ตอนที่ 5: เงินรางวัลสำคัญกับชีวิต
“ต้องมีเส้นทางให้รถวิ่งจะต้องมีสะพานให้เรือรอด” ซู่ปางจือพึมพำ “ใครเป็คนคิดสุภาษิตนี้ขึ้นมากันวะไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อน แต่ก็นะ มันก็ยังพอสมเหตุสมผล”
“อ้อ พูดถึงงานรับปริญญา”
ซ่งจิงจ้านพูดแทรก“คราวนี้แผนกของเราจะสร้างผลงานในรูปแบบใหม่ ๆ หลังจากเสร็จงานพิธีจบการศึกษาเราจะมีการจัดแสดงในแผนกของเรา และผู้ที่จบการศึกษาในระยะ 10 ปีไปแล้วก็ยังสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการแสดงได้และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือเงินรางวัล 200,000 หยวน”
“มีอะไรดี ๆ แบบนี้ด้วยหรือ ? ”ซู่ปางจือะโด้วยความใ “200,000 หยวน แน่ใจใช่ไหมว่าคนในคณะไม่ต้องจ่ายเงิน? เป็หน้าที่ของแผนกนายใช่ไหมที่ต้องเป็คนรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ? ”
“มันไม่ได้มาจากแผนกของพวกเรา”
ไป่เหลียนเฉิงอธิบาย“การแสดงนี้ได้รับการสนับสนุนมาจากพี่หลิวฉีฉีฉันได้ยินมาว่าเธอมาที่แผนกเพื่อที่จะคัดเลือกคนที่เหมาะสมในบทบาทต่าง ๆในการถ่ายทำ MV แต่ทว่าเธอก็ยังไม่พบกับคนที่เหมาะสมและตอนนี้อยู่ใน่รับปริญญาของพวกเราพอดีเธอแนะนำว่าในระหว่างพิธีให้มีการนำเสนอผลงานของผู้จบการศึกษาหนึ่งก็คือเราจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับแผนกการแสดงของเราได้เป็อย่างมาก อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือเราจะเห็นความสามารถของคนที่จะเข้ารับบทบาทต่างๆ ในการถ่ายทำ MV ! ”
“หลิวฉีฉี ! ”ดวงตาของซู่ปางจือเปล่งประกาย “นั่นเป็ดาราดังของคณะละครในประเทศจีนเธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นักร้องแถวหน้าของประเทศจีนภายในเวลาสองปีว่าแต่เธอจะมาเลือกคนแสดงในวิทยาลัยของเราได้ยังไงกัน ? ”
“เ้าอ้วน ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น ? ”หลิวจือเซียค่อนข้างเ็า “หลิวฉีฉีมาที่นี้เพื่อเลือกผู้สมัครสำหรับการถ่ายทำ MVแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายงั้นหรือ ? ”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ? ” ซู่ปางจือรีบเถียง“ถ้าเธอไม่เลือกให้ฉันเป็นักแสดงหลักในการถ่ายทำ MVมันจะเป็การสูญเสียต่อแผนกของเรา เดี๋ยวพี่คอยดูยังไงเธอก็จะกลับมาเลือกฉันอยู่ดี”
“ฝันไปเถอะนายไม่มีคุณสมบัติพอจะแสดงด้วยซ้ำ ! ” ซ่งจิงจ้านพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ“ฉันคิดว่ามันเป็โอกาสสำหรับน้องสาม นอกจากนี้แล้วเงิน 200,000 หยวนมันก็ช่วยให้น้องสามไม่ต้องกังวลเื่เงินไปได้สักพัก”
“ใช่ น้องสาม สมัครเลย ! ”ดวงตาของไป่เหลียนเฉิงเปล่งประกาย “ในแผนกของเรา นายเก่งที่สุด ทั้งด้านการแสดงร้องเพลงและเต้น ! คราวนี้มีเงินรางวัลมากมาย แถมยังมีโอกาสได้ถ่าย MVเพื่อเห็นแก่เสี่ยวเยว่เยว่ นายจำเป็ที่จะต้องลงมือ ! ”
หลิวจือเซียรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของพี่ทั้งสองด้วยประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับการแสดงที่มากมายจะไม่มีผลกระทบใด ๆต่อหลิวจือเซีย ?
สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือเงินเขาจะมีเงินขึ้นมาในทันที และตอนนี้ เื่เงินก็คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเขา !
เมื่อคิดถึงเื่นี้หลิวจือเซียก็ลูบศีรษะของเสี่ยวเยว่เยว่ “เยว่เยว่ หนูอยากแสดงกับพ่อไหมลูก ? ”
“ได้หรือคะ ? ”
เสี่ยวเยว่เยว่ตกตะลึงไปชั่วขณะหลังจากที่เห็นว่าหลิวจือเซียพยักหน้า เธอก็ปรบมืออย่างมีความสุข “ยอดเยี่ยมยอดเยี่ยมมาก เยว่เยว่สามารถแสดงกับคุณพ่อได้แล้ว ! ”
……………….
หลังจากหลิวจือเซียจบการศึกษาแล้วเขา้าจะดูแลเสี่ยวเยว่เยว่ มันคงจะไม่สะดวกนักถ้ายังอาศัยอยู่ที่หอพักในวิทยาลัยดังนั้นเขาจึงขอร้องให้เ้าถิ่นอย่างไป่เหลียนเฉิงหาที่พักด้านนอกวิทยาลัยให้กับเขา
ไป่เหลียนเฉิงสามารถช่วยหลิวจือเซียหาบ้านเช่าได้มันอยู่ไม่ไกลจากวิทยาลัยการละครฮัวเซียมากนักมันเป็ย่านที่อยู่อาศัยที่มีชื่อว่าเจียหลิน มีห้องนอน 2 ห้อง ห้องนั่งเล่น 2ห้อง โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 5,000 หยวนต่อเดือน
ค่าเช่ายังคงค้างไว้ได้เพราะบ้านนั้นเป็ของลูกพี่ลูกน้องของไป่เหลียนเฉิงไม่เช่นนั้นสำหรับพื้นที่ใกล้กับวิทยาลัยแบบนี้ค่าเช่าส่วนใหญ่อย่างน้อยที่สุดจะอยู่ที่ 10,000 หยวน
เมื่อจ่ายค่าเช่าไปแล้วเงินเก็บของหลิวจือเซียก็คงเหลือไม่มากแล้ว
และในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 1สัปดาห์ก่อนจะมีการแสดง เงินรางวัลสองแสนยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ในเวลานี้ดังนั้นหลิวจือเซียจึงต้องเริ่มคิดหาวิธีที่จะหารายได้เพิ่ม
ก่อนหน้านี้ในมุมมองของหลิวจือเซียเขาแทบจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเงินเลย
ท้ายที่สุดมันยังไม่มีผลงานใด ๆในโลกคู่ขนาดนี้ ยกตัวอย่างเช่น นวนิยาย เพลง ภาพยนตร์ ทีวี และการ์ตูน
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เื่หลักที่จะทำให้หลิวจือเซียมีความมั่นใจ
สิ่งที่ทำให้หลิวจือเซียมีความสุขก็คือเขาไม่รู้ว่าทำไมงานทั้งหมดที่เขาเห็นและเคยได้ยินบนโลกใบนั้นถูกแสดงขึ้นมาอย่างชัดเจนในจิตใจของเขาราวกับว่ามันถูกจัดเก็บในคอมพิวเตอร์ เขาสามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อตามที่้า
อะไรคือเื่ที่เลวร้ายที่สุดในการสร้างผลงานให้กับโลกใบนี้?
เมื่อหลิวจือเซียเริ่มออกแบบและวางแผนที่จะหาเงินจู่ ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน
เบอร์แปลก ?
เมื่อหยิบมันขึ้นมาดูหลิวจือเซียก็ถึงกับขมวดคิ้ว “สวัสดี ? ”
“หลิวจือเซีย ? ” เสียงเ็าดังขึ้นมา
เมื่อได้ยินว่าเสียงนี้ฟังดูคุ้นเคยหลิวจือเซียก็ตอบกลับอย่างสุภาพ “ครับ หลิวจือเซียพูดอยู่ ไม่ทราบว่าคุณเป็ใคร ?”
“ฉันเอง หลี่เมิ้งอี ! ”เสียงเ็ายังคงดังขึ้น
“โอ้ว ! ”หลิวจือเซียกล่าวอย่างเรียบง่าย “มีอะไรให้ฉันช่วยไหม ? ”
“ฉันได้ยินจากเยว่เยว่บอกมาว่านายพาเธอไปกินอาหารอร่อยๆ ทุก ๆ วันแบบไม่ซ้ำกันแม้แต่ครั้งเดียว เธอรู้สึกมีความสุขมาก ขอบคุณนะ”หลี่เมิ้งอีกล่าว
“ฉันเต็มใจน่ะ เยว่เยว่เป็ลูกสาวของฉันนี่คือสิ่งที่ฉันนั้นควรจะทำ” หลิวจือเซียใจร้อนเล็กน้อย “มีอะไรอีกไหมถ้าไม่ฉันจะวางสายแล้ว ok ไหม ? ”
“โอ้ว อย่าพึ่งวางสาย.....”หลี่เมิ้งอีกล่าวต่อ “นายเป็แบบนี้ไปได้ยังไง ? เอาล่ะ ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับนายเอาบัญชีธนาคารของนายมา ฉันจะโอนเงินเข้าไปให้”
“กำลังดูถูกกันอยู่งั้นหรือ ? ”หลิวจือเซียขมวดคิ้ว “ฉันคือหลิวจือเซีย มีมือ มีเท้า ฉันไม่้าเศษเงินจากเธอ! ”
“อะไรกัน ? ”
หลี่เมิ้งอีเคยใช้นักสืบเอกชนเพื่อสืบเื่ราวของหลิวจือเซียเธอรู้ว่าเขาสมบูรณ์แบบยกเว้นก็แต่อารมณ์ที่ดื้อรั้นไม่เช่นนั้นเธอจะไม่มีวันยอมส่งเสี่ยวเยว่เยว่ให้ไปอยู่กับเขา
“อย่ามาทำอวดดี เงินนี้ไม่ใช่เพื่อนายมันมีไว้สำหรับเสี่ยวเยว่เยว่ ฉันหวังว่าฉันจะมอบทุกอย่างให้เสี่ยวเยว่เยว่ได้นายจะต้องทำให้เธอมีความสุขแทนที่จะทำให้เธอลำบาก”
“หลี่เมิ้งอี อย่าพูดจาสูงส่งแบบนั้น”หลิวจือเซียรู้สึกว่าเขากำลังโดนดูถูก “เธอควรจะมีความสุขกับฉันแล้วเธอจะทุกข์กับฉันได้ยังไง ? ฉันจะบอกอะไรให้นะ หลี่เมิ้งอีถ้าเสี่ยวเยว่เยว่อยู่กับฉัน เธอจะมีความสุขมากกว่าตอนที่อยู่กับเธอ ! ”
“หลิวจือเซียฉันไม่มีเวลามาเถียงกับนาย” หลี่เมิ้งอีโกรธขึ้นมาเล็กน้อย “ขอบัญชีธนาคารนายเถอะฉัน้าให้เงินลูกสาวของฉัน ! ”
“ถ้าเธอ้าจะมอบเงินให้เยว่เยว่เธอก็มาให้ด้วยตัวเองสิ” หลิวจือเซียไม่้าที่จะคุยต่อเขาจึงวางโทรศัพท์ทิ้งไว้
“คุณพ่อคะ นั่นแม่ใช่ไหม ? ” ในเวลานั้นเ้าหญิงตัวน้อยที่อยู่ในชุดสวมกระโปรงสีชมพูพร้อมกับถือตุ๊กตากระต่ายก็วิ่งเข้ามา“หนูเหมือนจะได้ยินเสียงแม่ของหนู ! ”
“ใช่แล้ว แม่ของหนูเองแหละ”หลิวจือเซียเปลี่ยนใบหน้าที่เ็าเป็ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“แม่พูดว่าอย่างไรบ้างคะ ? ”เสี่ยวเยว่เยว่เอียงศีรษะและกระพริบตา
“แม่บอกว่าคิดถึงเยว่เยว่มาก ๆ ! ”หลิวจือเซียอุ้มเสี่ยวเยว่เยว่ขึ้นมาและจูบลงไปที่แก้ม
“คิกคิก คุณพ่อคะหนวดของคุณพ่อจั๊กจี๋จังเลย คิก คิก”เสี่ยวเยว่เยว่หัวเราะคิกคักราวกับว่าเป็นางฟ้าตัวน้อย