่านฉิงพุ่งประชิดตัวเต๋ออี้จงทันทีโดยไม่หลบการโจมตีจากอีกฝ่าย เขาซัดหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณใส่หน้าเต๋ออี้จงแบบจัง ๆ ฝั่งเต๋ออี้จงที่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพุ่งมาตรง ๆ แบบนี้ทำให้หลบไม่ทันการ
"หมัดนี้เอาคืนที่มาดูถูกพวกข้า ส่วนหมัดนี้เป็ตอนที่มาหาเื่ฟางเอ๋อร์ตอนที่พวกข้าไม่อยู่" ว่าพลางซัดหมัดที่สองไปที่หน้าเต๋ออี้จงอย่างแรง และกำลังจะต่อยอีกรอบแต่ถูกเต๋ออี้จงถีบส่งออกมาเสียก่อน
เต๋ออี้จงยกมือเช็ดมุมปากที่แตกเขามองซ่านฉิงด้วยความรู้สึกแปลกอย่างประหลาด ไม่ใช่ความโกรธเพียงแต่เป็ครั้งแรกที่ตนถูกต่อยจนเืออกเช่นนี้
อีกฝั่งเวทีการต่อสู้ของหลี่หวังฟางเจอกับชายหนุ่มที่อายุสิบเอ็ด ถึงจะตัวเล็กว่องไวแต่สุดท้ายก็แพ้ให้หลี่หวังฟางอยู่ดี ส่วนจินเฉิงเองก็ชนะคู่ต่อสู้ได้ภายในเวลาไม่ถึงเค่อ
กลับมาที่ฝั่งซ่านฉิง าแที่ได้รับทำให้เขาเจ็บไม่น้อย เขายังมองหาทางชนะไม่ได้เลย ไม่ทันได้คิดอะไรก็ต้องหลบการโจมตีของเต๋ออี้จงอีกรอบ ด้วยความต่างกันของพลังปราณทำให้ซ่านฉิงไม่สามารถชนะคู่ต่อสู้ได้ สุดท้ายซ่านฉิงก็พลาดท่าแพ้ในที่สุด
"ผู้ชนะในรอบนี้ได้แก่ หลี่หวังฟาง เต๋ออี้จง ลู่ฟาง จินเฉิง และ ฟ่านปิงปิง ต่อจากนี้ขอให้ผู้ที่ไม่ผ่านเข้ารอบมารวมตัวกันเพื่อนจับฉลากหาผู้โชคดีที่จะได้เข้ารอบไปอีกคน"
เมื่อผู้เข้าแข่งขันทั้งห้าจับฉลากเรียบร้อยโยวฉินฉางก็ประกาศผล "ผู้ที่ได้เข้ารอบอีกคนคือ ซ่านฉิง ขอให้ผู้เข้าแข่งขันที่หกคนแยกย้ายไปพักได้ ในอีกหนึ่งชั่วยามให้มารวมตัวกันตรงนี้เช่นเดิม"ว่าจบก็เดินจากไปทันที คนบนสแตนด์ก็เริ่มลุกไปหาอะไรกินเช่นกัน เลี่ยงหลิงและซิ่นซินะโลงมาหาสหายทั้งสามที่ด้านล่าง
"เป็เช่นไรบ้างซ่านฉิง ไหวหรือไม่" ซิ่นซินสอบถามพลางดูร่างกายที่เต็มไปด้วยาแ
"แผลแค่นี้ข้ามิเป็อันใดหรอกขอรับ"
"ปากเก่งเช่นนี้น่าจะโดนอีกสักแผล" เลี่ยงหลิงว่าอย่างหมั่นไส้
"โอ๊ย โอ๊ย ข้ากลัวแล้วว" ซ่านฉิงพูดหยอกล้อเล็กน้อยก่อนถูกพวกหลี่หวังฟางจับไปหาท่านหมอ
าแของซ่านฉิงหายเร็วจนน่าแปลกใจ ท่านหมอบอกว่าถึงไม่ต้องทายาก็น่าจะหายเองได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปหาอะไรทานรองท้อง ขณะที่เดินหาร้านพวกเขาก็คุยกันไปพลาง ๆ
"ข้าคิดว่าพี่ฉิงจะชนะเสียอีก"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น" ซิ่นซินกล่าวเสริม
"ข้าสู้เขามิได้"
"เหตุใดเ้าถึงคิดเช่นนั้น" เลี่ยงหลิงมองชายที่ทำหน้าเป็หมาหงอยอดไม่ได้ที่จะฟาดไปที่หลังของซ่านฉิงอย่างแรง
"โอ๊ยย เ้าทำบ้าอะไรเนี้ย!!"
"ดูทำหน้าเข้า ตอบ! ทำไมถึงคิดเช่นนั้น"
"ก็...ข้ากับเ้านั้นพลังต่างกันเกินไป.." เมื่อได้ฟังคำตอบทุกคนก็คิดตาม เป็ดั่งที่ซ่านฉิงว่าพลังที่ต่างกันก็สามารถเป็จุดอ่อนที่สำคัญได้เหมือนกัน หรือก็คือเป็ไปได้ยากที่จะชนะ
"แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเสียทีเดียว" เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังผู้มาใหม่ยิ้มให้พวกเด็ก ๆ อย่างเป็มิตร
ไรท์รู้สึกว่าตัวเองแต่ฉากต่อสู้ไม่เก่ง สนุกมั้ยทุกคนน