บทที่ 7 กวนน้ำให้ขุ่น
"ท่านประธาน มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าคะ?" ขณะที่ถังคุนกำลังจะะเิอารมณ์ออกมา จ้าวิ่ ผู้จัดการฝ่ายการเงิน ก็เดินนำลูกน้องอีกสี่คนเข้ามาในห้องทำงานของเขาซะงั้น
การที่พวกเขาเดินเข้ามาในห้องเ้านายโดยไม่เคาะประตูก่อน ทำให้ถังคุนรู้สึกขบขันเล็กน้อย พวกนี้คงคิดว่าเขาไม่เคยมาบริษัท เลยลืมไปแล้วว่าเงินเดือนใครเป็คนจ่ายสินะ
ถังคุนนั่งบนเก้าอี้หมุน จ้องมองคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาเรียบเฉย ใครจะไปคิดว่าคนพวกนี้จะแต่งตัวดูดีมีชาติตระกูล แต่การกระทำกลับน่าขยะแขยงสิ้นดี
"ท่านประธาน มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าคะ? ถ้าไม่มีอะไร พวกเราก็จะขอตัวไปทำงานต่อนะคะ" จ้าวิ่ไม่สะทกสะท้านถังคุนเลยแม้แต่น้อย ในสายตาเธอ ถังคุนก็แค่ไอ้โง่ที่รวยล้นฟ้าคนหนึ่ง เธอจึงไม่ให้ความเคารพเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อมองผู้หญิงตรงหน้า ถังคุนก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที มันทำให้เขานึกถึงผู้หญิงบางคนที่เขาเคยเจอในแอฟริกา พวกที่ทำตัวเหมือนมีอุดมการณ์สูงส่ง ดูภายนอกก็อ่อนแอ บอบบาง แต่ภายในกลับร้ายกาจเหมือนแมงมุมพิษ ที่ดูเผินๆ แล้วไม่มีทางรู้จิตใจได้เลย
"คุณจ้าวดูเหมือนจะยุ่งมาก งั้นผมก็จะไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมถึงมีเงินหนึ่งล้านหายไปจากบัญชีโดยไม่มีลายเซ็นของผม แล้วทำไมบริษัทเปิดมาแล้วสามเดือน มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับเลย?" ถึงแม้ถังคุนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่คนที่ยืนอยู่ก็ใจหายวาบกันเป็แถว แต่ไม่นานจ้าวิ่ก็ตั้งสติได้ เงินหนึ่งล้านนั้นท่านโจวเป็คนเบิกไปเมื่อสองวันก่อน เพื่อเอาไปซื้อบ้านให้ตัวเอง จ้าวิ่มั่นใจว่าด้วยความสัมพันธ์ของเธอกับท่านโจว ถังคุนไอ้ลูกคุณหนูคนนี้ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก!
"ท่านประธาน นี่เป็การดำเนินงานปกติของบริษัทค่ะ ก่อนหน้านี้ท่านไม่เคยมาบริษัท ก็เลยไม่รู้สถานการณ์โดยรวม..." จ้าวิ่ยังคงพูดอย่างมั่นใจ โดยไม่รู้เลยว่าพนักงานฝ่ายการเงินคนอื่นๆ กำลังเหงื่อตกอยู่ข้างหลัง
"ผมว่าคุณจ้าวคงลืมไปแล้วมั้งครับ ว่าเงินนี่ผมเป็คนออก ทำไมผมจะรู้เื่ไม่ได้? บางคนนี่ก็โลภมากไปหน่อย ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบซะบ้าง ในฝูไห่นี้ยังไม่มีใครกล้าหือกับผมแล้วรอดไปได้หรอก ที่ผ่านมาผมแค่ดูเชิงเฉยๆ ว่าคนบางคนจะรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้างมั้ย ในเมื่อคุมตัวเองไม่ได้ งั้นก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าผมจะต้องลงมือจัดการเอง" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะฟังดูสบายๆ แต่คนที่รู้จักถังคุนดีจะรู้ว่าเขากำลังโกรธมาก เขาไม่ได้โมโหแบบนี้มานานแล้ว ดูท่าว่าถึงเวลาต้องสั่งสอนคนบางคนซะแล้ว!
"ท่านประธาน ท่านไม่เข้าใจเื่การบริหารหรอกค่ะ ฉันไม่ใส่ใจกับคำพูดของท่านหรอก" เมื่อได้ยินถังคุนพูดแบบนั้น จ้าวิ่ก็ใจแป้ว ถึงแม้จะพยายามทำเป็เข้มแข็ง แต่เธอก็ยังเชื่อมั่นในท่านโจวมากกว่า พ่อของท่านโจวเป็ถึงรองนายกเทศมนตรีเมืองฝูไห่ เธอไม่เชื่อว่าจะจัดการกับพวกบ้านนอกรวยใหม่พวกนี้ไม่ได้
"ในเมื่อมีคนอยากลองดี งั้นก็ไปคุยกับตำรวจแล้วกัน" ทันทีที่ถังคุนพูดจบ ตำรวจหลายนายก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน
"เสี่ยวคุน ไม่เจอกันนานเลยนะ มีเื่อะไรเหรอ?" คนที่นำทีมมาบริษัทคือรองผู้กำกับหวัง ถึงแม้ว่าถังคุนจะไม่ได้อยู่ในฝูไห่มานานหลายปีแล้ว แต่ตอนนั้นผู้กำกับหวังยังไม่ใช่รองผู้กำกับ เขาเคยได้ยินผู้กำกับรุ่นเก่าเล่าให้ฟังว่า ถังคุนไม่ใช่แค่ลูกหลานตระกูลถังในฝูไห่ธรรมดาๆ พวกเขามีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับตระกูลถังในปักกิ่ง เมื่อก่อนเคยมีคนคิดจะใช้เส้นสายเล่นงานตระกูลถังที่ฝูไห่ แต่ยังไม่ทันได้ลงมือก็โดนอีกฝ่ายเล่นงานกลับจนจมดิน เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งความจากถังคุน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่จำเป็ต้องมาเอง แต่ก็ตัดสินใจมาดูด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้องมือใหม่ทำอะไรเกินเลยไป
"ลุงหวัง ไม่เจอกันนานเลยครับ วันนี้ต้องรบกวนลุงด้วย จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่มีหนูโสโครกบางตัวแอบงาบเงินผมไปหลายสิบล้าน แล้วก็ยังไม่ยอมรับอีก!" ตอนแรกถังคุนยังนึกไม่ออกว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าคือใคร แต่พอเขาพูดออกมา คำว่า "ลุง" ก็หลุดปากออกมาเอง
"ไหนๆ เธอก็เรียกฉันว่าลุงแล้ว ฉันจะไม่สนใจเื่ของเธอได้ยังไง คุน นี่เธอไม่ได้กลับฝูไห่มานานแล้วสินะ คนบางคนคงอยู่ดีกินดีจนลืมตัวไปแล้วล่ะ"
ถึงแม้ถังคุนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ผู้กำกับหวังก็รู้ดีว่าศักดิ์ศรีของตระกูลถังไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาเหยียบย่ำได้ ดูท่าว่าเมืองฝูไห่ที่เคยสงบสุขจะต้องเจอกับพายุลูกใหญ่แล้ว!
……………………..