จ้าวหลินเหลียนคิดไม่ตกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตราบาปที่เคยทำไว้กับน้องชายตนเองเมื่อครั้งก่อน ต้นเหตุเกิดเพียงเพราะ บุตรของน้องชายไร้พลังปราณ ไม่สามารถบ่มเพาะพลังปราณได้ ทำให้ตนคิดว่าเป็นความอับอายของตระกูล ทั้งที่เด็กนั่นก็ไม่ได้ผิดอะไร จนเป็นเหตุให้น้องชายของตนทนไม่ไหว มาบอกให้จัดการเรื่องบุตรชายถูกทุบตีอยู่บ่อยครั้ง แต่ตนกับไม่ว่ากล่าวอะไรเลย ไม่เคยเหลียวแลแม้แต่น้อยว่าเด็กนั่นจะเป็นยังไง จนกระทั่งน้องชายตัดขาดจากตระกูลและย้ายออกไป โดยไม่กล่าวหยุดยั้งการกระทำของน้องชายแม้แต่น้อยและในวันนี้กับต้องมาเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เด็กน้อยที่คิดว่าใกล้ตายนั้นกับยังมีชีวิตอยู่ และยังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้แต่ตัวของจ้าวหลินเหลียนเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชนะได้หรือเปล่า ทั้งทักษะก็ยังลึกลับ แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเป็นพลังธาตุที่คนส่วนน้อยจะมีกัน"หลี่เฟย" พรึบ! "มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือ ขอรับนายท่าน""เจ้าช่วยค้นหาเจ้าเด็กนั่น และ คอยสะกดเลยตามดูว่า บ้านอยู่ที่ไหน แล้วมารายงานข้าทันที""เข้าใจแล้ว ขอรับ" พรึบ! จ้าวหลี่เฟยกลายเป็นเงาพร่าเลือนก่อนจะหายไป"เฮ้อ...ข้าจะทำเช่นไรดี"
ข่าวลือที่นายน้อยตระกูลจ้าวถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสพร้อมกับผู้คุ้มกันลุกลามอย่างกับไฟลามทุ่ง ไม่นานก็ไปถึงหูของเจ้าเมืองหยวนไท่จื่อ"เจ้าแน่ใจนะว่าข่าวลือนี่เป็นความจริง!""ขอรับ ท่านเจ้าเมือง ไม่ผิดแน่นอน มีผู้เห็นเหตุการณ์มากมาย เถ้าแก่เนี๊ยะโรงเตี๊ยมใบหลิวก็ยืนยันมาแล้ว""ท่านผู้อาวุโสเฉินท่านคิดเห็นเช่นไร""อืม...ไม่ผิดแน่นอน ถ้าฟังจากที่เล่ามา นั่นต้องเป็นพลังธาตุแน่ๆ ถึงข้าจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม แต่ก็เคยได้ยินมาบ้าง เพราะมันเป็นความลับจึงไม่ค่อยมีคนรู้จัก ไม่มีการบันทึกเอาไว้อีกด้วย""หมายความว่ายังไงผู้อาวุโสเฉิน ข้าไม่เข้าใจ""งั้นข้าจะอธิบายง่ายๆตามความเข้าใจของข้าให้ฟังก็แล้วกัน ปกติร่างกายเราจะมีแหล่งกักเก็บพลังปราณเอาไว้ นับเป็นเรื่องปกติ แต่การที่มีพลังธาตุในร่างกาย ซึ่งจะเรียกว่าพลังแฝงก็ได้ เมื่อเราใช้พลังปราณโจมตีเพียงอย่างเดียว ความรุนแรงก็จัดว่าอยู่ระดับปกติทั่วไป แต่ถ้าใช้พลังปราณร่วมกับพลังธาตุการโจมตีก็จะรุนแรงขึ้น นี่จึงเป็นข้อได้เปรียบของผู้ที่มีพลังธาตุติดตัวมาด้วย คนเหล่านี้จะจัดอยู่ในกลุ่มพิเศษ"หยวนไท่จื่อครุ่นคิดเงียบๆก่อนจะเอ่ยออกมาว่า "แต่เจ้าเด็กนั่น ไร้พลังปราณ ไม่สามารถบ่มเพาะพลังปราณได้ แล้วจะใช้พลังธาตุยังไงกันล่ะ""เรื่องนี้ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เจ้าเด็กนั่นลึกลับเกินไป ไม่อาจทำความเข้าใจแบบปกติได้"ผู้อาวุโสเฉินกล่าวออกมาด้วยความจนใจ"โอ้...! ข้าเกือบลืมไปเลยนะเนี้ย ยังมีข่าวอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันอยู่""หืม..ข่าวอีกเรื่อง?""เจ้าเด็กนั่นเปิดโต๊ะรักษา คนป่วยด้วยนะ ชาวบ้านที่ไปรักษาด้วยต่างก็หายดีกันทุกคน ที่สำคัญกว่านั้นคือ เด็กนั่นใช้เวลารักษาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวออกมาด้วยลอยยิ้ม"หาาา...เด็กนั่นรักษาคนได้ ท่านคงไม่ได้หลอกข้าหรอกนะ" "ท่านไม่เชื่อข้าอย่างนั้นหรอ ทำไมไม่ไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองเลยล่ะ" ฮ่าๆ ฮ่าๆหยวนไท่จื่อ................
กระท่อมกลางป่าชิงหลงยังคงนั่งสมาธิเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนตลอดระยะเวลาที่กลับมาถึงกระท่อมกลางป่า ในที่สุดพลังเวทย์ก็เลื่อนระดับวิ้งงง!! ชิงหลงลืมตาขึ้นจากสภาวะไร้ตัวตน "ตอนนี้พลังเวทย์ของเราก็เลื่อนมาที่ราชาจอมเวทย์ซะที ไหนมาลองเวทย์ใหม่หน่อยละกัน"ชิงหลงหลับตาลงก่อนจะร่ายเวทย์ ตรวจจับ เป็นเวทย์ที่ใช้ตรวจหาสิ่งมีชีวิตภายในระยะ 1 ลี้(500ม.) สิ่งมีชีวิตไม่สามารถหลบจากเวทย์ตรวจจับนี้ไปได้ รอบๆบริเวณกระท่อมมีคนอยู่ 8 คน ชิงหลงลืมตาขึ้นมาก็ลุกเดินออกไปข้างนอกกระท่อม ก็พบกับตงเสี่ยวกับฟงหมิงกำลังมุงหลังคากระท่อมอยู่ จึงเดินเข้าไปหาก่อนจะถามว่า"ข้ารบกวนพวกท่านซักครู่" "มีอะไรให้รับใช้นายน้อย" "พวกท่านได้นำตำราสกัดเม็ดยามาด้วยรึเปล่า ข้าอยากศึกษาซักหน่อย""อ๋อ เอามาขอรับนายน้อย" ตงเสี่ยวกระโดดลงจากหลังคาก่อนจะเดินไปหยิบตำราสกัดเม็ดยาในห่อผ้าออกมา ก่อนจะยื่นให้กับชิงหลง"นี่ขอรับนายน้อย มันเป็นตำราพื้นฐานการสกัดเม็ดยา ขอรับ"เมื่อชิงหลงรับตำราสกัดเม็ดยามาก็เปิดอ่านทีละหน้า จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามชิงหลงก็ปิดตำราสกัดเม็ดยาก่อนจะถอนหายใจออกมา จากนั้นก็หลับตาลงคิดวิธีการสกัดเม็ดยาเงียบๆ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการหลอมยาโพชั่น ยาเพิ่มพลังเวทย์ เพิ่มพลังโจมตี มันก็มีส่วนคล้ายๆกันอยู่ ไม่รู้ว่ามันจะใช้วิธีหลอมจากโลกเวทย์มนต์ได้รึเปล่าก็ไม่รู้ "เอาล่ะ ไม่ลองก็ไม่รู้ ส่วนสมุนไพรคงต้องออกไปหาตามป่าเขาเอาสินะ" เฮ้อ...."มีอะไรอย่างนั้นรึ ขอรับ นายน้อย" ตงเสี่ยวกล่าวถาม"คือว่า ข้าจะออกไปหาสมุนไพรในป่าแถวนี้หน่อยไม่รู้ว่ามันจะมีรึเปล่า?""สมุนไพร? ป่าแถวนี้คงจะยากหน่อยนะ ขอรับ ถ้าอยากได้สมุนไพรก็ต้องไปที่ป่าพฤกษาทมิฬ เป็นป่าที่อันตรายมากในเรื่องสัตว์อสูรและพืชมีพิษ เคยมีคนเข้าไปเสี่ยงอยู่บ่อยๆแต่ก็ได้รับบาดเจ็บกลับมาทุกครั้ง แต่ถ้าอยู่รอบนอกก็ไม่มีปัญหา""ว่าแต่ป่าที่ท่านว่ามันอยู่ตรงไหนหรอ?" ตงเสี่ยวนำแผนที่ออกมากลางลงที่พื้นก่อนจะชี้บอกจุดที่ป่าพฤกษาทมิฬอยู่ ชิงหลงก้มมองดูตรงที่ตงเสี่ยวชี้ก็พบว่ามันสีเครื่องหมายกากบาทสีแดงขีดทับเป็นเครื่องหมายไว้ เมื่อชิงหลงเห็นพื้นที่ป่าพฤกษาทมิฬก็รู้ว่ามันไม่น่าจะไกลเท่าไหร่จึงร่ายเวทย์ลมเสริมที่เท้าก่อนจะลอยขึ้นไปบนฟ้าและบินไปทางป่าพฤกษาทมิฬทันที ตงเสี่ยวก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆเมื่อเห็น ชิงหลง บินไปที่ป่าซะแล้ว"เอ่อ...แล้วข้าจะบอกกับท่านพ่อท่านแม่ของท่านว่ายังไงดีละทีนี้" เฮ้อ...ฟงหมิงที่กำลังมุงหลังคากระท่อมอยู่ก็ตะโกนมาว่า"เจ้าจะไปห่วงนายน้อยทำไม ถึงกับบินได้แบบนี้ ข้าเป็นห่วงสัตว์อสูรที่ป่าพฤกษาทมิฬมากกว่าอีก""อืม...อาจจะจริงอย่างที่เจ้าว่า" ฮ่าๆ ฮ่าๆ"เจ้ารีบๆมาช่วยข้าสร้างกระท่อมได้แล้ว อย่ามัวแต่หัวเราะ อยากนอนกลางแจ้งรึไง""รู้เแล้วลาะน่า อย่าบ่นนักเลย"
บนท้องฟ้าชิงหลงบินไปป่าพฤกษาทมิฬด้วยความเร็วสูง ก็ยังใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วยาม กว่าจะมาถึง"ไม่คิดว่ามันจะไกลขนาดนี้เลยให้ตายสิ แต่ก็ช่างมันยังไงขากลับมันก็เร็วกว่าอยู่ดี" อิอิ ชิงหลงเคลื่อนตัวบินไปรอบนิกของผืนป่าก่อนจะหลับตาลง ร่ายเวทย์ตรวจจับ ทันที ชิงหลงสัมผัสได้ว่าแถวนี้ไม่ค่อยมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเท่าไหร่ จึงได้ลอยตัวลงมายืนที่พื้น ก่อนจะเดินเข้าไปในเขตป่าพฤษาทมิฬ รอบนอกป่าไม่ค่อยมีต้นไม้เท่าไหร่ บรรยากาศก็ปกติ แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆต้นไม้ก็เริ่มหนาทึบ บรรยากาศเย็นชื้น แสงเริ่มส่องลงมาที่พื้นก็ลดน้อยลง แต่ก้ยังพอจะเห็นทางอยุ่บ้าง"ที่แบบนี้มันจะมีสมุนไพรจริงๆรึเนี้ย ข้าเดินมายังไม่เจอซักต้น ถ้ามีเงินข้าคงไม่ต้องมาหาสมุนไพรด้วยตัวเองแบบนี้หรอก ซื้อเอาดีกว่าไม่ต้องลำบาก"ขณะที่เดินบ่นไปกวาดสายตามองหาสมุนไพรไปก็ไปสะดุดเข้ากับหญ้าสีฟ้ากลุ่มหนึ่งเข้า"เอ๊ะ นั่นมันหญ้าหยกฟ้านี่นา มีเยอะซะด้วย แบบนี้สิถึงคุ้มค่ากับการมาหน่อย" ชิงหลงลงมือเก็บเกี่ยวหญ้าหยกฟ้าขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเก็บเข้าช่องมิติเก็บของที่สร้างขึ้นมา จากนั้นก็เดินเข้าไปส่วนลึกกลางป่าพฤกษาทมิฬ ก่อนจะหลับตาลง ใช้เวทย์ตรวจจับสิ่งมีชีวิตภายในระยะ 1 ลี้ ก็พบว่า มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่หลายจุด จึงได้มุ่งเดินไปทางสัตว์อสูรที่ใกล้ที่สุด ชิงหลงอยากจะรู้ว่ามันเป็นตัวอะไร เมื่อเดินลุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของสัตว์อสูร ชิงหลงก็ได้ยินเสียงขู่คำรามทันทีโฮกกกก!! ชิงหลงจ้องมองไปยังสัตว์อสูรตัวนั้นก่อนจะบ่นพึมพำว่า"นั่นมันตัวอะไรหว่า ตัวเป็นเสือหางเป็นงูเนี้ย แถมยังตัวใหญ่สูงตั้ง5เมตร ขนสีน้ำตาลแดง มีเขี้ยวเหมือนดาบ2คู่ ขาขนาดใหญ่ กรงเล็บแหลมคม" ที่ด้านหลังของมันมีต้นผลโลหิตเพลิงอยู่จำนวน 5 ผล นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่มันขู่ไม่ให้ชิงหลงเข้าไป"เอ๊ะ! นั่นมัน...ที่แท้มันก็เฝ้าผลโลหิตเพลิงนี่เอง" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก สัตว์อสูรมันรู้ว่าชิงหลงต้องมาขโมยผลโลหิตเพลิงของมันแน่นอน จึงขู่คำราม พร้อมจะต่อสู้ทุกเมื่อ โฮกกก!! เสียงคำรามดังสะท้อนไปมา ทำให้สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่รอบๆตื่นตระหนก ระวังตัวกันมากขึ้น แกว๊กๆ โฮกกก!! "ไม่ดีแล้วข้ายิ่งไม่ชอบเรื่องวุ่นวายซะด้วยสิ" ชิงหลงใช้เวทย์คุกน้ำแข็งออกไปทันที เกิดเป็นกรงน้ำแข็งปรากฎขึ้นรอบตัวของสัตว์อสูรตนนั้น มันตกใจและพยายามจะกระโดดหนี แต่ก็ไม่ทัน เพียงพริบตาเดียว สัตว์อสูรก็ถูกจับขังด้วยกรงน้ำแข็ง ถึงแม้จะมีสัญชาตญาณดีแค่ไหน แต่เมื่อไม่รู้ว่าเขาจะโจมตียังไงมันก็ไร้ผล ยิ่งเป็นเวทย์ที่ชิงหลงใช้แล้วละก็เสร็จทุกรายถึงแม้จะไม่สร้างความเสียหายก็เถอะเมื่อสัตว์อสูรถูกจับขังด้วยกรงน้ำแข็ง มันก็ใช้กรงเล็บโจมตีอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำลายกรงน้ำแข็งนี้ลงได้ ชิงหลงเดินไปเด็ดผลโลหิตเพลิงทั้งหมด ก่อนจะหันไปมองสัตว์อสูรเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า"ขอบคุณสำหรับผลโลหิตเพลิง นะเจ้าแมวน้อย" ฮ่าๆฮ่าๆ สัตว์อสูรดวงตาแดงก่ำจ้องมองชิงหลงด้วยความเครียดแค้นที่ผลโลหิตเพลิงของมันถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา โฮกกก!! เสียงคำรามยังดังต่อเนื่องถึงแม้ ชิงหลงจะจากไปแล้วก็ตาม